เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 600 - สุสานจักรพรรดิอุบัติ

บทที่ 600 - สุสานจักรพรรดิอุบัติ

บทที่ 600 - สุสานจักรพรรดิอุบัติ


บทที่ 600 - สุสานจักรพรรดิอุบัติ

ที่เชิงเขาของยอดเขาหลัก เย่ฉางชิงให้หอจัดการงานจิปาถะสร้างกระท่อมขึ้นมาหลังหนึ่งโดยเฉพาะ ไว้สำหรับแลกเปลี่ยนโควตากินข้าว

ก็แหม มีคนจากสำนักใหญ่ๆ มารวมตัวกันอยู่หน้าโรงครัวทุกวัน มันก็ดูไม่ค่อยงามเท่าไหร่นัก

สู้จัดสรรสถานที่สำหรับแลกเปลี่ยนให้พวกเขาเป็นกิจลักษณะไปเลยดีกว่า

ศิษย์ที่แย่งโควตามาได้ หากมีความต้องการก็สามารถมาลงทะเบียนที่นี่ได้ ส่วนคนจากสำนักใหญ่ๆ ก็สามารถมาประมูลแข่งกันได้ที่นี่ ใครให้ราคาสูงสุดก็รับไป

สุดท้ายหินวิญญาณที่ได้มา ทางโรงครัวจะไม่หักไว้แม้แต่แดงเดียว จะมอบให้ศิษย์ที่ขายโควตาไปเต็มจำนวน

เดิมทีทุกวัน แม้จะมีจำนวนไม่มากนัก แต่ก็มักจะมีศิษย์สักสองสามคนมาขายโควตาอยู่บ้าง

แต่วันนี้ การแย่งชิงโควตาในโรงครัวสิ้นสุดลงแล้ว และใกล้จะถึงเวลาเปิดอาหารแล้ว ก็ยังไม่มีศิษย์คนไหนโผล่มาเลยสักคนเดียว

ไม่มีโควตาเลยสักโควตาเดียว

ต่อให้ราคาจะถูกคนจากสำนักใหญ่ปั่นขึ้นไปถึงล้านกว่าแล้วก็ตาม แต่มันก็มีแต่ราคาไม่มีของขายอยู่ดี

"เฮ้อ ทุกท่านกลับไปเถอะ วันนี้คงไม่มีโควตามาขายแล้วล่ะ ก็แหม วัตถุดิบระดับจักรพรรดิปีศาจเชียวนะ ใครจะไม่อยากลองชิมกันล่ะ"

ผู้อาวุโสที่รับผิดชอบดูแลในวันนี้พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง วันนี้ถึงคิวเขามาเฝ้าที่นี่พอดี เลยมาไม่ทันเวลาอาหาร ในใจรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนจากสำนักใหญ่ๆ ล้วนรู้สึกไม่ยินยอม จักรพรรดิปีศาจเชียวนะ นั่นมันวัตถุดิบระดับจักรพรรดิปีศาจเชียวนะ

แม่งเอ๊ย ขอแค่ได้ชิมสักคำ ต่อให้ตายก็คุ้มแล้ว

ไม่มีศิษย์คนไหนมาขายโควตาจริงๆ เรื่องนี้ก็อยู่ในความคาดหมายอยู่แล้ว

เมื่อถึงเวลาอาหาร บรรดาศิษย์ที่กินวัตถุดิบระดับจักรพรรดิปีศาจในชาม แต่ละคนต่างก็ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก

ไม่เพียงแต่รสชาติจะดีกว่าเดิม ทว่าสรรพคุณก็ยังมากมายมหาศาล มีศิษย์จำนวนไม่น้อยที่ทะลวงด่านได้ตรงนั้นเลย

สำหรับศิษย์ที่ทะลวงด่านได้ในทันที ฉีสยงและคนอื่นๆ ต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ศิษย์แข็งแกร่งขึ้นก็นับเป็นเรื่องดี

ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังทานอาหารอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีคลื่นพลังวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากหลังเรือน

คลื่นพลังวิญญาณระลอกนี้ แม้แต่ฉีสยงและคนอื่นๆ ที่ทะลวงถึงขอบเขตมหาอริยะแล้ว ก็ยังรู้สึกเหลือเชื่อ

"นี่มัน..."

คลื่นพลังวิญญาณมาเร็วไปเร็ว เห็นได้ชัดว่ามีคนลงมือสกัดกั้นไว้

ฉีสยงและคนอื่นๆ สบตากัน นี่ท่านอาอาจารย์และพวกท่านอื่นๆ ทะลวงระดับแล้วอย่างนั้นหรือ?

หรือว่า... ในดวงตาของทุกคนต่างมีแววตาไม่อยากจะเชื่อ หากทะลวงระดับได้จริงๆ ล่ะก็

ทุกคนรีบกินข้าวในชามอย่างรวดเร็ว แล้วตรงดิ่งไปที่หลังเรือนทีละคนๆ

แต่พอไปถึงหลังเรือนก็พบว่า บริเวณหลังเรือนทั้งหมดถูกม่านพลังวิญญาณปิดกั้นไว้ ทำให้พวกเขารวมถึงคนอื่นๆ เข้าไปไม่ได้

แต่ถึงอย่างนั้น ทุกคนก็ไม่ได้รู้สึกผิดหวัง กลับกัน แต่ละคนต่างรู้สึกตื่นเต้นดีใจกันใหญ่ เพราะนี่พิสูจน์ให้เห็นว่า ท่านอาอาจารย์และพวกท่านอื่นๆ น่าจะทะลวงระดับได้แล้วถึงแปดในสิบส่วน

รอไปเกือบหนึ่งชั่วยาม ม่านพลังวิญญาณถึงหายไป ฉีสยงและคนอื่นๆ จึงรีบเดินเข้าไปอย่างตื่นเต้น

"ท่านอาอาจารย์ พวกท่าน..."

"ยังขาดไปอีกนิดน่ะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น อวี๋มั่วก็ยิ้มแล้วส่ายหน้า สุดท้ายก็ยังไม่สามารถทะลวงขึ้นสู่ขอบเขตมหาอริยะได้

ฉีสยงและคนอื่นๆ รู้สึกผิดหวังขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ก็ยังคงเอ่ยปากปลอบโยน

ทว่าดูเหมือนอวี๋มั่วและคนอื่นๆ จะไม่ได้รู้สึกเสียใจเท่าไหร่นัก

แม้ว่าสุดท้ายจะขาดไปอีกเพียงก้าวเดียว แต่ก็ถือว่าก้าวข้ามไปได้ครึ่งก้าวแล้ว

ในงานเลี้ยงแปดสุดยอดอาหารก่อนหน้านี้ แม้อวี๋มั่วและคนอื่นๆ จะไม่สามารถทะลวงด่านได้ แต่ระดับการบำเพ็ญเพียรของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยจริงๆ

เพียงแต่การจะทะลวงขึ้นสู่ขอบเขตมหาอริยะนั้นยากลำบากเกินไป และด้วยวัตถุดิบระดับจักรพรรดิปีศาจในครั้งนี้ บวกกับงานเลี้ยงแปดสุดยอดอาหารก่อนหน้านี้ ในที่สุดก็ทำให้อวี๋มั่ว หยวนชาง และหวังหม่านทั้งสามคนสามารถก้าวข้ามไปได้ครึ่งก้าว

พูดคุยกันได้ไม่กี่ประโยค อวี๋มั่วก็ไล่พวกฉีสยงออกมา

ทุกคนพากันแยกย้าย เย่ฉางชิงก็มอบหมายงานจิปาถะที่เหลือให้จูอู่จัดการ ส่วนตัวเขาก็กลับไปที่ถ้ำพำนักพร้อมกับเทพธิดาไป๋ฮวาและเจวี๋ยอิ่ง

เดิมทีคิดว่านี่คงเป็นค่ำคืนธรรมดาคืนหนึ่ง ทว่าในยามดึกสงัด จู่ๆ ก็เกิดรอยแยกมิติขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือน่านฟ้าทะเลไร้ขอบเขตทางทิศตะวันตกของทวีปตะวันออกโดยไม่มีเค้าลางใดๆ

และเมื่อรอยแยกมิตินี้ปรากฏขึ้น ผิวน้ำทะเลก็ปั่นป่วนบ้าคลั่งขึ้นมาในพริบตา

ถึงขั้นเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลย้อนกลับเลยทีเดียว

ในเวลาเดียวกัน ก็มีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่ออกมาจากรอยแยกมิตินี้อย่างต่อเนื่อง และเข้าปกคลุมทั่วทั้งทวีปตะวันออกอย่างรวดเร็ว

ตามสถานที่ต่างๆ ในทวีปตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกตนหรือมนุษย์ปุถุชน ล้วนรู้สึกใจสั่นสะท้าน

นี่คือความหวาดกลัวจากเบื้องลึกของจิตใจ แม้แต่ผู้บรรลุอริยะก็ไม่เว้น

ภายในสำนักเต้าอี ฉีสยงและคนอื่นๆ ก็ตกใจตื่นเช่นกัน ในช่วงเวลาสั้นๆ ผู้คนก็ทยอยกันมาที่ลานหน้าตำหนักหลัก

"เกิดอะไรขึ้น?"

"พลังนี้มัน..."

ไม่เพียงแต่ฉีสยงและบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องเท่านั้น แม้แต่อวี๋มั่วและพวกก็ยังตกใจตื่น

เมื่อเห็นทุกคนมากันพร้อมหน้า ฉีสยงก็มองไปยังทิศตะวันตกแต่ไกล สีหน้าเคร่งเครียด

"ท่านอาอาจารย์ นี่มัน..."

"ไม่ผิดแน่ นี่คือกลิ่นอายของมหาจักรพรรดิ"

กลิ่นอายนี้ปรากฏขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล อวี๋มั่วมั่นใจว่าเป็นกลิ่นอายของมหาจักรพรรดิอย่างแน่นอน

และมหาจักรพรรดิ ก็คือขอบเขตที่อยู่เหนือมหาอริยะ จักรพรรดิปีศาจ และจักรพรรดิผี

เผ่ามนุษย์เรียกว่า จักรพรรดิอริยะ เผ่าปีศาจเรียกว่า มหาจักรพรรดิปีศาจ สิ่งชั่วร้ายเรียกว่า มหาจักรพรรดิผี

มีมหาจักรพรรดิลงมาเยือนทวีปตะวันออกงั้นหรือ?

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของอวี๋มั่ว สีหน้าของทุกคนก็กลายเป็นเคร่งเครียด

เป็นที่รู้กันดีว่า ทั่วทั้งโลกฮ่าวถู่นั้น มีเพียงทวีปมัชฌิมเท่านั้นที่มีมหาจักรพรรดิดำรงอยู่

ส่วนอีกสี่ทวีปที่เหลือไม่เคยมีมหาจักรพรรดิกำเนิดขึ้นมาเลย นี่คือข้อจำกัดของกฎเกณฑ์สวรรค์และสภาพแวดล้อมในการฝึกฝน

มีเพียงสภาพแวดล้อมการฝึกฝนแบบทวีปมัชฌิมเท่านั้น ที่จะสามารถรองรับการทะลวงสู่ระดับมหาจักรพรรดิได้

การที่พวกอวี๋มั่วทะลวงด่านล้มเหลวก่อนหน้านี้ ส่วนหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับการที่พวกเขาอยู่ในทวีปตะวันออกด้วย

เพียงแต่ว่า ถึงแม้ทวีปมัชฌิมจะมีมหาจักรพรรดิ แต่ก็มีจำนวนไม่มากอย่างแน่นอน ปกติแล้วก็ไม่ค่อยจะออกเดินทางไปไหนไกลจากทวีปมัชฌิม แต่ตอนนี้...

"เจวี๋ยอิ่งล่ะ?"

ฉีสยงไม่รอช้า รีบเอ่ยถามขึ้น เทพธิดาไป๋ฮวาจึงตอบกลับไปว่า

"ศิษย์พี่หญิงไปตรวจสอบด้วยตัวเองแล้ว"

เจวี๋ยอิ่งไม่ได้มาที่นี่ แต่รีบมุ่งหน้าไปยังจุดกำเนิดของกลิ่นอายนั้นเป็นคนแรก

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉีสยงก็พยักหน้า

ไม่ได้นอนกันทั้งคืน จนกระทั่งเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เมื่อเจวี๋ยอิ่งกลับมา ทุกคนก็ยังคงรอคอยอยู่ในตำหนักใหญ่

"เป็นอย่างไรบ้าง?"

เมื่อเห็นเจวี๋ยอิ่ง ฉีสยงก็รีบถามทันที

"ไม่ใช่มหาจักรพรรดิลงมาด้วยตัวเอง"

"ไม่ใช่มหาจักรพรรดิ? แล้วกลิ่นอายนั่นมันคืออะไรล่ะ?"

จะเป็นไปได้อย่างไรที่ไม่ใช่มหาจักรพรรดิ กลิ่นอายเมื่อคืนมันเป็นกลิ่นอายของมหาจักรพรรดิชัดๆ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังสามารถสัมผัสได้อยู่ เพียงแต่เมื่อเทียบกับตอนแรก มันเจือจางลงไปมากแล้วเท่านั้นเอง

เมื่อเผชิญกับความสงสัยของทุกคน เจวี๋ยอิ่งก็เอ่ยตอบออกมาสั้นๆ

"สุสานจักรพรรดิ"

ต้นกำเนิดของกลิ่นอายนี้ ไม่ใช่มหาจักรพรรดิ แต่เป็นสุสานของมหาจักรพรรดิผู้ล่วงลับต่างหาก

พอคำนี้หลุดออกมา สีหน้าของทุกคนในที่นั้นก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง

"ที่แท้ก็เป็นสุสานจักรพรรดิ"

"แต่ว่าทำไมถึงเป็นสุสานจักรพรรดิล่ะ?"

"ทำไมถึงมาปรากฏที่ทวีปตะวันออกได้?"

คำตอบของเรื่องนี้ เหนือความคาดหมายของทุกคนไปมากโข การปรากฏตัวของสุสานจักรพรรดินั้น เป็นปัญหาใหญ่ยิ่งกว่ามหาจักรพรรดิลงมาเยือนเสียอีก

มันมีเรื่องราวเกี่ยวพันมากมายเหลือเกิน แม้แต่บรรดาดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในทวีปมัชฌิม ก็คงไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปแน่

และเมื่อถึงเวลานั้น ทวีปตะวันออกจะกลายเป็นศูนย์กลางของความวุ่นวายนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งสำหรับสำนักเต้าอีแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย แรงกดดันมหาศาลมาก

ฉีสยงนั่งขมวดคิ้วอยู่บนตำแหน่งประมุข ความวุ่นวายเมื่อคืนใหญ่โตขนาดนั้น แน่นอนว่าไม่มีทางปิดบังไว้ได้ ดังนั้นหลังจากนี้ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในทวีปมัชฌิม คงต้องส่งคนมาที่ทวีปตะวันออกกันหมดแน่

คราวนี้ทวีปตะวันออกคงได้คึกคักกันแบบสุดๆ ไปเลยล่ะ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 600 - สุสานจักรพรรดิอุบัติ

คัดลอกลิงก์แล้ว