- หน้าแรก
- ทะลุมิติมากระทืบผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยกายาโกลาหลขั้นสุดยอด
- บทที่ 260 - จักรพรรดิสวรรค์ประทานนาม ครรภ์มรรคกายาศักดิ์สิทธิ์ก่อกำเนิด
บทที่ 260 - จักรพรรดิสวรรค์ประทานนาม ครรภ์มรรคกายาศักดิ์สิทธิ์ก่อกำเนิด
บทที่ 260 - จักรพรรดิสวรรค์ประทานนาม ครรภ์มรรคกายาศักดิ์สิทธิ์ก่อกำเนิด
บทที่ 260 - จักรพรรดิสวรรค์ประทานนาม ครรภ์มรรคกายาศักดิ์สิทธิ์ก่อกำเนิด
เมื่อเห็นพฤติกรรมต่างๆ ของทารกชายที่เพิ่งเกิดมา ขุมกำลังทั่วทุกพิภพต่างก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก การแสดงออกของเด็กคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว
ทำให้ขุมกำลังบางส่วนที่มุ่งหวังในเส้นทางจักรพรรดิถึงกับรู้สึกท้อแท้ อัจฉริยะของตระกูลตัวเองจะเอาอะไรไปสู้กับไอ้เด็กประหลาดนี่? นี่มันหาเรื่องเจ็บตัวชัดๆ!
ภายในศาลสวรรค์ เจียงเฮ่ายืนอยู่หน้าตำหนักหลิงเซียว ทอดสายตามองไปยังทิศทางของดาวเป่ยโต่ว
เขาเองก็เห็นนิมิตตอนที่เด็กคนนั้นเกิดมาเช่นกัน และพยักหน้าเล็กน้อย
รากฐานของเจ้าหนูนี่น่ากลัวจริงๆ สมแล้วที่เป็นทายาทของการผสานกันระหว่างสองสุดยอดกายา
กายาชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งหรือศักยภาพล้วนมหาศาลมาก ถึงขนาดสามารถทัดเทียมกับกายาโกลาหลได้เลย
นี่ถือเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก ต้องรู้ว่ากายาโกลาหลคือสุดยอดกายาอันดับหนึ่งในสรรพพิภพ ศักยภาพไร้ขีดจำกัด ต่อให้มีคนบรรลุมรรคแล้ว กายาโกลาหลก็ไม่ได้รับผลกระทบ
ตั้งแต่โบราณกาลมา กายาโกลาหลอยู่จุดสูงสุดมาโดยตลอด แต่ตอนนี้กลับมีกายาใหม่ปรากฏขึ้นที่สามารถทัดเทียมกับกายาโกลาหลได้
เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้สรรพพิภพต้องตื่นตะลึง!
แต่ในตอนนั้นเอง สายตาของเจียงเฮ่าก็หดเกร็งขึ้นกะทันหัน
เขามองเห็นแสงศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากส่วนลึกของมิติเวลาเหนืออาณาเขตดาวเป่ยโต่วอย่างเงียบเชียบ และพุ่งทะลุเข้าไปในร่างของทารกที่เพิ่งเกิดอย่างแม่นยำ
แสงศักดิ์สิทธิ์สายนั้น ไม่มีใครในสรรพพิภพรับรู้ได้เลย แม้แต่ฉินเฉินและเหยาฉือที่อยู่ใกล้ชิดที่สุดก็ยังไม่รู้ตัว
เพราะทุกคนล้วนไม่มีปฏิกิริยาใดๆ มีเพียงเจียงเฮ่าเท่านั้นที่มองเห็น
"เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร?" เจียงเฮ่ามีสีหน้าเคร่งขรึม เพราะเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยทว่าแปลกหน้าจากแสงศักดิ์สิทธิ์สายนั้น
มันคือกินอายของราชันเซียน!
แถมกลิ่นอายนี้ ยังเก่าแก่ ลึกล้ำ และกว้างใหญ่ยิ่งกว่ากลิ่นอายราชันเซียนที่เขาเคยสัมผัสได้จากหอกสั้นสีแดงชาดของอันฉยงเสียอีก!
นี่แสดงให้เห็นว่าเจ้าของกลิ่นอายนี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะแข็งแกร่งกว่าบรรพบุรุษของตระกูลอัน!
เจียงเฮ่าขมวดคิ้ว ราชันเซียนที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว
ราชันเซียนผู้นี้คือใคร? มีจุดประสงค์อะไร?
ทำไมถึงต้องมาปรากฏตัวตอนที่เด็กคนนี้เกิดด้วย?
หรือว่าเด็กคนนี้คือราชันเซียนกลับชาติมาเกิด?
แต่ถ้ามีเรื่องการกลับชาติมาเกิดจริงๆ แล้วทำไมบรรดาจักรพรรดิโบราณ เทวะอารักษ์ที่ตายไปแล้ว หรือแม้แต่โอสถอมตะ ถึงไม่ได้ใช้วิธีกลับชาติมาเกิดเพื่อฟื้นคืนชีพขึ้นมาล่ะ?
หรือว่าราชันเซียนผู้นี้จะมีความพิเศษ?
หรือว่าแสงศักดิ์สิทธิ์สายนี้ จะเป็นแค่การทำเครื่องหมายบางอย่าง? หรือเป็นของขวัญ?
คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของเจียงเฮ่า
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง กดข่มความสงสัยในใจลง
ไม่ว่าอย่างไร ขอดูเด็กคนนี้ก่อนก็แล้วกัน
เพราะแสงศักดิ์สิทธิ์สายนั้นไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเจ้าหนูนี่เลยแม้แต่น้อย ราวกับเพียงแค่พุ่งเข้าไปในร่างของเด็ก แล้วก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
……
สองวันต่อมา ฉินเฉินและเหยาฉือก็นำเด็กมาที่ศาลสวรรค์
เด็กคนนั้นถูกห่อหุ้มด้วยผ้าแพร เผยให้เห็นเพียงใบหน้าเล็กๆ ที่ขาวผ่องดุจหยก
ทันทีที่เข้ามาในตำหนักหลิงเซียว ดวงตาของเขาก็จ้องเขม็งไปที่เจียงเฮ่า จากนั้นก็ฉีกยิ้มกว้าง ยื่นมือเล็กๆ ทั้งสองข้างออกมา ร้องเสียงใสแจ๋วว่า "อุ้ม... อุ้มอุ้ม..."
ฉินเฉินและเหยาฉือต่างก็ชะงักไป
ลูกของพวกเขาฉลาดผิดปกติมาตั้งแต่เกิด รู้ความมาตั้งแต่เกิด พูดได้มาตั้งแต่เกิดก็จริง แต่ปกติไม่ค่อยจะขอให้ใครอุ้มก่อนเลย
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการแสดงความสนิทสนมกับคนที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกแบบนี้
และตอนนี้ ลูกชายของตนเองกลับแสดงความกระตือรือร้นและเป็นฝ่ายเข้าหาเจียงเฮ่าตั้งแต่แรกเห็น นี่มันช่างน่าภูมิใจเสียจริง
เจียงเฮ่ากลับหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เดินเข้าไปใกล้ แล้วยื่นมือออกไปรับเด็กมาอุ้มไว้
พอเจ้าหนูมาอยู่ในอ้อมกอดของเจียงเฮ่า ก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากไม่หยุด มือน้อยๆ จับคอเสื้อของเขาไว้ ท่าทางดีใจเป็นอย่างมาก
"จักรพรรดิสวรรค์ เด็กคนนี้..." ฉินเฉินรู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่ก็ดีใจมาก "ดูเหมือนจะสนิทสนมกับท่านเป็นพิเศษนะขอรับ"
เจียงเฮ่าอุ้มเด็กไว้ สัมผัสถึงพลังนักบุญและกลิ่นอายมรรคที่พุ่งพล่านอยู่ในร่างเล็กๆ นั้น รวมถึงแสงศักดิ์สิทธิ์ราชันเซียนที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จนแม้แต่เขาก็ยังยากจะตรวจสอบได้อย่างสมบูรณ์
เจียงเฮ่ายิ้มกล่าว "ข้ากับเจ้าหนูนี่อาจจะมีวาสนาต่อกันกระมัง?"
เจียงเฮ่ารู้สึกว่าตัวเองก็ดูจะเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาเด็กๆ อยู่เหมือนกัน อย่างจักรพรรดิสงครามน้อยตอนเด็กๆ ก็เป็นแบบนี้ เจอเจียงเฮ่าครั้งแรกก็ร้องจะให้อุ้ม
เด็กหลายๆ คนก็ชอบเล่นกับเขามาก
"ฮ่าฮ่า ดีเลยขอรับ!" ฉินเฉินหัวเราะอย่างมีความสุข การมีวาสนากับจักรพรรดิสวรรค์ เป็นบุญพาวาสนาส่งที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน!
พวกเขาคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง
จู่ๆ เหยาฉือก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยปากว่า "จักรพรรดิสวรรค์ เด็กคนนี้ยังไม่ได้ตั้งชื่อเลย ท่านพอจะช่วยประทานนามให้เขาได้หรือไม่เจ้าคะ?"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฉินเฉินก็หันไปมองเจียงเฮ่าด้วยสีหน้าคาดหวัง สองสามีภรรยายังไม่ได้ตั้งชื่อลูก ก็เพื่อรอให้เจียงเฮ่าเป็นผู้ตั้งให้นี่แหละ
การให้จักรพรรดิสวรรค์ตั้งชื่อให้ ถือเป็นเกียรติยศที่หาได้ยากยิ่ง!
ก็ด้วยความที่นับว่าเป็นคนกันเองนั่นแหละ ฉินเฉินถึงกล้าขอร้องแบบนี้
แม้แต่เจ้าหนูนี่ก็ยังมองเจียงเฮ่าด้วยสายตาคาดหวัง เห็นได้ชัดว่าเขาฟังเข้าใจ
"ฮ่าฮ่า ได้สิ" เจียงเฮ่าไม่ปฏิเสธคำขอของฉินเฉินอยู่แล้ว ในฐานะผู้อาวุโสของคนกันเอง การตั้งชื่อให้ถือเป็นเรื่องปกติ
เจียงเฮ่ามองดูเจ้าหนูที่กำลังเบิกตากว้างมองเขาอยู่ แล้วครุ่นคิดก่อนจะกล่าวว่า "ให้เจ้าหนูนี่ชื่อ ฉินหมิง ก็แล้วกัน หวังว่าเขาจะจารึกความตั้งใจแรกเริ่มของตนเองเอาไว้ในใจ และก้าวเดินต่อไปอย่างมุ่งมั่น"
"ส่วนเรื่องกายาของเขา..." เจียงเฮ่าหยุดไปครู่หนึ่ง "ก็เรียกว่า ครรภ์มรรคกายาศักดิ์สิทธิ์ก่อกำเนิด ก็แล้วกัน"
ฉินหมิง ครรภ์มรรคกายาศักดิ์สิทธิ์ก่อกำเนิด
ฉินเฉินและเหยาฉือสบตากัน ล้วนมองเห็นความพึงพอใจและซาบซึ้งใจในแววตาของอีกฝ่าย
"เป็นชื่อที่ดีมาก ขอบพระคุณจักรพรรดิสวรรค์!"
"หมิงเอ๋อร์ ขอบพระคุณท่านปู่จักรพรรดิสวรรค์ที่ประทานนามให้ขอรับ!" เจ้าหนูกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว
"ไม่เป็นไร เจ้าหนูฉินหมิง!"
เจ้าหนูนี่ทั้งน่ารัก ทั้งฉลาด ทั้งมีมารยาท ช่างน่าเอ็นดูจริงๆ
ฉินเฉินและภรรยาก็สบตากันแล้วยิ้มอย่างมีความสุข ลูกของพวกเขาช่างเก่งกาจ เป็นที่โปรดปรานของจักรพรรดิสวรรค์จริงๆ
ผ่านไปครู่หนึ่ง ฉินเฉินก็ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากว่า "จักรพรรดิสวรรค์ รากฐานของเด็กคนนี้น่ากลัวเกินไป เกิดมาก็เป็นนักบุญ พวกเราเกรงว่านี่อาจจะเป็นผลเสียได้ เหมือนกับพวกวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ที่เกิดมาก็เข้าใกล้ขอบเขตผู้ยิ่งใหญ่ จุดเริ่มต้นสูงเกินไป แต่พอมุ่งหวังจะก้าวไปในระดับที่สูงขึ้น กลับยากยิ่งกว่าคนที่ค่อยๆ ฝึกฝนขึ้นมาทีละก้าวเสียอีก"
"ดังนั้นพวกเราจึงคิดว่า ควรจะให้เขาเริ่มฝึกฝนใหม่ตั้งแต่ต้น เพื่อปูพื้นฐานทุกก้าวให้แน่นหนายิ่งขึ้นดีหรือไม่?"
เหยาฉือก็พยักหน้า ในแววตาแฝงความกังวล
สองสามีภรรยาตั้งความหวังกับลูกชายไว้สูงมาก ไม่ใช่แค่หวังให้เขาเป็นจักรพรรดิเท่านั้น แต่ยังหวังว่าในอนาคตเขาจะสามารถเป็นเซียนได้ด้วย
เจียงเฮ่ามองดูเจ้าหนูในอ้อมแขนที่กำลังจับนิ้วของเขาเล่น แล้วหันไปมองฉินเฉินและภรรยา
สิ่งที่ฉินเฉินและภรรยาคิดก็มีเหตุผลจริงๆ
เจียงเฮ่าพยักหน้า "พวกเจ้าคิดถูกแล้ว จุดเริ่มต้นที่สูงเกินไป บางครั้งก็กลับกลายเป็นโซ่ตรวน เส้นทางการบำเพ็ญเพียร การก้าวเดินทีละก้าว มักจะเดินไปได้ไกลกว่าผู้ที่เกิดมาแข็งแกร่งแต่กำเนิด"
โลกใบนี้ การขัดเกลาในช่วงแรกเริ่มยังคงมีความสำคัญมาก จิตใจแห่งมรรคและความมั่นใจมีความสำคัญมากที่นี่
ฉินเฉินได้ยินดังนั้นก็ตาเป็นประกาย สิ่งที่เขาคิดไว้ไม่ผิดจริงๆ จักรพรรดิสวรรค์ก็คิดเห็นเช่นเดียวกัน
จึงขอร้องว่า "เช่นนั้นขอจักรพรรดิสวรรค์โปรดลงมือ ตัดระดับพลังของเขา เพื่อหล่อหลอมรากฐานใหม่ให้เขาด้วยเถิด!"
เจียงเฮ่ายังไม่ตอบตกลงในทันที แต่ก้มลงถามเจ้าหนูในอ้อมแขน "เจ้าหนู สิ่งที่พ่อแม่ของเจ้าพูด เจ้าฟังเข้าใจหรือไม่? ยินดีจะให้ข้าตัดระดับพลังในตอนนี้ แล้วเริ่มฝึกฝนใหม่ตั้งแต่ต้นหรือไม่?"
เจ้าหนูเงยหน้าขึ้น กะพริบตาใสซื่อ พยักหน้าอย่างจริงจัง "ยินดีขอรับ หมิงเอ๋อร์จะเป็นคนเก่งให้มากขึ้น จะเก่งเหมือนท่านปู่จักรพรรดิสวรรค์เลย!"
"ฮ่าฮ่า ดี!" เจียงเฮ่าหัวเราะ ลูบหัวของฉินหมิงน้อย "ปู่เชื่อว่าเจ้าจะเก่งขึ้นอย่างแน่นอน"
สำหรับอนาคตของเจ้าหนูนี่ เจียงเฮ่าคาดหวังไว้สูงมาก การเติบโตจะต้องน่าทึ่งอย่างแน่นอน
เจียงเฮ่าอุ้มเด็กไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างยกขึ้น ชูสองนิ้วประดุจดาบ จิ้มลงไปที่กลางหว่างคิ้วของเจ้าหนูเบาๆ
(จบแล้ว)