- หน้าแรก
- ระบบคัดคนจากทุกจักรวาล กับเส้นทางไร้พ่ายของผม
- บทที่ 29 : รากฐานวรยุทธ์มังกร การปลดผนึกของทุกคน
บทที่ 29 : รากฐานวรยุทธ์มังกร การปลดผนึกของทุกคน
บทที่ 29 : รากฐานวรยุทธ์มังกร การปลดผนึกของทุกคน
การต่อสู้เพื่อแย่งชิง แดนลับเงาไหลเวียน สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่ และลู่หรานก็ประสบความสำเร็จในการ ปลดผนึกต้นกำเนิดชีวิต ส่งผลให้ชื่อเสียงของ 《 ตำหนักมังกรยุทธ์ 》 ขจรขจายไปทั่ว และกลายเป็นขุมกำลังที่เหล่าเบื้องบนของอาณาจักรมังกรไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป
หลังจากการประชุมด่วน ผู้บัญชาการสูงสุดเซียวติ่งหยวนได้เรียกตัวเย่ฟานและสมาชิกหลักเข้าพบเป็นการส่วนตัว
"ตามมติของกองบัญชาการสูงสุด" เซียวติ่งหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกแต่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาด "ทรัพยากรทั้งหมดที่ได้รับจากแดนลับเงาไหลเวียน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุหายาก พืชวิญญาณ หรือแกนพลังงานหลักที่ผลิตขึ้นที่นั่น จะถูกจัดสรรให้แก่ 《 ตำหนักมังกรยุทธ์ 》 เพื่อใช้เป็นทรัพยากรสำรองทางยุทธศาสตร์ของพวกเธอเพียงผู้เดียว!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูเหยา ลู่หราน เย่ฉิงเอ๋อร์ และสมาชิกหลักคนอื่นๆ ต่างพากันตกตะลึง
ทรัพยากรทั้งหมดจากแดนลับขนาดกลางเชียวนะ!
นี่คือการลงทุนมหาศาลและความไว้วางใจอันสูงสุดที่ประเทศชาติมีให้พวกเขา!
"ประเทศชาติมอบความไว้วางใจที่หนักอึ้งขนาดนี้ให้แก่พวกเรา มันคือความคาดหวัง และยิ่งไปกว่านั้นมันคือหน้าที่!" เย่ฟานตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขารู้สึกได้ถึงภาระหน้าที่ที่วางอยู่บนบ่า
เปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นปะทุขึ้นในดวงตาของซูเหยาขณะที่เธอก้าวไปข้างหน้า "โปรดวางใจเถอะค่ะท่านผู้บัญชาการ! 《 ตำหนักมังกรยุทธ์ 》 จะไม่ทำให้ประเทศชาติผิดหวัง! ก่อนที่จะเริ่ม การแข่งขันใหญ่ระหว่างเผ่าพันธุ์ พวกเราทุกคนจะทะลวงผ่านสู่ขั้นที่สองและนำเกียรติยศมาสู่มาตุภูมิให้ได้!"
ลู่หรานดันแว่นที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นพลางกล่าวด้วยท่าทางจริงจังผิดปกติ "ไม่ต้องห่วงครับลุงเซียว มีลูกพี่เย่ฟานนำทัพ... แค่กๆ แถมยังมีทรัพยากรเยอะขนาดนี้ ถ้าพวกเรายังทะลวงระดับไม่ได้ล่ะก็ ผม ลู่หราน คนนี้ยอมเปลี่ยนชื่อเลยเอ้า!"
เย่ฉิงเอ๋อร์พยักหน้าหงึกหงักพลางกำหมัดเล็กๆ "ชิงเอ๋อร์ก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยพี่ชายและทุกคนค่ะ!"
เมื่อมองดูด่านหน้าที่เต็มไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นของเยาวชนกลุ่มนี้ เซียวติ่งหยวนก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ เขารู้ดีว่าความรู้สึกรักชาติและเกียรติยศของอาณาจักรมังกรได้ถูกฝังรากลึกอยู่ในใจของเด็กๆ เหล่านี้แล้ว
ในสัปดาห์ต่อมา 《 ตำหนักมังกรยุทธ์ 》 ได้เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการพัฒนาอย่างรวดเร็วและมั่นคง
เมื่อไม่มีศัตรูภายนอกหรือภารกิจด่วนเข้ามารบกวน เป้าหมายของทุกคนจึงรวมเป็นหนึ่งเดียว นั่นคือการเพิ่มเลเวล! และทะลวงผ่านสู่ระดับขั้นต่อไป!
ด้วยบัฟ 【 พรสวรรค์แห่งการกรีธาทัพ 】 (ค่าประสบการณ์ +300%) ของเย่ฟานที่เปิดใช้งานอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับการจัดสรรทรัพยากรอย่างเต็มที่จากแดนลับ ทำให้ระดับเลเวลของสมาชิกในตำหนักมังกรยุทธ์พุ่งทะยานราวกับติดจรวด
ในบรรดาอัจฉริยะทั้งสิบคนที่ได้รับการสรรหามา นอกจากซูเหยาและลู่หรานแล้ว อีกเจ็ดคนที่เหลือก็บรรลุเลเวล 15 และเข้าสู่ 《 ระเบียงวรยุทธ์แห่งใจ 》 ได้สำเร็จ พวกเขาทำการปลดผนึกต้นกำเนิดชีวิตและเลื่อนระดับอาชีพ ส่งผลให้ความแข็งแกร่งเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล
ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ สมาชิกที่มีเลเวลสูงสุดใน 《 ตำหนักมังกรยุทธ์ 》 ได้พุ่งไปถึงเลเวล 21 แล้ว!
ทว่าท่ามกลางกระแสการเลเวลอัปที่บ้าคลั่งนี้ กลับมีบุคคลหนึ่งที่แสนพิเศษ—นั่นคือ ลู่เฉิน
เขาเป็นหนึ่งในสิบคนที่เย่ฟานสรรหามา และครอบครองอาชีพที่แปลกประหลาดและหายากอย่าง 《 นักล่ากลืนกิน 》
อาชีพนี้มี "ข้อบกพร่อง" ใหญ่หลวงคือไม่สามารถรับค่าประสบการณ์ผ่านวิธีการปกติได้ และระดับเลเวลจะถูกล็อกไว้ที่เลเวล 1 ถาวร
อย่างไรก็ตาม ความสามารถหลักของมันกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิงและเข้าขั้นผิดปกติ นั่นคือการกลืนกินอย่างไร้ขีดจำกัด!
เขาสามารถ ปล้นสะดม แต้มคุณสมบัติ ทักษะ หรือแม้แต่ความสามารถพิเศษของศัตรู (รวมถึงมอนสเตอร์และบางส่วนของสภาพแวดล้อม) มาเป็นของตนเองได้!
แม้จะเป็นเพียงเลเวล 1 แต่ด้วยความสามารถในการปล้นสะดมที่บ้าคลั่ง ค่าคุณสมบัติพื้นฐาน (พละกำลัง, ความว่องไว, ร่างกาย, พลังวิญญาณ) ของลู่เฉินกลับไม่ด้อยไปกว่าสมาชิกเลเวล 20 ในทีมเลย และในบางคุณสมบัติเขายังเหนือกว่าด้วยซ้ำ
เขาเปรียบเสมือน "หลุมดำของคุณสมบัติ" ที่เดินได้ ภายนอกดูไร้พิษสงที่เลเวล 1 แต่แท้จริงแล้วกลับซ่อนเร้นศักยภาพที่น่าสะพรึงกลัวเอาไว้
เขาคือหนึ่งในไพ่ตายที่ถูกซ่อนไว้ลึกที่สุดของ 《 ตำหนักมังกรยุทธ์ 》
และที่ใจกลางของเรื่องราวทั้งหมด ระดับเลเวลของเย่ฟานเองก็พุ่งสูงขึ้นโดยธรรมชาติจากการแบ่งปันค่าประสบการณ์และคุณสมบัติที่สะท้อนกลับมาจาก "ราชาแห่งการปั๊มเลเวล" ทั้งเก้าคน จนเขาสามารถทะลวงผ่านกำแพงขั้นที่สองและบรรลุเลเวล 30 ได้อย่างง่ายดาย!
ที่น่าประหลาดใจคือ ภารกิจเลื่อนขั้นสู่ขั้นที่สองของเขานั้นไม่ใช่การต่อสู้ที่ยากลำบากหรือการทดสอบที่ซับซ้อน แต่มันคือ—การสรรหามืออาชีพระดับตำนานหรือระดับสูงให้ครบห้าคน
งานนี้อาจจะยากเข็ญสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเย่ฟานผู้มี 【 ระบบสรรหาจากพหุจักรวาล 】 มันคือสิ่งที่เขาทำสำเร็จไปนานแล้ว (ลูกน้องที่แย่ที่สุดของเขาล้วนเป็นระดับตำนานทั้งสิ้น)
หน้าต่างแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นทันทีที่เขาบรรลุเลเวลที่กำหนด:
【 ติ๊ง! ระดับขั้นของโฮสต์ถึงเลเวล 25 และบรรลุเงื่อนไขภารกิจเลื่อนขั้น (สรรหามืออาชีพระดับตำนานหรือสูงกว่าครบห้าคน) เลื่อนระดับเป็นมืออาชีพขั้นที่สองโดยอัตโนมัติ! 】
【 ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับทักษะใหม่ของขั้นที่สอง: 】
สามารถเผาผลาญศักยภาพและพลังต้นกำเนิดของเหล่าผู้ถูกสรรหาทั้งหมดได้ในชั่วพริบตา เพื่อบังคับเพิ่มระดับเลเวลของผู้ถูกสรรหาทุกคนให้เท่ากับเลเวลที่สูงที่สุดในทีมปัจจุบัน (มีผลเฉพาะผู้ที่มีเลเวลต่ำกว่าเลเวลสูงสุดเท่านั้น)
ผลของทักษะจะคงอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง หลังจากสิ้นสุดผลทักษะ ผู้ถูกสรรหาทุกคนที่เข้าร่วมการประสานพลังจะตกอยู่ใน "ช่วงเวลาอ่อนแรง" อย่างยาวนาน โดยคุณสมบัติทั้งหมดจะลดลงอย่างมากและศักยภาพจะได้รับความเสียหาย ต้องใช้เวลานานมากหรือของล้ำค่าหายากในการฟื้นฟู
นี่คือหนทางสุดท้ายเพื่อการอยู่รอดในวิกฤตอันตราย โปรดใช้ด้วยความระมัดระวัง!
เมื่อระดับขั้นของโฮสต์เพิ่มขึ้น สมาชิกทุกคนที่โฮสต์สรรหามา ไม่ว่าจะมีเลเวลปัจจุบันเท่าใด จะได้รับการรับรองระดับขั้นและโบนัสคุณลักษณะของระดับขั้นเช่นเดียวกับโฮสต์โดยอัตโนมัติ (เช่น การแก้ไขการเติบโตของค่าคุณสมบัติจากการทะลวงกำแพงระดับขั้น, สิทธิ์ในการเรียนรู้ทักษะระดับสูงขึ้น เป็นต้น)
(หมายเหตุ: ทักษะนี้ไม่ส่งผลต่อเลเวลจริงของสมาชิก แต่จะมอบสถานะระดับขั้นและผลประโยชน์แฝงบางประการให้เท่านั้น)
ในขณะเดียวกัน หากโฮสต์สรรหาสมาชิกใหม่ สมาชิกผู้นั้นจะได้รับการยกระดับสู่ขั้นปัจจุบันของโฮสต์โดยอัตโนมัติ
(ตัวอย่าง: หากปัจจุบันโฮสต์อยู่ขั้นที่สอง เลเวล 30 หลังจากสรรหาสำเร็จ สมาชิกผู้นั้นจะกลายเป็นมืออาชีพขั้นที่สอง เลเวล 25 โดยอัตโนมัติ)
เมื่อเย่ฟานเห็นผลของทักษะที่สองอย่าง 《 การแบ่งปันระดับขั้น 》 อย่างชัดเจน แม้จะเป็นคนที่มีจิตใจหนักแน่นแค่ไหน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยินดีจนแก้มปริและเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง!
"นี่มัน... นี่มันคือทักษะระดับเทพที่สร้างมาเพื่อฉันชัดๆ!" เย่ฟานดีใจจนเนื้อเต้น
สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร? มันหมายความว่าตราบใดที่ระดับขั้นของเย่ฟานเพิ่มขึ้น ลูกน้องทุกคนในสังกัด ไม่ว่าเลเวลจริงจะอยู่ที่ 1 หรือ 21 พวกเขาก็จะถูกนับว่าเป็นมืออาชีพที่มีระดับขั้นเท่ากับเขาโดยอัตโนมัติ!
นอกจากนี้ ทุกๆ ครั้งที่มีการสรรหาสมาชิกใหม่ ค่าคุณสมบัติที่ได้รับจะเป็นค่าคุณสมบัติของมืออาชีพขั้นที่สองแทนที่จะเป็นขั้นที่หนึ่ง
ในตอนนี้เขาเป็นมืออาชีพขั้นที่สอง ดังนั้นผู้สรรหาทุกคน รวมถึงลู่เฉินที่เป็นเพียงเลเวล 1 จะถือว่าเป็นมืออาชีพขั้นที่สองในด้านการ "ยืนยันตัวตน" และการตัดสินตามกฎบางประการ!
พวกเขาสามารถเรียนรู้ ใช้งาน และแม้แต่สวมใส่อุปกรณ์หรือทักษะที่เดิมทีจำกัดไว้เฉพาะขั้นที่สองได้!
สิ่งนี้ช่วยขยายขีดจำกัดการเติบโตและพลังต่อสู้ในทันทีของทุกคนอย่างมหาศาล โดยเฉพาะสำหรับคนอย่างลู่เฉินที่เลเวลหยุดชะงักแต่ค่าคุณสมบัติผิดปกติ มันคือพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด!
"ยอดเยี่ยม!" ดวงตาของเย่ฟานเปล่งประกายขณะมองไปทางลานฝึกซ้อม "ด้วยสิ่งนี้ โอกาสของฉันในการเผชิญหน้ากับ การแข่งขันใหญ่ระหว่างเผ่าพันธุ์ ก็ยิ่งมีมากขึ้น! 《 ตำหนักมังกรยุทธ์ 》 ถึงเวลาแล้วที่จะให้ทุกเผ่าพันธุ์ได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของพวกเรา!"
ด้วยการปลดผนึกต้นกำเนิดชีวิตของทุกคน สมาชิกหลักที่ก้าวสู่ขั้นที่สอง และไพ่ตายที่ทยอยเปิดเผยออกมา... 《 ตำหนักมังกรยุทธ์ 》 คมดาบที่ใช้ต่อสู้เพื่อชาติเล่มนี้ได้รับการขัดเกลาจนขึ้นเงาวาบ รอเพียงเวลาที่จะถูกชักออกจากฝักเพื่อประกาศศักดาเท่านั้น!