เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 580 - พวกเรากลายเป็นแขกไปแล้วหรือ?

บทที่ 580 - พวกเรากลายเป็นแขกไปแล้วหรือ?

บทที่ 580 - พวกเรากลายเป็นแขกไปแล้วหรือ?


บทที่ 580 - พวกเรากลายเป็นแขกไปแล้วหรือ?

ความคับแค้นใจที่มีอยู่เต็มอก ได้ถูกระเบิดออกมาอย่างหมดจดในเวลานี้ ทว่านั่นกลับกลายเป็นหายนะสำหรับบรรดาสัตว์อสูรและสิ่งชั่วร้ายภายในหุบเขาสยบปีศาจ

ไอ้พวกหัวโล้นกลุ่มนี้ลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมอำมหิตนัก ซ้อมพวกมันจนส่งเสียงร้องโหยหวนระงมไปทั่ว

ในชั่วพริบตา หุบเขาสยบปีศาจก็กลายเป็นสถานที่ที่คึกคักที่สุดในสำนักเต้าอีไปโดยปริยาย

ผู้ดูแลที่รับผิดชอบคุมหุบเขาสยบปีศาจ เมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนและเสียงก่นด่าที่ดังลอยมาไม่ขาดสาย ต่างก็หันมาสบตากันด้วยความตกตะลึง

ประจำอยู่ที่นี่มาตั้งหลายปี หุบเขาสยบปีศาจเคยคึกคักขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย นี่มันใกล้จะกลายเป็นตลาดนัดอยู่แล้ว

"เฮ้อ ช่างพลังงานเหลือล้นกันจริงๆ"

"ใครว่าไม่จริงล่ะ"

"ต้องเข้าไปจัดการหน่อยไหม?"

"ไม่ต้อง ปล่อยให้พวกมันตีกันไปเถอะ ขอแค่ไม่หนีออกไปก็พอแล้ว"

แม้จะได้ชื่อว่าหุบเขาสยบปีศาจ ทว่าในเวลานี้กลับดูเหมือนกลายเป็นอาณาจักรของฝ่ายพุทธไปเสียแล้ว กลิ่นอายปีศาจและกลิ่นอายสิ่งชั่วร้ายอันเข้มข้นที่เคยปกคลุมอยู่ภายใน บัดนี้กำลังค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยแสงพุทธะสีทองอร่ามของฝ่ายพุทธ

หากมองจากระยะไกล คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวคงคิดว่าหลงเข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของฝ่ายพุทธที่ไหนสักแห่งเป็นแน่

แม้แต่บรรดาศิษย์ที่อยู่บนยอดเขาร้อยสมุนไพร ยอดเขาหมื่นค่ายกล และยอดเขาหลอมอาวุธ ก็ยังสามารถมองเห็นแสงพุทธะสีทองที่ค่อยๆ ทอประกายเรืองรอง สว่างไสวไปทั่วท้องฟ้าเหนือหุบเขาสยบปีศาจได้อย่างชัดเจน

"บัดซบ หุบเขาสยบปีศาจจะกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายพุทธอยู่แล้วนะเว้ย"

"เจ้าคิดว่าศิษย์ฝ่ายพุทธหลายแสนคนนั่นเป็นของปลอมหรือไงล่ะ?"

"นี่เจ้าว่าตอนนี้หุบเขาสยบปีศาจยังคู่ควรจะเรียกว่าหุบเขาสยบปีศาจอยู่อีกหรือ?"

"ถ้าไม่อย่างนั้นจะให้เรียกว่าอะไร? ไซที (สวรรค์ตะวันตก) งั้นหรือ?"

"ไซที?"

"ใช่ไง ฝ่ายพุทธมักจะพูดเสมอว่าให้ไปสู่แดนสุขาวดีตะวันตกไม่ใช่หรือ?"

"ก็ฟังดูเข้าทีดีนะเนี่ย"

"เข้าทีบ้านแกสิ ไอ้พวกฝ่ายพุทธนี่มันป่วยกันหรือไง เล่นเปล่งแสงสีทองอร่ามอยู่ตลอดเวลา สว่างวาบเหมือนไข่มุกราตรี พอตกดึกห้องข้าสว่างจ้าไปหมด ไม่ต้องพึ่งไข่มุกราตรีแล้วเนี่ย"

ในขณะที่สำนักเต้าอีเต็มไปด้วยแสงพุทธะเปล่งประกายเจิดจรัส จากการมาเยือนของบรรดาศิษย์ฝ่ายพุทธนั้น

ท่ามกลางเทือกเขาไร้ผู้คน ซึ่งห่างจากสำนักเต้าอีไปไม่ไกลนัก จู่ๆ ท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยสายฟ้าฟาดฟัน หากมีใครอยู่ในเหตุการณ์ ย่อมต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน

นี่คือทัณฑ์สวรรค์สำหรับผู้ที่กำลังจะทะลวงผ่านขอบเขตอริยะ มีคนในทวีปตะวันออกกำลังทะลวงเข้าสู่ขอบเขตอริยะสำเร็จแล้ว

พร้อมกับสายอสนีบาตที่ฟาดผ่าลงมา ร่างของหลวงจีนชราผู้หนึ่งที่สวมเสื้อผ้าขาดวิ่น ทว่ายังพอมองออกว่าเป็นจีวรสงฆ์ ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับแสงพุทธะที่ส่องประกายเจิดจ้า

เขาแผดเสียงหัวเราะอย่างห้าวหาญ

"ฮ่าฮ่า ทัณฑ์สวรรค์แล้วอย่างไร ตอนนี้อาตมาสำเร็จเคล็ดวิชาพุทธะแล้ว บรรลุขอบเขตอริยะโดยสมบูรณ์ ต่อจากนี้ไป ฟ้าสูงทะเลกว้าง ปล่อยอาตมาโบยบิน"

พูดจบ หลวงจีนชราก็ฟาดฝ่ามือออกไป เบื้องหลังปรากฏเป็นเงาร่างพระพุทธรูปขนาดยักษ์ พุ่งเข้าปะทะกับสายอสนีบาตอย่างดุดัน

กว่าทัณฑ์สวรรค์จะค่อยๆ สลายหายไป ก็กินเวลาไปกว่าค่อนวัน

แม้หลวงจีนชราจะมีคราบเลือดติดอยู่ที่มุมปาก บ่งบอกถึงอาการบาดเจ็บ ทว่าภายในดวงตากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีอย่างไม่อาจปิดบังได้

ผ่านพ้นทัณฑ์สวรรค์มาได้สำเร็จ ในที่สุดเขาก็ได้ครอบครองผลแห่งอริยะของฝ่ายพุทธแล้ว

"อมิตาภพุทธ พระพุทธองค์คุ้มครอง"

เขาประนมมือทั้งสองข้าง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยความเลื่อมใส ทว่าจู่ๆ หลวงจีนชราคล้ายกับสัมผัสถึงอะไรบางอย่างได้ เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของสำนักเต้าอีด้วยสายตาอันคมกริบ

"แสงพุทธะช่างเข้มข้นยิ่งนัก หรือว่าในช่วงร้อยปีที่อาตมาเก็บตัวบำเพ็ญเพียร ฝ่ายพุทธในทวีปตะวันออกจะรุ่งเรืองถึงเพียงนี้แล้ว? เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่รูปใดกัน อาตมาจะต้องไปคารวะด้วยตนเองให้จงได้"

การบรรลุขอบเขตอริยะก็ทำให้เขาดีใจมากพออยู่แล้ว และเมื่อได้สัมผัสกับแสงพุทธะอันเข้มข้นเช่นนี้ หลวงจีนชราก็ไม่ลังเลใจเลยแม้แต่น้อย พุ่งทะยานมุ่งหน้าไปยังทิศทางของสำนักเต้าอีทันที

หลวงจีนชราผู้นี้ ย่อมไม่ล่วงรู้ถึงสถานการณ์ของทวีปตะวันออกในปัจจุบันอย่างแน่นอน เดิมทีเขาเป็นเพียงผู้ฝึกตนอิสระ ต่อมาได้หันหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ บวกกับโชคชะตาที่นำพาให้ค้นพบวาสนาหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เมื่อร้อยปีก่อน เขาเกิดรู้แจ้งขึ้นมากะทันหัน จึงได้เก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ในสถานที่รกร้างไร้ผู้คนแห่งนี้เป็นเวลากว่าร้อยปี บัดนี้สำเร็จเคล็ดวิชาพุทธะ และก้าวเข้าสู่ทำเนียบขอบเขตอริยะได้อย่างสมบูรณ์

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่รู้เรื่องราวใดๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงร้อยปีที่ผ่านมาเลยแม้แต่น้อย เขารู้เพียงแค่ว่า ในช่วงเวลาที่เขาเก็บตัวบำเพ็ญเพียร ฝ่ายพุทธในทวีปตะวันออกนั้นเจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็วใช่หรือไม่

ในฐานะที่บัดนี้เป็นถึงผู้บรรลุอริยะฝ่ายพุทธ เขาย่อมต้องยินดีที่ได้เห็นภาพเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ภายในใจของเขายังแอบคิดอีกว่า ทวีปตะวันออกก็ควรจะเป็นเหมือนทวีปตะวันตก ที่มีฝ่ายพุทธเป็นใหญ่ ผู้ฝึกตนทุกคนจะต้องเคารพสักการะพระพุทธองค์ และฝึกฝนเคล็ดวิชาของฝ่ายพุทธ

ระหว่างทางเต็มไปด้วยความเบิกบานใจ ไม่นานนัก หลวงจีนชราก็เดินทางมาถึงสำนักเต้าอี

อาจเป็นเพราะความยินดีที่ได้บรรลุขอบเขตอริยะ หรืออาจเป็นเพราะความมั่นใจในความแข็งแกร่งของตนเอง หลวงจีนชราจึงไม่ได้แผ่สัมผัสเทวะออกไปเพื่อตรวจสอบสถานการณ์รอบๆ เลยแม้แต่น้อย

เพียงแค่มองเห็นแสงพุทธะอันเข้มข้นแต่ไกล ก็พุ่งทะยานเข้าไปอย่างไม่ลังเล

"แสงพุทธะบริสุทธิ์ถึงเพียงนี้ ย่อมต้องเป็นยอดฝีมือของฝ่ายพุทธเราเป็นแน่ ดี ดีจริงๆ ในที่สุดฝ่ายพุทธของเราก็เจริญรุ่งเรืองเสียที"

การเข้าใกล้สำนักเต้าอีอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ ย่อมทำให้บรรดาศิษย์ของสำนักเต้าอีตื่นตัวอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก หลวงจีนชราก็ถูกสกัดเอาไว้

"หยุดนะ หือ............ หลวงจีนงั้นหรือ?"

"หยุดอยู่ตรงนั้น"

ศิษย์สำนักเต้าอีหลายคนเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนเป็นหลวงจีน ก็ชะงักไปชั่วครู่ ทว่ายังไม่ทันที่พวกเขาจะมองเห็นหน้าค่าตาชัดเจน หลวงจีนชราผู้นี้กลับชิงลงมือก่อนเสียแล้ว

"ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของฝ่ายพุทธ จะปล่อยให้คนนอกบุกรุกเข้ามาตามอำเภอใจได้อย่างไร ไสหัวไปซะ"

เห็นได้ชัดว่าชายผู้นี้ถือเอาสถานที่แห่งนี้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของฝ่ายพุทธไปเสียแล้ว มิฉะนั้นจะมีแสงพุทธะที่บริสุทธิ์และเข้มข้นถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้บรรลุอริยะ บรรดาศิษย์ย่อมไม่มีทางต่อต้านได้ และถูกซัดกระเด็นออกไปอย่างรวดเร็ว

จากนั้น หลวงจีนชราก็บุกตะลุยไปตลอดทาง เรียกได้ว่าเจอเทพฆ่าเทพ เจอพุทธะฆ่าพุทธะ

ไม่นานนักก็ทะลวงเข้ามาถึงใจกลางของสำนักเต้าอี

ณ ยอดเขาหลัก อู๋โซ่วที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดการภารกิจของสำนัก จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผู้บรรลุอริยะแปลกหน้า

เข้มวดคิ้วมุ่น ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถาม ผู้ดูแลคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเสียก่อน

"ผู้อาวุโสใหญ่ มีผู้บรรลุอริยะฝ่ายพุทธบุกรุกเข้ามาในสำนักขอรับ"

"หือ???"

"มากี่คน?"

"คะ.........คนเดียวขอรับ............"

แค่คนเดียวก็กล้าบุกรุกสำนักเต้าอีเชียวหรือ ต่อให้เจ้าจะเป็นผู้บรรลุอริยะ แต่นี่มันก็หยิ่งผยองเกินไปหน่อยแล้วมั้ง และอีกอย่าง การที่เจ้ามาอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ ต้องการอะไรกันแน่?

"แค่คนเดียวก็กล้าบุกรุกสำนักเต้าอี รู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายหรือไม่?"

"ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดขอรับ แต่ดูจากทิศทางแล้ว เหมือนจะมุ่งตรงไปยังหุบเขาสยบปีศาจ"

"หุบเขาสยบปีศาจ? ช่างบังอาจนัก"

ไอ้หมอนี่คิดจะมาชิงตัวคนงั้นหรือ? ทว่าด้วยกำลังของเจ้าที่เป็นเพียงผู้บรรลุอริยะตัวคนเดียว ไม่คิดว่ามันจะประเมินสำนักเต้าอีต่ำเกินไปหน่อยหรือไง

ในทันใดนั้น ร่างของอู๋โซ่วก็หายวับไปจากจุดที่ยืนอยู่ ในเวลาเดียวกัน บรรดายอดฝีมือขอบเขตอริยะที่ยังคงรั้งอยู่ในสำนัก เช่น มู่โหยว และจางเทียนเจิ้น ต่างก็พากันเคลื่อนไหวเช่นกัน

บริเวณที่ไม่ไกลจากหุบเขาสยบปีศาจมากนัก อู๋โซ่วและพวก ก็ปรากฏตัวขึ้นขวางทางหลวงจีนชราเอาไว้

เมื่อมองดูบรรดายอดฝีมือขอบเขตอริยะที่มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า หลวงจีนชรากลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า

"อมิตาภพุทธ สหายนักพรตทุกท่านก็มาเป็นแขกที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายพุทธของเรางั้นหรือ?"

เป็นแขกงั้นหรือ???

เมื่อได้ยิน อู๋โซ่วและพวกก็หันมามองหน้ากัน แววตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความแปลกประหลาด

มาเป็นแขกบ้าบออะไรกัน? หลวงจีนชราผู้นี้กำลังพูดจาเพ้อเจ้ออะไรอยู่? แล้วอีกอย่าง สำนักเต้าอีของพวกข้ากลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายพุทธไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

"เอ่อ........หลวงจีนเฒ่า ท่านมาผิดที่หรือเปล่า?"

มู่โหยวหันไปมองเขาด้วยสีหน้าซับซ้อน ทว่าเมื่อได้ยิน หลวงจีนชรากลับมีสีหน้าเคร่งขรึมและเอ่ยขึ้นมาว่า

"มาผิดที่อะไรกัน? นี่ไม่ใช่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายพุทธของเราหรืออย่างไร? แสงพุทธะที่บริสุทธิ์และเข้มข้นถึงเพียงนี้ มีเพียงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายพุทธเท่านั้นที่จะสามารถเปล่งประกายได้"

"ตรงกันข้าม เป็นพวกเจ้าต่างหากที่มารบกวนการเป็นแขกของข้า ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย"

นี่พวกเรากลายเป็นแขกไปแล้วหรือ?

เมื่อได้ยินเช่นนั้น อู๋โซ่วและพวกก็จ้องมองหลวงจีนชราที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าซับซ้อน ไอ้วิกลจริตนี่มันโผล่มาจากไหนกันวะเนี่ย?

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 580 - พวกเรากลายเป็นแขกไปแล้วหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว