- หน้าแรก
- คุณชายซ่อนคมตบหน้าทรชนด้วยเงินหมื่นล้าน
- บทที่ 21 - อิสระทางการเงินของเฉินซือหลาน
บทที่ 21 - อิสระทางการเงินของเฉินซือหลาน
บทที่ 21 - อิสระทางการเงินของเฉินซือหลาน
บทที่ 21 - อิสระทางการเงินของเฉินซือหลาน
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
บ้านตระกูลเย่
หลังจากที่เย่ซือเหยาวางสาย เธอก็พุ่งตัวกลับเข้าห้องไปเปลี่ยนชุดทันที วันนี้เธอเลือกหยิบชุดเดรสยาวสีขาวนวลมาใส่
เดิมทีหน้าตาและบุคลิกของเธอก็โดดเด่นสะดุดตาเหนือใครอยู่แล้ว พอได้แต่งองค์ทรงเครื่องแบบนี้ เธอก็ยิ่งดูงดงามราวกับนางฟ้าที่จุติลงมาจากสรวงสวรรค์ ดูบริสุทธิ์และสูงส่งจนมิอาจเอื้อม
ทันทีที่เธอเดินพ้นประตูบ้านออกมา เธอก็มองเห็นรถตู้ผู้บริหารสีดำคันหนึ่งกำลังแล่นตรงมาที่บ้านตระกูลเย่
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นรถประจำตระกูลเฉินแน่ๆ
เพียงอึดใจเดียว รถก็มาจอดเทียบท่าตรงหน้าเย่ซือเหยา
ประตูรถเปิดออก
เฉินเทียนหมิงและเฉินซือหลานสองพี่น้องก้าวลงมาจากรถพร้อมกัน
"พี่เย่คะ วันนี้พี่แต่งตัวสวยจังเลยค่ะ"
เฉินซือหลานวิ่งเข้าไปกอดเย่ซือเหยาแน่น
ในขณะเดียวกัน แววตาของเธอก็เผยให้เห็นถึงความชื่นชมระคนตกตะลึง
ก็แหงล่ะ
เย่ซือเหยาสวยหยาดเยิ้มซะขนาดนั้น
ต่อให้เฉินซือหลานจะเป็นผู้หญิงด้วยกัน เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาในความสวยของอีกฝ่าย
"แหม พูดแบบนี้แปลว่าเมื่อก่อนฉันไม่สวยเหรอ"
เย่ซือเหยาแกล้งทำหน้าบึ้ง แล้วตอบกลับไปอย่างหมั่นเขี้ยว
"ฮิฮิ หนูพูดผิดไปเองค่ะ"
"หนูควรจะบอกว่า เป็นเพราะวันนี้พี่ต้องไปเดตกับพี่ชายของหนู พี่ก็เลยแต่งตัวสวยปิ๊งยิ่งกว่าวันอื่นๆ ต่างหากล่ะ"
เฉินซือหลานแลบลิ้นปลิ้นตาอย่างซุกซน
"ขึ้นรถกันเถอะ มีอะไรก็ค่อยไปคุยกันต่อบนรถ"
เฉินเทียนหมิงมองไปที่ทั้งสองคน ยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยปากชวน
วินาทีต่อมา รถก็เคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังย่านการค้าอันแสนคึกคัก
หลังจากใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง พวกเขาก็มาถึงลานการค้าชิงเหอ
เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้คนจึงพลุกพล่านหนาตามากกว่าปกติ
เดิมทีเฉินเทียนหมิงตั้งใจจะพาสองสาวไปหาที่เที่ยวเล่นพักผ่อนหย่อนใจ แต่ก็ต้านทานเสียงเรียกร้องของเฉินซือหลานที่อยากมาเดินช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าไม่ไหว ก็รู้ๆ กันอยู่ว่ายัยน้องสาวตัวแสบของเขาชอบเดินช้อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ
แต่ก็ติดตรงที่เงินค่าขนมในกระเป๋าของเธอมันมีจำกัด เวลาเจอของที่ถูกใจก็เลยไม่กล้าตัดใจซื้อสักที
แต่ตอนนี้มีเศรษฐีกระเป๋าหนักอย่างเฉินเทียนหมิงมาด้วยทั้งคน เธอจึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องช้อปให้แหลกลาญไปเลย
ข้อเสนอนี้ก็ดันไปถูกใจเย่ซือเหยาเข้าอย่างจัง
ก็แน่ล่ะ ผู้หญิงกับเรื่องช้อปปิ้งมันเป็นของคู่กันอยู่แล้ว
เมื่อเจอแบบนี้ เฉินเทียนหมิงจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตาม
ในเมื่อเขาตั้งใจจะพาทั้งสองสาวออกมาเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย เขาก็ควรจะตามใจและปล่อยให้พวกเธอได้ทำในสิ่งที่ชอบสิถึงจะถูก
เอาล่ะสิ
เฉินซือหลานกับเย่ซือเหยาจับมือกันเดินนำลิ่วไปข้างหน้าอย่างอารมณ์ดี
ปล่อยให้เฉินเทียนหมิงกับหวังจวินเดินตามต้อยๆ อยู่ข้างหลังราวกับเป็นลูกน้องคอยถือของ
โถงทางเดินในห้างนั้นกว้างขวางใหญ่โต สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงที่ตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ
มีทั้งร้านเครื่องประดับ ร้านนาฬิกา ร้านทอง และโซนจัดแสดงรถสปอร์ตสุดหรู...
พอขึ้นมาบนชั้นสอง ก็จะเป็นโซนของเครื่องสำอาง สกินแคร์ ลิปสติก น้ำหอม กระเป๋าแบรนด์เนม และร้านเสื้อผ้าแฟชั่นระดับไฮเอนด์
ส่วนตั้งแต่ชั้นสามขึ้นไปก็จะเป็นแหล่งรวมความบันเทิงครบวงจร ทั้งของกินและเครื่องเล่นต่างๆ
เป้าหมายของเฉินซือหลานชัดเจนมาก เธอจูงมือเย่ซือเหยาเดินตรงดิ่งขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้นสองทันที
และเพียงไม่นาน พวกเธอก็เดินเข้าไปในช็อปของแบรนด์สกินแคร์ระดับโลก
ความจริงก็คือ ผู้หญิงยิ่งสวยก็ยิ่งกล้าทุ่มเงินดูแลภาพลักษณ์ของตัวเอง
ต่อให้เป็นสาวสวยที่มีต้นทุนความงามมาตั้งแต่เกิดอย่างเฉินซือหลานก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ดังนั้นสกินแคร์จึงเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด
และสกินแคร์แบรนด์เนมพวกนี้ จัดเซ็ตนึงถูกๆ ก็ปาเข้าไปตั้งหลายพันหยวนแล้ว
ถ้าเป็นเซ็ตพรีเมียมหน่อยก็ราคาเหยียบหลักหมื่น
ถึงแม้เฉินซือหลานจะเป็นถึงคุณหนูตระกูลเฉิน แต่เงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวรวมกับค่าขนมรายเดือนของเธอก็มีจำกัด แค่ไม่กี่หมื่นหยวนเท่านั้น
เอาไว้ใช้กินเที่ยวตามประสาวัยรุ่นน่ะเหลือเฟือ
แต่ถ้าจะเอาไปซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรือสกินแคร์หรูๆ มันก็คงไม่พอหรอก
เมื่อก่อนเธอจึงต้องทนใช้สกินแคร์ระดับกลางๆ ไปจนถึงระดับล่าง
แต่วันนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ก็พี่ชายของเธออย่างเฉินเทียนหมิง กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับหมื่นล้านไปแล้วนี่นา เรื่องเงินน่ะไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลยสักนิด
ในฐานะน้องสาวสุดที่รัก การจะอ้อนขอซื้อสกินแคร์แพงๆ สักสองสามเซ็ตเพื่อเป็นรางวัลให้ตัวเอง มันก็สมเหตุสมผลดีไม่ใช่หรือไง
ผ่านไปอึดใจเดียว พวกเขาก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ พนักงานขายสาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งก็รีบปรี่เข้ามาต้อนรับด้วยความกระตือรือร้น
เมื่อพนักงานขายเห็นว่าเฉินซือหลานกับเย่ซือเหยาทั้งสวยและแต่งตัวดูดีมีระดับ เธอก็รู้ทันทีว่านี่คือลูกค้ารายใหญ่ จึงรีบงัดเอาสินค้าตัวท็อปของทางร้านออกมานำเสนออย่างเอาอกเอาใจ
สินค้าเซ็ตหลักมีทั้งหมดสามเซ็ต ราคาอยู่ที่ 13888 หยวน 25888 หยวน และ 54888 หยวนตามลำดับ
ที่เคาน์เตอร์มีสินค้าขนาดทดลองให้ลูกค้าได้ลองใช้ เฉินซือหลานและเย่ซือเหยาลองเทสต์ดูแล้วก็พบว่าเนื้อสัมผัสดีเยี่ยม
ดังนั้นด้วยความใจป้ำ เฉินซือหลานจึงหันไปบอกพนักงานขายว่า "เอาสกินแคร์สามเซ็ตนี้มาให้ฉันอย่างละสองชุดค่ะ"
"แล้วก็ช่วยแนะนำโฟมล้างหน้ากับมาสก์หน้าตัวเด็ดๆ ให้ฉันด้วยนะคะ"
พนักงานขายสาวถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่รอยยิ้มกว้างจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ได้เลยค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ"
หลังจากเดินเลือกของอย่างพิถีพิถัน เฉินซือหลานก็สอยของมาได้อีกเพียบ
"พี่เย่คะ พี่มีอะไรอยากได้อีกไหม ถ้าไม่มีแล้วเราไปเดินดูโซนอื่นกันต่อเถอะค่ะ"
เฉินซือหลานหันไปถามเย่ซือเหยา
ตอนนี้เธอชักจะเสพติดความรู้สึกที่อยากซื้ออะไรก็ซื้อได้ โดยไม่ต้องมานั่งพะวงเรื่องเงินแล้วสิ
โอกาสดีๆ ที่จะได้ไถเงินพี่ชายแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ เธอตั้งใจว่าจะต้องเดินช้อปให้หนำใจไปเลย
"ไม่ล่ะจ้ะ"
"เมื่อหลายวันก่อนตอนที่พี่มาเดินห้างกับพี่ชายของเธอ เขาก็กวาดซื้อของให้พี่ไปตั้งเยอะแล้ว ถ้ารวมกับของพวกนี้อีก ก็ใช้ไม่หวาดไม่ไหวแล้วล่ะ"
เย่ซือเหยารู้ดีว่าตอนนี้เฉินเทียนหมิงไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่เธอก็ไม่อยากให้เขาต้องมาสิ้นเปลืองกับเธอมากนัก
ยิ่งไปกว่านั้น ของพวกเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แล้วก็เครื่องสำอางพวกนี้ ที่บ้านของเธอก็มีเยอะจนใช้ไม่ทันอยู่แล้ว
"งั้นโอเคค่ะ เราพอแค่นี้ก็แล้วกัน"
"คุณพี่ชายที่รักคะ รบกวนช่วยไปจ่ายตังค์ให้หนูหน่อยนะคะ"
เฉินซือหลานขยิบตาให้เฉินเทียนหมิง แล้วเอ่ยปากแซวอย่างอารมณ์ดี
แต่แล้วในจังหวะนั้นเอง ก็มีเสียงพูดจาถากถางดังมาจากข้างหลัง
"ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าดาวมหาวิทยาลัยนครหลวงที่ใครๆ ก็ยอมรับอย่างเฉินซือหลาน จะยอมลดตัวมาเรียกผู้ชายคนอื่นว่าพี่ชายกลางที่สาธารณะ เพียงเพื่อแลกกับเครื่องสำอางแค่ไม่กี่เซ็ต"
"ทำตัวออดอ้อนซะขนาดนี้ ถ้าพวกหนุ่มๆ ที่ตามจีบเธอในมหาลัยมาเห็นเข้า มีหวังอกหักดังเป๊าะแน่ๆ"
เฉินซือหลานหันขวับไปมอง ก็พบกับใบหน้าที่คุ้นเคย เธอจึงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
"จางม่านลี่ เธอมาทำอะไรที่นี่"
จางม่านลี่ นักศึกษาคณะภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยนครหลวง เจ้าของตำแหน่งดาวมหาลัยอันดับเจ็ด
บ้านรวย นิสัยเอาแต่ใจ และขี้อิจฉาเป็นที่หนึ่ง
ตอนเข้าค่ายรับน้องใหม่ เธอเกิดปิ๊งรักแรกพบกับฉินหยาง หนุ่มหล่อประจำคณะการเงิน
หลังจากนั้นเธอก็เดินหน้าตามจีบเขาอย่างบ้าคลั่ง
แต่ฉินหยางกลับไม่ได้รู้สึกอะไรกับจางม่านลี่เลยแม้แต่น้อย
เขาปฏิเสธเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เมื่อเห็นว่าเธอยังตื๊อไม่เลิก ฉินหยางจึงจำใจต้องสารภาพความจริงกับเธอไปว่าเขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว
และผู้หญิงคนนั้นก็คือ เฉินซือหลาน ดาวมหาลัยอันดับหนึ่งนั่นเอง
เรื่องนี้สร้างความปวดร้าวให้จางม่านลี่อย่างหนัก และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอผูกใจเจ็บเฉินซือหลาน
แต่ทว่าเคสของฉินหยางกลับไม่ใช่เคสเดียว
หลังจากนั้น จางม่านลี่ก็แอบปิ๊งหนุ่มคนอื่นอีกหลายคน แต่สุดท้ายก็ต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายว่า ผู้ชายพวกนั้นก็ล้วนแต่เป็นแฟนคลับที่ตามจีบเฉินซือหลานอยู่เหมือนกัน
การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้คนหยิ่งยโสอย่างจางม่านลี่ทนรับสภาพไม่ได้
และด้วยชนวนเหตุเหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้จางม่านลี่ตั้งตนเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับเฉินซือหลาน
ตอนอยู่ที่มหาวิทยาลัย เธอก็มักจะคอยหาโอกาสกลั่นแกล้งและหาเรื่องเฉินซือหลานอยู่เป็นประจำ
"ทำไม กลัวฉันจะมาเห็นตอนที่เธอกำลังทำเรื่องงามหน้าอยู่หรือไง"
"เหอะ ฉันก็คิดไว้อยู่แล้วเชียวว่าเธอมันก็แค่แกล้งทำตัวใสซื่อในมหาลัย ที่แท้ลับหลังก็แอบไปอ่อยผู้ชายเพื่อแลกเงินนี่เอง"
"ไม่อย่างนั้น เธอจะเอาเงินจากไหนมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือยขนาดนี้"
จางม่านลี่เบ้ปากด้วยความรังเกียจ
ในขณะนี้ เธอกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจที่สามารถจับโป๊ะความลับของเฉินซือหลานได้
แต่หารู้ไม่ ว่าเธอนั่นแหละที่มโนไปเองเป็นตุเป็นตะ
เพราะผู้ชายที่เฉินซือหลานเรียกว่าพี่ชาย ก็คือพี่ชายร่วมสายเลือดของเธอจริงๆ
[จบแล้ว]