เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - ไม้แขวนเสื้อที่ฟ้าประทาน บัตรแบล็กการ์ดเซนจูเรียนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ!

บทที่ 12 - ไม้แขวนเสื้อที่ฟ้าประทาน บัตรแบล็กการ์ดเซนจูเรียนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ!

บทที่ 12 - ไม้แขวนเสื้อที่ฟ้าประทาน บัตรแบล็กการ์ดเซนจูเรียนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ!


บทที่ 12 - ไม้แขวนเสื้อที่ฟ้าประทาน บัตรแบล็กการ์ดเซนจูเรียนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ!

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"ยินดีต้อนรับค่ะคุณผู้ชาย คุณผู้หญิง"

"ดิฉันเจี่ยนเวย เป็นพนักงานขายของร้านนี้ค่ะ หากคุณลูกค้าทั้งสองท่านต้องการอะไร ก็สามารถสอบถามดิฉันได้เลยนะคะ"

เจี่ยนเวยส่งยิ้มหวานพลางเอ่ยกับเฉินเทียนหมิงและเย่ซือเหยา

ในขณะเดียวกัน

สายตาของเธอก็แอบสำรวจดูทั้งสองคนอย่างเงียบๆ

พอได้ลองมองดูชัดๆ เธอก็ถึงกับตกตะลึงราวกับได้เห็นเทพบุตรและเทพธิดาจำแลงมา

ชายหนุ่มอายุน่าจะเพิ่งยี่สิบต้นๆ รูปร่างสูงราวหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร สวมชุดลำลองสบายๆ แต่บนข้อมือกลับสวมนาฬิกาแบรนด์ปาเต็ก ฟิลิปป์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน ซึ่งน่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหลายล้าน

คิ้วเข้มดุจกระบี่ ดวงตาเปล่งประกายดั่งดวงดาว ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน ทุกท่วงท่ากิริยาล้วนแผ่ซ่านกลิ่นอายความสูงศักดิ์ออกมาโดยไม่รู้ตัว

ส่วนหญิงสาวมีใบหน้ารูปไข่ จมูกโด่งเป็นสัน ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวกับผิวของเด็กแรกเกิด มีรูปโฉมงดงามปานล่มเมือง

ความสูงน่าจะราวๆ หนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร สวมรองเท้าส้นสูงประดับคริสตัล โดยเฉพาะเรียวขาที่ทั้งยาวและตรงสวยคู่นั้น แม้แต่เจี่ยนเวยเห็นแล้วก็ยังอดอิจฉาไม่ได้

ทรวดทรงองค์เอวบอบบางน่าทะนุถนอม รูปร่างโค้งเว้าได้สัดส่วน แถมยังมีบุคลิกที่โดดเด่นสะกดสายตา

เธอคือเทพธิดาผู้เลอโฉมอย่างแท้จริง

ถึงแม้ว่าเจี่ยนเวยจะเคยให้การต้อนรับลูกค้าระดับวีไอพีมานักต่อนักและผ่านการเห็นโลกมามากก็ตาม

แต่การได้มาพบเจอกับหนุ่มหล่อสาวสวยที่ดูดีไร้ที่ติขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอเลย

จึงไม่แปลกที่เธอจะรู้สึกตื่นตะลึงไปชั่วขณะ

"รบกวนช่วยพาพวกเราไปดูเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ล่าสุดของร้านคุณหน่อยสิคะ"

เมื่อเย่ซือเหยาเห็นเจี่ยนเวยเอาแต่ยืนเหม่อลอย เธอจึงเอ่ยปากเรียกสติ

"ได้ค่ะ เชิญคุณลูกค้าทั้งสองท่านทางด้านนี้เลยค่ะ"

เจี่ยนเวยรีบดึงสติกลับมาทันที

จากนั้นเธอก็เดินนำเฉินเทียนหมิงและเย่ซือเหยาเข้าไปด้านในร้าน

เพียงไม่นานนัก ทั้งสามก็เดินมาถึงโซนเสื้อผ้าโซนหนึ่ง

บนราวแขวนเสื้อผ้าเรียงรายไปด้วยเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์

มีทั้งกระโปรงยาว กระโปรงสั้น ชุดลำลอง กางเกงหนัง เรียกได้ว่ามีทุกรูปแบบที่กำลังเป็นที่นิยม

"พี่เทียนหมิง พี่ว่าฉันใส่ชุดไหนถึงจะสวยคะ"

เย่ซือเหยาหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสองตัว แล้วลองทาบดูที่หน้ากระจก

พร้อมกับเหลือบมองไปที่เฉินเทียนหมิงอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อขอความคิดเห็นจากเขา

คำถามนี้ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นคำถามวัดใจ แต่สำหรับเฉินเทียนหมิงแล้ว มันไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย

เขาเผยรอยยิ้มบางๆ แล้วพูดขึ้น

"ก็คนมันสวยอยู่แล้ว จะใส่ชุดไหนแบบไหนก็ต้องสวยหมดนั่นแหละ"

"ต่อให้เอาไปเทียบกับนางแบบมืออาชีพ พวกเธอก็ยังต้องชิดซ้ายให้เธอเลย"

ช่างเป็นคำตอบที่ถูกต้องตามตำราเป๊ะ

แค่นี้ก็มองออกแล้วว่า เฉินเทียนหมิงมีอีคิวที่สูงไม่เบาเลยทีเดียว

"คุณผู้หญิงคะ แฟนของคุณไม่เพียงแต่หล่อเหลาเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีอีคิวสูงอีกด้วย น่าอิจฉาจริงๆ เลยค่ะ"

เจี่ยนเวยที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบหาจังหวะช่วยเสริมทัพ

คำพูดประโยคเดียว แต่กลับเป็นการเยินยอทั้งเฉินเทียนหมิงและเย่ซือเหยาไปพร้อมๆ กัน

สมกับที่เป็นพนักงานขายระดับเหรียญทองจริงๆ

แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าความเป็นมืออาชีพ

เมื่อเย่ซือเหยาได้ยินคำนั้น มุมปากของเธอก็ยกโค้งขึ้นโดยไม่รู้ตัว ภายในใจรู้สึกเบิกบานจนอธิบายไม่ถูก

"งั้นเดี๋ยวฉันขอลองสองชุดนี้ก่อนนะคะ ถ้าใส่ออกมาแล้วดูดี ก็จะซื้อเพิ่มอีกสักสองสามชุดค่ะ"

พูดจบ

เย่ซือเหยาก็ถือเสื้อผ้าเดินเข้าไปในห้องลองชุด

ผ่านไปไม่กี่นาที

ประตูห้องลองชุดก็ถูกผลักออก

เย่ซือเหยาสวมกระโปรงรัดรูปสีฟ้าอ่อน ก้าวเดินออกมาด้วยท่วงท่าที่บางเบาและพลิ้วไหว

คอเสื้อที่แนบเนื้อ เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่งดงามของเธออย่างชัดเจน

หน้าท้องที่แบนราบ รับกับเอวคอดกิ่วที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอม ทุกรอยยิ้มและกิริยาอาการล้วนแผ่ซ่านเสน่ห์ที่ชวนให้ผู้คนหลงใหลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

เฉินเทียนหมิงคิดไม่ถึงเลยว่า เพียงแค่เย่ซือเหยาเปลี่ยนชุด เธอก็ดูราวกับแปลงโฉมเป็นคนละคน เสน่ห์ในตัวของเธอพุ่งทะยานขึ้นอย่างขีดสุด

ในเวลานี้ แม้แต่เขายังเผลอมองจนตาค้างไปเลย

"พี่เทียนหมิง พี่ว่าชุดนี้เป็นยังไงบ้างคะ"

เมื่อได้เห็นสีหน้าที่แสดงออกถึงความหลงใหลของเฉินเทียนหมิง เย่ซือเหยาก็แอบหัวเราะด้วยความดีใจอยู่ลึกๆ

ทว่าใบหน้าของเธอกลับไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา

"มีเสน่ห์ดึงดูดมากๆ เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยล่ะ"

เฉินเทียนหมิงยกนิ้วโป้งให้ พร้อมกับมอบคำชมระดับสูงสุด

"งั้นเดี๋ยวฉันไปลองอีกชุดหนึ่งนะคะ"

เย่ซือเหยาหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับเข้าไปในห้องลองชุด

ทว่าเฉินเทียนหมิงกลับรั้งเธอเอาไว้เสียก่อน

เขารู้สึกว่าการที่เย่ซือเหยาต้องมานั่งลองชุดทีละตัว มันเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและเสียเวลามากเกินไป

เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาและบุคลิกของเย่ซือเหยา คงไม่มีเสื้อผ้าสไตล์ไหนที่เธอใส่แล้วจะไม่สวยอย่างแน่นอน

เขาแสดงความใจป้ำออกมาอย่างเต็มที่ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างสบายๆ ว่า "ไม่ต้องเปลี่ยนแล้วล่ะ ถ้าเธอถูกใจชุดไหน เดี๋ยวพี่จะให้คุณเจี่ยนเวยเอาไซซ์ของเธอมาจัดใส่ถุงให้หมดเลย"

"ทำแบบนั้นมันจะสิ้นเปลืองเกินไปหรือเปล่าคะ"

เย่ซือเหยาเป็นดั่งเจ้าหญิงตัวน้อยที่ทุกคนในตระกูลเย่ต่างก็รักและเอ็นดู ทุกช่วงเทศกาลเธอมักจะได้ซองแดงก้อนโตมาตลอด และในแต่ละวันเธอก็มีเงินค่าขนมให้ใช้จ่ายอย่างไม่ขาดมือ

ถึงแม้เธอจะไม่ใช่พวกเศรษฐีรุ่นสองที่ใช้เงินมือเติบแบบไม่คิดชีวิต แต่เงินของเธอก็มากพอที่จะซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมสักสองสามตัวได้อย่างสบายๆ

แต่ถึงกระนั้น ปกติแล้วเธอก็ไม่เคยใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้มาก่อน

"ไม่เป็นไรหรอก วันนี้ไม่ว่าเธอจะซื้ออะไร พี่จะเป็นคนจ่ายให้ทั้งหมด ถือซะว่าเป็นของขวัญต้อนรับการกลับมาเจอกันอีกครั้งของพวกเราก็แล้วกัน"

ในตอนนี้เฉินเทียนหมิงเป็นถึงมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินรวมกว่าแสนล้านดอลลาร์ ถือว่าเป็นเศรษฐีตัวจริงเสียงจริง

อย่าว่าแต่เสื้อผ้าแบรนด์เนมแค่ไม่กี่ชิ้นเลย ต่อให้ต้องเหมาซื้อร้านเสื้อผ้าแบบนี้สักสิบแห่งเพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่เย่ซือเหยา เขาก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

"แบบนี้จะดีเหรอคะ"

ถึงแม้เย่ซือเหยาจะไม่รู้ว่าเฉินเทียนหมิงมีเงินมากมายมหาศาลขนาดไหน

แต่เมื่อเห็นเขาใจกว้างขนาดนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง

"มีอะไรต้องเกรงใจกัน"

"ตอนที่พี่เดินทางกลับมา พี่เตรียมของขวัญมาให้ทุกคนในบ้านหมดเลย แต่กลับลืมเตรียมของขวัญมาให้เธอซะสนิทเลย"

"ตอนนี้พวกเราก็ออกมาเดินชอปปิงกันแล้ว ถือโอกาสนี้ให้พี่ได้ชดเชยของขวัญให้เธอเลยแล้วกัน"

"อีกอย่าง ด้วยความสัมพันธ์ของเราตอนนี้ เธอไม่จำเป็นต้องมามัวเกรงใจพี่เลยนะ"

เฉินเทียนหมิงส่ายหน้าพร้อมกับเผยให้เห็นถึงท่าทีเผด็จการแบบกลายๆ

หลังจากพยายามปฏิเสธอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล

ในที่สุด เย่ซือเหยาก็เลือกที่จะน้อมรับน้ำใจจากเฉินเทียนหมิงเอาไว้

นี่คือของขวัญชิ้นแรกที่เฉินเทียนหมิงตั้งใจจะมอบให้กับเธอ

มันมีความหมายที่พิเศษมากๆ เลยนะ

เมื่อคิดได้ดังนั้น สายตาที่เย่ซือเหยาใช้มองเฉินเทียนหมิง ก็เพิ่มความหวั่นไหวและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

เหตุการณ์หลังจากนั้น ทำเอาเจี่ยนเวยรู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น

มุมมองที่เธอมีต่อคนรวยถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น

นั่นก็เป็นเพราะเฉินเทียนหมิงได้กว้านซื้อเสื้อผ้าผู้หญิงคอลเลกชันยอดฮิตทั้งหมดในร้าน โดยอิงตามไซซ์ของเย่ซือเหยาทุกชิ้น

ต้องเข้าใจก่อนว่า

เสื้อผ้าเหล่านี้คือแบรนด์เนมระดับโลกที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

หยิบเสื้อขึ้นมาสักตัว ราคาของมันก็ไม่ต่ำกว่าเจ็ดแปดพันแล้ว

ถ้าเป็นตัวที่แพงๆ ราคาก็อาจจะพุ่งไปถึงห้าหกหมื่นเลยทีเดียว

เมื่อนำมารวมกันแล้ว การรูดบัตรซื้อของเพียงครั้งเดียวของเฉินเทียนหมิง ก็คิดเป็นมูลค่าสูงถึงสี่ห้าแสนเลยทีเดียว

การใช้จ่ายด้วยยอดเงินที่สูงลิ่วขนาดนี้

แม้แต่พนักงานขายระดับเหรียญทองอย่างเจี่ยนเวย ก็ยังต้องเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง

แม้กระทั่งเย่ซือเหยาเอง ก็ยังต้องตกตะลึงกับความใจป้ำของเฉินเทียนหมิงเช่นกัน

เธอรู้ดีว่าเฉินเทียนหมิงไม่ใช่คนขัดสนเรื่องเงินทอง แต่เธอก็คาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะใช้เงินมือเติบได้ขนาดนี้

การกว้านซื้อเสื้อผ้าแบรนด์หรู สำหรับเขาแล้วมันก็ง่ายดายเหมือนกับการเดินไปซื้อผักในตลาด เขาไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับมันเลย

เย่ซือเหยาเพิ่งจะตระหนักได้ว่า ตัวเองประเมินฐานะทางการเงินของเฉินเทียนหมิงต่ำเกินไปมากจริงๆ

"พี่เทียนหมิง พอได้แล้วค่ะ พี่ซื้อเสื้อผ้าให้ฉันเยอะขนาดนี้ ชาตินี้ฉันจะใส่หมดได้ยังไงล่ะคะ"

เมื่อดึงสติกลับมาได้

เย่ซือเหยาก็คว้ารั้งท่อนแขนของเฉินเทียนหมิงเอาไว้โดยอัตโนมัติ พร้อมกับรีบเอ่ยห้ามปรามทันที

"จะใส่ไม่หมดได้ยังไงกัน"

"ก็แค่วันละชุด ไม่ซ้ำกัน สลับสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็หมดเองนั่นแหละ"

เฉินเทียนหมิงอมยิ้มที่มุมปาก แล้วหัวเราะเบาๆ

หลายนาทีต่อมา

เจี่ยนเวยและเพื่อนร่วมงานของเธอ ก็ช่วยกันพับและห่อเสื้อผ้าทั้งหมดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ในไม่ช้า ก็เข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงิน

ภายใต้สายตาของทุกคนที่จับจ้องมา เฉินเทียนหมิงก็หยิบกระเป๋าสตางค์ของตัวเองออกมาอย่างไม่รีบร้อน แล้วดึงบัตรแบล็กการ์ดเซนจูเรียนสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกโดยธนาคารซิตี้แบงก์ออกมา

จากนั้นเขาก็ยื่นมันให้กับเจี่ยนเวย

"นี่มัน...นี่มันบัตรแบล็กการ์ดเซนจูเรียนในตำนาน ที่ทางธนาคารซิตี้แบงก์ออกให้เฉพาะลูกค้าวีไอพีที่มีทรัพย์สินระดับหมื่นล้านนี่นา"

เจี่ยนเวยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบัตรเครดิตแต่ละประเภทเป็นอย่างดี

พูดได้โดยไม่เกินจริงเลยว่า

เพียงแค่มองดูบัตรเครดิตใบเดียว เธอก็สามารถประเมินมูลค่าทรัพย์สินและฐานะที่แท้จริงของลูกค้าคนนั้นๆ ออกมาได้คร่าวๆ แล้ว

แต่สิ่งที่เจี่ยนเวยคาดไม่ถึงเลยก็คือ

ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในเวลานี้ จะเป็นถึงระดับมหาเศรษฐีตัวจริงเสียงจริงที่มีทรัพย์สินอยู่หลายหมื่นล้าน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 12 - ไม้แขวนเสื้อที่ฟ้าประทาน บัตรแบล็กการ์ดเซนจูเรียนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ!

คัดลอกลิงก์แล้ว