- หน้าแรก
- ยุคแห่งลอร์ด
- บทที่ 812 กู้หลิงเยียน: ฉันเหมือนจะไม่คู่ควรกับเขาเสียแล้ว
บทที่ 812 กู้หลิงเยียน: ฉันเหมือนจะไม่คู่ควรกับเขาเสียแล้ว
บทที่ 812 กู้หลิงเยียน: ฉันเหมือนจะไม่คู่ควรกับเขาเสียแล้ว
บทที่ 812 กู้หลิงเยียน: ฉันเหมือนจะไม่คู่ควรกับเขาเสียแล้ว
เมื่อกู้หลิงเยียนได้ยินดังนั้น ในใจก็ยังคงลังเลและสับสน
แต่เมื่อนึกถึงตอนที่หลิงหยุนอธิบายสถานการณ์ให้เธอฟังเมื่อครู่นี้ด้วยท่าทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
ตลอดจนเหตุการณ์ในสนามรบหมื่นเผ่าพันธุ์ก่อนหน้านี้
วีรกรรมอันยิ่งใหญ่ที่หลิงหยุนพาเธอขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนบอร์ดจัดอันดับเผ่าพันธุ์
ประกอบกับความเข้าใจที่กู้หลิงเยียนมีต่อหลิงหยุน
ในที่สุดกู้หลิงเยียนก็กัดฟันแน่น ยอมตกลงที่จะทำตามคำขอให้ล่าถอย
ในใจของเธอเชื่อมั่นในประโยคหนึ่งที่หลิงหยุนเคยพูดไว้เสมอ
เขามีจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบราวกับจับได้ไพ่ชนะตั้งแต่เริ่มเกม
เขามีอนาคตที่สดใสรออยู่
ดังนั้น!
เขาจึงกลัวตายยิ่งกว่าใครๆ
เรื่องที่ไม่มีความมั่นใจ เขาจะไม่ทำอย่างเด็ดขาด
ในเมื่อเขาเลือกที่จะลงมือทำ นั่นก็หมายความว่า เขามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม และสามารถรับประกันความปลอดภัยของตัวเองได้อย่างแน่นอน
บางที สถานการณ์ที่ดูเหมือนต้องตายอย่างแน่นอนในสายตาของกู้หลิงเยียนในตอนนี้
หลิงหยุนอาจจะมีวิธีแก้ไขจริงๆ ก็ได้!
ไม่สิ หลิงหยุนจะต้องมีวิธีแก้ไขได้อย่างแน่นอน
กลับมาเข้าเรื่องกันต่อ
ความเร็วในการเทเลพอร์ตผ่านประตูแห่งความว่างเปล่าของหลิงหยุนนั้นรวดเร็วมาก
ตอนนี้เขาได้เดินทางมาถึงบริเวณรอบนอกของสนามรบพันธมิตรต้าเซี่ยแล้ว
และได้เผชิญหน้ากับจักรพรรดิขาวและเทียนหง
เมื่อได้เห็นหลิงหยุนในระยะประชิด จักรพรรดิขาวและเทียนหงก็กัดฟันกรอดด้วยความแค้น
คนแรก โกรธแค้นที่ถูกหลิงหยุนปั่นหัวเล่น
ส่วนคนหลัง ต้องการที่จะสังหารหลิงหยุนเพื่อล้างความอัปยศ
หลิงหยุนนำเหล่าฮีโร่ กระพือปีกกระดูกอันเดด ลอยตัวอยู่กลางอากาศ
เผชิญหน้ากับจักรพรรดิขาวและเทียนหงโดยตรง
“ฉันมาแล้ว ปล่อยคนได้แล้ว!”
จักรพรรดิขาวได้ยินดังนั้น กลับแค่นเสียงเย็นชา: “ไม่ต้องรีบ รอให้คนของพวกเรามาถึงก่อน ค่อยปล่อยก็ยังไม่สาย”
ล้อเล่นหรือไง ถ้าเกิดปล่อยคนไปตอนนี้
ลำพังแค่จักรพรรดิขาวและเทียนหงที่นำลอร์ดเผ่าเทพสวรรค์มา จะสามารถจับตัวหลิงหยุนได้จริงๆ งั้นเหรอ?
ถ้าเกิดเจ้านี่หนีไปได้อีกจะทำยังไง?
ดังนั้น!
เล่นเซฟไว้ก่อนดีกว่า รอให้เทอเรนซ์และออคโรพาคนมาถึงก่อน แล้วค่อยพูดเรื่องปล่อยคนเถอะ!
สำหรับเรื่องนี้ หลิงหยุนย่อมแสดงท่าทีไม่แคร์อยู่แล้ว
ยังไงซะ จุดประสงค์ที่เขามาที่นี่ ก็เพื่อถ่วงเวลาอยู่แล้ว
ขอเพียงแค่ถ่วงเวลาไปจนกว่าสนามรบโบราณเผ่ามังกรยักษ์จะปิดตัวลง เขาก็จะสามารถพาไข่มังกรหนีไปได้อย่างราบรื่น
ในเมื่อเป็นเช่นนี้!
ที่จักรพรรดิขาวและเทียนหงบอกว่าจะรอคน หลิงหยุนก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดอีก!
รอไปสิ ยิ่งรอนานเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
ยังไงเขาก็ไม่รีบอยู่แล้ว
ดังนั้น หลิงหยุนจึงเรียกดินแดนอาณาจักรอันเดดของตัวเองออกมาต่อหน้าต่อตาจักรพรรดิขาวและเทียนหง
จากนั้นก็นำเหล่าฮีโร่ขึ้นไปบนกำแพงเมือง
แล้วเอนตัวลงนอนบนเก้าอี้ผ้าใบ
พลางเพลิดเพลินกับการนวดจากเหล่าหญิงสาว
พลางจิบไวน์ผลไม้ และแทะเมล็ดแตงโม
ท่าทางเช่นนี้ ช่างดูสบายอารมณ์สุดๆ
แต่เมื่อภาพนี้ตกอยู่ในสายตาของจักรพรรดิขาวและเทียนหง
กลับทำให้ทั้งสองคนแทบจะสติแตก
พวกเขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าหลิงหยุนไปเอาความกล้ามาจากไหน
แกกำลังจะถูกล้อมอยู่รอมร่อแล้วนะลูกพี่
แต่ผลคืออะไร!
ดูจากท่าทางของหลิงหยุนแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีทีท่ากังวลเลยแม้แต่น้อย
เขาไม่เพียงแต่ไม่กังวล แต่กลับดูสบายใจเฉิบอีกต่างหาก
ลองคิดดูสิว่ามันน่าโมโหไหมล่ะ
“ไอ้หมอนี่... ช่างรู้จักหาความสุขใส่ตัวจริงๆ นะ!” จักรพรรดิขาวกัดฟันกรอด
เทียนหงแค่นเสียงเย็น: “แล้วไงล่ะ? รอให้พวกเทอเรนซ์มาถึงเมื่อไหร่ นั่นแหละคือวันตายของมัน”
“ฉันจะต้องสับมันให้แหลกเป็นหมื่นชิ้นให้ได้!”
ภายในวงล้อมของลอร์ดเผ่าเทพสวรรค์
ลอร์ดของพันธมิตรต้าเซี่ยรวมตัวกันอยู่
กู้หลิงเยียน, หลิงเหยา, จางเทียนเจ๋อ และคนอื่นๆ ก็ขึ้นไปบนกำแพงเมือง และมองเห็นหลิงหยุนที่อยู่สุดสายตา
เมื่อเห็นว่าเจ้านี่กำลังเพลิดเพลินกับการนวดไปพร้อมกับแทะเมล็ดแตงโมไปด้วย พวกเขาก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน
กู้หลิงเยียนยิ้มเจื่อนๆ พลางกล่าวว่า: “หมอนี่ ยังคงทำตัวชิลไม่สนโลกเหมือนเดิมเลยนะ”
แต่จางเทียนเจ๋อกลับประเมินหลิงหยุนไว้สูงมาก: “ภูเขาไท่ซานถล่มอยู่ตรงหน้าแต่สีหน้ากลับไม่เปลี่ยน ถึงแม้ฉันจะไม่รู้ว่าไอ้หนูคนนี้แกล้งทำ หรือว่าคิดหาวิธีรับมือไว้แล้วจริงๆ กันแน่”
“......”
“แต่ถ้ามองแค่เรื่องความกล้าหาญนี้ล่ะก็ ฉัน จางเทียนเจ๋อ ขอคารวะเลย”
พูดกันตามตรงเลยนะ
จากการเดินทางมายังสนามรบโบราณเผ่ามังกรยักษ์ในครั้งนี้
หลิงหยุนทำให้จางเทียนเจ๋อยอมสยบได้อย่างแท้จริง
ทั้งความสามารถ, ความแข็งแกร่ง, ความกล้าหาญ, สติปัญญา และอื่นๆ ทุกอย่าง
ล้วนทำให้จางเทียนเจ๋อต้องเบิกตากว้าง และยอมศิโรราบด้วยความชื่นชม
ต้องรู้ก่อนว่า จางเทียนเจ๋อคือรองหัวหน้าพันธมิตรต้าเซี่ยเชียวนะ
ตัวเขาเองก็เป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะอยู่แล้ว
มีความแข็งแกร่งอันทรงพลัง และมีความสามารถในการปกครองสูงลิ่ว
ถึงสามารถนั่งตำแหน่งรองหัวหน้าพันธมิตรต้าเซี่ยนี้ได้
แต่ถึงจะเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะแบบนี้
กลับต้องยอมศิโรราบให้กับหลิงหยุน
จากจุดนี้ก็เห็นได้ชัดว่า จางเทียนเจ๋อประเมินค่าหลิงหยุนไว้สูงเพียงใด
หลิงเหยายิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ประกายสว่างวาบขึ้นในดวงตาคู่สวย: “ถ้าฉันยังสาวอยู่ล่ะก็ ฉันจะต้องตามจีบผู้ชายแบบนี้แน่ๆ”
พูดจบ หลิงเหยาก็หันศีรษะไปมองกู้หลิงเยียนอีกครั้ง: “เยียนเอ๋อร์ ตาถึงจริงๆ นะ ผู้ชายแบบหลิงหยุนนี่แหละ คู่ควรกับเธอที่สุด”
ใบหน้าสวยของกู้หลิงเยียนแดงระเรื่อ: “น้าเหยาพูดอะไรน่ะคะ! ตอนนี้มันไม่ใช่ปัญหาว่าเขาคู่ควรกับฉันหรือเปล่า แต่เป็นฉันต่างหาก ที่ดูเหมือนจะไม่คู่ควรกับเขาเสียแล้ว”
จริงด้วยสิ การแสดงออกของหลิงหยุนในครั้งนี้
ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ก็ไร้ที่ติไปเสียหมด
คนที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ ได้ยกระดับขึ้นไปจนถึงจุดที่แม้แต่กู้หลิงเยียนก็ยังต้องแหงนหน้ามองเสียแล้ว