- หน้าแรก
- ระบบวาจาเป็นกฏ ข้าครองสวรรค์และหมื่นโลก
- บทที่ 38.อาจารย์ของท่านพี่ผู้นี้แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัวจริงๆ!
บทที่ 38.อาจารย์ของท่านพี่ผู้นี้แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัวจริงๆ!
บทที่ 38.อาจารย์ของท่านพี่ผู้นี้แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัวจริงๆ!
ระบบวาจาเป็นกฎของหลินฮ่าวนั้นเขาเคยศึกษาอย่างละเอียดมาแล้ว
ในฐานะระบบขั้นต้นมันสามารถใช้ได้เพียงในโลกระดับต่ำอย่างโลกหลิงหลานเท่านั้นเช่นเดียวกันความสามารถของระบบก็ถูกจำกัดอยู่เพียงภายในโลกระดับต่ำเท่านั้นไม่อาจได้รับสิ่งที่อยู่เหนือกว่าโลกระดับต่ำได้
ยกตัวอย่างเช่นขอบเขตสูงสุดของโลกหลิงหลานคือขอบเขตบรรพบุรุษวิญญาณในจุดสูงสุดเช่นนั้นเขาก็ไม่อาจได้รับขอบเขตที่สูงยิ่งกว่านั้นได้
ในทำนองเดียวกันวิชาบ่มเพาะระดับเซียนคือวิชาบ่มเพาะระดับสูงสุดของโลกหลิงหลานเช่นนั้นเขาก็ไม่อาจได้รับวิชาบ่มเพาะที่สูงกว่าวิชาบ่มเพาะระดับเซียนได้
แต่ขอเพียงยกระบบให้กลายเป็นระบบขั้นกลางก็จะสามารถไปยังโลกมิติที่สูงกว่าเพื่อใช้งานได้จากนั้นจึงสามารถทำให้วาจาเป็นกฎของโลกหลายมิตินั้นเป็นจริงได้
นี่ก็คือกฎการใช้งานของระบบและทุกระบบล้วนเหมือนกัน
ดังนั้นก่อนที่ระบบจะยังไม่ได้ยกระดับเป็นระบบขั้นกลางหลินฮ่าวเองก็ไม่กล้าเปิดประตูสวรรค์โดยพลการไปยังโลกมิติที่สูงกว่า
จากจุดนี้ก็พอจะมองออกได้ว่าสิ่งที่แม้แต่ระบบยังไม่อาจระบุได้มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นนั่นก็คือสิ่งที่อยู่เหนือกว่าการดำรงอยู่ของโลกมิติในปัจจุบัน
“ชิชิชิ พรสวรรค์พลังวิญญาณที่มาจากโลกมิติชั้นสูงกว่าน้องสาวผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยนะ!”
หลินฮ่าวอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจในใจพร้อมทั้งเกิดความอยากรู้อยากเห็นต่อสาวน้อยผู้นี้ขึ้นมาเล็กน้อยซึ้งแม้แต่ระบบก็ยังไม่อาจระบุได้
“หึหึ นั่นแน่อยู่แล้วตอนนี้พลังวิญญาณของข้าบรรลุถึงขอบเขตจ้าวสูงสุดระยะกลางแล้ว!”
ต่อคำชื่นชมของพี่หลี่ซินเหยียนมีสีหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจเงยศีรษะน้อยๆขึ้นพร้อมทั้งเชิดอกอันอวบอิ่มที่พัฒนาเต็มที่ของตนขึ้น
“แค่กๆ……”
หลี่ซินหานไอแห้งๆอย่างกระอักกระอ่วนนี่คือน้องสาวแท้ๆของตนเองนะมองอย่างไม่เหมาะสมไม่ได้!
“ขอแนะนำสักหน่อยท่านนี้คือท่านอาจารย์ของข้า หลินฮ่าว! ท่านอาจารย์นี่คือน้องสาวของข้าหลี่ซินเหยียน!”
หลี่ซินหานแนะนำทั้งสองให้รู้จักกันอย่างกระตือรือร้น
“อาจารย์?”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลี่ซินเหยียนก็ใช้สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยสำรวจร่างของหลินฮ่าวขึ้นลงอย่างละเอียดสีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“อาจารย์ของเจ้าดูแล้วก็เหมือนจะอายุมากกว่าเจ้าเพียงหนึ่งหรือสองปีเท่านั้นเองนะท่านพี่ท่านแน่ใจหรือว่านี่คืออาจารย์ของท่าน?”
“แน่นอนอยู่แล้วเจ้าอย่ามองว่าท่านอาจารย์ของข้ายังอายุน้อยความสามารถของท่านนั้นยิ่งใหญ่มากใช้คำว่ามาบรรยายไม่ได้แม้แต่น้อย!”
ฟังจากถ้อยคำของหลี่ซินหานก็เห็นได้ชัดว่าความเลื่อมใสและความเคารพเทิดทูนที่เขามีต่อหลินฮ่าวนั้นช่างดุจสายน้ำแห่งแม่น้ำหวงเหออันเชี่ยวกรากไหลไม่หยุดและยากจะควบคุมจริงๆ!
“โอ้?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ซินหาน หลี่ซินเหยียนก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันที
นางอยากเห็นจริงๆว่าคนตรงหน้าผู้นี้มีความสามารถอันใดกันแน่ถึงทำให้ท่านพี่ผู้เป็นบุตรแห่งสวรรค์ของนางพูดจาให้ความเคารพยกย่องถึงเพียงนี้ได้!
“ในเมื่อเก่งกาจเพียงนี้เช่นนั้นให้ข้าลองดูหน่อยเป็นไร?”
หลี่ซินเหยียนเลิกคิ้วงามขึ้นเล็กน้อยภายในดวงตาปรากฏความอยากลองอย่างเห็นได้ชัด
“ซินเหยียนห้ามเสียมารยาท!”
หลี่ซินหานกำลังจะเอ่ยตำหนิแต่กลับถูกหลินฮ่าวเอ่ยขัดไว้เสียก่อน
“ไม่เป็นไรพอดีข้าเองก็อยากเห็นเช่นกันว่าพรสวรรค์พลังวิญญาณของนางมีความพิเศษอันใดกันแน่”
“น้องสาวเชิญเลย!”
หลินฮ่าวยิ้มอยู่บนใบหน้าพร้อมทั้งทำท่า “เชิญ” ด้วยมือ
“ดี! ตรงไปตรงมาดีนัก!”
หลี่ซินเหยียนหัวเราะอย่างเปิดเผยปีกวิญญาณด้านหลังขยับร่างของนางก็ถอยห่างจากคนทั้งหลายไปเป็นระยะไกลอย่างรวดเร็ว
“ค้อนสะเทือนสวรรค์!”
หลี่ซินเหยียนยกมือข้างเดียวขึ้นด้านบนภายในมือของนางพลังวิญญาณลึกลับสายหนึ่งได้รวมตัวกันอย่างรวดเร็วกลายเป็นค้อนขนาดใหญ่สีฟ้า
“แรงกดดันทางพลังวิญญาณช่างรุนแรงนัก!”
ในชั่วขณะที่ค้อนยักษ์ปรากฏขึ้นฟ้าดินทั้งผืนก็มืดหม่นลงในทันใด
ภายในเมืองเบื้องล่างผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็หยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ในมือของตนแล้วเงยสายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกันภายในดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แม้กระทั่งยอดฝีมือแห่งราชวงศ์กลุ่มหนึ่งต่างก็คิดว่ามีศัตรูร้ายบุกมาต่างแย่งกันทะยานขึ้นสู่กลางอากาศปกป้องอยู่เบื้องหน้าหลี่ซินเหยียน
“ทุกท่านรีบถอยไปเร็ว!”
หลี่ซินหานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยนในฐานะองค์ชายเขาค่อนข้างให้เกียรติยอดฝีมือเหล่านี้ที่ภักดีต่อราชวงศ์ต้าเหยียน
“ขอรับ!”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือองค์ชายแห่งราชวงศ์ต้าเหยียนของพวกเขาทุกคนก็ผ่อนคลายความระแวงลงในใจแล้วถอยไปอยู่ด้านหลังของหลี่ซินเหยียนอย่างว่าง่าย
เพียงแต่ในขณะที่ถอยนั้นแต่ละคนล้วนมีสีหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
ไม่รู้จริงๆว่าองค์หญิงกับองค์ชายกำลังจะทำอะไรกันแน่ประลองฝีมือกันหรือแต่ขบวนทัพเช่นนี้มันจะใหญ่เกินไปหน่อยแล้วกระมัง?
“นี่ ต้องให้ข้าออมมือหรือไม่?”
หลี่ซินเหยียนยังคงรักษาท่ามือข้างเดียวชูขึ้นไว้พลางถามหลินฮ่าวที่อยู่ไม่ไกลด้วยสีหน้าหยิ่งเล็กน้อย
สาเหตุที่นางยังไม่ลงมือเสียทีก็เป็นเพราะนางเองก็ไม่กล้าเชื่อว่าชายหนุ่มอายุเพียงยี่สิบต้นๆตรงหน้าผู้นี้จะสามารถรับการโจมตีหนึ่งครั้งของนางซึ่งมีพลังถึงระดับขอบเขตจ้าวสูงสุดระยะกลางได้
“จงลงมืออย่างสุดกำลังเถิด!”
หลินฮ่าวสีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อยเอ่ยอย่างสงบนิ่งดุจเมฆลอยลมพัด
“ดี!”
เมื่อเห็นดังนั้นหลี่ซินเหยียนก็ไม่ยืดยาดอีกฝ่ามือกดลงเบื้องล่างพร้อมกับเปล่งเสียงตวาดต่ำๆอันใสกังวานออกมาจากปาก
“แปดสิบ!”
จากนั้นก็เห็นเพียงค้อนยักษ์บนท้องฟ้าเหนือศีรษะของนางส่งเสียงหึ่งเบาๆออกมาหนึ่งครั้งแล้วพุ่งตกลงมาอย่างรุนแรงพร้อมด้วยพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด
“ค้อนจริงหรือ?”
เมื่อเห็นภาพนี้ยอดฝีมือแห่งราชวงศ์ทั้งหมดที่อยู่ด้านหลังหลี่ซินเหยียนต่างก็เบิกตากว้างเหงื่อเย็นไหลท่วม
องค์หญิงบ้าคลั่งไปแล้วหรือหากค้อนนี้ฟาดลงไปจริงๆคนไม่กี่คนฝั่งองค์ชายคงไม่ถูกโจมตีจนกลายเป็นผุยผงทั้งหมดหรอกหรือ?
แต่ในวินาทีถัดมาค้อนสะเทือนสวรรค์กลับหยุดการโจมตีลงกะทันหันหยุดนิ่งค้างอยู่กลางอากาศไม่ขยับเขยื้อน
ทุกคนเพ่งมองอย่างตั้งใจก็เห็นเพียงว่าหลินฮ่าวยื่นนิ้วออกมาหนึ่งนิ้วรับการโจมตีอันรุนแรงของค้อนสะเทือนสวรรค์ไว้ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย
“เอ่อ นี่……”
ทุกคนต่างมองจนตาค้างการโจมตีอันทรงพลังระดับขอบเขตจ้าวสูงสุดระยะกลางเจ้าหนุ่มนี่กลับใช้นิ้วเพียงนิ้วเดียวรับไว้ได้เสียอย่างนั้น?
หลี่ซินเหยียนเมื่อเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะอ้าปากน้อยๆดวงตาของนางเองก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงเช่นกัน
ท่านพี่ไม่ได้หลอกข้าจริงๆอาจารย์ของเขาผู้นี้แข็งแกร่งจนน่าสะพรึงกลัวจริงๆ!
ที่สำคัญก็คือยังหนุ่มทั้งยังหล่อเหลาอีกด้วย!
“สลาย!”
จากนั้นหลินฮ่าวก็ดีดนิ้วเบาๆค้อนยักษ์ก็แตกเป็นเสี่ยงๆในทันทีก่อนจะสลายหายไปท่ามกลางฟ้าดิน
“ท่านผู้อาวุโสมีวิธีการไม่ธรรมดาจริงๆข้ายอมแพ้แล้ว!”
หลังจากได้เห็นวิธีการอันแข็งแกร่งของหลินฮ่าวสีหน้าของหลี่ซินเหยียนก็เปลี่ยนจากความหยิ่งในก่อนหน้านี้กลายเป็นสาวน้อยผู้หลงใหลอย่างแท้จริง
“ข้าก็อายุมากกว่าเจ้าเพียงสองหรือสามปีจะเรียกผู้อาวุโสอะไรเรียกพี่ก็พอแล้ว”
หลินฮ่าวยิ้มพลางกล่าวสาวน้อยผู้นี้กลับน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
“ได้เลยเช่นนั้นภายหน้าข้าจะเรียกท่านว่าพี่หลินฮ่าวแล้วกัน!”
หลี่ซินเหยียนยิ้มหวานทำเอาหลี่ซินหานปวดศีรษะอย่างถึงที่สุด
ข้าเรียกเขาว่าอาจารย์แต่เจ้ากลับเรียกเขาว่าพี่เช่นนี้ไม่มั่วกันหมดแล้วหรือ?
“แต่ว่าคำว่า ‘แปดสิบ’ ของเจ้าเรียนรู้มาจากที่ใด?”
“อ้อ เรื่องนี้น่ะหรือท่านพี่สอนข้าเอง ค้อนเล็กสี่สิบ ค้อนใหญ่แปดสิบแม้ว่าข้าเองก็ไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไรแต่ฟังดูแล้วก็รู้สึกว่าเก่งกาจมาก”
(เป็นมีมของพี่จีนเขานะครับ555)
……
ดินแดนตะวันตก
ดินแดนตะวันตกเป็นดินแดนของเผ่าพันธุ์ต่างแดนมีเผ่าพันธุ์ใหญ่แปดเผ่าประจำการอยู่ส่วนเผ่ามารนี้ก็คือผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์ใหญ่ทั้งแปดอาศัยอยู่ในโลกมาร
โลกมารคือโลกใบเล็กที่ยอดฝีมือของเผ่ามารเปิดขึ้นมาภายในอาศัยอยู่ด้วยชีวิตเผ่ามารนับหลายสิบล้าน
แน่นอนว่าก็ไม่ใช่ว่าเผ่ามารทั้งหมดจะอาศัยอยู่ในโลกมารบนผืนแผ่นดินของดินแดนตะวันตกก็ยังมีขุมอำนาจของพวกมันที่ตั้งอยู่ภายนอกอย่างเปิดเผยเช่นกัน
ขุมอำนาจนี้มีชื่อว่า"ตำหนักมารศักดิ์สิทธิ์"
“ท่านเจ้าตำหนัก เออ..ผู้พิทักษ์กฏมารอำมหิตตายแล้วขอรับ!”
“อะไรนะ?”
เมื่อได้ยินดังนั้นเจ้าตำหนักมารศักดิ์สิทธิ์ โม๋เมี่ยเซิง ก็เดือดดาลขึ้นทันที
“ผู้ใดเป็นคนทำ?”
“ตามข่าวที่เหลยหรูเลี่ยส่งมาผู้พิทักษ์กฎมารอำมหิตตายด้วยน้ำมือของคนจากราชวงศ์ต้าเหยียนขอรับ”
เหลยหรูเลี่ยก็คือจักรพรรดิแห่งราชวงศ์จักรพรรดิมารนั้นเอง
“แค่ราชวงศ์ต้าเหยียนเล็กๆจะมีผู้ใดสามารถถึงขั้นทำให้ผู้พิทักษ์กฎแห่งตำหนักมารศักดิ์สิทธิ์ของข้าต้องตายได้?”
โม๋เมี่ยเซิงมีสายตาเย็นเยียบพลางเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “เจ้าเหลยหรูเลี่ยนั่นคงไม่ได้ปิดบังความจริงไว้คิดจะอาศัยมือของพวกเรากวาดล้างราชวงศ์ต้าเหยียนหรอกนะ?”
“ผู้น้อยได้ตรวจสอบยืนยันแล้วอีกฝ่ายคือองค์ชายแห่งราชวงศ์ต้าเหยียนพร้อมด้วยขอบเขตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ระยะต้นสองคนและขอบเขตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ในจุดสูงสุดอีกหนึ่งคนขอรับ”
“ขอบเขตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ในจุดสูงสุดยอดฝีมือระดับนี้ราชวงศ์ต้าเหยียนนั่นเชิญมาได้ด้วยหรือ?”
“เจ้าเหลยหรูเลี่ยผู้นั้นใช้ชีวิตเป็นประกันเรื่องนี้น่าจะเป็นความจริงขอรับ!”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เซิน โหย่ว ซวี ไห่ พวกเจ้าทั้งสี่ไปยังราชวงศ์ต้าเหยียนสักครั้งไม่ว่าจะเป็นหรือตายจะต้องนำตัวคนที่สังหารมารอำมหิตกลับมาให้ข้าให้จงได้!”
“หากราชวงศ์ต้าเหยียนส่งมอบคนออกมาไม่ได้เช่นนั้นก็จงกวาดล้างเสีย!”
“ขอรับ!”
ในความมืดมีเสียงสี่สายดังขึ้นจากนั้นก็หายไปโดยพลัน