เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 310 - ไม้ท้อขจัดมารระดับจินตัน

บทที่ 310 - ไม้ท้อขจัดมารระดับจินตัน

บทที่ 310 - ไม้ท้อขจัดมารระดับจินตัน


บทที่ 310 - ไม้ท้อขจัดมารระดับจินตัน

เนิ่นนานผ่านไป เมฆทัณฑ์สวรรค์ก็สลายตัว

ผู้บำเพ็ญเพียรนับพันที่เฝ้าดูการข้ามเคราะห์กรรมอยู่ไกลๆ ต่างลังเลอยู่พักใหญ่ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอีก เมื่อเห็นว่าไม่มีนิมิตใดๆ ปรากฏขึ้นแล้ว ถึงได้ค่อยๆ บินเข้ามาทางเกาะร้างเล็กๆ อย่างระแวดระวัง

ไม่นาน พวกเขาก็บินมาถึงระยะห่างจากเกาะร้างเล็กๆ กว่าสิบลี้ และพอมองเห็นสถานการณ์บนเกาะลางๆ

"เร็ว ดูยอดเขาบนเกาะร้างนั่นสิ ทำไมจู่ๆ ถึงมีต้นท้อวิญญาณขนาดยักษ์โผล่มาได้? ดูจากขนาดแล้ว น่าจะสูงหลายสิบจั้ง ระดับต้องสูงมากแน่ๆ!"

"นั่นสิ แปลกจัง! หลายปีก่อนข้าเคยมาล่าสัตว์อสูรทะเลที่เกาะร้างนี่ ไม่เห็นจะมีต้นไม้วิญญาณสักต้นเลย! ต้นท้อวิญญาณต้นนี้มันโผล่มาจากไหนกัน?"

"ต้นท้อวิญญาณไม่มีจิตสำนึก ไม่มีทางวิ่งมาบนเกาะเองได้หรอก! ต้องมีภูตต้นท้อพาต้นท้อวิญญาณหนีมาที่เกาะนี้แน่ๆ หรือว่าเมื่อกี้จะมีภูตต้นท้อระดับจินตันถือกำเนิดขึ้น และกำลังข้ามทัณฑ์อัสนีอยู่?"

"สวรรค์เอ๊ย กิ่งท้อที่ผ่านการชำระล้างด้วยเพลิงอัสนีสวรรค์ เรียกว่า 'กิ่งท้อขจัดมารระดับจินตัน' นี่มันสุดยอดของวิเศษธาตุไม้สำหรับทำอุปกรณ์เวทปราบมารไล่ผีเลยนะ! เร็ว รีบไปแย่งกิ่งท้อขจัดมารกันเถอะ"

เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานคาดเดากันไปต่างๆ นานา ก่อนจะเผยสีหน้าตกตะลึงระคนดีใจสุดขีด

เดิมทีพวกเขาคิดว่าเป็นผู้อาวุโสระดับจินตันมาข้ามเคราะห์กรรมบนเกาะร้างเสียอีก

ไม่คิดเลยว่าจะเป็นต้นไม้วิญญาณระดับจินตันถือกำเนิดขึ้น และมาข้ามเคราะห์กรรมบนเกาะแห่งนี้

นี่มันของวิเศษระดับจินตันเชียวนะ!

ต้นท้อวิญญาณระดับเลี่ยนชี่ขั้นที่หนึ่ง หรือสร้างรากฐานขั้นที่สองทั่วไป แทบจะไม่มีสรรพคุณขจัดมารเลย

นั่นเพราะพวกมันไม่เคยผ่านการชำระล้างด้วยอัสนีสวรรค์

มีเพียงต้นท้อวิญญาณที่ก้าวเข้าสู่ระดับจินตัน ผ่านการชำระล้างด้วยเพลิงอัสนีสวรรค์อันรุนแรง ถูกเผาไหม้ไปทั้งต้น แล้วรอดชีวิตมาได้เท่านั้น ถึงจะมีกลิ่นอายอัสนีสวรรค์แฝงอยู่ในเนื้อไม้ และมีสรรพคุณขจัดมารอันทรงพลัง

ยิ่งไปกว่านั้น ต้นท้อวิญญาณที่ผ่านเพลิงอัสนีสวรรค์มา ยังมีสรรพคุณขจัดมารที่ทรงพลังเหนือกว่าไม้วิญญาณชนิดอื่นๆ ทั้งหมด สามารถสยบมาร ทำลายอาถรรพ์ ขจัดสิ่งชั่วร้าย ขับไล่ภูตผี ทำลายมนต์ดำ ฯลฯ

อุปกรณ์เวทที่ทำจากไม้วิญญาณต้นท้อเหล่านี้ มีประสิทธิภาพเหนือกว่าอุปกรณ์เวทชนิดอื่นอย่างเทียบไม่ติด

ด้วยเหตุนี้เอง ข่าวลือเรื่องสรรพคุณอันทรงพลังของต้นท้อวิญญาณระดับจินตัน จึงแพร่หลายไปถึงโลกมนุษย์ ขนาดพวกนักต้มตุ๋นในโลกมนุษย์ ยังรู้จักใช้ไม้ท้อธรรมดามาทำกระบี่ขจัดมารเลย แม้ว่าไม้ท้อธรรมดาจะไม่มีสรรพคุณแบบนั้นก็ตาม

เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรย่อมรู้ซึ้งถึงข้อดีของกระบี่ท้อขจัดมารดียิ่งกว่า

หากมีกระบี่เวทขจัดมารที่ทำจากไม้วิญญาณต้นท้อระดับสามอยู่ในมือ ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายภูตผีระดับจินตัน ก็ยังต้องหวาดกลัวจนหัวหด และล่าถอยไปไกล

นี่คือสุดยอดของวิเศษแห่งฟ้าดินสำหรับหลอมอุปกรณ์เวทขจัดมาร ใครแย่งได้ก็เป็นของคนนั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ภูตต้นท้อที่เพิ่งจะข้ามเคราะห์กรรมเสร็จ ย่อมต้องอ่อนแอและบอบช้ำที่สุดจากการถูกทัณฑ์อัสนีเก้าสายฟาดใส่

ไม่แน่อาจจะจับภูตต้นท้อระดับจินตันเป็นๆ ได้สักตัว ซึ่งมูลค่าของมันนั้นมหาศาลจนไม่อาจจินตนาการได้ หากนำไปขายให้ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตัน คงได้รวยเละในข้ามคืน ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการฝึกฝนไปตลอดชีวิตเลย

เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานต่างพากันแห่ไปที่เกาะร้างเล็กๆ อย่างคึกคัก

มีคนอยู่!

แต่พอไปถึงเกาะ ผู้บำเพ็ญเพียรต่างก็ตกใจ พากันหยุดชะงักอยู่ห่างออกไปพันจั้ง ไม่กล้าก้าวเข้าไปแม้แต่ก้าวเดียว

ก็เห็นว่า บนยอดเขาของเกาะร้าง มีต้นท้อขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ ลำต้นถูกเพลิงอัสนีสวรรค์เผาจนเกรียมดำไปหมด ยังคงมีไฟประปรายและควันคุกรุ่นอยู่

รอบๆ บริเวณมีลาวาร้อนระอุที่เกิดจากเพลิงอัสนีสวรรค์เดือดปุดๆ ดอกท้อวิญญาณและกิ่งท้อร่วงหล่นเกลื่อนกลาด รวมถึงเศษซากอุปกรณ์เวทวิญญาณบางส่วนด้วย

ใต้ต้นท้อ มีก้อนหินเพียงก้อนเดียวที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ บนหินก้อนนั้น มีผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันหนุ่มคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ หลับตาลงอย่างสงบนิ่ง

เขาสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินธรรมดา หน้าตาหล่อเหลา แต่แฝงไปด้วยความเย็นชาและไม่แยแส ข้างกายมีอุปกรณ์เวทวิญญาณทรงพลังสองชิ้นลอยอยู่ แผ่กลิ่นอายอันน่าเกรงขามของผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันออกมา ดูแล้วไม่ควรเข้าไปตอแยด้วยอย่างยิ่ง

ต้นท้อวิญญาณต้นนี้ มีเจ้าของงั้นรึ?

แถมยังเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันที่แข็งแกร่งอีกด้วย

หรือว่าผู้อาวุโสระดับจินตันท่านนี้จะข้ามเคราะห์กรรมก่อน แล้วต้นท้อวิญญาณนี่ถึงข้ามเคราะห์กรรมตามหลัง? ถึงได้มีเมฆทัณฑ์สวรรค์ปรากฏขึ้นสองครั้งซ้อนอย่างที่หาได้ยากยิ่งเช่นนี้?

เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานต่างพากันงุนงง ไม่มีใครกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม

ต่อให้ผู้อาวุโสระดับจินตันท่านนี้เพิ่งจะข้ามทัณฑ์สวรรค์มาหมาดๆ แต่ก็ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะไปตอแยได้อยู่ดี

"ขอแสดงความยินดีกับผู้อาวุโส ที่ก้าวเข้าสู่วิถีจินตัน นี่คือเรื่องน่ายินดีอันยิ่งใหญ่ในชีวิต! ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสมีนามจี่ว่ากระไร? พวกผู้น้อยขออวยพรให้ผู้อาวุโส อายุยืนยาวหมื่นปี โชควาสนาเฟื่องฟู อิทธิฤทธิ์ไร้ขอบเขต!"

"พวกผู้น้อยบังเอิญผ่านมาทางนี้ และได้เห็นผู้อาวุโสก่อกำเนิดจินตัน จึงตั้งใจมาแสดงความยินดีกับผู้อาวุโส! ขอรับรางวัลสักเล็กน้อย เป็นกิ่งท้อวิญญาณสักกิ่งได้หรือไม่ขอรับ?"

เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานยังคงรวบรวมความกล้า เข้าไปใกล้ต้นท้อบนเกาะ โค้งคำนับผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มระดับจินตันผู้ลึกลับ เพื่อขอรับรางวัล

ท้ายที่สุด การก้าวเข้าสู่วิถีจินตัน ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอันยิ่งใหญ่ที่ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนใฝ่ฝัน ไม่มีใครมาโกรธเคืองผู้บำเพ็ญเพียรระดับล่างที่มาแสดงความยินดีหรอก

ต่อให้ไม่ให้รางวัล ก็คงไม่โกรธเคืองอะไรพวกเขา

"ในเมื่อพวกท่านได้มาพบเห็นตอนที่ข้าก้าวเข้าสู่ระดับจินตันพอดี ก็ถือว่ามีวาสนาต่อกัน ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานสามารถเลือกเก็บกิ่งท้อขจัดมารบนพื้นได้คนละหนึ่งกิ่ง ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรระดับเลี่ยนชี่ รับศิลาวิญญาณไปคนละสิบก้อน"

ซูเฉินลืมตาขึ้น กวาดสายตามองผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานและเลี่ยนชี่ที่อยู่ด้านล่างเกาะ ก่อนจะพยักหน้าและเอ่ยเสียงเรียบ

ลำต้นหลักของต้นท้อวิญญาณ ซึ่งเป็นไม้ท้อขจัดมารชิ้นใหญ่ แน่นอนว่าเขาต้องเก็บไว้หลอมเป็นกระบี่บินขจัดมารเอง

เขาย่อมรู้ซึ้งถึงสรรพคุณอันมหาศาลของไม้ท้อขจัดมารระดับจินตันเป็นอย่างดี

ซูเฉินชี้มือไปที่กิ่งท้อขจัดมารจำนวนมากที่ถูกทัณฑ์อัสนีฟาดจนแตกหักและไหม้เกรียมบนพื้น มอบเป็นรางวัลแก่เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานที่มาแสดงความยินดี

ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรระดับเลี่ยนชี่ เขาก็โบกมือเรียกศิลาวิญญาณกว่าหมื่นก้อนออกมาจากถุงเก็บของ มอบให้คนละสิบก้อนโดยตรง

"ขอบพระคุณผู้อาวุโสในความเมตตา!"

ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานหลายร้อยคนดีใจเป็นล้นพ้น พากันแย่งเก็บกิ่งท้อที่ถูกไฟไหม้บนพื้น

ยิ่งกิ่งท้อที่ถูกเผาไหม้เกรียมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับอานุภาพจากเพลิงอัสนีสวรรค์มากเท่านั้น สรรพคุณก็ยิ่งดี

แม้กิ่งท้อเล็กๆ จะนำมาหลอมเป็นอุปกรณ์เวทไม่ได้ แต่นำมาเจาะร้อยเป็นสร้อยลูกปัดกิ่งท้อวิญญาณพกติดตัวไว้ได้

นั่นถือเป็นสุดยอดอุปกรณ์เวทป้องกันระดับสามขั้นต่ำเลยทีเดียว มีสรรพคุณในการขจัดมาร ปราบวิญญาณร้าย และทำลายอาถรรพ์ได้ดีเยี่ยม ด้อยกว่ากระบี่ไม้ท้อขจัดมารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ในตลาดเกาะวิญญาณ สร้อยแบบนี้มีราคาอย่างน้อยหลายร้อยศิลาวิญญาณ และใช่ว่ามีเงินแล้วจะหาซื้อได้

ยังมีผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานบางคน เก็บเศษซากอุปกรณ์เวทวิญญาณระดับสามอย่างตราประทับวิหคเพลิงและกระบี่ไม้สีเขียวไป แม้เศษซากเหล่านี้จะไม่มีอานุภาพเทียบเท่าอุปกรณ์เวทวิญญาณที่สมบูรณ์ แต่ก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้าง

ซูเฉินไม่ได้คิดจะนำอุปกรณ์เวทวิญญาณทั้งสองชิ้นนี้ไปหลอมใหม่แต่แรกแล้ว จึงปล่อยให้พวกเขาเก็บเศษซากไปตามสบาย

"ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่เมตตา!"

ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเลี่ยนชี่อีกนับพันคนต่างก็ดีใจไม่แพ้กัน เงินรางวัลสิบหินวิญญาณต่อคน เทียบเท่ากับรายได้จากการทำงานหนักถึงหนึ่งหรือสองเดือนของพวกเขาเลยทีเดียว

ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันหน้าใหม่ที่ใจกว้างปานนี้ หาได้ยากยิ่งนักในแดนบำเพ็ญเพียรแห่งทะเลตะวันออก

เฉาเต๋อเต้าขี่กระบี่บินอยู่ไกลออกไป มองดูผู้บำเพ็ญเพียรนับพันกำลังแสดงความยินดีกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันหน้าใหม่ท่านนั้น

เขาเป็นคนรอบคอบ จึงพาเฉาเต๋อชางผู้เป็นน้องชายและผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานคนอื่นๆ รั้งท้ายกลุ่มผู้บำเพ็ญเพียร เพื่อลอบสังเกตความแข็งแกร่งของผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันหน้าใหม่บนเกาะอย่างละเอียด

ผลจากการสังเกต ทำให้เขาตกใจมาก

ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันในชุดคลุมสีน้ำเงินคนนี้ดูเผินๆ เหมือนจะไม่มีอะไรโดดเด่น แต่อุปกรณ์เวทวิญญาณระดับสามขั้นสูงสองชิ้นอย่างเตาหลอมอสูรและโคมบัวสีเขียวที่อยู่ข้างกายนั้น ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันช่วงต้นจะครอบครองได้เลย มักจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันช่วงปลายเท่านั้นถึงจะมีอุปกรณ์เวทระดับสูงส่งเพียงนี้

บนพื้นยังมีเศษซากอุปกรณ์เวทวิญญาณอีกสองชิ้น

เห็นได้ชัดว่าชายผู้นี้ต้องมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ ฐานะร่ำรวยมหาศาล และการเลือกที่จะข้ามเคราะห์กรรมเพียงลำพัง ก็แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม ถึงได้กล้าทำเช่นนี้

ต้นท้อระดับสามขั้นสูงหนึ่งต้น ภายในต้นท้อซ่อนภูตต้นท้อระดับจินตันไว้อีกหนึ่งตน ภูตต้นท้ออายุอย่างน้อยพันปีขึ้นไป ถึงจะสามารถทะลวงสู่ระดับจินตันได้

นี่ต้องเป็นวิญญาณรับใช้ที่ตระกูลของผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันท่านนี้เลี้ยงไว้แน่ๆ

เจ้านายและวิญญาณรับใช้ก่อกำเนิดจินตันและข้ามทัณฑ์อัสนีพร้อมกัน พลังรบของตัวตนระดับจินตันทั้งสองนี้ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันทั่วไปไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอย่างแน่นอน

เฉาเต๋อเต้าสังเกตการณ์อยู่ค่อนวัน พลางถอนหายใจยาวในใจ

ต้องเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่มีพรสวรรค์สูงส่งปานใด มีผู้หนุนหลังที่แข็งแกร่งขนาดไหน ถึงได้มีขุมกำลังอันมหาศาลปานนี้ในตอนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับจินตัน ไม่รู้ว่าเป็นศิษย์ของตระกูลใดกันหนอ?!

ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันช่วงต้น เฉาเต๋อเต้าย่อมไม่มีทางลดตัวไปขอรับรางวัลร่วมกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานและเลี่ยนชี่อยู่แล้ว

รอจนผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหลายได้รับรางวัลและแยกย้ายกันไปหมดแล้ว

เฉาเต๋อเต้าถึงได้เดินเข้าไป พร้อมกับพาเฉาเต๋อชางผู้เป็นน้องชาย เข้าไปคารวะผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันหน้าใหม่ท่านนี้

หากผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันท่านนี้ฝึกฝนอยู่ในทะเลตะวันออก ก็ย่อมต้องเข้าร่วมกับสมาพันธ์เกาะวิญญาณ และกลายเป็นพันธมิตรกันในวันข้างหน้า

ไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องติดต่อสมาคมกับคนผู้นี้อยู่แล้ว สู้มาเยี่ยมเยียนแสดงความยินดีและผูกมิตรไว้ตั้งแต่ตอนนี้เสียเลย การรู้จักสหายเต๋าเพิ่มขึ้นอีกคน ก็เท่ากับมีเส้นทางเพิ่มขึ้นอีกทาง

ระ... ระดับจินตัน!

เมื่อเฉาเต๋อชางเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยของผู้บำเพ็ญเพียรในชุดคลุมสีน้ำเงินบนเกาะร้างเล็กๆ ร่างของเขาก็สั่นสะท้าน หดหัวด้วยความกลัว และเตรียมจะหันหลังหนี

เขารู้สึกเสียใจจนลำไส้เขียวปัด ตอนแรกก็เห็นซูเฉินทะลวงจากคนธรรมดากลายเป็นระดับสร้างรากฐานในวันเดียว ไม่คิดเลยว่าซูเฉินจะทะลวงสู่ระดับจินตันได้เร็วขนาดนี้ ถ้ารู้ก่อน เขาคงไม่ไปอ้อนวอนขอให้พี่ใหญ่มาตามหาซูเฉินหรอก

"อย่าเสียมารยาท!"

เฉาเต๋อเต้ารู้สึกได้ถึงความผิดปกติ น้องชายต้องเคยมีเรื่องบาดหมางกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันหน้าใหม่ท่านนี้มาก่อนแน่ๆ

เมื่อมีเรื่องบาดหมาง ยิ่งต้องเข้าไปคารวะและหาวิธีคลี่คลาย

เขาหน้าตึง คว้าคอเสื้อเฉาเต๋อชางที่กำลังหางจุกตูด แล้วลากตัวมาอยู่ตรงหน้าซูเฉินบนเกาะร้างเล็กๆ

"ข้าน้อยเฉาเต๋อเต้า เจ้าเกาะฉือชา ขอแสดงความยินดีกับสหายเต๋าที่ก้าวเข้าสู่วิถีจินตัน! ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันในทะเลตะวันออกล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน วันหน้าหากสหายเต๋าเข้าร่วมสมาพันธ์เกาะวิญญาณ พวกเราก็คือพันธมิตรกัน"

เฉาเต๋อเต้าประสานมือคารวะพร้อมรอยยิ้ม

"ข้าน้อยซูเฉิน ขอคารวะสหายเต๋าเฉา!"

ซูเฉินประสานมือตอบอย่างสุภาพ ก่อนจะเหลือบมองเฉาเต๋อชาง แล้วยิ้มบางๆ "เต๋อชางก็อยู่ด้วยรึ ช่างบังเอิญเสียจริง!"

เฉาเต๋อชางไม่มีทางหนีพ้น ทำหน้าบูดบึ้ง โค้งคำนับอย่างนอบน้อมแต่โดยดี "คำนับเถ้าแก่ นี่คือพี่ใหญ่ของข้า เจ้าเกาะระดับจินตัน เฉาเต๋อเต้าขอรับ!"

ตอนนี้ซูเฉินเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตัน ต่อให้เขามีพี่ใหญ่ระดับจินตันคอยหนุนหลัง ก็ไม่กล้ากำเริบเสิบสานอีกแล้ว

เฉาเต๋อชางหันไปทำหน้าขมขื่นใส่เฉาเต๋อเต้า "พี่ใหญ่ ท่านนี้ก็คือเถ้าแก่ซูที่ข้าเคยเล่าให้ฟังไงล่ะ ข้าเซ็นสัญญาขายตัวห้าสิบปีกับเขา แต่ว่า..."

เขาเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ แต่ก่อนหน้านี้ เถ้าแก่ซูท่านนี้ยังไม่ถึงระดับจินตันเลยนี่นา!

เฉาเต๋อเต้ามองใบหน้าที่ตื่นตระหนกของน้องชายแล้วถอนหายใจ น้องชายไม่ได้เรื่องคนนี้ช่างไม่มีตาเอาเสียเลย หาเรื่องใครไม่หา ดันไปหาเรื่องผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตัน

หากอีกฝ่ายเป็นแค่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานขั้นปลาย

เขาคงไม่พูดพร่ำทำเพลง แย่งสัญญาคืนมาให้น้องชายเลย ต่อให้ต้องใช้ระดับจินตันรังแกคนอื่น สร้างชื่อเสียงที่เลวร้าย ก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไร

แต่พอเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตัน เรื่องมันก็ยุ่งยากขึ้นมาทันที

ดูจากที่คนผู้นี้เพิ่งจะก่อกำเนิดจินตัน แต่กลับมีอุปกรณ์เวทระดับสามขั้นสูงถึงสองชิ้นและวิญญาณรับใช้ระดับจินตันอีกหนึ่งตน พลังแข็งแกร่งขนาดนี้ เขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะสู้ชนะ และแย่งสัญญาขายตัวคืนมาได้

ต่อให้เรื่องไปถึงสมาพันธ์เกาะวิญญาณ ซูเฉินมีสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ในมือ สมาพันธ์ก็ไม่มีทางเข้าข้างเขาหรอก

เฉาเต๋อเต้าตัดใจในทันที ตบไหล่เฉาเต๋อชาง แล้วเอ่ยด้วยความผิดหวัง "ช่างเถอะ น้องรอง วันหน้าเจ้าจงตั้งใจทำงานรับใช้ผู้อาวุโสซูให้ดี! ผู้อาวุโสซูท่านนี้มีโชควาสนาไม่ธรรมดา ไม่แน่ว่าอีกห้าสิบปีข้างหน้า เจ้าอาจจะได้ดิบได้ดีก็เป็นได้"

ตอนนี้เขากำลังจัดการเรื่องเกาะฉือชาจนหัวหมุน ปีหน้าต้องจ่ายภาษีก้อนโตให้สมาพันธ์เกาะวิญญาณ ซึ่งก็ยังหาไม่ครบ ไม่อยากมาสร้างศัตรูระดับจินตันเพิ่มขึ้นมาอีกในเวลานี้

มันจะยิ่งทำให้เขาสูญเสียมากขึ้น และยากที่จะรักษาเกาะฉือชาไว้ได้

เขาไม่อยากรู้ด้วยซ้ำว่าเฉาเต๋อชางไปก่อเรื่องพรรค์นี้มาได้อย่างไร แต่ก่อเรื่องเองก็รับกรรมไปเองเถอะ ถือเป็นการสั่งสอนเฉาเต๋อชางไปในตัว

เมื่อเฉาเต๋อชางเห็นว่าพี่ใหญ่ไม่ยอมช่วย ก็ตกใจจนหน้าซีดเผือด รีบกอดขาเฉาเต๋อเต้าแน่น ร้องไห้โฮ "พี่ใหญ่ อย่าทำแบบนี้สิ อย่างน้อยก็ออกหินวิญญาณไถ่ตัวข้าคืนมาเถอะ ข้าไม่อยากเป็นทาสห้าสิบปี!"

เฉาเต๋อเต้ามองน้องชายด้วยสายตาเย็นชา เต็มไปด้วยความจนปัญญา ถอนหายใจ ก่อนจะหันไปประสานมือคารวะซูเฉินอีกครั้ง "สหายเต๋าซู น้องชายข้าช่างไม่รู้ประสา ล่วงเกินท่านไปมาก ข้าขอใช้หินวิญญาณสามหมื่นก้อน ไถ่ตัวเขากลับมา จะได้หรือไม่?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 310 - ไม้ท้อขจัดมารระดับจินตัน

คัดลอกลิงก์แล้ว