- หน้าแรก
- ระบบวาจาเป็นกฏ ข้าครองสวรรค์และหมื่นโลก
- บทที่ 1.ทัณฑ์สวรรค์ตัวเล็กๆก็ยังกล้ากำเริบ?
บทที่ 1.ทัณฑ์สวรรค์ตัวเล็กๆก็ยังกล้ากำเริบ?
บทที่ 1.ทัณฑ์สวรรค์ตัวเล็กๆก็ยังกล้ากำเริบ?
【ติ๊ง!】
【ยินดีต้อนรับสู่โลกหลิงหลานการผูกมัดระบบสำเร็จแล้วจะรับใช้โฮสต์อย่างสุดความสามารถ!】
“โลกหลิงหลาน? ระบบ? งั้นนี่ข้าทะลุมิติแล้วงั้นเหรอ?”
ท่ามกลางเทือกเขาสูงตระหง่านที่ทอดยาวไม่สิ้นสุดมีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในชุดสมัยใหม่คนหนึ่งพิงหลังอยู่กับต้นไม้ใหญ่ฟังเสียงของระบบที่ดังขึ้นในหัวก่อนจะครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง
มันไม่สมเหตุสมผลเลยนะที่ตัวเองก็ไม่ได้ถูกรถชนตายไม่ได้โหมงานจนตายคาโต๊ะแถมก็ไม่ได้ซวยจนตกลงไปในชักโครกด้วย!
แค่นอนขี้เกียจธรรมดาๆแต่กลับดันทะลุมิติได้?
แล้วทะลุมิติมาทั้งทีดันถูกโยนมาอยู่กลางภูเขารกร้างแบบนี้มันเรื่องอะไรกัน?
ตามบทมันไม่ควรจะเป็นว่าทะลุมิติไปสิงร่างคุณชายขยะๆของตระกูลที่ชื่อแซ่เดียวกับตัวเองหรอกหรือ
จากนั้นก็โดนเหยียดหยาม ถูกถอนหมั้น ถูกเยาะเย้ย แล้วค่อยปลดล็อกนิ้วทองทำให้ตัวเองผงาดขึ้นมาตบหน้าคนอื่นไปตลอดทางไม่ใช่หรือ?
เนื้อเรื่องนี้มันผิดไปชัดๆ!
“ระบบ! อธิบายความสามารถของเจ้ามาแบบสั้นๆ”
หลินฮ่าวสูดลมหายใจลึกเพื่อปรับอารมณ์ในเมื่อมีตัวช่วยอย่างระบบสถานการณ์ก็น่าจะยังพอมองโลกในแง่ดีได้อยู่
【เรียนโฮสต์ระบบนี้มีชื่อว่า "ระบบวาจาเป็นกฎ" สามารถทำให้คำพูดกลายเป็นความจริงได้โดยตรงมันไม่มีข้อจำกัดใดๆและไม่ต้องให้โฮสต์ทำภารกิจใดๆท่านสามารถใช้ได้ไม่จำกัด!】
“ว่าไงนะ? วาจาเป็นกฎ?”
“บ้าเอ๊ย! แบบนี้ก็ไร้เทียมทานแล้วไม่ใช่เหรอ?”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลินฮ่าวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนมุมปากจะยกยิ้มกว้างจนแทบกลั้นไม่อยู่
เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองคงเหมือนพวกคนทะลุมิติทั่วไปที่ได้ระบบห่วยๆซึ่งเต็มไปด้วยข้อจำกัดและภารกิจน่ารำคาญ
แต่ใครจะไปคิดว่ากลับได้ระบบวาจาเป็นกฎที่โคตรโกงระดับไร้เทียมทาน!
วาจาเป็นกฎ เพียงแค่เอ่ยคำพูดก็สามารถกำหนดชะตาชีวิตและความเป็นความตายของคนได้!
แค่คิดก็น่าตื่นเต้นแล้ว!
“โฮ่ก!”
ในขณะที่หลินฮ่าวกำลังเคลิบเคลิ้มกับความรู้สึกนั้นก็ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ร้ายก็ดังขึ้นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเทือกเขา
จากนั้นก็เห็นสัตว์ร้ายรูปร่างคล้ายเสือขนาดใหญ่ที่มีปีกคู่หนึ่งงอกออกจากแผ่นหลังและทั่วร่างถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีม่วงปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอย่างฉับพลัน
แต่ปีกคู่นั้นไม่ใช่ของจริงกลับดูเหมือนเป็นสิ่งที่เกิดจากพลังงานบางอย่างแปรสภาพขึ้นมา
มองดูแล้วคล้ายกับการแปรสภาพพลังเป็นรูปร่างบางอย่าง
“เจ้ามนุษย์กล้าเดินดุ่มเข้ามาเพียงลำพังถึงส่วนลึกของเทือกเขาจื่ออวิ๋นนับว่ากล้าหาญไม่เบาเลยนะ!”
“บัดซบ! เสือพูดได้?”
หลินฮ่าวสะดุ้งตกใจแต่ก็รีบตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว
เสือตัวนี้น่าจะเป็นสัตว์อสูรของโลกนี้ที่ผ่านการบ่มเพาะจนมีสติปัญญาและสามารถพูดภาษามนุษย์ได้!
ดีล่ะงั้นเอาเจ้านี่มาลองของก่อนก็แล้วกัน!
“เจ้าเสือน้อยไสหัวลงมาเดี๋ยวนี้!”
“ตูม!”
ทันทีที่หลินฮ่าวพูดจบเสือที่ลอยอยู่กลางอากาศก็สูญเสียการทรงตัวในทันทีร่างขนาดใหญ่ของมันกระแทกพื้นอย่างรุนแรงทำให้ฝุ่นดินกระจายฟุ้ง
“เก…เกิดอะไรขึ้น?”
พยัคฆ์เมฆาม่วงมีสีหน้าตกตะลึงอย่างยิ่งเมื่อครู่ยังอยู่เหนือกว่าแท้ๆแต่พริบตาเดียวกลับถูกซัดลงมาโดยไร้สาเหตุ?
ตัวมันซึ่งเป็นสัตว์อสูรระดับหกเป็นถึงผู้ปกครองแห่งหนึ่งในเทือกเขาจื่ออวิ๋นแต่กลับถูกมนุษย์คนหนึ่งจัดการได้ด้วยคำพูดเดียว?
มันแปลกประหลาดเกินไปแล้ว!
“อืม...ผลลัพธ์ไม่เลว”
หลินฮ่าวพยักหน้าอย่างพึงพอใจการมีระบบที่ท้าทายสวรรค์แบบนี้จะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบแล้ว
การทะลุมิติครั้งนี้ไม่เสียเปล่าเลย!
จากนั้นหลินฮ่าวก็ลุกขึ้นยืนอย่างมั่นใจกางแขนออกมาพร้อมหัวเราะเสียงแปลก “หึหึ”
“มาเถอะ! มอบพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกนี้ให้ข้า!”
เมื่อคำพูดของหลินฮ่าวสิ้นสุดลงก็เห็นว่าพลังปราณรอบด้านที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าไหลหลั่งมารวมตัวกันอย่างรวดเร็วจากทุกทิศ
พลังปราณทั้งฟ้าดินถูกดึงดูดมาจนเกิดเป็นพายุพลังปราณขนาดใหญ่ก่อนจะหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของหลินฮ่าวอย่างบ้าคลั่งราวกับกระแสน้ำ
“อะไรนะ…เขาสามารถเรียกพายุพลังปราณที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ได้คนผู้นี้เป็นใครกันแน่?”
พยัคฆ์เมฆาม่วงมองพายุพลังปราณเหนือศีรษะหลินฮ่าวแล้วกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัวสีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ในเวลาเดียวกันทั้งเทือกเขาจื่ออวิ๋นก็ถูกสั่นสะเทือนจนสัตว์อสูรนับไม่ถ้วนปรากฏตัวออกมา
บางตัวหวาดกลัว บางตัวสั่นเทา บางตัววิ่งหนี บางตัวคุกเข่าลง…สถานการณ์โกลาหลไปหมด
“ครืน ครืน!”
ไม่นานท้องฟ้าก็เกิดความผิดปกติมีเมฆดำปกคลุมและสายฟ้าฟาดลงมาอย่างต่อเนื่อง
“เป็นไปได้ยังไงนั่นมันทัณฑ์สวรรค์?”
บนยอดเขาไกลออกไปราชันพยัคฆ์เมฆาม่วงมองภาพนี้ด้วยความไม่อยากเชื่อ
“สามารถเรียกทัณฑ์สวรรค์ได้ก็แปลว่ามนุษย์ผู้นี้บรรลุถึงขอบเขตนั้นแล้ว…”
มันสูดหายใจลึกๆก่อนเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่น
“ขอบเขตบรรพบุรุษวิญญาณ!”
เส้นทางการบ่มเพาะของโลกหลิงหลานมีทั้งหมดสิบขอบเขตใหญ่
ขอบเขตชักนำวิญญาณ、ขอบเขตหลอมวิญญาณ、ขอบเขตรวมวิญญาณ、ขอบเขตวิญญาณแท้、ขอบเขตวิญญาณปฐพี、ขอบเขตวิญญาณสวรรค์、ขอบเขตดวงดาว、ขอบเขตจ้าวสูงสุด、ขอบเขตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์、ขอบเขตบรรพบุรุษวิญญาณ!
แต่ละขอบเขตยังแบ่งเป็น ระยะแรก ระยะกลาง ระยะปลาย และ จุดสูงสุด
“แต่เด็กหนุ่มคนนี้ดูแล้วอายุแค่ยี่สิบต้นๆเท่านั้นยอดฝีมือขอบเขตบรรพบุรุษวิญญาณที่อายุยี่สิบมันช่างท้าทายสวรรค์เกินไปแล้ว”
“นี่หรือคือทัณฑ์สวรรค์?”
ทางด้านหลินฮ่าวขณะดูดซับพลังปราณไปด้วยระบบก็อธิบายระดับการบ่มเพาะให้เขาไปพร้อมกัน
เขาจึงเข้าใจดีว่าการปรากฏของทัณฑ์สวรรค์หมายถึงอะไร
แต่เขาไม่สนใจเรื่องฝ่าทัณฑ์อะไรนั่นเลยเรื่องที่ใช้แค่ปากก็แก้ได้แล้วจะไปลงมือทำไม?
“ทัณฑ์สวรรค์ตัวเล็กๆก็ยังกล้ากำเริบไสหัวไปซะ!”
วินาทีต่อมาเมฆดำสลายไปทำให้ท้องฟ้ากลับใสกระจ่าง
“เอ่อ…”
ราชันพยัคฆ์เมฆาม่วงถึงกับมึนงงรวมถึงสัตว์อสูรระดับสูงทั้งหมดในเทือกเขาก็เช่นกัน
นั่นมันคือทัณฑ์สวรรค์ของการเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตบรรพบุรุษวิญญาณนะมันมีพลังถึงขั้นทำลายล้างฟ้าดิน!
แต่กลับถูกจัดการด้วยคำพูดเพียงประโยคเดียว?
หลังจากทัณฑ์สวรรค์สลายไปหลินฮ่าวยังคงทะลวงระดับต่อเนื่องจากระยะแรกของขอบเขตบรรพบุรุษวิญญาณไปจนถึงจุดสูงสุด!
“นี่คือพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกหลิงหลานหรือ?”
หลินฮ่าวกำหมัดเบาๆรู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลเพียงขยับเล็กน้อยก็สามารถทำลายทุกสิ่งได้
ความรู้สึกไร้เทียมทานแบบนี้มันน่าตื่นเต้นจริงๆ!
“ท่านบรรพบุรุษวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่ผู้เปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและพลังท่านจะสามารถรวมแผ่นดินหลิงหลานเป็นหนึ่งเดียว!”
ขณะนั้นราชันพยัคฆ์เมฆาม่วงนำสัตว์อสูรระดับสูงทั้งหมดมาคุกเข่าลงต่อหน้าหลินฮ่าวพร้อมตะโกนสรรเสริญ
ด้านล่างสัตว์อสูรนับล้านต่างหมอบลงส่งเสียงคำรามแสดงความสวามิภักดิ์
หลินฮ่าวเห็นดังนั้นมุมปากกระตุกเล็กน้อยทำไมดูเหมือนตัวร้ายไปแล้วล่ะ?
แต่สัตว์อสูรพวกนี้รู้จักเอาใจดีนี่ถูกใจข้ายิ่งนัก!
“เทือกเขาจื่ออวิ๋นข้ามอบชีพจรวิญญาณระดับดินแดนศักดิ์สิทธิ์หนึ่งสายและสัตว์อสูรทั้งหมดเลื่อนระดับขึ้นหนึ่งขั้น!”
พูดจบร่างของหลินฮ่าวก็หายวับไปทันทีเหลือเพียงพวกพยัคฆ์เมฆาม่วงที่ยืนงง
ชีพจรวิญญาณระดับดินแดนศักดิ์สิทธิ์และเลื่อนระดับทั้งกลุ่ม?
นี่มันล้อเล่นหรือเปล่า?
แต่วินาทีถัดมาพลังปราณในเทือกเขาจื่ออวิ๋นที่เคยเบาบางกลับหนาแน่นขึ้นอย่างมหาศาลราวกับหมอกหนาปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่
พร้อมกันนั้นพลังภายในของสัตว์อสูรทั้งหมดต่างก็พุ่งทะยานและทะลวงระดับพร้อมกัน!
“ทะลวงจริงๆ?”
ราชันพยัคฆ์เมฆาม่วงตกตะลึงมันติดอยู่ที่ระดับเจ็ดในจุดสูงสุดมาหลายสิบปีแต่วันนี้กลับทะลวงสู่ระดับแปดอย่างง่ายดาย!
ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นพลังยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนถึงระดับแปดในจุดสูงสุด!
ตอนนี้มันจึงเข้าใจแล้วว่าคำว่าเลื่อนระดับหนึ่งขั้นของหลินฮ่าวไม่ใช่ขั้นย่อยแต่เป็นทั้งขอบเขตใหญ่!
“ขอบพระคุณท่านบรรพบุรุษวิญญาณขอบพระคุณ!”
เผ่าพยัคฆ์เมฆาม่วงทั้งหมดต่างคุกเข่ากราบซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปยังทิศที่หลินฮ่าวหายไป
ในขณะนี้ภาพลักษณ์ของหลินฮ่าวในใจสัตว์อสูรทั้งเทือกเขาเปรียบเสมือนเทพเจ้า!