- หน้าแรก
- ลูกหนังติดระบบทะลุมิติสะท้านโลก
- บทที่ 198 - สวนกลับสวนกลับ! การออกสตาร์ตในฝัน
บทที่ 198 - สวนกลับสวนกลับ! การออกสตาร์ตในฝัน
บทที่ 198 - สวนกลับสวนกลับ! การออกสตาร์ตในฝัน
บทที่ 198 - สวนกลับสวนกลับ! การออกสตาร์ตในฝัน
นอร์ทลอนดอนดาร์บี้ คือหนึ่งในดาร์บี้แมตช์ที่ดุเดือดที่สุดในอังกฤษและยุโรป
ความบาดหมางของทั้งสองทีม ต้องย้อนกลับไปในช่วงต้นศตวรรษที่ผ่านมา
อาร์เซนอล ก่อตั้งขึ้นในปี 1886 โดยกลุ่มคนงานจากโรงงานผลิตอาวุธรอยัลอาร์เซนอล (Royal Arsenal) บริเวณจัตุรัสซันไดอัล (Dial Square) ในย่านวูลิช (Woolwich) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของลอนดอน
ต่อมาในปี 1913 พวกเขาได้ย้ายสนามเหย้ามายังย่านไฮบิวรี่ (Highbury) ทางตอนเหนือของลอนดอน ซึ่งอยู่ห่างจากสนามไวท์ฮาร์ทเลนของสเปอร์สเพียง 4 ไมล์
เนื่องจากสนามใหม่ตั้งอยู่ใกล้ใจกลางเมืองลอนดอนมากขึ้น จึงสร้างความไม่พอใจให้กับสโมสรฟุตบอลหลายแห่งในลอนดอน รวมถึงเชลซีด้วย
แน่นอนว่าสเปอร์สที่อยู่ใกล้ที่สุด ย่อมไม่พอใจมากที่สุด
แต่ความแค้นที่แท้จริงของทั้งสองทีม เริ่มต้นขึ้นในปี 1919
ในเวลานั้น สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) มีมติให้เพิ่มจำนวนทีมในลีก สเปอร์สเชื่อว่าถ้าพวกเขายอมให้ความร่วมมือ สมาคมฟุตบอลก็จะยกเลิกโควตาตกชั้นในฤดูกาลนั้น พวกเขาจึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
โดยคิดว่าในเมื่อเชลซีที่จบอันดับรองสุดท้ายยังรอดตกชั้นได้เลย พวกเขาที่จบอันดับรองสุดท้ายของอีกลีกก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
แต่เฮนรี่ นอร์ริส นักธุรกิจผู้ถือหุ้นใหญ่ของอาร์เซนอลไม่ได้คิดแบบนั้น เขาฉวยโอกาสในช่วงที่มีกระแส 'ต่อต้านชาวยิว' ในวงการฟุตบอลเวลานั้น ล็อบบี้อย่างหนัก จนในที่สุดก็สามารถโน้มน้าวให้สมาคมฟุตบอลสั่งปรับตกชั้นสเปอร์สซึ่งก่อตั้งโดยชาวยิว และเลื่อนชั้นให้อาร์เซนอลที่จบอันดับห้าในดิวิชันสองขึ้นมาแทนได้สำเร็จ
เหตุผลที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษยกมาอ้างก็คือ อาร์เซนอลก่อตั้งมาก่อนสเปอร์ส 15 ปี และทำประโยชน์ให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษมาอย่างยาวนาน
เหตุผลแบบนี้มีหรือที่แฟนบอลสเปอร์สจะยอมรับได้ พวกเขาโวยวายว่านี่มันทฤษฎีสมคบคิดชัดๆ
จุดเริ่มต้นแห่งความบาดหมางของทั้งสองทีม ก็เริ่มจากตรงนี้นี่แหละ
ในตอนที่ข่าวสเปอร์สตกชั้นแพร่สะพัดออกไป นกแก้วสีเขียวซึ่งเป็นมาสคอตของทีมที่กำลังออกทัวร์อาร์เจนตินา ก็เกิดอาการป่วยกะทันหัน และตายลงในเวลาไม่กี่วัน
ดังนั้น แฟนบอลสเปอร์สจึงเชื่อว่าเป็นเพราะอาร์เซนอลมาแย่งโควตาในดิวิชันหนึ่งไป ทำให้มาสคอตของพวกเขาต้องตาย ทั้งสองทีมจึงกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาตั้งแต่นั้น
ต่อมาในปี 1923 ผู้บริหารสโมสรอาร์เซนอลสามารถโน้มน้าวองค์การขนส่งมวลชนลอนดอนและคณะกรรมการท้องถิ่นอิสลิงตัน ให้เปลี่ยนชื่อสถานีรถไฟใต้ดินกิลเลสปีโร้ด (Gillespie Road) ที่อยู่ข้างสนาม เป็นสถานีอาร์เซนอลได้สำเร็จ
การกระทำของอาร์เซนอลไปกระตุกต่อมโกรธของแฟนบอลสเปอร์สเข้าอีกครั้ง พวกเขามองว่าตัวเองคือเบอร์หนึ่งของลอนดอนเหนือต่างหาก ควรจะได้ชื่อสถานีรถไฟใต้ดินหรือสถานีรถไฟก่อนอาร์เซนอลสิ
ความขัดแย้งของทั้งสองทีม จึงร้าวลึกยิ่งกว่าเดิม
ในวันแข่งขัน บรรยากาศทางตอนเหนือของลอนดอนคึกคักเป็นพิเศษ
ตำรวจลอนดอนก็เตรียมพร้อมรับมือราวกับจะเกิดสงคราม
การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินลาดตระเวน ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่มีประสิทธิภาพ
แฟนบอลของทั้งสองทีมพอเห็นว่าเปิดศึกกันนอกจอไม่ได้ ก็หันไปซัดกันในโลกออนไลน์ต่อ
เมื่อเวลาการแข่งขันใกล้เข้ามา ตำนานนักเตะของทั้งสองทีมก็ร่วมผสมโรงสาดน้ำลายใส่กันก่อนเกมด้วย
โปเช็ตติโน่, เวนเกอร์ และเหล่านักเตะของตัวเอง ต่างก็มุ่งสมาธิไปที่การแข่งขันที่กำลังจะมาถึง แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องนอกสนามหรอก
นักเตะอาร์เซนอลเตรียมความพร้อมมาอย่างดี เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ส่วนนักเตะเจ้าบ้านอย่างสเปอร์ส แอบมีอาการเกร็งๆ อยู่บ้าง
โดยเฉพาะซนฮึงมิน ที่ถูกสื่อในประเทศเอาไปเปรียบเทียบกับมาร์ติน ทั้งคู่เคยดวลกันในบุนเดสลีกามาแล้ว และผลลัพธ์ก็ย่ำแย่สำหรับเขาทั้งสองนัด
เมื่อต้องโคจรมาเจอกันในลีกอังกฤษอีกครั้ง เขานั่งอยู่บนรถบัสด้วยความรู้สึกที่ไม่มั่นใจเอาเสียเลย
ฮาร์รี่ เคน ที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมาถาม "ซน ไม่ต้องห่วงน่า ทุกคนก็ต้องมีครั้งแรกกันทั้งนั้น นอร์ทลอนดอนดาร์บี้ก็เหมือนกัน โฟกัสกับเกมให้เต็มที่ ชัยชนะจะต้องเป็นของท็อตแน่มแน่"
"อืม ฉันรู้ ฮาร์รี่"
ซนฮึงมินส่งยิ้มให้เคน แต่พอหันหน้ากลับมา สีหน้าก็กลับมาเคร่งเครียดเหมือนเดิม
มาร์ติน คือฝันร้ายในอาชีพค้าแข้งของเขา
การแข่งขันเริ่มเวลา 19.45 น. รถบัสที่ติดโลโก้สเปอร์สเดินทางมาถึงบริเวณสนามไวท์ฮาร์ทเลนตอนหกโมงเย็น
เสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วทั้งย่านท็อตแน่มทันที
ผ่านไปไม่นาน รถบัสของอาร์เซนอลก็แล่นเข้ามาที่ถนนสายหลักข้างสนามไวท์ฮาร์ทเลน
แฟนบอลสเปอร์สที่เตรียมรอต้อนรับอยู่แล้ว ก็ประสานเสียงโห่ไล่ดังกึกก้องมอบให้แด่ทีมเยือนคู่อริ
มาร์ตินคือผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของอาร์เซนอล แน่นอนว่าต้องได้รับการต้อนรับอย่าง 'อบอุ่น' เป็นพิเศษ
มาร์ตินที่กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ไปแล้ว คุ้นเคยกับบรรยากาศแบบนี้เป็นอย่างดี เขาไม่ได้ตกใจอะไร แค่เปลี่ยนความหงุดหงิดใจจากแฟนบอล ไปลงที่ทีมรักของพวกเขาแทน
ในเมื่อแฟนบอลสเปอร์สคลั่งไคล้ขนาดนี้ การบุกมาอัดทีมรักของพวกเขาถึงถิ่นไวท์ฮาร์ทเลน ก็สมเหตุสมผลดีใช่ไหมล่ะ?
เสียงโห่ค่อยๆ เบาลงเมื่อรถบัสแล่นเข้าไปจอดในโรงรถที่เชื่อมต่อกับห้องแต่งตัวของทีมเยือน
แต่... มันก็แค่เบาลงนิดหน่อยเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าจะไม่ได้ยินเลย
ตอนที่นักเตะอาร์เซนอลลงไปวอร์มอัพในสนามไวท์ฮาร์ทเลน เสียงโห่และเสียงด่าทอหยาบคายก็พุ่งเข้ามาจากทุกสารทิศ
ความคลั่งไคล้ในเกมนอร์ทลอนดอนดาร์บี้ เริ่มเผยให้เห็นความร้อนแรงแล้ว
สเปอร์สและอาร์เซนอลมีความแค้นฝังลึกกันมานับศตวรรษ ถึงแม้สเปอร์สจะต้องเปิดบ้านรับมือกับแมนฯ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง หลังจบเกมลีกคัพ แต่โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีม ก็ยังคงจัดชุดกึ่งตัวจริงลงสนามในนอร์ทลอนดอนดาร์บี้นัดแรกของฤดูกาล 2015-2016
ผู้รักษาประตู: วอร์ม
กองหลัง: แดนนี่ โรส, แฟร์ตองเก้น, อัลเดอร์ไวเรลด์, ทริปเปียร์
มิดฟิลด์คู่กลาง: ไดเออร์, อีริคเซ่น
แนวรุก: ซนฮึงมิน, อัลลี่, ทาวน์เซนด์
กองหน้า: ฮาร์รี่ เคน
ส่วนอาร์เซนอล มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งนักเตะหลายคน
ผู้รักษาประตู: ออสปิน่า
กองหลัง: กิ๊บส์, แชมเบอร์ส, แมร์เตซัคเกอร์, เดอบูชี่
มิดฟิลด์คู่กลาง: ฟลามินี่, มาร์ติน
แนวรุก: อิโวบี้, กาซอร์ล่า, แชมเบอร์เลน
กองหน้า: ชิรูด์
……
โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีมสเปอร์ส เห็นรายชื่อนักเตะอาร์เซนอลที่ไม่ได้ส่งชุดใหญ่ลงสนาม ก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที
แม่งเอ๊ย!
เขาคิดว่าเวนเกอร์... กำลังดูถูกพวกเขา!
แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นเลย
เมื่อสามวันก่อน อาร์เซนอลเพิ่งจะเล่นเกมเยือนแบบเหลือสิบคนตั้งแต่ครึ่งแรก พละกำลังของนักเตะตัวหลักถูกสูบไปเยอะมาก
ถ้าไม่ได้ความอึดของมาร์ตินที่แข็งแกร่งกว่าพวกที่ไม่ได้ลงสนามซะอีก เวนเกอร์ก็คงจับเขานั่งเป็นตัวสำรองไปแล้ว
อีกอย่าง เวนเกอร์คิดว่าโปเช็ตติโน่คงต้องพะวงกับเกมลีกสุดสัปดาห์ที่ต้องเปิดบ้านรับมือแมนฯ ซิตี้ น่าจะโรเตชันนักเตะหลายตำแหน่ง
ใครจะไปคิดว่า โปเช็ตติโน่ กุนซือหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งเข้ามารับงานคุมสเปอร์สเมื่อซัมเมอร์ปีที่แล้ว จะจัดชุดกึ่งตัวจริงลงสนาม...
แต่เวนเกอร์ก็ไม่ได้กังวลว่าชุดนี้จะบุกมาแพ้สเปอร์สหรอก เพราะ... มาร์ตินกำลังท็อปฟอร์ม
และเขาสามารถใช้ฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม ดึงศักยภาพของเพื่อนร่วมทีมให้ทำผลงานออกมาได้ดีที่สุด
นักเตะกำลังวอร์มอัพอยู่ในสนามไวท์ฮาร์ทเลน แฟนบอลบนอัฒจันทร์ก็สาดแทรชทอล์คใส่กันอย่างเมามันส์ เสียงด่าทอหยาบคายมีให้ได้ยินตลอด
แฟนบอลฮาร์ดคอร์ก็นำแฟนบอลในกลุ่มของตัวเองร้องเพลงเชียร์ทีมรักกันอย่างกระหึ่ม
แฟนบอลสเปอร์สร้องเพลง "Glory Glory Tottenham Hotspur"
แฟนบอลอาร์เซนอลก็ร้องเพลง "Hot Stuff" เป็นหลัก สลับกับ "เพลงแอนตี้สเปอร์ส" และ "เพลงไร้พ่าย 49 นัด"
แต่ทุกครั้งที่แฟนบอลทีมเยือนร้องจบประโยค แฟนบอลเจ้าถิ่นก็จะส่งเสียงโห่กลบกลับมาทันที โดยเฉพาะตอนที่แฟนบอลอาร์เซนอลร้องเพลง "Hot Stuff" และ "เพลงไร้พ่าย 49 นัด" แม้แต่แฟนบอลสเปอร์สที่อยู่หน้าสนามก็ยังร่วมโห่ด้วย
เสียงโห่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งย่านท็อตแน่ม
……
"ปรี๊ด~ ปรี๊ด~~~~"
เกมเริ่มไปได้แค่ 3 นาที แดนนี่ โรส ก็เสียบสกัดแชมเบอร์เลนอย่างรุนแรง แอนโทนี่ เทย์เลอร์ ผู้ตัดสิน เป่านกหวีดทันที แต่นักเตะอาร์เซนอลที่อยู่ใกล้ๆ เห็นเพื่อนโดนเสียบก็ยอมไม่ได้ ปรี่เข้าไปเอาเรื่อง ทำให้แอนโทนี่ เทย์เลอร์ ต้องเป่านกหวีดรัวๆ เพื่อห้ามทัพ
ผู้ช่วยผู้ตัดสินทั้งสองคนก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาที่จุดเกิดเหตุ ช่วยกันแยกนักเตะของทั้งสองทีมที่กำลังอารมณ์ร้อนออกจากกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย
สุดท้าย เหตุการณ์ก็จบลงด้วยการแจกใบเหลืองให้แดนนี่ โรส ที่ทำฟาวล์ และแรมซีย์ที่โวยวายเกินเหตุไปคนละใบ
"wuwuuwuuu——"
แฟนบอลเจ้าถิ่นและทีมเยือนพร้อมใจกันส่งเสียงโห่ใส่แอนโทนี่ เทย์เลอร์ ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
ในมุมมองของพวกเขา นักเตะฝั่งตัวเองไม่ผิด ฝั่งตรงข้ามนั่นแหละที่ผิด
ถ้าจะแจกใบเหลือง ก็ต้องแจกให้ฝั่งตรงข้ามสิ
เพราะงั้น แอนโทนี่ เทย์เลอร์ เลยโดนด่าทั้งขึ้นทั้งล่อง
คนเดียวที่ไม่ได้ว่าอะไรก็คือโค้ชของทั้งสองทีม พวกเขายืนขมวดคิ้วอยู่ตรงเขตเทคนิค
แดนนี่ โรส ที่เสียบแชมเบอร์เลนตั้งแต่ต้นเกม ถึงจะโดนใบเหลืองไป แต่เขาก็กลายเป็นฮีโร่ในใจแฟนบอลสเปอร์สในไวท์ฮาร์ทเลนไปแล้ว
บรรยากาศความคลั่งไคล้ ทำให้แดนนี่ โรส ฮึกเหิมสุดๆ
"aoaoaoaooooo——"
ขนาดตอนทุ่มบอล เขายังโบกไม้โบกมือ ปลุกเร้าให้แฟนบอลส่งเสียงเชียร์ให้ดังขึ้นไปอีก...
แต่หลังจากนั้นไม่นาน แดนนี่ โรส ที่กำลังคึกจัดอยู่ทางฝั่งซ้าย ก็โดนมาร์ตินเสียบสกัดจากด้านข้าง กวาดทั้งบอลทั้งคนล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น ดึงเขากลับสู่โลกความเป็นจริง
แฟนบอลเจ้าถิ่นในไวท์ฮาร์ทเลนเห็นแอนโทนี่ เทย์เลอร์ไม่เป่าฟาวล์ ก็พร้อมใจกันส่งเสียงโห่ดังลั่น เพื่อแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง
ฟุตบอลอังกฤษเน้นการเข้าปะทะอยู่แล้ว การตัดสินจังหวะปะทะเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสินล้วนๆ
ที่สำคัญคือในมุมมองของแอนโทนี่ เทย์เลอร์ มาร์ตินสกัดโดนบอลก่อน แล้วถึงจะไหลไปโดนแดนนี่ โรสตามแรงเฉื่อย แถมเขายังเห็นชัดเจนว่ามาร์ตินพยายามชักขากลับแล้ว ก็เลยไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเป่าฟาวล์
มาร์ตินเอามือยันพื้น ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพื่อร่วมเล่นเกมสวนกลับ
เขารับบอลจากฟลามินี่ เมื่อเจอกับการเข้าบีบแบบหลวมๆ ของอัลลี่ เขาก็ใช้สกิล 'ลากรอเกต้า' หลบไปได้อย่างชิลๆ
เพื่อไม่ให้เสียจังหวะจ่ายบอลที่ดีที่สุด เขาก็วางบอลยาวด้วยเท้าขวาทันที
ลูกฟุตบอลลอยโด่งเฉียงไปทางซ้ายของสนาม แฟนบอลมองเห็นชัดเจนว่า อิโวบี้สับตีนแตกเลาะเส้นข้างฝั่งซ้ายพุ่งทะยานผ่านเส้นกลางสนาม ควบไปเอาลูกเปิดของมาร์ติน
น้ำหนักบอลพอดีเป๊ะ อิโวบี้ที่กำลังสปรินต์ไม่ต้องผ่อนความเร็วลงเลย เขาแตะบอลพร้อมกับกระชากไปข้างหน้าขณะกำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง
เกมนี้ โปเช็ตติโน่เลือกใช้ ทริปเปียร์ ลงเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาแทนที่จะเป็น ไคล์ วอล์คเกอร์ ความเร็วในการวิ่งกลับไปตั้งรับก็เลยช้าลงไปเยอะ ทำให้ อัลเดอร์ไวเรลด์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟฝั่งขวาต้องขยับออกมารองบอลแทน
อิโวบี้ที่รับบอลมาได้ ไม่ได้หวงบอล พอเห็นว่าดึงอัลเดอร์ไวเรลด์ออกมาได้แล้ว เขาก็รีบจ่ายบอลเข้ากลางให้ชิรูด์ทันที
แฟร์ตองเก้นที่กำลังถอยหลังร่นอยู่ กะจะเข้าไปตัดบอล แต่หางตาก็ดันไปเห็นแชมเบอร์เลนสับตีนแตกวิ่งแซงไดเออร์ที่กำลังสับเกียร์หมาตามหลังมา และกำลังจะเข้าใกล้ชิรูด์ที่ลดความเร็วลงแล้ว
แดนนี่ โรส ยังนอนเจ็บเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น ไม่มีเพื่อนร่วมทีมคนไหนมาซัพพอร์ตได้เลย
ถ้าเขาพรวดเข้าไปแย่ง ชิรูด์ก็คงจะจ่ายบอลออกไปทางฮาล์ฟสเปซฝั่งขวา ให้แชมเบอร์เลนที่มีความเร็วแซงทางโค้งวงนอก และกระชากบอลที่ชิรูด์จ่ายมาพุ่งขึ้นหน้าไปได้แน่ๆ
สิ่งที่แฟร์ตองเก้นทำได้ในตอนนี้คือ รักษาระยะห่างไว้ก่อน รอให้อัลเดอร์ไวเรลด์ คู่หูของเขาหุบเข้ามาด้านในหน่อย ถึงตอนนั้นจะไปประกบชิรูด์หรือแชมเบอร์เลนก็ยังมีเวลาตัดสินใจ
แต่ปัญหาคือ ชิรูด์ที่พักบอลได้ดีมาก จะยอมให้แฟร์ตองเก้นได้ทำแบบนั้นเหรอ?
เขาเห็นแฟร์ตองเก้นรักษาระยะห่างไว้ ก็เลยใช้ข้างเท้าด้านในเท้าซ้ายแปบอลที่กำลังกลิ้งมา ส่งต่อไปทางขวาด้านหน้าจากระยะห่างจากประตูประมาณ 35 เมตร
ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างด้านหลังของแฟร์ตองเก้นและไดเออร์ที่กำลังวิ่งลงมาช่วยเกมรับ
เกมเพิ่งเริ่มไปได้ไม่นาน แชมเบอร์เลนยังมีพละกำลังเหลือเฟือ เขาสับตีนแตกแซงไดเออร์จากวงนอก ทิ้งไดเออร์ไว้ข้างหลัง แล้วแตะบอลที่ชิรูด์จ่ายมาตรงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา ทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านขวาทันที
ไดเออร์ที่เพิ่งรู้ตัว จะดึงก็ดึงไม่ทันแล้ว
โปเช็ตติโน่ที่ยืนอยู่ตรงเขตเทคนิคถึงกับหลับตาปี๋ด้วยความสิ้นหวัง
แม้แชมเบอร์เลนจะไม่ได้เก่งกาจอะไรมาก แต่... ในระดับพรีเมียร์ลีก ก็ถือว่าอันตรายอยู่
แถมจังหวะการแตะบอลของแชมเบอร์เลนก็ยอดเยี่ยมมาก ก้าวข้ามเส้นกรอบเขตโทษไปแค่สองก้าว เขาก็เหลือบมองวอร์ม ผู้รักษาประตูที่กำลังจะวิ่งออกมาปิดมุม
"wuwuwuuuuu——"
แฟนบอลสเปอร์สส่งเสียงโห่กดดันดังลั่นไวท์ฮาร์ทเลน
แชมเบอร์เลนไม่หวั่นไหวกับเสียงโห่ เขาตามไปถึงบอล ก้าวเท้าสุดท้ายไปวางไว้ตรงมุมซ้ายด้านหน้าของลูกฟุตบอล แล้วใช้ข้างเท้าด้านในเท้าขวาแปบอลเรียดๆ ส่งลูกฟุตบอลพุ่งเลียดพื้นไปที่มุมซ้ายล่างของประตู
วอร์มพุ่งตัวล้มลงไปช้าไปครึ่งจังหวะ ลูกฟุตบอลที่พุ่งเลียดพื้นพุ่งลอดใต้รักแร้ของเขาที่ล้มไปทางขวา กระแทกเสาในฝั่งซ้ายเข้าประตูไป...
นาทีที่ 5 ของการแข่งขัน อาร์เซนอล ทีมเยือน ได้ประตูเบิกร่องจากการสวนกลับเร็วที่มีประสิทธิภาพสุดๆ ถือเป็นการออกสตาร์ตในฝันเลยทีเดียว!
(จบแล้ว)