- หน้าแรก
- เจ้าบอกว่าเขาเป็นแค่เจ้าเมืองธรรมดาหรือ
- ตอนที่ 33 ผู้อยู่เบื้องหลัง
ตอนที่ 33 ผู้อยู่เบื้องหลัง
ตอนที่ 33 ผู้อยู่เบื้องหลัง
ตอนที่ 33 ผู้อยู่เบื้องหลัง
หลี่มูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หลายครั้ง บังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ลง
จะวู่วามไม่ได้ !
เรื่องนี้ยังไม่ถึงคราวเข้าตาจนเสียทีเดียว
พวกเจ้าหน้าที่เก็บภาษีพาตัวหลี่ไฉ่เวยไป แต่อย่างน้อยการเคลื่อนไหวของเขาก็ยังไม่ถูกจำกัด ยังสามารถหาทางช่วยเหลือได้ ต่อให้ต้องถูกไต่สวนเพื่อเนรเทศ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะถูกตัดสินโทษภายในวันนี้
ฟุบ !
หลี่ไฉ่เวยหยิบสมุดรายชื่อหาคู่ออกจากอกเสื้อ แล้วยื่นส่งมาให้จากระยะไกล "พี่ ช่วยเอาเจ้านี่ไปคืนท่านป้าหม่าให้ข้าที"
ป้าหม่า !
ใช่แล้ว !
ยายแก่นี่แหละ
ในเมื่อนางเป็นคนสับเปลี่ยนเอกสารไป ของจริงก็ต้องอยู่ในมือนางอย่างแน่นอน
ขอเพียงไปเอามันกลับมาได้ ก็จะสามารถล้างมลทินให้สองพี่น้องได้แล้ว
"ไฉ่เวย อย่ากลัวนะ" หลี่มูคว้าสมุดเล่มนั้นมา เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "พี่จะไม่ยอมให้เจ้าถูกเนรเทศเด็ดขาด พี่จะพาเจ้ากลับบ้านให้ได้"
หลี่ไฉ่เวยฝืนยิ้มออกมาบาง ๆ พยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ
"เลิกพูดพร่ำทำเพลงได้แล้ว ไป ! " เจ้าหน้าที่เก็บภาษีทั้งสองตวาดเสียงแข็ง ขัดจังหวะบทสนทนาของสองพี่น้องอย่างหยาบคาย แล้วคุมตัวหลี่ไฉ่เวยเดินมุ่งหน้าออกไปนอกหมู่บ้านทันที
มองดูแผ่นหลังของพวกเขาที่ค่อย ๆ ห่างออกไป หลี่มูกำสมุดหาคู่ในมือไว้แน่น ไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว เขาสับเท้าวิ่งกระหืดกระหอบมุ่งหน้าไปยังบ้านของป้าหม่าที่อยู่ท้ายหมู่บ้านฝั่งตะวันออกทันที
ขณะที่วิ่งไป ในหัวของเขาก็ทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สองพี่น้องสกุลหลี่กับป้าหม่าไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกัน ทำไมอีกฝ่ายถึงต้องมาใส่ร้ายป้ายสีกันด้วย ?
เรื่องนี้แท้จริงแล้วใครกันที่เป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง ?
ซุนตาบอดรึ ?
ไม่ ไม่มีทาง
มันก็เป็นแค่อันธพาลหัวไม้ที่มีอิทธิพลอยู่ตามบ้านนอก ไม่มีปัญญาไปเกี่ยวดองกับบุคคลระดับเจ้าหน้าที่เก็บภาษีได้หรอก สองสามีภรรยาลุงรองก็ถูกฝังไปแล้ว
บนโลกนี้มันไม่มีเรื่องภูตผีปีศาจมาอาละวาดอะไรนั่นหรอก
พรานป่าจากหมู่บ้านจ้าว ยิ่งไร้เหตุผลเข้าไปใหญ่ !
สามพี่น้องสกุลจ้าวตายห่ากันไปหมดแล้ว ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเหลืออยู่อีก ต่อให้มี พวกชาวบ้านตาดำ ๆ ก็ไม่มีทางคิดหาวิธีแก้แค้นแบบนี้ออกหรอก
เขานึกทบทวนถึงบรรดาคนที่ผูกใจเจ็บกับตนเองในช่วงที่ผ่านมาจนครบทุกคน คิดจนหัวแทบแตกก็ยังเดาไม่ออกว่าเรื่องนี้มันไปเกี่ยวข้องกับใคร เวลาผ่านไปไม่นาน ลานบ้านของป้าหม่าก็ปรากฏขึ้นในสายตา
หลี่มูยกเท้าถีบประตูบ้านจนเปิดผาง สีหน้าทะมึนตึงตะโกนลั่น "ยายแก่หม่า โผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้ ! "
ภายในบ้านเตี้ย ๆ เงียบกริบไร้สรรพเสียง ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น
หลี่มูก้าวฉับ ๆ สามก้าวควบเป็นสองก้าวบุกเข้าไปค้นหาภายในบ้าน ก็พบว่าที่นี่ว่างเปล่าไร้ผู้คน แม้แต่เสื้อผ้าและฟูกนอนในตู้ก็หายเกลี้ยงไปหมด
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเตรียมการหนีไว้แต่เนิ่น ๆ แล้ว
"มูเกอ ? "
ในจังหวะนั้นเอง ในลานบ้านก็มีเสียงของชาวบ้านคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความสงสัย "เจ้ามาทำอะไรที่นี่น่ะ ? "
"ท่านลุงหลิว ยายแก่หม่าออกไปข้างนอกหรือ ? " เมื่อได้ยินเสียงทัก หลี่มูก็ก้าวเดินออกไป จำได้ว่าอีกฝ่ายคือเพื่อนบ้านของป้าหม่า จึงรีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
ชายชราที่ถูกเรียกว่าท่านลุงหลิวพยักหน้ารับ พลางเอ่ยว่า "นางหอบข้าวหอบของนั่งเกวียนวัวออกไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ ได้ยินนางบอกว่าจะไปอาศัยอยู่กับญาติในเมือง ทำไมล่ะ เจ้ามีธุระอะไรกับนางรึ ? "
ยายแก่บัดซบนี่ หนีไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วรึ !
หลี่มูรู้ดีว่าป้าหม่าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนในเมืองเลย เป็นไปได้สูงว่านางกลัวเรื่องจะแดงแล้วถูกแก้แค้น ก็เลยไปหาที่หลบซ่อนตัวชั่วคราว
อำเภอผิงหยวนออกจะกว้างใหญ่ไพศาล การจะตามหาคน ๆ หนึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับงมเข็มในมหาสมุทร
"เมื่อวานข้าดูสมุดรายชื่อหาคู่ของนางน่ะ ก็เลยอยากจะให้นางเป็นแม่สื่อทาบทามเมียให้สักคน..." หลี่มูหยิบสมุดหาคู่ออกมาแกว่งไปมา แต่งเรื่องโกหกส่ง ๆ เพื่อปัดเป่าความสงสัยไป
ท่านลุงหลิวก็ไม่ได้สงสัยอะไร ชวนคุยต่ออีกสองสามประโยคก็หันหลังเดินจากไป
เบาะแสขาดสะบั้นลงอีกแล้ว
หลี่มูรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังขึ้นมาวูบหนึ่ง เรื่องนี้เป็นกับดักที่ถูกวางแผนมาเป็นอย่างดี และเกี่ยวร้อยกันเป็นทอด ๆ
อีกฝ่ายได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้อย่างรัดกุมแต่เนิ่น ๆ แล้ว และตัดเบาะแสทุกอย่างทิ้งจนหมดสิ้น
จนถึงตอนนี้ ตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าใครคือผู้บงการอยู่เบื้องหลัง ได้แต่วิ่งพล่านไปทั่วราวกับแมลงวันหัวขาด
"แม่มันเถอะ... ตอนนี้เจ้าหน้าที่เก็บภาษีสองคนนั้นคงยังไปได้ไม่ไกล สู้ตามไปฆ่าพวกมันทิ้ง แล้วพาตัวไฉ่เวยกลับมา ส่วนเรื่องหลังจากนี้ ไว้ค่อยว่ากันทีหลังก็แล้วกัน ! " หลี่มูเงยหน้าขึ้นขวับ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้อีกแล้ว
แต่ทว่า ทันทีที่หลี่มูก้าวเท้าออกจากประตูบ้านของป้าหม่า เตรียมจะออกไปไล่ตามเจ้าหน้าที่ทั้งสอง เขาก็มองเห็นคนคุ้นหน้าคนหนึ่งเดินยิ้มร่าสวนทางมาพอดี
เฉินเอ้อ !
เฉินเอ้อคนที่เคยคิดจะใช้เงินซื้อตัวหลี่ไฉ่เวย แต่กลับถูกหลี่มูถีบจนหงายหลังกระเด็นไปคราวนั้น !
"โอ๊ะโอ นั่นมูเกอไม่ใช่รึ ? ทำไมสีหน้าถึงได้ดูไม่ได้แบบนั้นล่ะ ? ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้ชีวิตเจ้าอู้ฟู่ขึ้นเป็นกองเลยนี่นา ! " เฉินเอ้อประดับรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้า เดินตรงเข้ามาขวางหน้าไว้ พลางเดาะลิ้นกล่าว "เดี๋ยวก็ล่าแพะล่ากวาง เดี๋ยวก็ได้รับมรดกที่นาจากลุงรอง พลิกโฉมกลายเป็นเศรษฐีไปซะแล้ว"
"ที่แท้พวกเศรษฐี ก็มีเรื่องกลุ้มใจเหมือนกันรึเนี่ย ? "
หลี่มูกำลังร้อนใจ ย่อมไม่มีอารมณ์จะมาต่อปากต่อคำกับมัน เขาไม่พูดไม่จาและเดินเลี่ยงผ่านตัวอีกฝ่ายไปทันที
"เจ้าไม่อยากรู้รึ ว่าเอกสารชำระส่วยหลวงฉบับจริง ตอนนี้มันอยู่ในมือใคร ? "
จู่ ๆ เฉินเอ้อก็เอ่ยปากขึ้น น้ำเสียงเจือไปด้วยความเย้ยหยัน
ฝีเท้าของหลี่มูหยุดชะงักลงทันที
เขาหันขวับกลับมา แววตาดุดันอำมหิตประดุจพยัคฆ์ร้าย "เรื่องนี้เป็นฝีมือเจ้างั้นรึ ? "
ในใจของหลี่มูตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างยิ่ง
ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สงสัยอีกฝ่ายเลยสักนิด
เพราะยังไงเฉินเอ้อก็เป็นแค่นายหน้าค้ามนุษย์ ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ไม่มีทางไปเกี่ยวดองกับเจ้าหน้าที่เก็บภาษีได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในรัศมีสิบลี้แปดหมู่บ้านนี้ คนที่อยู่ต่อไปไม่ไหวก็มีถมเถไป หญิงสาวบริสุทธิ์ที่ต้องขายตัวต่อให้ไม่มีถึงร้อยก็ต้องมีสักแปดสิบคน
หลี่มูไม่คิดเลยว่าเฉินเอ้อจะทุ่มเทสร้างกับดักใหญ่โตขนาดนี้ เพียงเพื่อหลี่ไฉ่เวยแค่คนเดียว !
"หึ ๆ อย่าเข้าใจผิดสิ" เฉินเอ้อมองดูแววตาที่เหมือนอยากจะฆ่าคนของเขา ก็เผลอก้าวถอยหลังไปสองก้าวโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะเอ่ยว่า "ข้าก็เป็นแค่คนส่งสารเท่านั้น มีคนฝากข้ามาบอกเจ้าว่า ขอเพียงเจ้ายินยอมขายไฉ่เวยให้พวกเรา เอกสารชำระส่วยหลวงนั่นก็จะกลับไปอยู่ในมือเจ้าเอง"
"ส่วนเรื่องราคา ก็ตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ สิบตำลึงเงินขาดตัว ! "
หลี่มูหรี่ตาลงเล็กน้อย
ภายใต้ความโกรธแค้นถึงขีดสุด เขากลับกลายเป็นสงบเยือกเย็นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
เรื่องนี้มันมีความพิลึกพิลั่นแฝงอยู่ตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว
ตอนแรกการที่เฉินเอ้อยอมเสนอราคาสูงถึงสิบตำลึง มันก็ไม่ปกติอยู่แล้ว และในตอนนี้ เจ้านายที่อยู่เบื้องหลังของอีกฝ่ายเพื่อที่จะได้ตัวหลี่ไฉ่เวยไป ถึงขั้นไม่เสียดายที่จะสร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสี ซ้ำยังติดสินบนเจ้าหน้าที่เก็บภาษีอีก... ลงทุนลงแรงขนาดนี้ อีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่ ?
หรือจะพูดอีกอย่าง บนตัวหลี่ไฉ่เวยมีอะไรบางอย่างที่พวกมันจำเป็นต้องได้ไปให้ได้งั้นรึ ?
"หลี่มู เจ้าไม่มีทางเลือกที่สองแล้ว ! น้องสาวเจ้าถูกจับตัวไป จุดจบของนางก็หนีไม่พ้นถูกโบยและเนรเทศ ตายอย่างศพไม่สวยแน่นอน ถึงจะเป็นแบบนั้น สู้เจ้าขายนางให้ข้ายังจะดีกว่า อย่างน้อยเจ้าก็ยังได้เงินก้อนโตไปเสวยสุข ส่วนข้าก็จะได้กลับไปรายงานเจ้านายได้" เฉินเอ้อกดเสียงต่ำ น้ำเสียงแฝงการบีบบังคับและความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม "เรื่องที่ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่ายแบบนี้ ทำไมเจ้าถึงไม่ทำล่ะ ? "
"เจ้านายที่อยู่เบื้องหลังเจ้าคือใคร ? " หลี่มูเอ่ยถามขึ้นมากะทันหัน
"เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอก" เฉินเอ้อส่ายหน้าปฏิเสธ
หัวคิ้วของหลี่มูกระตุกถี่ยิบ กัดฟันพูดว่า "ข้าสามารถตกลงขายไฉ่เวยให้พวกเจ้าได้ แต่พวกเจ้าเล่นงานข้าขนาดนี้ ถ้าข้าต้องมาตกกระไดพลอยโจนยอมขายให้โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเป็นใคร มันจะไม่อึดอัดใจไปหน่อยรึไง ! "
"ถ้าเจ้าไม่ยอมบอก ต่อให้ข้าต้องปล่อยให้ไฉ่เวยถูกเนรเทศ ข้าก็ไม่มีทางตกลงเด็ดขาด ! อย่างมากก็พังกันไปข้างนึง พินาศย่อยยับด้วยกันทั้งสองฝ่ายนี่แหละ ! "