- หน้าแรก
- สุดยอดระบบค่ายทหาร สร้างกองทัพเทพเจ้าถล่มโลก
- บทที่ 1 ความหล่อเป็นเหตุ สวรรค์ถึงกับอิจฉา!
บทที่ 1 ความหล่อเป็นเหตุ สวรรค์ถึงกับอิจฉา!
บทที่ 1 ความหล่อเป็นเหตุ สวรรค์ถึงกับอิจฉา!
โลก, ประเทศฮว๋า, โรงเรียนมัธยมที่หนึ่งแห่งเมืองเซี่ยคง
"การต่อสู้อย่างยากลำบากของบรรพชนนับไม่ถ้วนทำให้โลกของเราก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกของสมรภูมิหมื่นโลกา โลกมากมายต่างยำเกรงและยอมสยบแทบเท้าเรา พวกเขาคือผู้วางรากฐานอันมั่นคงให้แก่ชีวิตที่สวยงามของเราในปัจจุบัน ช่วยปกป้องพวกเราจากการถูกรุกรานและตกเป็นทาสของเผ่าพันธุ์ต่างดาว... บัดนี้ ถึงตาพวกเธอแล้วที่จะต้องก้าวเข้าสู่สมรภูมิ สร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ และกลายเป็นลอร์ดที่เกรียงไกร..."
หลังจากทนฟังการปราศรัยของครูใหญ่มานานกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดเหล่านักเรียนมัธยมปลายชั้นปีสุดท้าย ว่าที่ลอร์ดทั้งหลาย ก็ได้พบกับช่วงเวลาปลุกพรสวรรค์ที่พวกเขารอคอยมาเนิ่นนาน
สมรภูมิหมื่นโลกาเปิดฉากขึ้นแล้ว ผู้ใดก็ตามที่สามารถปลุกพรสวรรค์ได้จะถูกส่งไปยังโรงเรียนเฉพาะทางเพื่อรับการฝึกฝน และเมื่อจบการศึกษา พวกเขาจะก้าวเข้าสู่สมรภูมิเพื่อขับเคี่ยวกับเหล่าผู้แข็งแกร่งจากห้วงมิติและภพภูมินับไม่ถ้วน ทั้งเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์โลกและเพื่อความทะเยอทะยานของตนเอง
เซี่ยชิงคงยืนอยู่ท่ามกลางแถวของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 2 ด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
เขาสงบสติอารมณ์และรับรู้ได้ถึงไข่มุกเรืองแสงสีทองที่ลอยคว้างอยู่ในห้วงความคิด ตลอด 18 ปีนับตั้งแต่เขาทะลุมิติมาเกิดใหม่ที่นี่ ไข่มุกเม็ดนี้ก็อยู่กับเขามาตั้งแต่เกิด นอกจากการเปล่งประกายสีทองที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว มันก็ไม่เคยแสดงความสามารถอื่นใดให้เห็นเลย
สิ่งเดียวที่เขาพอจะตั้งตารอได้ก็คือสมรภูมิหมื่นโลกาในตำนานเท่านั้น
เฉินจิน เพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างหลังตบไหล่เขาเบาๆ "ชิงคง ทำไมหลับตาล่ะ? ตื่นเต้นขนาดนั้นเลยหรือไง?"
เซี่ยชิงคงหันไปมอง "ฉันไม่ได้ตื่นเต้นสักหน่อย แต่นายน่ะสิ มือสั่นเทา ขนาดนี้ยังมีหน้ามาแซวคนอื่นอีกเหรอ?"
ทั้งสองคนเป็นเด็กกำพร้าจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าฉีเตี่ยน และเป็นเพื่อนซี้สามเกลอกับเพื่อนร่วมชั้นอีกคนหนึ่ง เฉินจินกำลังตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงหาเรื่องคุยกับเซี่ยชิงคงเพื่อระบายความกดดัน
"ถ้าฉันปลุกได้พรสวรรค์ระดับต่ำล่ะจะทำยังไง?" สีหน้าของเฉินจินฉายแววกังวล พรสวรรค์นั้นถูกแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมหาศาล ราวกับคำกล่าวที่ว่า 'ความแตกต่างระหว่างคนด้วยกัน ยังห่างชั้นยิ่งกว่าคนกับหมาเสียอีก'
การปลุกพรสวรรค์ระดับสูงได้ ไม่เพียงหมายถึงอนาคตที่สดใส แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือมันช่วยลดโอกาสที่จะถูกคัดออกหรือตายในสมรภูมิหมื่นโลกา ขึ้นชื่อว่า 'สมรภูมิ' ย่อมเป็นสถานที่ที่โหดร้าย หากตายที่นั่นก็คือตายจริงๆ และถึงแม้จะมีไอเทมตัวตายตัวแทน ก็ต้องจ่ายด้วยราคาที่แพงลิ่ว พวกเขาเคยมีรุ่นพี่คนหนึ่งที่เสียชีวิตในสมรภูมิหมื่นโลกาแล้วฟื้นคืนชีพด้วยไอเทม แต่กลับได้รับความเสียหายทางวิญญาณจนกลายเป็นคนปัญญาอ่อน ครูใหญ่ชอบยกเขามาเป็นตัวอย่างเสมอเวลาขึ้นปราศรัย
"ปกติเห็นมั่นใจนักหนาไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึงหงอยไปได้ล่ะ?" เซี่ยชิงคงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เอาป่ะ ฉันมีวิธีแก้เคล็ดมาสอน"
"วิธีอะไรวะ?!" เฉินจินเบิกตากว้างมองเขาด้วยความหวังทันที
"นายก็ภาวนาให้ตัวเองได้พรสวรรค์ขยะๆ สิ ถ้าบังเอิญได้ของดีขึ้นมาก็ถือว่ากำไรล้วนๆ แต่ถ้าได้ของกากจริงๆ ก็ถือว่าสมพรปากไง ไม่เห็นจะขาดทุนตรงไหนเลย"
"ไปไกลๆ เลยไอ้เวร" เฉินจินตบหลังเพื่อนดังป้าบ แต่มันก็ช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลายลงได้บ้าง
ครูใหญ่ได้ติดตั้งอุปกรณ์ปลุกพลังไว้บนโพเดียมเรียบร้อยแล้ว ลักษณะของมันดูคล้ายกับเวทีมวยที่สามารถจุคนขึ้นไปได้ครั้งละ 20 คน โดยจะเริ่มจากห้อง 1 ทยอยขึ้นไปทีละชุด
คนกลุ่มแรกที่ขึ้นไปบนเวทีมีทั้งพวกที่มองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นเต้น และพวกที่เกร็งจนแข็งทื่อเป็นหิน เมื่ออุปกรณ์เริ่มทำงาน แสงสว่างก็สาดส่องออกมาจากแท่นพิธี อาบไล้ร่างของคนทั้ง 20 คนเอาไว้
แสงนั้นกินเวลาประมาณ 5 วินาที เมื่อความสว่างจางหายไป ทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าผิดหวังออกมา
พรสวรรค์ถูกแบ่งออกเป็น 10 ระดับ ได้แก่ ระดับมนุษย์, ระดับยอดเยี่ยม, ระดับหายาก, ระดับเหนือมนุษย์, ระดับราชัน, ระดับจักรพรรดิ, ระดับมหากาพย์, ระดับตำนาน, ระดับเทวะ และระดับนิรันดร์
พรสวรรค์ที่อยู่ต่ำกว่าระดับเหนือมนุษย์จะไม่มีลักษณะพิเศษใดๆ ปรากฏให้เห็นเมื่อทำการปลุกพลัง มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าตนเองได้พรสวรรค์อะไร แต่ตั้งแต่ระดับเหนือมนุษย์เป็นต้นไป จะเกิดปรากฏการณ์ความผิดปกติขึ้นรอบตัวขณะทำการปลุก ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ ปรากฏการณ์นั้นก็จะยิ่งยิ่งใหญ่อลังการมากขึ้นเท่านั้น
นักเรียนทั้ง 20 คนนี้ไม่มีปรากฏการณ์ใดๆ เกิดขึ้นเลย ซึ่งหมายความว่าพวกเขาทั้งหมดปลุกได้พรสวรรค์ระดับต่ำ จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะรู้สึกสิ้นหวัง
แต่นี่ก็เป็นเรื่องปกติ อัตราการเกิดของพรสวรรค์ระดับเหนือมนุษย์นั้นมีเพียง 0.5% เท่านั้น หมายความว่าในจำนวน 200 คนจะมีเพียงคนเดียวที่ปลุกพลังระดับนี้ได้ ในปีก่อนๆ การที่ทั้งห้องมีคนได้พรสวรรค์ระดับเหนือมนุษย์สักคนเดียวก็ถือว่าโชคดีจนต้องจุดธูปฉลองแล้ว
"พวกเธอทุกคนไปหาครูซุนเพื่อทดสอบและลงทะเบียนข้อมูลพรสวรรค์นะ ทางโรงเรียนจะแจกคะแนนแลกเปลี่ยนที่สอดคล้องกับระดับให้ ส่วนนักเรียนชุดที่สอง เชิญขึ้นมาเตรียมตัวได้เลย" โรงเรียนร่วมมือกับกองทัพในการมอบ 'คะแนนแลกเปลี่ยน' ซึ่งสามารถนำไปใช้แลกเปลี่ยนทรัพยากรในสมรภูมิหมื่นโลกาได้ ให้แก่นักเรียนที่กำลังจะเข้าสู่สมรภูมิ ยิ่งมีพรสวรรค์ระดับสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับคะแนนมากขึ้นเท่านั้น
นักเรียน 20 คนในชุดที่สองยังคงไม่มีใครแสดงปรากฏการณ์พิเศษใดๆ เซี่ยชิงคงแอบเห็นหน้าครูประจำชั้นห้อง 1 มืดครึ้มลงอย่างเห็นได้ชัด แน่ล่ะ เรื่องนี้มันส่งผลถึงโบนัสและการเลื่อนตำแหน่งของเขานี่นา
ในที่สุด ปรากฏการณ์ปลุกพลังก็เผยให้เห็นในหมู่นักเรียน 20 คนสุดท้ายของห้อง 1
มันคือดอกคาโนล่าสีทองที่งอกเงยขึ้นมาบนศีรษะของเด็กหนุ่มคนหนึ่งและลู่เอนไปตามสายลม เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปสัมผัสมันด้วยความประหลาดใจ ทันใดนั้น ดอกคาโนล่าก็สลายกลายเป็นกลุ่มควันและพุ่งซึมซับเข้าสู่ร่างกายของเขา
"นั่นน่าจะเป็นพรสวรรค์สายเพาะปลูกแน่เลย" เฉินจินรีบพนมมือหลับตาอธิษฐานทันที "สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองด้วยเถิด ขออย่าให้ลูกช้างได้พรสวรรค์แบบนี้เลย ให้ได้พรสวรรค์สายต่อสู้ระดับหายากยังดีกว่าต้องไปนั่งทำฟาร์ม"
เซี่ยชิงคงสวนกลับ "ไอ้โง่เอ๊ย มีคนตั้งกี่คนที่อยากทำฟาร์มแต่ไม่มีโอกาส? ไม่เคยได้ยินหรือไงว่ากองทัพเดินทัพต้องใช้เสบียงนำหน้าน่ะ?"
พรสวรรค์สายเพาะปลูกมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน แต่ไม่ว่าอย่างไร พรสวรรค์ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ได้ย่อมไม่ใช่ไก่กาแน่นอน มีแต่ไอ้คนสมองกล้ามอย่างเฉินจินนี่แหละที่ไปดูถูกมัน
"ยังไงฉันก็ไม่ขอปลูกผักหรอกน่า" เฉินจินยังคงตั้งหน้าตั้งตาอธิษฐานต่อไป
หลังจากนักเรียนทั้ง 60 คนของห้อง 1 เสร็จสิ้น ก็ถึงคิวของห้อง 2 เซี่ยชิงคงกับเฉินจินเป็นคนตัวสูงจึงต้องยืนอยู่รั้งท้าย และคน 20 คนแรกที่เดินขึ้นไปส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิง
หลังจากแสงสว่างจางลง กลุ่มควันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเด็กสาวร่างเล็กคนหนึ่ง ควันนั้นควบแน่นจนกลายเป็นรูปร่างของมังกรที่พันเลื้อยรอบแขนของเธอ ก่อนจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายไปอย่างรวดเร็ว
"เยี่ยมมาก!" ครูประจำชั้นห้อง 2 อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงเชียร์ออกมา การเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ถือว่าวิเศษสุดๆ อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องมานั่งทำหน้าบูดเหมือนครูประจำชั้นห้อง 1 แล้ว
"นั่นใครน่ะ? ห้องเรามีคนนี้อยู่ด้วยเหรอ?" เฉินจินถามด้วยความสงสัย
เซี่ยชิงคงกรอกตาใส่ "แกนี่ไม่รู้จักแม้กระทั่งเพื่อนห้องเดียวกันเหรอวะ? นั่นมันเจียงเฉิงอวี่ไง ยัยคนที่มาถึงห้องเป็นคนแรกทุกเช้าแถมยังบ้าทำแบบฝึกหัดสุดๆ"
"อ๋อ มิน่าล่ะ" สำหรับเด็กหลังห้องอย่างเฉินจิน แค่มาโรงเรียนไม่สายก็ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว เขาจึงไม่เคยสังเกตเลยว่าใครมาถึงห้องเรียนเป็นคนแรก
เมื่อถึงคิวของชุดที่สอง คราวนี้ก็เกิดปรากฏการณ์ขึ้นอีกครั้ง แถมยังอลังการกว่าสองครั้งก่อนหน้าเสียอีก
แสงศักดิ์สิทธิ์สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า อาบไล้ร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ในเวลาเดียวกัน บทสวดสรรเสริญก็ดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ ทูตสวรรค์ติดปีกปรากฏกายขึ้นจากแสงสว่างนั้น ร่อนลงประทับเบื้องหลังเด็กหนุ่มและสยายปีกโอบอุ้มเขาไว้
ทุกคนในลานกว้างต่างตื่นตะลึงจนเสียอาการ บรรยากาศรอบตัวแตกตื่นฮือฮาขึ้นมาทันที
"พระเจ้าช่วย! ให้ตายเถอะ สุดยอดดดด!"
"นี่มันพรสวรรค์อะไรกันวะเนี่ย?! โคตรเท่เลย!"
"เจ๋งเป้ง! ครูประจำชั้นห้อง 2 เตรียมตัวรับโบนัสก้อนโตได้เลย"
"ทูตสวรรค์! นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นทูตสวรรค์ตัวเป็นๆ หมอนี่ต้องกลายเป็นตัวท็อปแน่ๆ!"
...
ขณะที่ทูตสวรรค์ผสานร่างเข้ากับเด็กหนุ่ม เขาก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นสุดขีด โบกไม้โบกมือไปทางเซี่ยชิงคงและเฉินจินอย่างบ้าคลั่งราวกับลิงที่ควบคุมแขนขา ตัวเองไม่ได้
"เชดเข้ หมอนี่มันร้ายว่ะ" เฉินจินอ้าปากค้าง เซี่ยชิงคงเองก็เบิกตากว้างเช่นกัน
เด็กหนุ่มบนเวทีมีชื่อว่า เซวียอู๋เหลียง สมาชิกคนสุดท้ายในแก๊งสามเกลอของพวกเขา แตกต่างจากเซี่ยชิงคงและเฉินจิน เซวียอู๋เหลียงเป็นพวก 'ทายาทรุ่นสอง' หมายความว่าตระกูลของเขามีผู้แข็งแกร่งระดับแนวหน้าที่สร้างชื่อเสียงในสมรภูมิหมื่นโลกาอยู่หลายคน
ถึงภูมิหลังจะดูยิ่งใหญ่ขนาดนั้น แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาตีตัวออกห่างจากเซี่ยชิงคงเลย ตลอดสามปีในชั้นมัธยมปลาย พวกเขาทั้งสามคนเตะบอลด้วยกัน ปีนกำแพงหนีเรียนด้วยกัน แบ่งหนังสือโป๊กันดู และจับกลุ่มเมาท์เรื่องครูสาวสวยๆ ด้วยกัน พวกเขาเป็นเหมือนนกขนเดียวกันที่เข้าขากันได้อย่างไม่มีเส้นแบ่งกั้น
ดั่งคำคมประจำตัวของเซวียอู๋เหลียงที่ว่า "ตอนที่บ้านยังจน พ่อของฉันทำงานหนักแทบตาย ตอนนี้บ้านเรารวยแล้ว ถ้าฉันยังต้องทำงานหนักอีก พ่อฉันจะเหนื่อยฟรีไปทำไมล่ะ? เพราะงั้นฉันขอใช้ชีวิตเป็นคนไร้ประโยชน์ดีกว่า"
ทว่า 'คนไร้ประโยชน์' คนนี้กลับปลุกพรสวรรค์ระดับสูงส่งได้สำเร็จ ดูจากความอลังการของปรากฏการณ์แล้ว อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นระดับจักรพรรดิ หรือเผลอๆ อาจจะถึงระดับมหากาพย์เลยด้วยซ้ำ
ตลอดเจ็ดสิบปีนับตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งแห่งนี้มา พวกเขาได้ปั้นนักเรียนมานับไม่ถ้วน แต่มีเพียง 3 คนเท่านั้นที่สามารถปลุกพรสวรรค์ระดับมหากาพย์ได้ คำว่า 'หายากดั่งขนฟีนิกซ์และเขาคิเลน' ยังแทบไม่พอที่จะใช้อธิบายความวิเศษของพวกเขา
เหล่าคุณครูเริ่มดึงสติกลับมาได้และต้องออกแรงอย่างหนักเพื่อจัดระเบียบให้นักเรียนเงียบลง แต่ก็ยังมีเสียงกระซิบกระซาบดังแว่วมาให้ได้ยินอยู่ดี
เซี่ยชิงคงและเฉินจินต่างก็ยินดีกับความสำเร็จของเซวียอู๋เหลียง แต่ความดีใจนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความกังวลในเวลาอันรวดเร็ว เพราะตอนนี้ถึงคิวของพวกเขาที่ต้องขึ้นเวทีแล้ว
ระหว่างที่ก้าวขึ้นไปบนเวที ทันใดนั้นเซี่ยชิงคงก็ได้ยินคนพึมพำอยู่ข้างๆ เมื่อหันไปมอง เขาก็พบว่าเฉินจินกำลังก้มหน้าก้มตาอธิษฐานพึมพำว่า "ขอให้ได้พรสวรรค์ขยะ ขอให้ได้พรสวรรค์ขยะ..."
เมื่อลูกบอลแสงสว่างวาบอาบไล้ร่างของทุกคน เซี่ยชิงคงก็สัมผัสได้ถึงกระแสความอบอุ่นที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย พร้อมกันนั้น เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นในหัวของเขา
ปลุกพรสวรรค์สำเร็จ
หยกงามต้านลม (ระดับหายาก) : ได้รับความจงรักภักดีจากวีรสตรีได้ง่ายขึ้น
พรสวรรค์สายสนับสนุนระดับหายาก ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์สุดๆ โดนต้มซะเปื่อยเลยแฮะ
เซี่ยชิงคงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาแอบหวังลึกๆ ว่าในฐานะผู้ข้ามมิติมา เขาอาจจะได้ปลุกพรสวรรค์ระดับเทวะก็เป็นได้ แต่มุกตัวเอกอัจฉริยะดูเหมือนจะล้าสมัยไปนานแล้ว ช่วงนี้เทรนด์ที่กำลังมาแรงคือพล็อตพระเอกสุดรันทด ยิ่งพระเอกมีชีวิตที่น่าสมเพชมากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเท่านั้น
"แต่มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นมั้ง? หรือเป็นเพราะฉันหล่อเกินไป สวรรค์เลยอิจฉางั้นเหรอ?" พรสวรรค์นั้นได้รับอิทธิพลมาจากบุคลิกภาพ สายเลือด ทักษะพิเศษ และปัจจัยอื่นๆ ของแต่ละบุคคลในระดับหนึ่ง นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงมีการก่อตั้งโรงเรียนเพื่อเพาะบ่มลอร์ดที่มีศักยภาพโดยเฉพาะ แต่เซี่ยชิงคงไม่เคยคาดคิดเลยว่า รูปร่างหน้าตาของเขาจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อพรสวรรค์แบบนี้
พรสวรรค์พรรค์นี้คือตัวการชั้นดีที่จะทำให้ตายในสมรภูมิหมื่นโลกาได้ง่ายที่สุด
จังหวะนั้นเอง เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก็ดังมาจากด้านล่างเวที เซี่ยชิงคงหันขวับไปมอง ก็พบเห็นภาพลวงตาของเถาวัลย์กำลังพันธนาการร่างของเฉินจินเอาไว้ ดูคล้ายกับปลาหมึกยักษ์ที่รัดเหยื่อไม่มีผิด
ในขณะเดียวกัน ใบหน้าของเฉินจินก็บิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด
ข่าวดี: พรสวรรค์นี้มีปรากฏการณ์
ข่าวร้าย: มันคือพรสวรรค์สายเพาะปลูก
เขาตบไหล่เฉินจินเบาๆ "มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ อย่างน้อยมันก็เป็นพรสวรรค์ระดับสูงนะ"
"ฉันนี่มัน..." เฉินจินน้ำตาคลอเบ้า "ซวยชิบหาย แล้วนายล่ะได้พรสวรรค์อะไร?"
"หยกงามต้านลม" เซี่ยชิงคงไม่ได้ปิดบัง ทั้งสองเดินลงจากเวทีเพื่อตรงไปยังโต๊ะลงทะเบียนของครูซุน
"ทำไมถึงเป็นพรสวรรค์นี้ล่ะ?" เฉินจินขมวดคิ้ว แม้เขาจะเป็นเด็กหลังห้อง แต่เขาก็รู้ซึ้งดีว่าพรสวรรค์อย่างหยกงามต้านลมนั้นไร้ประโยชน์แค่ไหน
"ตอนนายเข้าสมรภูมิก็ทำตัวเงียบๆ ไว้ก่อนล่ะ รอให้ฉันกับอาเหลียงไปช่วย พวกเราค่อยหาวิธีอัปเกรดพรสวรรค์ของนายทีหลัง ฉันจำได้ว่ามีรุ่นพี่คนหนึ่งจับจักรพรรดินีต่างดาวมาทำเมียได้สำเร็จด้วยพรสวรรค์หยกงามต้านลมขั้นสูง พี่แกโคตรเทพเลยขอบอก"
"เออ" เซี่ยชิงคงไม่ได้เกรงใจอะไรเขา ในขณะเดียวกันเขาก็พยายามสัมผัสถึงไข่มุกในหัวไปด้วย แต่มันก็ยังคงนิ่งสนิท ดูเหมือนว่าการปลุกพรสวรรค์จะไม่มีผลอะไรกับมัน เขาได้แต่สงสัยว่าจะสามารถหาโอกาสกระตุ้นมันได้ไหมเมื่อเข้าไปในสมรภูมิหมื่นโลกาแล้ว
ทั้งสองมาถึงโต๊ะลงทะเบียนและให้ครูประเมินระดับพรสวรรค์ แต่พวกเขาไม่ได้ระบุสายของพรสวรรค์ลงไป โรงเรียนไม่ได้บังคับเรื่องนี้ เพราะในบางครั้งพรสวรรค์ก็อาจเป็นไพ่ตายในการเอาชีวิตรอดได้
เซี่ยชิงคงผู้มีพรสวรรค์ระดับหายาก ได้รับคะแนนแลกเปลี่ยน 1,000 คะแนน หลังจากเข้าสู่สมรภูมิหมื่นโลกา เขาสามารถใช้คะแนนเหล่านี้เพื่อแลกเสบียงที่จำเป็นในร้านค้าได้ ร้านค้าอย่างเป็นทางการของสมรภูมิมีราคาสินค้าที่สูงและจำกัดจำนวนการซื้อ แต่โชคดีที่มันมีสินค้าครบทุกประเภท ซึ่งถือว่ามีประโยชน์มากสำหรับมือใหม่ในช่วงแรก
เฉินจินได้คะแนนเยอะกว่าพอสมควร พรสวรรค์ระดับเหนือมนุษย์ของเขามอบคะแนนแลกเปลี่ยนให้ถึง 10,000 คะแนน
ทันใดนั้นก็มีมือสองข้างโอบรอบคอของพวกเขาจากด้านหลัง "เฮ้!"
เซวียอู๋เหลียงกระโจนเข้ามา "ทำไมจินจื่อถึงทำหน้าอมทุกข์แบบนั้นล่ะ? เล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ เผื่อฉันจะอารมณ์ดีขึ้น!"
"อย่าเรียกฉันว่าจินจื่อนะโว้ย!" เฉินจินกระทุ้งศอกใส่พร้อมกรอกตาบน "ฉันกำลังเศร้าอยู่ อย่ามาขัดอารมณ์ ได้ปะ"
"โธ่เอ๊ย ก็แค่พรสวรรค์สายเพาะปลูกเองน่า แต่นั่นมันก็เก่งมากแล้วนะเว้ย" เซวียอู๋เหลียงรู้ความในใจของเฉินจินเป็นอย่างดี เพราะเขาแอบมองอยู่ด้านล่างตอนที่พวกเขาทำการปลุกพลัง
อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับเซี่ยชิงคง เขาเองก็คิดว่าพรสวรรค์สายเพาะปลูกนั้นทรงพลังมาก 'แนวรบพันล้านลอร์ด' ของโลกมนุษย์ในสมรภูมิหมื่นโลกานั้นล้วนได้รับการสนับสนุนจากลอร์ดสายเพาะปลูกจำนวนนับไม่ถ้วน หากไม่มีพวกเขา กองทัพอันไร้เทียมทานเหล่านั้นจะสามารถต่อสู้ในแนวหน้าได้อย่างอิสระเสรีขนาดนี้เชียวหรือ?
"ถ้ามันเป็นสายเพาะปลูกจริงๆ ก็ดีสิ" เฉินจินถอนหายใจด้วยความหดหู่
"ไม่ใช่เหรอ?" ทั้งเซี่ยชิงคงและเซวียอู๋เหลียงต่างประหลาดใจ ไม่ใช่สายเพาะปลูกงั้นเหรอ? "แล้วพรสวรรค์ของนายคืออะไรล่ะ?"
"จำแลงกายาเถาวัลย์ พรสวรรค์ระดับเหนือมนุษย์ มันทำให้ฉันกลายร่างเป็นเผ่าพันธุ์เหนือมนุษย์ 'มนุษย์เถาวัลย์' ได้" ในที่สุดเฉินจินก็ยอมคายความลับเรื่องพรสวรรค์ของเขาออกมา
"หา?" เซี่ยชิงคงกับเซวียอู๋เหลียงอ้าปากค้าง
พวกเขาคิดแล้วคิดอีกแต่ก็คาดไม่ถึงว่ามันจะเป็นไอ้นี่! มนุษย์เถาวัลย์ที่มีความสามารถในการดูดซับซากศพศัตรูเพื่อการเจริญเติบโต และมีโอกาสสูงที่จะทะลวงขีดจำกัดของเผ่าพันธุ์ได้ มันถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในพรสวรรค์ระดับเหนือมนุษย์ที่ดีที่สุด ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือการแปลงร่างนี้ไม่สามารถย้อนกลับได้ นอกเสียจากว่าจะบรรลุระดับพลังขั้นสูงลิบจนได้รับความสามารถในการจำแลงกายกลับเป็นมนุษย์อีกครั้ง และที่สำคัญ มนุษย์เถาวัลย์เป็นเผ่าพันธุ์พืช ซึ่งมีอวัยวะสืบพันธุ์ที่แตกต่างจากมนุษย์โดยสิ้นเชิง
"ฮ่าๆๆๆ! ฮ่าๆๆๆ!" เซี่ยชิงคงหัวเราะร่วน "นั่นมันพรสวรรค์สายต่อสู้ที่นายใฝ่ฝันไม่ใช่เหรอไง? สมหวังแล้วนี่ สมพรปากแล้ว ฮ่าๆๆๆ"
เซวียอู๋เหลียงก็ลงไปกระทืบเท้าหัวเราะลั่นอย่างกลั้นไม่อยู่ "ถึงมนุษย์พืชจะไม่มีจู๋ แต่พวกเราก็ไม่ตัดหางปล่อยวัดนายหรอกน่าไอ้น้องรัก แน่นอนว่าถ้านายอยากเป็นน้องสาวแทน พวกฉันก็ไม่ติดนะ พรูดดด ฮ่าๆๆๆ—"
เมื่อเห็นทั้งคู่หัวเราะเยาะอย่างไม่ไยดี เฉินจินก็แทบอยากจะเอามีดแทงไอ้เพื่อนเวรสองคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด "พอเลยพวกแก! หัวเราะหาเตี่ยแกเรอะ?!"
"เปล่าๆ" เซี่ยชิงคงพูดพลางนวดแก้มที่ปวดเมื่อยจากการหัวเราะ "นายต้องเชื่อใจพวกเรานะเว้ย เราเป็นพี่น้องกัน ใครจะไปหัวเราะเยาะนายลงล่ะ? เราแค่นึกถึงเรื่องตลกขึ้นมาพอดีน่ะ"
"ใช่ๆ ฮ่าๆๆๆ..." เซวียอู๋เหลียงพยายามผสมโรง แต่ก็ยังกลั้นขำไว้ไม่อยู่
"พวกแกกำลังหัวเราะเยาะฉันชัดๆ ยังไม่หยุดอีก!"
เปรี้ยง!!!!
ขณะที่ทั้งสามกำลังเถียงกันอยู่นั้น จู่ๆ เสียงคำรามลั่นก็ดังกึกก้องมาจากท้องฟ้า มันสั่นสะเทือนไปทั่วทิศจนพวกเขาต้องรีบยกมือขึ้นปิดหูตามสัญชาตญาณ
เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไป ท้องฟ้าก็ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆดำทมึน สายฟ้าแลบแปลบปลาบพร้อมกับเสียงฟ้าร้องคำรามอย่างต่อเนื่อง พายุลมพัดกรรโชกแรงขึ้นทุกขณะ
"พระเจ้าช่วย!" เซวียอู๋เหลียงมองไปที่แท่นปลุกพลัง บนนั้นมีเด็กสาวร่างสูงคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางพายุฝนและสายฟ้าแลบ ลางๆ ว่ามีมงกุฎปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเธอ
"ฟ้าดินแปรปรวน สรรค์สร้างภาพลวงตาให้กลายเป็นความจริง!" เซี่ยชิงคงนึกถึงเกร็ดความรู้ที่ครูเคยหยิบยกมาพูดในชั้นเรียน "นี่มันปรากฏการณ์ที่บ่งบอกถึงการถือกำเนิดของพรสวรรค์ระดับเทวะนี่นา! แม่ร่วง พรสวรรค์ระดับเทวะคนที่สองของโลกมนุษย์เราถือกำเนิดขึ้นแล้วงั้นเหรอ!?"
ลำแสงสว่างวาบกว่าสิบสายพุ่งทะยานจากฟากฟ้า ตรงมาบรรจบกันเหนือลานกว้างของโรงเรียนในพริบตา
พวกเขาคือยอดฝีมือที่ประจำการอยู่ในเมืองเซี่ยคง พวกเขายอมจ่ายค่าตอบแทนอย่างมหาศาลเพื่อกลับมายังโลกมนุษย์ เพียงเพื่อปกป้องพื้นที่แนวหลังอันล้ำค่าแห่งนี้ เนื่องจากกฎเกณฑ์ที่ผลักไสสิ่งแปลกปลอม ทำให้สิ่งมีชีวิตต่างดาวไม่สามารถถือกำเนิดในสมรภูมิหมื่นโลกาได้ โลกมนุษย์จึงเป็นเพียงแหล่งเดียวที่สามารถป้อนบุคลากรที่มีพรสวรรค์เข้าสู่สมรภูมิได้อย่างต่อเนื่อง
การปรากฏตัวของคนที่มีพรสวรรค์ระดับเทวะถือเป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญที่สุดของโลกมนุษย์ จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะให้ความสำคัญกับมันมากขนาดนี้
ในที่สุด มงกุฎนั้นก็จับตัวเป็นก้อนแข็ง ร่วงหล่นลงมาสวมบนศีรษะของเด็กสาว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นลวดลายประดับบนหน้าผากของเธอ พายุฝนและเมฆดำบนท้องฟ้าสลายตัวไป เผยให้เห็นรุ้งกินน้ำพาดผ่าน
เหล่ายอดฝีมือไม่ได้พูดพล่ามทำเพลง พวกเขาพาตัวเธอพุ่งทะยานจากไปในทันที โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมในโรงเรียนเลยแม้แต่น้อย
"นั่นหลินฮุ่ยซีจากห้อง 3 ใช่ปะ? เชี่ย โคตรเทพเลยว่ะ" เฉินจินสะกิดเซี่ยชิงคง "เฮ้ย แกเคยชอบยายนั่นไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้คงหมดหวังจะเอื้อมเด็ดดอกฟ้าแล้วว่ะ"
"ชอบน้องสาวแกสิ ชิปมั่วซั่วระวังจะซวยเอานะ!" เซี่ยชิงคงพูดไม่ออก เขาเคยแค่แสดงโชว์ร่วมกับหลินฮุ่ยซีในงานเลี้ยงครั้งหนึ่ง โดยเขาเล่นเปียโนและหลินฮุ่ยซีเป็นคนร้องเพลง ช่วงซ้อมพวกเขาต้องเจอกันบ่อยครั้ง ทำให้ไอ้เบื้อกเฉินจินเริ่มจับคู่จิ้นเขากับหลินฮุ่ยซีอย่างจริงจังแบบไม่ลืมหูลืมตา เรื่องนี้ถึงขนาดทำให้พวกผู้ชายที่ชอบหลินฮุ่ยซีมาหาเรื่องเขาอยู่บ่อยๆ แม้ว่าสุดท้ายแก๊งสามเกลอจะเป็นฝ่ายชนะเสมอ แต่มันก็น่ารำคาญสุดๆ อยู่ดี
ด้วยการปรากฏตัวของพรสวรรค์ระดับเทวะ รัศมีของทุกคนจึงถูกบดบังจนมิด และไม่มีเรื่องน่าตื่นเต้นใดๆ เกิดขึ้นอีกเลยในช่วงพิธีปลุกพลังที่เหลือ ครูใหญ่เรียกตัวนักเรียนที่มีพรสวรรค์ระดับเหนือมนุษย์ขึ้นไปมารวมตัวกันเพื่อกล่าวให้โอวาททิ้งท้ายก่อนจะปล่อยให้ทุกคนแยกย้าย
เมื่อปลุกพรสวรรค์สำเร็จ พวกเขาก็ได้รับตราประทับของสมรภูมิหมื่นโลกามาด้วย พวกเขาจะถูกเทเลพอร์ตเข้าสู่สมรภูมิหมื่นโลกาโดยอัตโนมัติในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งพวกเขาจะใช้เวลานี้กลับบ้านเพื่อกล่าวคำอำลาเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้
เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถพกพาสิ่งของใดๆ ติดตัวไปได้ จึงไม่มีอะไรให้ต้องเตรียมตัวมากนัก ต้องขอบคุณอุปกรณ์ที่เหล่ารุ่นพี่ส่งกลับมาด้วยราคาแสนแพง ที่ทำให้พวกเขามีคะแนนแลกเปลี่ยนตุนไว้บ้าง ซึ่งจะช่วยให้พัฒนาตัวเองได้ดีขึ้นในช่วงเริ่มต้น
เซี่ยชิงคงและเฉินจินเป็นเด็กกำพร้า และชีวิตวัยเด็กในสถานรับเลี้ยงก็ไม่ได้น่าจดจำเท่าไหร่นัก พวกเขาจึงไม่มีใครให้ต้องกล่าวลา เซวียอู๋เหลียงเลยลากคอเพื่อนทั้งสองคนกลับไปที่บ้านตระกูลเซวียโดยตรง หลังจากที่สามพี่น้องกิน ดื่ม และเที่ยวเล่นกันจนหนำใจตลอดทั้งวัน ลำแสงสามสายก็สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า อาบไล้ร่างของพวกเขาทีละคน ในวินาทีถัดมา... ทั้งสามคนก็หายวับไปจากจุดที่เคยยืนอยู่