เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 310 - ทุกคนมาร่วมสนุกกันเถอะ!

บทที่ 310 - ทุกคนมาร่วมสนุกกันเถอะ!

บทที่ 310 - ทุกคนมาร่วมสนุกกันเถอะ!


บทที่ 310 - ทุกคนมาร่วมสนุกกันเถอะ!

สุริยันเบิกฟ้า จันทราคล้อยต่ำ

บนดาวโบราณอิ๋งฮั่ว เก้ามังกรลากโลงศพได้ออกเดินทางอีกครั้ง

ข้ามผ่านระยะทางนับสิบหรือร้อยปีแสง มุ่งสู่ดินแดนอันลี้ลับ

ส่วนบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน อิงเจิ้งและคนอื่นๆ อีกสี่คนกำลังจัดงานเลี้ยงเนื้อจระเข้

ในเกสต์เฮาส์ของเมือง X อิงเจิ้ง หวงหรง มาร์ค หยางกว่าง และสือฮ่าวทั้งห้าคนนั่งล้อมวงกัน

บนโต๊ะอาหารมีเนื้อจระเข้ย่างส่งกลิ่นหอมฉุย ในแก้วมีทั้งสุราเลิศรสและนม

ผู้ใหญ่ดื่มสุรา ส่วนเจ้าตัวเล็กดื่มนม

ไม่มีปัญหา

"ดูเหมือนว่าสถานที่ที่พวกเหล่าจางไป จะต้องเต็มไปด้วยอันตรายและโอกาสอย่างแน่นอน!"

อิงเจิ้งถอนหายใจพลางกินเนื้อจระเข้ที่ถูกแล่จนบางใสราวกับคริสตัล

เพียงแค่กินเข้าไปชิ้นเดียว พลังงานอันเข้มข้นก็ระเบิดออกในปาก จะไม่รู้ถึงระดับขั้นของเนื้อนี้ได้อย่างไร

มีแม่ครัวใหญ่อย่างหวงหรงอยู่ทั้งคน แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางใช้มือหยิบกินตรงๆ หรอก นั่นมันไร้อารยธรรมเกินไป

เพียงแค่มองดูเนื้อจระเข้แต่ละจานบนโต๊ะที่ผ่านการปรุงแต่งรอบสองจากหวงหรง ก็แทบจะเรียกได้ว่าสร้างสรรค์ออกมาเป็นศิลปะเลยทีเดียว

"นั่นสิ จะว่าไปแล้ว พวกเราก็สบายสุดๆ ไปเลย มีคนคอยปรนนิบัติพัดวีตลอด!"

มาร์คพยักหน้าเห็นด้วย

"ไม่รู้เลยว่าคนอื่นๆ ไปอยู่ที่ไหนกันบ้าง จะไปเจอใคร หรือเจอเรื่องอะไรบ้างนะ!"

หวงหรงพูดไปกินไป

"วางใจเถอะ มีจักรพรรดินีหญิงอยู่ทั้งคน ไม่เกิดเรื่องผิดพลาดหรอก!"

อิงเจิ้งพูดขึ้นมาโดยไม่ได้เงยหน้า

"ท่านพูดถูก มีพี่สาวคนโหดอยู่ด้วย ต่อให้พวกเขาอยากจะมีเรื่องก็คงยาก!"

หวงหรงพยักหน้า

"เจ้าตัวเล็ก เจ้ากินเยอะๆ หน่อย ตอนนี้กำลังอยู่ในวัยกำลังโตเลยนะ!"

หวงหรงหันหน้าไปมองสือฮ่าวที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา จึงอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น

"มีอะไรน่ากินนักหนา ข้าไม่ใช่ว่าไม่เคยกินเสียหน่อย!"

สือฮ่าวกลอกตาใส่นาง แต่ความอึดอัดในใจกลับดีขึ้นมาก

เมื่อมาถึงโลกใบนี้ และได้รู้จักกับนิยายออนไลน์เรื่อง 'โลกสมบูรณ์แบบ' เขาก็รู้สึกราวกับได้ของวิเศษมาครอง อ่านจนหลงใหลคลั่งไคล้

กว่าจะอ่านจบได้ ก็ทำเอาเขาซึมเศร้าไปทั้งคน

เขามีหรือจะไม่รู้ ว่าสือฮ่าวในหนังสือก็คือตัวเขานั่นเอง

แม้จะไม่รู้ว่าเรื่องราวนี้มีที่มาอย่างไร และไม่รู้ว่านักเขียนคนนั้นไปฟังมาจากไหน

แต่จากการเทียบเคียงกับเนื้อเรื่องก่อนหน้านี้ เจ้าตัวเล็กก็รู้ดีว่า นั่นคือประสบการณ์ของเขาเอง

เพียงแต่ในหนังสือไม่มีบรรพชนมนุษย์ก็เท่านั้น

แต่ชะตากรรมอันแสนรันทดของเจ้าตัวเล็กในหนังสือนั้น ยิ่งทำให้สือฮ่าวรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ

มิน่าล่ะ บรรพชนมนุษย์ถึงได้ดูแลเขาเป็นพิเศษ ที่แท้ก็เพราะเหตุนี้นี่เอง

"เอาล่ะ เลิกซึมเศร้าได้แล้ว! การที่เจ้าได้พบกับบรรพชนมนุษย์ ชะตากรรมของเจ้าก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว เรื่องราวหลังจากนี้ ใครจะไปพูดได้ชัดเจนล่ะ?"

เมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กอารมณ์ไม่ค่อยดี อิงเจิ้งจึงเอ่ยปากปลอบใจ

"ใช่แล้วเจ้าตัวเล็ก ข้าก็ดูเรื่องหลิงหลงเหมือนกัน แต่ก็ไม่เห็นจะได้รับผลกระทบอะไรเลย เจ้าดูข้าสิ กินอิ่มนอนหลับสบาย จะไปคิดอะไรให้มากความ!"

มาร์คเช็ดปากแล้วพูด

ทุกคนได้รับรู้เรื่องราวของตัวเองผ่านทางความบันเทิงต่างๆ ทั้งอินเทอร์เน็ต ละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และอนิเมะ

ใช่แล้ว ในมุมมองของพวกเขา นั่นก็เป็นเพียงเรื่องราวเรื่องหนึ่งแล้วเรื่องเล่า

บางที ตัวเองในอดีตอาจจะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของเรื่องราว เป็นเพียงตัวละครเล็กๆ ที่ไม่มีความสำคัญอะไร

ชะตากรรมดั้งเดิมอาจจะเป็นเรื่องตลก หรืออาจจะเป็นโศกนาฏกรรม

แต่ทว่า หลังจากเข้าร่วมกลุ่มแชต และได้พบกับบรรพชนมนุษย์ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น

ราวกับว่าพวกตนถูกแยกออกมาจากแม่น้ำสายยาวแห่งกาลเวลาและชะตากรรม ชะตาชีวิตได้เกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

ทุกสิ่งทุกอย่าง ได้เปลี่ยนไปแล้ว

แม้อนาคตจะยากคาดเดา แต่ก็อยู่ในกำมือของตัวเอง ไม่ใช่เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเรื่องราว ที่ปล่อยให้คนอื่นบงการอีกต่อไป

แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาต่างก็ไม่ใช่คนธรรมดา จึงยอมรับได้อย่างรวดเร็ว

ยกเว้นเพียงเจ้าตัวเล็ก ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นแค่เด็กแสบวัยสี่ขวบนี่นา

"จิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ท่านพูดไว้ก่อนหน้านี้ พวกเราในโลกนี้ สามารถทำอะไรได้บ้าง?"

หลังจากกินไปได้พอสมควรแล้ว หยางกว่างก็เช็ดปากและเอ่ยถามขึ้น

"นั่นสิ ก่อนหน้านี้โดนอั่งเปาของเหล่าจางขัดจังหวะไป ตอนนี้ท่านพูดต่อเลย!"

หวงหรงถามพลางเก็บกวาดถ้วยชาม

หากเป็นเวลาปกติ แน่นอนว่าต้องเรียกเจ้าหน้าที่มาเก็บกวาด

แต่ครั้งนี้ของที่กินไม่เหมือนกัน ต้องจัดการอย่างระมัดระวัง หวงหรงจึงลงมือด้วยตัวเอง

"ไม่รีบ ข้าขออัปโหลดเรื่องราวของทุกคนก่อน พวกเราจะได้มาร่วมสนุกกัน!"

อิงเจิ้งจัดระเบียบเสื้อผ้า แล้วพูดอย่างเนิบนาบ

พูดจบ เพียงแค่เขาคิด ข้อมูลทั้งหมดที่ค้นพบในโลกนี้ ก็ถูกอัปโหลดลงในกลุ่มแชต

"การแจ้งเตือน: ปฐมจักรพรรดิต้าฉิน อัปโหลดไฟล์กลุ่ม: <รวมผลงานกิมย้ง (36 เล่ม)>, <เซียนกระบี่พิชิตมาร (1-5)>, <หลิงหลง (1-2)>, <มือปราบพยัคฆ์มังกร>, <ผีกัดอย่ากัดตอบ (ทุกภาค)>, <กระบี่เทพสังหาร (จูเซียน)>, <The Myth (ตำนานทะลุมิติ)>, <มังกรคู่สู้สิบทิศ>, <ฟงอวิ๋น ขี่พายุทะลุฟ้า (1-3)>, <โปเยโปโลเย>, <ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน (1-6)>, <โลกสมบูรณ์แบบ (Perfect World)>, <ไซอิ๋วเดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน>, <คัมภีร์วิถีเซียน (ฝานเหรินซิวเซียน)>, <สัประยุทธ์ทะลุฟ้า (โต้วผ้อชางฉยง)>, <ลูกปลาน้อย เซียวฮื่อยี้>!"

มีสุขร่วมเสพดีกว่าสุขอยู่คนเดียว

แม้ว่าชะตากรรมของทุกคนจะได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงตั้งแต่วินาทีที่เข้าร่วมกลุ่มแชต

แต่การได้ล่วงรู้เรื่องราวดั้งเดิมของตนเอง ก็เป็นเรื่องที่น่าสนุกเช่นกัน

ในเมื่อมีเรื่องดีๆ แบบนี้ จะไม่แบ่งปันได้อย่างไร

ดังนั้น อิงเจิ้งจึงไม่อิดออด อัปโหลดเรื่องราวของทุกคนลงในไฟล์กลุ่มทันที

ยกเว้นบรรพชนมนุษย์และจักรพรรดินีหญิงผู้โหดเหี้ยมแล้ว สมาชิกกลุ่มคนอื่นๆ ล้วนมีเรื่องราวดั้งเดิมกันทั้งนั้น

อีกทั้ง ในโลกนี้ยังสามารถหาอ่านได้ทั้งหมด

แน่นอนว่า พวกอิงเจิ้งไม่ใช่ไม่เคยสงสัยในที่มาของบรรพชนมนุษย์

ท้ายที่สุดแล้ว นิยายออนไลน์ในโลกนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากโลกเดิมของหลี่ลั่วมากนัก

ความแตกต่างเพียงอย่างเดียว อาจจะเป็นการที่ไม่มีนิยายเรื่อง 'เจ้อเทียน' (โลกพลิกฟ้าท้าสวรรค์) ก็เป็นได้

จินตนาการในนิยายออนไลน์ก็เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน

ไม่ว่าจะเป็นการทะลุมิติ เกิดใหม่ แย่งชิงร่าง ระบบ นิ้วทองคำ (สูตรโกง) คุณปู่ในแหวน อะไรพวกนี้ ยังคงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย

ดังนั้น หลังจากซึมซับจินตนาการเหล่านี้ หยางกว่างจึงเคยเสนอความเห็นว่า บางทีในอดีตชาติ บรรพชนมนุษย์อาจจะเป็นคนของโลกนี้มาก่อน

เพียงแต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลใด จึงได้ทะลุมิติไปยังโลกแท้จริงนิรันดร์ และกลายเป็นบรรพชนมนุษย์แห่งโลกหงฮวง

แน่นอนว่า ทันทีที่เขาเสนอความเห็น ก็ถูกอิงเจิ้ง หวงหรง และคนอื่นๆ โต้แย้งทันที

บรรพชนมนุษย์เป็นบุคคลระดับไหน จะเป็นผู้ทะลุมิติได้อย่างไร?

ในนิยายออนไลน์ ผู้ทะลุมิติคนไหนบ้างที่ไม่เห็นแก่ตัว มักมากในกาม และไร้ซึ่งจิตใต้สำนึก...

แต่พอกลับมาดูบรรพชนมนุษย์แล้ว ท่านมีศีลธรรมสูงส่ง จิตใจกว้างขวาง คุณธรรมเลิศล้ำ ไร้เทียมทานในใต้หล้า ใจคอหนักแน่น โปรดสัตว์ช่วยเหลือมวลมนุษย์... (ละไว้หมื่นคำ)

ดังนั้น บรรพชนมนุษย์จะเป็นสิ่งที่เรียกว่าผู้ทะลุมิติได้อย่างไร!

"คิดไม่ถึงเลยว่า ในบรรดาสมาชิกกลุ่มที่เข้ามาใหม่ แม่หนูน้อยที่ดูบอบบางไร้เรี่ยวแรงคนนั้น ในช่วงหลังจะเปลี่ยนเป็นคนชั่วร้ายไปอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นบอสใหญ่จอมวายร้ายที่ก่อกรรมทำเข็ญสารพัด!"

เมื่อมองเห็นการกระทำของอิงเจิ้ง คนอื่นๆ ย่อมเห็นเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการคัดค้านใดๆ

เพียงแต่ เมื่อนึกถึงเนื้อเรื่องในละครโทรทัศน์เรื่อง 'ลูกปลาน้อย เซียวฮื่อยี้' มาร์คก็ส่ายหน้าด้วยสีหน้าที่แทบไม่อยากจะเชื่อ

"ข้ากลับมีความเห็นที่แตกต่างนะ นิสัยของคนเรา ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พบเจอ! อย่างกรณีของแม่นางเจียง แม้จะร้ายกาจ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นหมดหนทางเยียวยา!"

อิงเจิ้งส่ายหน้าและกล่าว

"นั่นสิ ในยุทธภพปลาใหญ่กินปลาเล็ก นางที่เป็นสตรีบอบบาง หากไม่ใจดำอำมหิต ก็ยากที่จะมีชีวิตรอดได้!"

ยุทธภพไม่ได้มีเพียงเรื่องราวรักโรแมนติก หรือตำนานวีรบุรุษช่วยสาวงาม แต่ยังมีกลอุบายที่ชั่วร้ายและแปลกประหลาดอีกด้วย

คนที่ท่องไปในยุทธภพ ไม่มีพวกใสซื่อบริสุทธิ์หรอก ถึงมีก็ตายไปตั้งนานแล้ว

เกี่ยวกับจุดนี้ หวงหรงรู้สึกได้ลึกซึ้งที่สุด

หากไม่ใช่นางฉลาดหลักแหลมมาแต่ไหนแต่ไร แถมยังมีฝีมือไม่ธรรมดา เกรงว่าตอนที่ออกมาจากเกาะดอกท้อครั้งแรก ก็คงถูกจับไปขายในหอนางโลมแล้ว

"ยังมีหานลี่อีกคน คิดไม่ถึงเลยว่าอนาคตของเขาจะประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้! ปรมาจารย์เต๋า เชียวนะ คิดไม่ถึงจริงๆ!"

หยางกว่างพูดแทรกขึ้นมา

ในนิยายออนไลน์เรื่อง 'คัมภีร์วิถีเซียน' จุดจบสุดท้ายของหานลี่ ย่อมเป็นการบรรลุเป็นปรมาจารย์เต๋าผู้หนึ่ง มีชีวิตยืนยาวเป็นอมตะ เป็นอิสระไร้พันธนาการ

สุดท้ายก็พานานกงหว่าน จื่อหลิง และหญิงสาวคนอื่นๆ ไปปลีกวิเวกอยู่ที่ใดที่หนึ่งในแดนเซียนดินดำ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและเป็นอิสระ

"ไม่รู้เหมือนกันว่า ปรมาจารย์เต๋าของเขา หากนำมาเทียบกับบรรพชนมนุษย์แล้วจะเป็นอย่างไร?"

หวงหรงกล่าวด้วยความสงสัย

"จุดนี้ ใครจะไปรู้ล่ะ! แต่ในความเห็นของข้า ยังไงก็ต้องสู้บรรพชนมนุษย์ไม่ได้อย่างแน่นอน!"

อิงเจิ้งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ กล่าว

ในคำอธิบายของนิยาย ขอบเขตปรมาจารย์เต๋า คือตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนั้น ปรมาจารย์เต๋าผู้หนึ่ง ย่อมกุมอำนาจแห่งมหาเต๋าเอาไว้

ทว่า เมื่อดูจากการแสดงออก กลับไม่ได้หลุดพ้นจากแม่น้ำสายยาวแห่งกาลเวลาและชะตากรรม ไม่ได้รวบรวมอดีตและอนาคตเข้าด้วยกันเพื่อบรรลุถึงขอบเขตต้าหลัว

มิเช่นนั้น หานลี่จะมีช่วงเวลาที่อ่อนแอได้อย่างไร?

ในความคิดของอิงเจิ้ง น่าจะอยู่ในระดับเดียวกับความสำเร็จสูงสุดอย่าง 'เซียนตี้' (จักรพรรดิเซียน) ของเจ้าตัวเล็กสือฮ่าว

นั่นก็คือ ครึ่งก้าวต้าหลัว

หรืออาจจะกล่าวได้ว่า เป็นต้าหลัวที่ยังไม่ได้รวบรวมอดีตและอนาคตเข้าด้วยกัน

ในด้านพลังอาจจะไม่ด้อยไปกว่าขอบเขตต้าหลัวของแท้ ก็เป็นได้เพียงเท่านี้

"รู้หน้าไม่อาจรู้ใจ คนเราดูที่หน้าตาไม่ได้จริงๆ! ไอ้หนูนั่นเพิ่งจะสิบสี่เองใช่ไหม ช่างเหลือเชื่อจริงๆ!"

หวงหรงเดาะลิ้นถอนหายใจ

เรื่องราวแต่ละเรื่องย่อมไม่เหมือนกัน ชะตากรรมของแต่ละคนก็แตกต่างกัน

ในกลุ่มแชตทั้งหมด หากรวมบรรพชนมนุษย์ด้วย ก็มีทั้งสิ้นยี่สิบคน

ในชะตากรรมดั้งเดิม มีเพียงสือฮ่าวและหานลี่เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จสูงสุด

ส่วนคนอื่นๆ ล้วนห่างไกลนัก

"ตอนนี้ไม่แน่แล้วล่ะ ทุกคนต่างก็ยืนอยู่บนเส้นสตาร์ทเดียวกัน อนาคตจะประสบความสำเร็จอย่างไร ก็ยังไม่มีใครรู้ได้!"

หยางกว่างส่ายหน้า ในใจไม่ยอมแพ้

"เอาล่ะๆ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว! จิ๋นซีฮ่องเต้ ลองพูดถึงแผนการของท่านมาสิ!"

หวงหรงโบกมือ หันไปมองอิงเจิ้งแล้วถาม

เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ เจ้าหน้าที่ที่คอยเฝ้าระวังอยู่เบื้องหลังก็เริ่มเข้าใจถึงที่มาของคนทั้งห้า

เป็นไปตามที่นิยายออนไลน์เขียนไว้ พวกเขามาจากโลกที่แตกต่างกันจริงๆ และชะตากรรมดั้งเดิมก็ไม่แตกต่างจากในเรื่องมากนัก

แต่จุดเปลี่ยนของโชคชะตา ขึ้นอยู่กับคนเพียงคนเดียว

นั่นก็คือบรรพชนมนุษย์ผู้มีอิทธิฤทธิ์กว้างขวางผู้นั้น ซึ่งก็คือเซียนแท้จริงที่ถ่ายทอดวิถีแห่งการบำเพ็ญเพียรให้กับชาวหัวเซี่ยทั้งดาวเคราะห์สีน้ำเงิน

บรรพชนมนุษย์ผู้นี้ ตามคำบอกเล่าของอิงเจิ้งและคนอื่นๆ คือต้าหลัวจินเซียน (เซียนทองคำต้าหลัว) ผู้หลุดพ้นจากโชคชะตา

เขาท่องไปทั่วพหุภพหมื่นสวรรค์ ช่วยเหลือเผ่าพันธุ์มนุษย์ สนับสนุนเผ่าพันธุ์มนุษย์ และเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของโลกนับไม่ถ้วน

แม้จะไม่รู้ว่าเขามีจุดประสงค์อะไร แต่ผลลัพธ์ก็เป็นที่ประจักษ์ชัด

ท้ายที่สุดแล้ว หากบรรพชนมนุษย์ไม่ถ่ายทอดวิชา โลกของพวกเขาก็คงไม่มีวิถีแห่งการบำเพ็ญเพียรเกิดขึ้น

และในบัดนี้ บรรพชนมนุษย์ผู้นี้ไม่รู้ว่ามีจุดประสงค์อะไร ถึงได้เคลื่อนย้ายคนกลุ่มหนึ่งมายังโลกของตนเอง เพื่อทำภารกิจบางอย่าง

รายละเอียดของภารกิจยังไม่เป็นที่แน่ชัดในขณะนี้

จำเป็นต้องทำการติดต่อเพิ่มเติม

ดังนั้น เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังผู้นี้จึงรายงานผลลัพธ์นี้ขึ้นไป เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณา และตัดสินใจกำหนดแนวทางดำเนินการขั้นต่อไป

ในเกสต์เฮาส์ เมื่อได้ยินคำพูดของหวงหรง อิงเจิ้งก็โบกมือ ค่ายกลผนึกก็ปรากฏขึ้น ห่อหุ้มพวกเขาทั้งหลายเอาไว้

คำพูดก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เขาจงใจพูดให้ทางการของโลกนี้รับรู้ เพื่อหลีกเลี่ยงความบาดหมางระหว่างกัน

แต่ตอนนี้ ไม่สามารถให้พวกเขารู้ได้แล้ว

"กิจกรรมของบรรพชนมนุษย์เพียงแค่บอกให้พวกเราเข้าร่วมศึกชิงเส้นทางจักรพรรดิ พวกเราก็เข้าร่วมแล้ว และมายังโลกนี้แล้ว!"

อิงเจิ้งนั่งลงอีกครั้งพลางหัวเราะร่วน "แต่จุดที่สำคัญที่สุดก็คือ สิ่งที่เรียกว่าศึกชิงเส้นทางจักรพรรดิ มันคืออะไรกันแน่?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวงหรงและคนอื่นๆ อีกสามคนต่างก็มีสีหน้าตื่นตระหนก

นั่นสิ ศึกชิงเส้นทางจักรพรรดิ มันคืออะไรกันแน่?

ในกิจกรรมก็ไม่ได้มีคำอธิบายที่ชัดเจน

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ความเข้าใจของข้าก็คือ ทุกคนต่างคนต่างแสดงฝีมือ จะทำผลงานได้แค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของตัวเอง!"

"ยิ่งไปกว่านั้น ในสายตาของข้า บรรพชนมนุษย์อาจจะไม่ได้สนใจเลยว่าจะได้รับผลงานอะไร แต่สิ่งที่สนใจคือทัศนคติของทุกคน และการแสดงออกในการปฏิบัติกิจกรรมมากกว่า"

ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา แม้อิงเจิ้งจะไม่รู้ว่าขอบเขตต้าหลัวระดับสิบหกมีอิทธิฤทธิ์เช่นไร

แต่ในความคิดของเขา การดลบันดาลให้คนธรรมดากลายเป็นเซียน ก็เป็นเพียงแค่การพลิกฝ่ามือเท่านั้น

ทำไมบรรพชนมนุษย์ถึงไม่เร่งรัดการเจริญเติบโต ยกระดับให้สมาชิกกลุ่มทุกคนมีระดับพลังขอบเขตเซียนไปเลยล่ะ?

จากกิจกรรมเมื่อไม่นานมานี้ อิงเจิ้งคาดเดาว่า บางทีอาจเป็นเพราะระดับจิตใจของสมาชิกกลุ่มยังไม่เพียงพอ

แม้จะไม่รู้ว่าการเร่งรัดจนเกินไปมีข้อเสียอะไร แต่คิดว่าคงไม่ใช่เรื่องดีแน่

มิเช่นนั้น ทุกคนก็คงกลายเป็นเซียนไปนานแล้ว ไหนเลยจะต้องรอจนถึงทุกวันนี้ ยังคงปล่อยเวลาให้สูญเปล่าอยู่ในขั้นคนธรรมดา

เมื่อถึงระดับเดียวกับบรรพชนมนุษย์แล้ว บางทีเขาอาจจะไม่สนใจเลยว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จอะไรในกิจกรรมครั้งนี้

สิ่งที่เขาสนใจ คือการยกระดับจิตใจของทุกคน และกระบวนการในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างหาก

"ที่ท่านพูดมาก็มีเหตุผลนะ อย่างศิษย์สำนักเซียนของข้า ข้าเองก็สนใจที่อุปนิสัยของพวกเขา ส่วนเรื่องระดับพลังจะสูงจะต่ำ ข้าไม่ค่อยสนใจหรอก ข้ามีวิธีมากมายที่จะเพิ่มระดับพลังให้พวกเขา!"

เมื่อได้ยินคำพูดของอิงเจิ้ง หวงหรงก็กระจ่างแจ้งในทันที และเริ่มเข้าใจขึ้นมา

ท้ายที่สุดแล้ว นางก็ปฏิบัติต่อศิษย์ในสำนักของตนเองด้วยทัศนคติเช่นนี้เหมือนกัน

เพียงแต่ ใบไม้บังตา จึงยังไม่ทันได้คิดเท่านั้นเอง

"ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ กิจกรรมครั้งนี้ก็พอจะมีลู่ทางให้จัดการแล้วล่ะ!"

หยางกว่างก็เริ่มเข้าใจขึ้นมา เกิดความสนใจขึ้นมาทันที

"ยอดเยี่ยม สมแล้วที่จิ๋นซีฮ่องเต้คือจักรพรรดิอันดับหนึ่งตลอดกาล สมองแล่นไวดีจริงๆ!"

มาร์คชูหมัดขึ้นอย่างตื่นเต้น

"อ่า ยังไงก็ให้พวกท่านตัดสินใจกันเองก็แล้วกัน!"

เจ้าตัวเล็กดูดนมไปหนึ่งอึก ท่าทางไม่แยแส

แม้นมจะไม่อร่อย แต่ในตอนนี้ก็คงต้องจำทนไปก่อน

ส่วนเรื่องกิจกรรม ข้าก็เป็นแค่เด็ก เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?

"แล้วยังไงล่ะ จิ๋นซีฮ่องเต้ ท่านมีแผนการอะไรกันแน่ อย่ามัวแต่อ้ำอึ้งเป็นผู้หญิงไปหน่อยเลย ชักช้าไม่ทันใจเลยจริงๆ!"

หวงหรงชูหมัดขึ้นอย่างตื่นเต้น บ่นพึมพำด้วยความไม่พอใจ

อิงเจิ้ง: "."

ยัยเด็กนี่ พูดจาเป็นบ้างไหม!

"การให้การศึกษาอบรม!"

อิงเจิ้งส่ายหน้า ท่ามกลางสายตาของทั้งสี่คน เขาค่อยๆ เอื้อนเอ่ยออกมาสองคำ

"การให้การศึกษาอบรม? หมายความว่าไง?"

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา หวงหรงและคนอื่นๆ อีกสามคนต่างก็ไม่เข้าใจ

หยางกว่างพอจะมีไอเดียอยู่บ้าง แต่ก็ขอฟังคำพูดของอิงเจิ้งก่อนแล้วกัน

"ถูกต้อง คือการให้การศึกษาอบรมนั่นแหละ!"

อิงเจิ้งพูดอย่างเนิบช้า "ทำไมบรรพชนมนุษย์ถึงได้กระตือรือร้นที่จะท่องไปในโลกต่างๆ เพื่อชี้แนะเผ่าพันธุ์มนุษย์? ข้าเคยคิดเรื่องนี้มาก่อน บางที มันอาจจะเป็นการให้การศึกษาอบรม!"

"การปกครองเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบ การสอนเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ ประชาชนปรับตัวตามวิถี นี่แหละคือการให้การศึกษาอบรม!"

"หากจะพูดให้ใหญ่โต ก็เป็นเพราะการอบรมสั่งสอนของเหล่านักปราชญ์ในยุคโบราณ เผ่าพันธุ์มนุษย์ของพวกเราจึงมีวันนี้ได้ และยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของหมื่นเผ่าพันธุ์!"

"หากจะพูดให้เล็กลงมา การที่อาจารย์ในชนบทสอนหนังสือให้ความรู้แก่เด็กๆ ก็ถือเป็นการให้การศึกษาอบรมเช่นกัน!"

"เมื่อไปถึงขอบเขตระดับบรรพชนมนุษย์ ย่อมต้องมีความแน่วแน่และปณิธานเป็นของตนเอง! บางที เผ่าพันธุ์มนุษย์อาจจะเป็นความหมายของการยืนหยัดของบรรพชนมนุษย์ก็เป็นได้!"

สติปัญญาของปฐมจักรพรรดิได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในวินาทีนี้

ทันทีที่เขาพูดจบ หวงหรงและคนอื่นๆ ก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด

หลักการนี้ พวกเขากลับไม่เคยคิดถึงมาก่อนเลย

หยางกว่างแม้จะมีความคิดรางๆ แต่ก็ไม่ได้คิดให้ลึกซึ้ง

ในตอนนี้ เมื่อได้ฟังคำพูดของอิงเจิ้ง ก็พลันสว่างวาบขึ้นมาในใจ

"ดังนั้น ความคิดของข้า ก็คือการดำเนินเรื่องการให้การศึกษาอบรมในโลกนี้!"

ท้ายที่สุด อิงเจิ้งก็กล่าวเช่นนี้

"เกรงว่าจะไม่ค่อยได้ผลนะ บรรพชนมนุษย์ถ่ายทอดวิชามาสามปีแล้ว สิ่งที่พวกเราสามารถทำได้ในตอนนี้มีอยู่น้อยนิดเหลือเกิน!"

หวงหรงได้ยินดังนั้น ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ส่ายหน้า

โลกใบนี้ ขอเพียงแค่มีสายเลือดเผ่ามนุษย์หัวเซี่ย ก็สามารถอิงจากภาพถ่ายทอดมรรคาบนท้องฟ้า ทำความเข้าใจวิถีแห่งการบำเพ็ญเพียรได้โดยอัตโนมัติ

ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาสั่งสอนเลยด้วยซ้ำ

ดังนั้น คำพูดของอิงเจิ้ง ในมุมมองของหวงหรง จึงเป็นเพียงการเพ้อฝันเท่านั้น

"ไม่ๆๆ เจ้ายังไม่เข้าใจความหมายของข้า!"

อิงเจิ้งส่ายหน้า "ความหมายของข้า ไม่ใช่ดาวเคราะห์ดวงนี้ แต่หมายถึงทั่วทั้งโลก!"

"บรรพชนมนุษย์ได้สร้างต้นแบบไว้ให้พวกเราแล้ว พวกเราเพียงแค่ทำตามก็พอ!"

เขาชี้ไปที่ภาพถ่ายทอดมรรคาบนท้องฟ้า แล้วกล่าว

"ความหมายของท่าน... คือดาวเคราะห์ดวงอื่นงั้นหรือ?"

หยางกว่างชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วถามขึ้น

ต้องขอบคุณอินเทอร์เน็ตในโลกนี้ ที่ทำให้พวกเขารู้ว่า ความจริงแล้วโลกก็คือดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง

แน่นอนว่า สิ่งนี้ก็ไม่ได้ตายตัวเสมอไป

โลกบางแห่งมีรูปร่างแบนราบและท้องฟ้ากลมกิ๊กมาตั้งแต่เกิด อย่างเช่นโลกต้าฉิน

"ใช่แล้ว! ข้าได้ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ดาวเคราะห์ดวงนี้เมื่อสามปีก่อน ไม่มีการบำเพ็ญเพียรเลย! หลังจากที่บรรพชนมนุษย์ถ่ายทอดวิชา ถึงได้มีการบำเพ็ญเพียรของมวลชน!"

อิงเจิ้งพยักหน้า พลางกล่าวว่า "ข้าเชื่อว่า ในโลกนี้ จะต้องมีดาวเคราะห์อีกมากมายนับไม่ถ้วน และมีดาวเคราะห์ที่มีเผ่าพันธุ์มนุษย์อาศัยอยู่อีกมากมาย"

"ในเมื่อดาวเคราะห์ดวงนี้สามารถบำเพ็ญเพียรกันได้ทุกคน แล้วทำไมดาวเคราะห์ดวงอื่นถึงจะทำไม่ได้ล่ะ?"

"เป็นไปไม่ได้หรอกที่มนุษย์ในทุกดวงดาวจะมีการบำเพ็ญเพียร ดังนั้น ดาวเคราะห์เหล่านั้นจึงเป็นโอกาสของพวกเรา!"

นี่คือข้อสรุปที่อิงเจิ้งได้รับ หลังจากมาเยือนโลกเจ้อเทียนและสังเกตการณ์อยู่ระยะหนึ่ง

ในเมื่อบรรพชนมนุษย์กระตือรือร้นในการถ่ายทอดวิชาและให้การศึกษา แม้จะไม่รู้ว่าทำแบบนี้แล้วจะได้ประโยชน์อะไร

แต่ในความคิดของอิงเจิ้ง ขอเพียงแค่ทำตามแนวทางของบรรพชนมนุษย์ ย่อมไม่มีข้อเสียอย่างแน่นอน

"ช่างเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!"

เมื่อได้ยินคำพูดของอิงเจิ้ง อีกสี่คนที่เหลือต่างก็อ้าปากค้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

"ว่ายังไง ประโยคเดียว ทำหรือไม่ทำ?"

หลังจากบอกความคิดของตัวเองออกไป อิงเจิ้งก็หันไปถามพวกเขาทั้งหลาย

วีรบุรุษผู้หนึ่งต้องมีผู้ช่วยสามคน ลำพังแค่เขาคนเดียว ย่อมไม่สามารถทำสำเร็จได้แน่นอน

และบัดนี้ โชคชะตาได้ชักนำ ให้พวกเขาทั้งห้าคนได้มาตกลงบนดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน

แถมยังมีตัวอย่างการถ่ายทอดวิชาของบรรพชนมนุษย์อยู่ที่นี่อีก นี่มันโอกาสทองที่สวรรค์ประทานให้ชัดๆ

ถึงขั้นที่อิงเจิ้งแอบคิดในใจว่า นี่อาจจะเป็นการบอกใบ้ของบรรพชนมนุษย์ก็ได้นะ?

"ทำ!"

หวงหรง หยางกว่าง มาร์ค และสือฮ่าวทั้งสี่คนสบตากัน ต่างก็มองเห็นความตื่นเต้นในแววตาของอีกฝ่าย พยักหน้ารับคำอย่างพร้อมเพรียงกัน

"ดีมาก มีพวกท่านคอยช่วยเหลือ รางวัลชนะเลิศของกิจกรรมครั้งนี้ ข้าต้องคว้ามาให้ได้!"

เมื่อได้ยินคำตอบของทั้งสี่คน อิงเจิ้งก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ยินดีที่ได้ร่วมงาน!"

ทั้งห้าคนสบตากันแล้วยิ้ม บางที นี่อาจจะเป็นความหมายที่แท้จริงของกิจกรรมครั้งนี้ก็เป็นได้!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 310 - ทุกคนมาร่วมสนุกกันเถอะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว