เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 300 - วันเดียวสู่จุดสูงสุดของระดับสร้างรากฐาน

บทที่ 300 - วันเดียวสู่จุดสูงสุดของระดับสร้างรากฐาน

บทที่ 300 - วันเดียวสู่จุดสูงสุดของระดับสร้างรากฐาน


บทที่ 300 - วันเดียวสู่จุดสูงสุดของระดับสร้างรากฐาน

ภายในห้องพักอันคับแคบ

เฉาเต๋อชาง หัวหน้าผู้ดูแลใหญ่โจว ผู้คุ้มกันเปา และกลุ่มผู้บำเพ็ญเพียร ต่างจับจ้องไปที่ซูเฉิน รอให้เขาจรดปลายพู่กันเซ็นสัญญาขายตัวอายุห้าสิบปีฉบับนี้

ซูเฉินเพิ่งกินไข่งูเหลือมเพลิงระดับหนึ่งขั้นสูงไปสิบสองฟอง ยังต้องใช้เวลาสักพักในการย่อย ถึงจะสามารถกินอาหารจานหลักมื้อต่อไปได้ ช่วงเวลานี้ถือเป็นเวลาพักผ่อนเล็กๆ น้อยๆ พอดี

เขาหยิบหนังสือสัญญากระดาษหนังอสูรที่หัวหน้าผู้ดูแลใหญ่โจววางไว้บนโต๊ะไม้ขึ้นมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น

บนนั้นเต็มไปด้วยข้อความเงื่อนไขสัญญาอย่างละเอียดยิบ

ต้องยอมรับเลยว่า...

เถ้าแก่เรือเฉาเต๋อชางผู้นี้ มีชั้นเชิงในการทำงานจริงๆ

อย่างน้อยในทางเปิดเผย เขาก็ยื่นข้อเสนอที่ดูดีมีระดับมาจูงใจ ไม่ได้ใช้วิธีหมาหมู่ เอาจำนวนผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานและระดับเลี่ยนชี่มากดดันให้เขาเซ็นสัญญา แต่ไม่ว่าจะเขียนได้สวยหรูแค่ไหน สัญญาขายตัวห้าสิบปีฉบับนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับสัญญาทาสในโลกมนุษย์เลยแม้แต่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น เฉาเต๋อชางยังใจป้ำ เสนอรางวัลใหญ่เป็นยาสร้างรากฐานหนึ่งเม็ดอีกด้วย แม้ว่าในความเป็นจริง ยาสร้างรากฐานเพียงเม็ดเดียวจะไม่ได้รับประกันว่าซูเฉินจะได้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานก็ตาม

ซูเฉินอดนับถือไม่ได้

เถ้าแก่เรือเฉาสมแล้วที่เป็นเจ้าของเหมืองแร่และเป็นพ่อค้าทาสที่มีทาสในครอบครองมากมาย การทำเรื่องพรรค์นี้ช่างถนัดนัก ถึงขนาดเลี้ยงดูผู้บำเพ็ญเพียรราวกับเป็นทาสเลยทีเดียว

หากเซ็นสัญญาฉบับนี้ ก็เท่ากับกระโดดลงหลุมพราง ชาตินี้ทั้งชาติต้องถวายหัวรับใช้เถ้าแก่เรือเฉาผู้นี้ไปตลอด

"สัญญาห้าสิบปี สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรระดับเลี่ยนชี่แล้ว มันคือค่อนชีวิตเลยนะ!"

ซูเฉินวางหนังสือสัญญาหนังอสูรลง พลางยิ้มเยาะ ช่างเป็นสิงโตอ้าปากกว้างเสียจริง ไม่รู้จักเจียมตัวเอาเสียเลย

เฉาเต๋อชางเดาท่าทีของซูเฉินไม่ออก แต่เห็นชัดว่าเขาไม่มีทีท่าจะจรดพู่กันเซ็นสัญญาเลย จึงขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า "น้องชายไม่ยินดีจะเซ็นงั้นรึ? ข้าเฉาเต๋อชางเป็นคนมีเหตุผล ไม่ใช่พวกชอบรังแกใคร ในเมื่อเจ้ากินข้าววิญญาณของข้า จนได้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับเลี่ยนชี่ ก็แค่เอาข้าววิญญาณชามนั้นคืนมาก็พอ"

ข้าววิญญาณตกถึงท้องไปแล้ว จะเอาคืนได้อย่างไร

ไม่ว่าซูเฉินจะมีอะไรอยู่ในมือ เขาก็จะเอาข้าววิญญาณชามนั้นคืนให้ได้ ในเมื่อคืนไม่ได้ ก็ต้องยอมเซ็นสัญญาฉบับนี้แต่โดยดี เพื่อทำงานรับใช้เขาไปห้าสิบปี

"ในเมื่อเจ้าคืนข้าววิญญาณให้ข้าไม่ได้ แล้วยังไม่ยอมเซ็นสัญญาฉบับนี้อีก แบบนี้ก็คงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว พี่เก๋อ รบกวนท่านช่วยจัดการเขาให้ข้าที บังคับให้เขาเซ็นสัญญาฉบับนี้ให้ได้!"

เฉาเต๋อชางก้าวถอยหลัง แล้วหันไปกล่าวเสียงเย็นชากับนักพรตเฒ่าเก๋อที่อยู่ด้านข้าง

เนื่องจากซูเฉินอยู่ในระดับเลี่ยนชี่ขั้นที่สิบสอง เขาจึงไม่อยากลงมือเองให้เสียเกียรติผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐาน แต่บรรดาลูกน้องผู้คุ้มกันระดับเลี่ยนชี่ของเขา ก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนผู้นี้

นักพรตเฒ่าเก๋อได้กินอยู่หลับนอนอย่างสุขสบายบนเรือยักษ์ลำนี้มาเป็นเดือนๆ ก็น่าจะช่วยทำอะไรให้เขาบ้างสิ

แต่นักพรตเฒ่าเก๋อกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ต่อคำพูดของเขาเลย

เฉาเต๋อชางรู้สึกแปลกใจ จึงหันกลับไปมอง และต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าใบหน้าของนักพรตเฒ่าเก๋อซีดเผือด เขากำลังจ้องมองซูเฉินด้วยสีหน้าเหม่อลอย ราวกับกำลังตกใจกลัวสุดขีด

นักพรตเฒ่าเก๋อเสียใจจนไส้แทบขาด รู้อย่างนี้ไม่น่าเข้ามายุ่งเรื่องนี้เลย

ตั้งแต่ก้าวเข้ามา เขาก็จำซูเฉินได้ทันที

ทูตตรวจการระดับสร้างรากฐานแห่งสำนักเซียนเผิงไหล หนึ่งในห้าสำนักใหญ่... ซูเฉิน!

เป็นเขาไปได้ยังไง?

สายตาเย็นชาที่ซูเฉินตวัดมองมาเมื่อครู่ ก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่าซูเฉินเองก็จำเขาได้เช่นกัน

ทำเอานักพรตเฒ่าเก๋อรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ราวกับตกอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง

อุตส่าห์หลบๆ ซ่อนๆ ปิดบังชื่อแซ่มาตั้งหลายปี ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาเจอคนรู้จักเข้าอย่างจัง ทำเอาเบื้องลึกเบื้องหลังที่ปิดบังไว้ถูกเปิดโปงจนหมดเปลือก

เมื่อห้าปีก่อน ซูเฉินก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ถึงได้ตกต่ำกลายเป็นคนธรรมดา แล้วตอนนี้ก็กลับมาอยู่ระดับเลี่ยนชี่ขั้นที่สิบสองอีกครั้ง?!

เรื่องนี้ทำให้นักพรตเฒ่าเก๋อไม่เข้าใจเลยจริงๆ

เขายังจำได้ดีว่า ในเหมืองแร่เงินวิเศษ เขาและสตรีแซ่ฟางได้ร่วมมือกันวางแผนล่าสังหารเว่ยจั๋ว นายน้อยแห่งสำนักเซียนหมื่นอสูร แต่สุดท้ายเว่ยจั๋วกลับเรียกอาวุธระดับจิตวิญญาณธงเรียกผีออกมา และเข้าต่อสู้อย่างดุเดือดกับแมงป่องทองคำ พวกเขาสู้ไม่ได้จึงต้องหนีไป

ก่อนหนีไป เขายังเห็นเว่ยจั๋ว ซูเฉิน และแมงป่องทองคำ กำลังต่อสู้กันอย่างชุลมุน

ต่อมาเว่ยจั๋วก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่พบทั้งคนและศพ ไม่มีใครเห็นกับตาว่าเขาตายยังไง

แต่นักพรตเฒ่าเก๋อสงสัยอย่างมากว่า เรื่องนี้เป็นฝีมือของซูเฉิน เพราะซูเฉินยังมีชีวิตอยู่ แต่เว่ยจั๋วกลับหายตัวไป ถ้าไม่ใช่ฝีมือเขา แล้วจะเป็นฝีมือใครล่ะ?! เพียงแต่เขาไม่ได้เห็นกับตา และไม่มีหลักฐานอะไรเลย พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ

การมาเจอซูเฉินบนเรือลำนี้โดยบังเอิญ ทำให้นักพรตเฒ่าเก๋อตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

ฝีมือของซูเฉินนั้นเหนือกว่าเขามากนัก ยิ่งไปกว่านั้น ซูเฉินยังเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่มีสำนักเซียนเผิงไหลคอยหนุนหลัง ซึ่งเหนือกว่าผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรที่ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเขาไม่รู้กี่เท่า

หากอยู่บนแผ่นดินจงถู่ เขาคงหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิตไปนานแล้ว แต่นี่คือเรือเดินสมุทรขนาดยักษ์ จะหนีขึ้นฟ้าหรือลงดินก็ไม่มีทาง อยู่ห่างไกลจากจงถู่และเกาะวิญญาณมากนัก จะหนีไปไหนก็หนีไม่พ้น

"เอ่อ..."

เหงื่อเย็นผุดพรายเต็มหน้าผากของนักพรตเฒ่าเก๋อ เขากำลังคิดอย่างหนัก ว่าจะเตือนเฉาเต๋อชางดีหรือไม่

เรื่องนี้ปล่อยผ่านไปเถอะ อย่าไปหาเรื่องศิษย์สำนักเซียนเผิงไหลเลย ไม่ว่าเขาจะอยู่ระดับเลี่ยนชี่หรือระดับสร้างรากฐาน เขาก็คือผู้บำเพ็ญเพียรที่มีแบ็คอัพหนุนหลังอยู่ดี จะได้ไม่ต้องแกว่งเท้าหาเสี้ยน

หากเรื่องนี้บานปลายจนผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตันของสำนักเซียนเผิงไหลต้องเข้ามาแทรกแซง ต่อให้เฉาเต๋อชางจะมีพี่ชายระดับจินตันคอยหนุนหลัง ก็คงต้องรับกรรมที่ก่อไว้อยู่ดี

"พี่เก๋อ หน้าตาซีดเซียวแบบนี้เป็นอะไรไป? หรือว่าแผลเก่ากำเริบ?"

เฉาเต๋อชางรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

เขาเคยได้ยินนักพรตเฒ่าเก๋อเล่าว่า เมื่อห้าหกปีก่อนเคยได้รับบาดเจ็บสาหัส และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หายดี สงสัยอาการบาดเจ็บคงจะกำเริบขึ้นมาล่ะมั้ง

"เรื่องในวันนี้ เป็นเพียงความเข้าใจผิดกันเท่านั้น ข้าว่าปล่อยผ่านไปเถอะ ผู้น้อยขอใช้หน้าแก่ๆ นี้ เป็นกาวใจช่วยไกล่เกลี่ยให้พวกท่านทั้งสองก็แล้วกัน ถือซะว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น!"

นักพรตเฒ่าเก๋อรู้สึกหวาดกลัวจับใจ เขากลัวว่าเฉาเต๋อชางจะไปยั่วโมโหซูเฉินเข้า จึงรีบประสานมือคารวะ และกล่าวกับซูเฉิน

คำพูดนี้ เขาไม่ได้พูดกับเฉาเต๋อชาง แต่พูดกับซูเฉินต่างหาก

คนจริงอย่างซูเฉิน เขาไม่กล้าไปตอแยด้วยหรอก

ขนาดนายน้อยสำนักเซียนหมื่นอสูรอย่างเว่ยจั๋วยังถูกฆ่าตาย แล้วผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรระดับสร้างรากฐานต๊อกต๋อยอย่างเขา จะไปกล้าแหยมได้ยังไง ยิ่งไปกว่านั้น เถ้าแก่เรือเฉาก็เป็นแค่เจ้าของเหมืองแร่ที่มีอิทธิพลเล็กน้อยบนเกาะวิญญาณในทะเลตะวันออกเท่านั้น อำนาจแค่นี้จะไปทำอะไรได้

"อะไรนะ? ปล่อยผ่านงั้นรึ?"

เฉาเต๋อชางได้ยินเช่นนั้น ก็แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

คำพูดของนักพรตเฒ่าเก๋อหมายความว่ายังไง?

เขาอุตส่าห์เลี้ยงดูปูเสื่อนักพรตเฒ่าเก๋อมาเป็นเดือนๆ ให้กินอยู่หลับนอนอย่างสุขสบาย ก็ถือว่าดูแลเป็นอย่างดีแล้ว พอเจอเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ กลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมลงมือ ไม่ยอมเข้าข้างเขา หนำซ้ำยังมาบอกให้เขาปล่อยเรื่องนี้ไปอีก

เป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐาน แต่กลับมาบอกให้เขาไปคืนดีกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับเลี่ยนชี่เนี่ยนะ ไม่อยากจะเชื่อเลย

ไม่ใช่แค่เฉาเต๋อชางที่ตกใจ ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มสาวแซ่เหยาและแซ่เวิงก็มีสีหน้าไม่เข้าใจเช่นกัน การที่นักพรตเฒ่าเก๋อขอเป็นกาวใจให้แบบนี้ ดูเหมือนจะเป็นการทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปหน่อย จำเป็นต้องไปคืนดีกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับเลี่ยนชี่ด้วยหรือ?

"น้องซูท่านนี้ ผู้น้อยเคยรู้จักมักจี่กันมาก่อน... เป็นคนคุ้นเคยกันน่ะ ก่อนหน้านี้เขา..."

นักพรตเฒ่าเก๋อยิ้มเจื่อนๆ

"คนรู้จักก็ไม่ได้!"

เฉาเต๋อชางพูดตัดบทอย่างเด็ดขาด

ซูเฉินกวาดสายตามองผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนด้วยสายตาเย็นชา ขี้เกียจจะไปสนใจการโต้เถียงระหว่างเฉาเต๋อชางและนักพรตเฒ่าเก๋ออีก

เขาลูบท้องเบาๆ

ไข่งูอสูรทั้งสิบสองฟองเพิ่งจะถูกกินไปได้ไม่นาน ยังย่อยไม่หมดเลย

อันที่จริงน่าจะให้เวลาดูดซับอีกสักหนึ่งชั่วยาม เพื่อดูดซับพลังปราณทั้งหมดให้หมดจด ไม่แน่เขาอาจจะทะลวงจากระดับเลี่ยนชี่ขั้นที่สิบสอง เข้าสู่ระดับสร้างรากฐานได้เองโดยอัตโนมัติ

แต่ดูจากสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว เรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ แน่

ทางที่ดีควรรีบฟื้นฟูพลังให้กลับมาเต็มร้อยให้เร็วที่สุดจะดีกว่า

เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูเฉินจึงหยิบน้ำเต้าไม้ใบเล็กๆ ออกมาวางบนโต๊ะไม้

ภายในน้ำเต้าไม้มีธงเรียกผีอยู่

จวงลวี่อี่ ผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตัน กำลังปิดด่านบำเพ็ญเพียรอยู่ในธงเรียกผี เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการต่อสู้กับเฒ่าประหลาดชุดเขียวก่อนหน้านี้

ตราบใดที่ไม่มีใครมาหาเรื่องเขา เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะใช้มัน อย่างไรเสีย เรือยักษ์ลำนี้ก็เล็กเกินไป เขากลัวว่าถ้าปล่อยจวงลวี่อี่ออกมา คนบนเรือคงจะติดเชื้อไอศพกันหมด และไม่มีใครรอดชีวิตไปได้

จากนั้น ซูเฉินก็หยิบผลไม้วิญญาณลึกลับที่มีกลิ่นหอมหวนชวนดมออกมาจากถุงเก็บของ

พลังปราณจากไข่งูเหลือมเพลิงระดับหนึ่งสิบสองฟอง ทำได้เพียงดันให้ถึงระดับเลี่ยนชี่ขั้นสูงสุดเท่านั้น ไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาฟื้นฟูพลังกลับไปสู่จุดสูงสุดของระดับสร้างรากฐานขั้นที่เก้าได้ ส่วนยาลูกกลอนวิญญาณอื่นๆ ก็ไม่สามารถฟื้นฟูพลังปราณได้อย่างรวดเร็ว

ผลไม้วิญญาณลึกลับผลนี้ต่างหาก ถึงจะเป็นมื้อใหญ่ของจริง

ซูเฉินกลืนเนื้อผลไม้ลงท้องไปในคำเดียว

หลังจากกินเข้าไปแล้ว คาดว่าอีกไม่กี่อึดใจ ก็จะกลับคืนสู่จุดสูงสุดของระดับสร้างรากฐานได้แล้ว

"เอ่อ! เจ้า... เมื่อกี้เจ้ากินอะไรเข้าไป? มะ...ไม่ใช่ของวิเศษชิ้นนั้นใช่ไหม?!"

ทันใดนั้น ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มแซ่เหยาก็เบิกตากว้าง สีหน้าตื่นตระหนก ถามขึ้นด้วยความตกใจ

เขาเป็นศิษย์จากตระกูลใหญ่ในสำนักเซียนเล็กๆ แห่งหนึ่ง จำได้ว่าเคยเห็นของสิ่งนี้ในสำนักเซียน มันดูเหมือนกันเป๊ะเลย

แต่ของสิ่งนี้มันล้ำค่าเกินไป ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตัน ก็ยังไม่มีของแบบนี้เหลือเฟือเลย

ของสิ่งนี้ ไม่มีทางมาอยู่ในมือของผู้บำเพ็ญเพียรระดับเลี่ยนชี่ได้อย่างเด็ดขาด

เขาจึงไม่กล้าฟันธง

"ท่านเคยเห็นงั้นรึ? ถ้าอย่างนั้นท่านก็คงตาไม่ฝาดหรอก มันคือผลไม้วิญญาณลึกลับจริงๆ!"

ซูเฉินยิ้มออกมา

ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มแซ่เหยาเบิกตากว้างแทบถลน เกือบจะกระอักเลือดออกมา น้ำเสียงสั่นเครือ "ผลไม้วิญญาณลึกลับจริงๆ งั้นรึ? ผลไม้วิญญาณลึกลับที่ใช้ในการสร้างจินตันเนี่ยนะ? เจ้ารู้ไหมว่ามันเอาไว้ทำอะไร? เอาไว้สร้างจินตันไงเล่า! เจ้าเป็นแค่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับเลี่ยนชี่ขั้นที่สิบสอง จะเอาผลไม้วิญญาณลึกลับไปกินทำไม?!"

"ของชิ้นนี้ คือผลไม้วิญญาณลึกลับในตำนานจริงๆ หรือ?"

"เจ้าไปเอาของวิเศษระดับนี้มาจากไหน?"

เมื่อนักพรตเฒ่าเก๋อ ผู้บำเพ็ญเพียรแซ่เวิง และเฉาเต๋อชางได้ยินเช่นนั้น ขาทั้งสองข้างก็สั่นเทาด้วยความตกใจ

เฉาเต๋อชางรู้สึกหวาดกลัวและใจสั่นขึ้นมาทันที

ต้องรู้ก่อนนะว่า ผลไม้วิญญาณลึกลับ เป็นสมบัติล้ำค่าที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานทุกคนใฝ่ฝันถึงมาตลอดชีวิต

เพื่อของสิ่งนี้ พวกเขายอมทำทุกอย่าง แม้กระทั่งยอมแลกด้วยชีวิต เพื่อแย่งชิงมันมาให้ได้

แต่ทว่า ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานที่เคยเห็นของวิเศษชิ้นนี้ช่างมีน้อยนิด อย่าว่าแต่จะได้กินเลย ผู้บำเพ็ญเพียรแซ่เหยาถือว่าโชคดีที่เคยเห็นมาครั้งหนึ่ง จึงจำได้ทันที ส่วนนักพรตเฒ่าเก๋อ ผู้บำเพ็ญเพียรหญิงแซ่เวิง และเฉาเต๋อชาง ไม่เคยเห็นมาก่อน จึงจำไม่ได้

คนผู้นี้มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่?

ไม่เพียงแต่จะมีไข่สัตว์อสูรระดับหนึ่งตั้งสิบกว่าฟอง แต่ยังมีผลไม้วิญญาณลึกลับ ซึ่งเป็นของวิเศษที่ฟ้าดินประทานมาอีกด้วย! หนำซ้ำยังเอามากินเล่นหน้าตาเฉย ตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่แค่ระดับเลี่ยนชี่เนี่ยนะ

ซูเฉินรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้อง ร่างกายสั่นสะท้าน กระแสพลังปราณที่เดือดพล่านจากผลไม้วิญญาณลึกลับ ราวกับพายุหมุน พุ่งทะลวงไปตามเส้นลมปราณในร่างกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง

พลังปราณอันมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่จุดตันเถียนบนราวกับเกลียวคลื่น พุ่งตรงไปยังภูเขาวิญญาณ

ภายในภูเขาวิญญาณ จิตวิญญาณบงกชสีครามดูดซับพลังปราณอย่างรวดเร็ว พลันส่องประกายเจิดจ้า ดอกบัวสีครามดอกหนึ่ง กลีบดอกทั้งเก้าที่เคยเหี่ยวเฉา ค่อยๆ บานออกทีละกลีบ ส่องแสงสว่างไสวเจิดจ้า

ระดับสร้างรากฐานขั้นที่หนึ่ง ขั้นที่สอง... ขั้นที่สาม ขั้นที่สี่!

ขั้นที่ห้า!

ขั้นที่หก!

ขั้นที่เจ็ด!

ขั้นที่แปด!

ขั้นที่เก้า!

พายุพลังปราณอันบ้าคลั่งพัดกระหน่ำอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ สงบลง หลังจากถูกจิตวิญญาณบงกชสีครามดูดซับไปเป็นจำนวนมาก

พลังปราณที่เหลืออยู่ จิตวิญญาณบงกชสีครามไม่สามารถดูดซับได้อีกต่อไป แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะใช้ทะลวงคอขวดระดับจินตันได้ พวกมันจึงทำได้เพียงไหลกลับเข้าสู่เส้นลมปราณในร่างกาย เพื่อบำรุงรักษาร่างกายต่อไป

จิตวิญญาณ กลับคืนสู่จุดสูงสุดของระดับสร้างรากฐานขั้นที่เก้า!

ซูเฉินกำหมัดแน่น "กร๊อบแกร๊บ!" เสียงกระดูกทั่วร่างดังลั่น จากการบำรุงด้วยพลังปราณของผลไม้วิญญาณลึกลับ ร่างกายของเขาได้รับการขัดเกลาอีกครั้ง ทำให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น

ระดับสร้างรากฐานที่คุ้นเคย ความรู้สึกของพลังตบะที่คุ้นเคย ในที่สุดก็กลับมาแล้ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 300 - วันเดียวสู่จุดสูงสุดของระดับสร้างรากฐาน

คัดลอกลิงก์แล้ว