เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 290 - ความลับสุดยอด! การสืบทอดของมะเส็ง!

บทที่ 290 - ความลับสุดยอด! การสืบทอดของมะเส็ง!

บทที่ 290 - ความลับสุดยอด! การสืบทอดของมะเส็ง!


บทที่ 290 - ความลับสุดยอด! การสืบทอดของมะเส็ง!

★★★★★

ภายในโปเกมอนเซ็นเตอร์

จูเจี้ยนหยวนถือถ้วยชาไว้ในมือพลางเป่าลมเบาๆ "พวกนายสร้างความวุ่นวายได้ใหญ่โตจริงๆ นะ..."

"ขนาดฉันอยู่ในเมืองไห่เฉิงยังได้ยินเสียงแว่วๆ มาเลย"

ล็อกเหลือบมองจูเจี้ยนหยวนกับลวี่เหลียงเผิงที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา จากนั้นก็หันไปมองซูไป๋พร้อมกับพูดด้วยความลังเลว่า "เอ่อ... ให้ท่านเจ้าเมืองจูอยู่ที่นี่ด้วยมันจะดีเหรอ?"

ถ้าพูดถึงระดับตำแหน่ง ต่อให้เป็นจูเจี้ยนหยวนกับลวี่เหลียงเผิงก็ไม่มีสิทธิ์รับฟังบทสนทนาหลังจากนี้ตามกฎระเบียบ

เพราะเรื่องของสิบสองนักษัตรกับพวกสาวกนั้นถือได้ว่าเป็นความลับระดับสุดยอดของมวลมนุษยชาติแล้ว

การที่ซูไป๋มีสิทธิ์รับฟังได้นั้น เป็นการประเมินจากความแข็งแกร่งและพิจารณาแบบองค์รวมในฐานะที่เขาเป็นผู้นำพาโปเกมอนมา

ส่วนจูเจี้ยนหยวนกับลวี่เหลียงเผิง... คงจะไม่เหมาะเท่าไหร่นัก

"พูดมาเถอะ ยังไงซะถ้านายบอกฉันแล้ว ฉันก็ต้องเอาไปบอกพวกเขาต่ออยู่ดีนั่นแหละ"

ซูไป๋จิบชาด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะพูดอย่างหนักแน่นว่า "แถมฉันก็ไม่คิดว่าความลับพวกนี้จะทำให้ผู้อาวุโสทั้งสองท่านตกใจกลัวได้หรอกนะ"

เมื่อจูเจี้ยนหยวนได้ยินดังนั้น เขาก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มจนตาหยี "สมแล้วที่เป็นลูกศิษย์ที่อดีตผู้อำนวยการสั่งสอนมา แตกต่างจากคนอื่นจริงๆ!"

เขาที่เป็นถึงเจ้าเมืองแต่กลับต้องมาทนใช้ชีวิตแบบเรื่องนั้นก็ห้ามรู้เรื่องนี้ก็ห้ามฟังมามากพอแล้ว!

โปเกมอนก็เจริญรุ่งเรืองโดยมีเมืองไห่เฉิงเป็นศูนย์กลาง แถมยังเติบโตได้ภายใต้การผลักดันอย่างเต็มที่จากเจ้าเมืองอย่างเขาอีก

เขามีความดีความชอบขนาดนี้แล้วยังมีสารพัดความลับอะไรที่เขาไม่มีสิทธิ์รับฟังได้อีก!

ลวี่เหลียงเผิงเองก็พยักหน้ารัวๆ ด้วยรอยยิ้มปริ่มเปรม ซูไป๋เก่งใช่ไหมล่ะ?

เขาเป็นคนสอนมาเองกับมือ!

ล็อกอ้าปากเตรียมจะคัดค้าน แต่สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนด้วยท่าทีอ่อนอกอ่อนใจ "ได้ๆๆ ใครใช้ให้นายช่วยชีวิตฉันแถมยังจัดการสาวกไปได้คนหนึ่งอีกล่ะ..."

"นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยนะเนี่ยที่พวกเราสามารถสังหารสาวกได้อย่างแท้จริง..."

"ถึงแม้นายจะไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าเอง... แต่การที่โปเกมอนเป็นคนฆ่าก็น่าจะนับรวมได้แหละมั้ง"

เมื่อนึกถึงนกยักษ์ธันเดอร์ตัวนั้น ล็อกก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

พวกสาวกนั้นฆ่าได้ยากมาก นับตั้งแต่พวกมันถือกำเนิดขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน อามิโนถือเป็นสาวกเพียงคนเดียวที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าตายแล้ว!

"ครั้งแรกที่ถูกสังหารอย่างแท้จริงงั้นเหรอ?"

ซูไป๋ถามด้วยความประหลาดใจ "ผ่านมาตั้งหลายปีขนาดนี้แล้ว... พวกนายยังฆ่าไม่ได้สักคนเลยเนี่ยนะ?!"

ความประหลาดใจของซูไป๋ไม่ใช่การแสร้งทำ เขาเข้าใจมาตลอดว่าสิบสองนักษัตรกับพวกสาวกมีความสามารถสูสีกัน ถึงแม้ล็อกจะสู้ไม่ได้แต่นั่นก็น่าจะเป็นเพราะล็อกอ่อนแอเอง...

เมื่อเห็นความสงสัยของซูไป๋ ล็อกก็หน้ามืดครึ้มลงทันที "โอกาสที่พวกสาวกจะปรากฏตัวออกมานั้นมีน้อยมากๆ สถานที่ไหนก็ตามที่มีบันทึกว่าพวกสาวกปรากฏตัว... ที่นั่นแทบจะถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง"

"สิบสองนักษัตรคือกองกำลังรบระดับสูงสุดของมนุษย์ นั่นเป็นเรื่องจริง"

"แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกสาวก... ข้อมูลที่พวกเรามีก็ยังน้อยเกินไป"

"หลายปีที่ผ่านมา พวกเราไม่สามารถสังหารสาวกได้เลยแม้แต่คนเดียว ในทางกลับกัน... ความแข็งแกร่งของสิบสองนักษัตรกลับเอาแน่เอานอนไม่ได้เพราะต้องมีการผลัดเปลี่ยนรุ่นอยู่เสมอ"

"และมีสิบสองนักษัตรจำนวนไม่น้อย... ที่ต้องตายด้วยน้ำมือของพวกสาวก คุณปู่ของฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น..."

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ อารมณ์ของล็อกก็เห็นได้ชัดว่าเต็มไปด้วยความเคียดแค้น "อิงจากข้อมูลที่อามิโนหลุดปากออกมา... คนที่ฆ่าคุณปู่ของฉันน่าจะเป็นไอ้คนที่ชื่อว่าแมงป่อง"

"ถ้าตอนนั้นคุณปู่ของฉันพกกริชทลายกำแพงไปด้วยล่ะก็..."

ซูไป๋ลูบคางพลางพูดว่า "กริชเล่มนั้น... มันคือกริชพิธีกรรมของตระกูลล็อกไม่ใช่เหรอ? นายเรียกมันว่ากริชทลายกำแพงงั้นเหรอ?"

"แล้วก็ไอ้เงาประหลาดๆ ของนายนั่น... มันคืออะไรกันแน่?"

"สิบสองนักษัตรคนอื่นๆ ก็เป็นแบบนี้เหมือนกันไหม?"

ล็อกพยักหน้าและส่ายหน้าในเวลาเดียวกัน "กริชทลายกำแพงก็คือกริชพิธีกรรมที่ล็อกรุ่นแรกเป็นคนสร้างขึ้นมานั่นแหละ"

"ตามคำเล่าลือของชาวบ้าน พลังจิตของล็อกสามารถควบคุมสัตว์มรณะระดับเอสได้ถึงสิบตัว"

"แต่ในความเป็นจริง นอกเหนือจากสัตว์มรณะพวกนั้นแล้ว สิ่งที่ล็อกใช้เป็นกำลังรบหลักจริงๆ ก็คือ... เงา!"

"เงานี้... ถือเป็นสมบัติประจำตระกูลล็อกที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น"

"ต่อให้เป็นในบรรดาสิบสองนักษัตร... ของแบบนี้ก็เป็นของที่มีแค่ในตระกูลล็อกเท่านั้น"

พูดจบ ล็อกก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง

เงาที่อยู่ด้านหลังของเขาค่อยๆ ยืดตัวลุกขึ้นยืน

เสียงที่ดูอ่อนแรงแต่กลับยังคงความหยาบคายดุดันดังออกมาจากเงา

"ไอ้เหี้ยล็อกเอ๊ย กูไม่ใช่สิ่งของ..."

คำพูดของเงายังไม่ทันจบ ล็อกที่ทำหน้าเอือมระอาก็รีบจัดการขังมันกลับเข้าไปในเงาตามเดิม

"เชี่ย นี่มันตัวอะไรวะเนี่ย?!"

"เสียงที่ได้ยินตอนนั้นก็มาจากไอ้นี่งั้นเหรอ?"

จูเจี้ยนหยวนถึงกับชะงักมือที่กำลังถือถ้วยชา เขามองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดผวา

ลวี่เหลียงเผิงเองก็ขมวดคิ้วแน่นจ้องมองล็อกอย่างไม่วางตา

ซูไป๋นวดหว่างคิ้วตัวเองด้วยความอ่อนอกอ่อนใจ ไอ้เจ้านี่ถ้าพูดโดยไม่มีคำหยาบปนมาด้วยมันจะลงแดงตายหรือไงนะ?

ล็อกทำหน้าจนใจพร้อมกับพูดขอโทษ "ขอโทษด้วย นิสัยของเงา... ก็เป็นแบบนี้แหละ"

"ส่วนที่มาของเงา... ของสิ่งนี้เรียกได้ว่าถูก... ตัดเฉือนออกมาจากจิตวิญญาณของล็อกรุ่นแรก"

ซูไป๋ถามด้วยความประหลาดใจ "ตัดเฉือนออกมา? ไอ้เจ้านี่มันคือกลุ่มก้อนพลังจิตงั้นเหรอ?"

ลอกตอบอย่างลังเล "ก็ไม่เชิงทั้งหมดหรอก พวกนายก็น่าจะรู้ว่าหลังจากที่ผู้ทำพันธสัญญาทำสัญญากับสัตว์มรณะแล้ว พวกเขาจะถูกกลิ่นอายมรณะครอบงำจนทำให้มีอารมณ์ฉุนเฉียวและก้าวร้าว"

"ผลกระทบจากสัตว์มรณะระดับเอสเพียงแค่ตัวเดียว ก็สามารถเปลี่ยนผู้ทำพันธสัญญาให้กลายเป็นพ่อค้าหน้าเลือดที่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัวได้แล้ว"

"ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่า... ล็อกรุ่นแรกทำพันธสัญญากับสัตว์มรณะระดับเอสไปมากกว่าสิบตัว ยิ่งไปกว่านั้นบันทึกภายในตระกูลล็อกยังระบุไว้ด้วยว่า... เขาเคยทำพันธสัญญากับเจ้าแห่งเขตหวงห้ามด้วยซ้ำ"

"เมื่อคำนวณดูแล้ว ผลกระทบจากกลิ่นอายมรณะที่ล็อกได้รับนั้นมันรุนแรงกว่าผู้ทำพันธสัญญาระดับเอสคนอื่นๆ เป็นร้อยเท่าเลยล่ะ!"

"เจ้า... เจ้าแห่งเขตหวงห้าม?!"

จูเจี้ยนหยวนตาโตแทบถลน เขาอ้าปากค้าง "เจ้าแห่งเขตหวงห้าม... สามารถนำมาทำเป็นอสูรพันธสัญญาได้ด้วยเหรอ?!"

"ล็อกรุ่นแรก... แข็งแกร่งขนาดไหนกันเนี่ย?!"

ต้องรู้ไว้ก่อนว่าความน่าสะพรึงกลัวของเจ้าแห่งเขตหวงห้ามนั้นเหนือกว่าสัตว์มรณะระดับเอสหลายขุมนัก

ทำไมถึงถูกเรียกว่าเจ้าแห่งเขตหวงห้ามน่ะเหรอ?

ก็เพราะนั่นคือเขตหวงห้ามสำหรับมนุษย์ของแท้เลยน่ะสิ!

ใครก็ตามที่ก้าวเท้าเข้าไปในเขตหวงห้าม จะไม่มีใครรอดชีวิตกลับมาได้แม้แต่คนเดียว

ต่อให้เป็นผู้ใช้พลังระดับเอสก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะเฉียดเข้าไปใกล้!

ล็อกพยักหน้าและพูดว่า "นี่คือบันทึกลับภายในตระกูลล็อกซึ่งไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน สรุปก็คือเรื่องมันเป็นแบบนี้แหละ"

"ที่ล็อกสามารถทนรับผลกระทบจากกลิ่นอายมรณะอันมหาศาลโดยไม่เสียสติไปจนกระทั่งแก่ตาย... มันมีเหตุผลอยู่"

"กริชเล่มนี้ของล็อก... มันถูกเสริมพลังด้วยวิธีการบางอย่างที่ไม่มีใครล่วงรู้"

ล็อกหยิบกริชออกมาวางไว้บนโต๊ะ

กริชพิธีกรรมที่ถูกเรียกว่ากริชทลายกำแพงเล่มนี้ ดูซอมซ่อกว่ากริชพิธีกรรมประดับทองฝังหยกของผู้ทำพันธสัญญาคนอื่นๆ มากนัก

แต่ในความเป็นจริงกลับล้ำค่าหาใดเปรียบ!

"กริชเล่มนี้... สามารถใช้ตัดเฉือนพลังจิตได้"

ล็อกอธิบาย "เงาก็คือส่วนที่ถูกตัดเฉือนออกมาจากตัวของล็อก... มันคือพลังจิตส่วนที่ถูกกลิ่นอายมรณะกลืนกินไปนั่นเอง!"

"ดังนั้นการแสดงออกของเงา... ถึงได้ดูหยาบคายแบบนั้น"

"เพราะท้ายที่สุดแล้ว มันก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นด้านมืดของล็อกยังไงล่ะ"

"และด้วยความผูกพันทางจิตวิญญาณ เงานี้... จึงต้องดำรงอยู่ได้ด้วยการกินพลังจิตของตระกูลล็อกเป็นอาหาร"

"มะเส็งหนึ่งในสิบสองนักษัตร... หรือก็คือล็อก เป็นเพียงตำแหน่งเดียวที่มีการสืบทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 290 - ความลับสุดยอด! การสืบทอดของมะเส็ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว