- หน้าแรก
- ตระกูลเฉิน วิถีแห่งการสร้างตระกูลเซียนอันดับหนึ่ง
- บทที่ 1089 - แบกรับหยินหยางโอบอุ้มไท่ซวี
บทที่ 1089 - แบกรับหยินหยางโอบอุ้มไท่ซวี
บทที่ 1089 - แบกรับหยินหยางโอบอุ้มไท่ซวี
บทที่ 1089 - แบกรับหยินหยางโอบอุ้มไท่ซวี
"ดี!"
เซียนชิงซวูสะบัดแขนเสื้อ ทันใดนั้นก็ซัดดาบสวรรค์เล่มหนึ่งออกไป ซึ่งมันคือของวิเศษเซียนระดับสูง
ดาบเล่มนี้เผยให้เห็นความคมกริบ บีบบังคับให้อสรพิษเถิงต้องตั้งรับอย่างเต็มกำลัง
"ไม่นึกเลยว่าพี่ชิงซวู จะเชี่ยวชาญทั้งดาบและกระบี่เช่นนี้"
เทพธิดาบุปผาหัวเราะคิกคัก นางสะบัดแขนเสื้อ ปล่อยของวิเศษเซียนที่มีลักษณะคล้ายผ้าไหมสีชมพูออกไป พุ่งเข้าม้วนรัดรอบเอวของอสรพิษเถิงยุคบรรพกาลจนแน่นหนา
เมื่อคนอื่นๆ เห็นดังนั้น ก็ต่างลงมืออย่างพร้อมเพรียงกันในพริบตา
"อมิตาพุทธ!"
พระชราซัดลูกประคำที่ส่องแสงสีทองอร่ามออกไป ลูกประคำเหล่านั้นหมุนวนไม่หยุด ก่อนจะพุ่งเข้าคล้องคออสรพิษเถิงเอาไว้แน่น
เจิ้นอวี้จื่อส่งเสียงฮึดฮัดอย่างเย็นชา โซ่สองเส้นร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ทะลวงผ่านปีกทั้งสองข้างของอสรพิษเถิง แล้วพันธนาการมันไว้อย่างแน่นหนา
เมื่อเห็นอสรพิษเถิงดิ้นรนด้วยความเจ็บปวด เฉินเนี่ยนจือก็เร่งเร้าฝ่ามือจับกุมฮุ่นหยวน พุ่งเข้าบีบจุดตายที่เจ็ดชุ่นของอสรพิษเถิง ควบคุมมันเอาไว้ได้ในที่สุด
"ดี!"
"ถ้าอย่างนั้นก็ให้ข้าลองดูสักหน่อย ว่าจะสามารถเจาะทะลุเกล็ดทองคำของอสรพิษเถิงตัวนี้ได้หรือไม่"
เมื่อเห็นว่าอสรพิษเถิงถูกสะกดเอาไว้ได้ชั่วคราว นักพรตชานเทียนก็หัวเราะลั่น พร้อมกับเร่งเร้าอิทธิฤทธิ์ของตนเอง
เขาเร่งเร้าพลังเวทอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น ขาซ้ายที่พิการก็ขยายขนาดขึ้นอย่างกะทันหัน กลายเป็นเท้าเทพมารที่บดบังท้องฟ้าและแสงอาทิตย์ เหยียบลงบนร่างของอสรพิษเถิงอย่างแรง
"นี่มัน!"
เมื่อเห็นภาพนี้ รูม่านตาของเฉินเนี่ยนจือก็หดเกร็ง เผยให้เห็นสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาสามส่วน
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่า ขาซ้ายของนักพรตชานเทียนผู้นี้ไม่ได้พิการมาตั้งแต่กำเนิด แต่เกิดจากการฝึกฝนอิทธิฤทธิ์บางอย่าง
นักพรตชานเทียนผู้นี้ใช้พลังปราณเซียนของตนเอง ร่วมกับวิธีการอันโหดร้ายในการหลอมรวมยาลับต่างๆ เข้าไปในขาซ้าย และเมื่อผ่านการสะสมมาเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็สามารถหล่อหลอมขาซ้ายที่มีอานุภาพไร้เทียมทานขึ้นมาได้สำเร็จ
เนื่องจากพลังภายในขาซ้ายนั้นแข็งแกร่งเกินไป อีกทั้งกระบวนการฝึกฝนก็โหดร้ายทารุณ ทำให้ร่างกายของเขาไม่สามารถรับไหว จนต้องกลายเป็นคนพิการในที่สุด
ทว่าหลังจากต้องจ่ายด้วยราคาอันแสนแพง ขาซ้ายที่นักพรตชานเทียนหล่อหลอมขึ้นมาก็มีความน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
แม้เขาจะมีระดับการบำเพ็ญเพียรเพียงขอบเขตบรรลุเซียนขั้นแปด ทว่าอานุภาพที่ระเบิดออกมาจากเท้าเทพชานเทียนนี้ กลับเหนือกว่าขอบเขตบรรลุเซียนขั้นเก้าไปไกลลิบ ดีไม่ดีอาจจะมีอานุภาพถึงเจ็ดส่วนของของวิเศษเซียนระดับสูงสุดเลยทีเดียว
"ตู้ม—"
ในขณะที่เฉินเนี่ยนจือกำลังครุ่นคิด เท้าเทพชานเทียนก็ร่วงหล่นลงมา กระทืบลงบนร่างของอสรพิษเถิงอย่างแรง
การโจมตีอันทรงพลังเช่นนี้ สามารถทะลวงผ่านการป้องกันของอสรพิษเถิงไปได้ในที่สุด กระทืบจนมันกระอักเลือดออกมา เกล็ดที่ดูราวกับหล่อหลอมมาจากทองคำเซียนบนร่างก็หลุดร่วงไปไม่น้อย
อสรพิษเถิงเจ็บปวดแสนสาหัส มันแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น
เห็นเพียงมันระเบิดพลังมหาศาลดิ้นรนอย่างไม่เคยมีมาก่อน ผ้าไหมสีชมพูของเทพธิดาบุปผาที่มีระดับเพียงของวิเศษเซียนระดับกลาง เป็นสิ่งแรกที่ไม่สามารถต้านทานได้ มันขาดสะบั้นออกเป็นหลายท่อนในทันที
ตามมาด้วยลูกประคำทั้งหกเม็ดของพระชราที่ระเบิดออกทีละเม็ด ฝ่ามือยักษ์ฮุ่นหยวนของเฉินเนี่ยนจือและโซ่ของเจิ้นอวี้จื่อก็ไม่สามารถสะกดมันไว้ได้อีกต่อไป ปล่อยให้มันดิ้นหลุดออกไปได้ในที่สุด
"แย่แล้ว!"
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป เฉินเนี่ยนจือและเจิ้นอวี้จื่อคว้าจังหวะนี้ไว้ได้ทัน และแทบจะลงมือพร้อมกัน
เห็นเพียงเจิ้นอวี้จื่อซัดทวนยาวออกไปอย่างรุนแรง แทงทะลุร่างของอสรพิษเถิงผ่านบริเวณเกล็ดที่ฉีกขาด
กระบี่เพลิงกาฬคืนสู่ความว่างเปล่าของเฉินเนี่ยนจือตามติดไปติดๆ มันพุ่งเข้าสู่ร่างกายของอสรพิษเถิงตามรอยแผล ปราณกระบี่เพลิงอัคคีทักษิณอันร้อนแรงเริ่มอาละวาดอยู่ภายใน
"โฮก—"
เมื่อกระบี่เซียนเข้าสู่ร่างกาย อสรพิษเถิงก็ดิ้นรนคำรามด้วยความเจ็บปวดทรมาน มันกลิ้งตัวไปมาบนท้องฟ้าอย่างไม่หยุดหย่อน
ทว่าภายในร่างกายของมัน ปราณกระบี่และเปลวเพลิงอันร้อนแรงก็ยังคงลุกลามต่อไป ในที่สุดก็พุ่งตรงไปยังจุดตายที่เจ็ดชุ่น
"แคว่ก!"
เสียงกรีดร้องดังขึ้น การโจมตีครั้งนี้เจาะทะลุหัวใจของอสรพิษเถิงไปได้จริงๆ อสรพิษเถิงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะร่วงหล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรง และสิ้นใจไปในที่สุด
เมื่อเห็นว่าอสรพิษเถิงถูกสังหาร เซียนชิงซวูก็ยิ้มพลางเดินเข้ามาใกล้ "อสรพิษเถิงตัวนี้แข็งแกร่งเทียบเท่าขอบเขตบรรลุเซียนขั้นเก้า แต่น้องชายกลับสามารถสังหารมันได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ช่างน่าเลื่อมใสจริงๆ"
เฉินเนี่ยนจือขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้สึกตะหงิดใจที่เซียนชิงซวูเข้ามาใกล้เกินไป จึงแอบถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างแนบเนียนพลางเอ่ย "การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่ผลงานของข้าเพียงคนเดียว ทุกท่านต่างก็ลงแรงไปไม่น้อย"
"หากไม่ได้สหายเต๋าชานเทียนทำให้มันบาดเจ็บสาหัส ข้าก็คงหาโอกาสสังหารมันไม่ได้หรอก"
"ก็จริงนะ"
เซียนชิงซวูมองไปยังนักพรตชานเทียน ก่อนจะเอ่ยอย่างเกรงใจว่า "การต่อสู้ครั้งนี้ สหายเต๋าชานเทียนสมควรได้รับความดีความชอบเป็นอันดับแรก"
นักพรตชานเทียนกลับมีสีหน้าดีใจอย่างบ้าคลั่ง เขามองไปยังรากวิญญาณเซียนทั้งสองต้นนั้นพลางเอ่ย "ในเมื่อให้ข้าเป็นอันดับแรก งั้นก็รีบเก็บรวบรวมสมบัติ แล้วแบ่งให้ชายชราผู้นี้เยอะๆ หน่อย"
"ตู้ม—"
ในขณะนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นลูกแก้ววิเศษสองลูกสีทองและสีฟ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีใส่พวกเขาทันที
"แย่แล้ว นั่นคือลูกแก้วสองขั้วหยินหยาง"
เซียนชิงซวูร้องอุทาน เขาจำที่มาของสิ่งนี้ได้
ในใจของทุกคนสั่นสะท้าน ลูกแก้วสองขั้วหยินหยางนี้คือของวิเศษเซียนคู่กายของบรรพชนหยินหยางในอดีต
ของวิเศษเซียนทั้งสองชิ้นนี้ล้วนเป็นของวิเศษเซียนระดับสูงสุด และยังเป็นสุดยอดสมบัติระดับสูงสุดที่เป็นคู่กัน เหมือนกับกระบี่คู่ฟ้าอัคคีของเฉินเนี่ยนจืออีกด้วย
อาจกล่าวได้ว่าสิ่งนี้คือเป้าหมายสูงสุดของการเดินทางในครั้งนี้ของทุกคน นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะจู่โจมตีพวกเขาอย่างกะทันหันเช่นนี้
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีจากของวิเศษเซียนระดับสูงสุดสองชิ้น ทุกคนต่างก็ไม่กล้าชะล่าใจ รีบงัดไม้ตายก้นหีบออกมาต่อต้านทันที
"อ๊าก—"
แต่ในตอนนั้นเอง นักพรตชานเทียนกลับส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าสังเวช
เฉินเนี่ยนจือหันกลับไปมอง จึงเพิ่งพบว่าเซียนชิงซวูเกิดทรยศขึ้นมากะทันหัน ดาบสวรรค์และกระบี่เซียนถูกฟันออกไปพร้อมกัน แทงทะลุร่างของนักพรตชานเทียน
"ชิงซวู เหตุใดเจ้าถึง..."
นักพรตชานเทียนเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ ไม่นึกเลยว่ามิตรภาพหลายแสนปีระหว่างเขากับเซียนชิงซวู อีกฝ่ายจะกล้าลอบกัดเขาในเวลาเช่นนี้
น่าเสียดายที่เขาไม่มีโอกาสได้เสียใจอีกแล้ว ดาบสวรรค์และกระบี่เซียนฟันสลับกัน เสียง 'เช้ง' ดังขึ้น นักพรตชานเทียนถูกสังหารกลางอากาศในทันที
"ตู้ม—"
และในชั่วพริบตานั้นเอง ทุกคนก็สามารถสกัดกั้นการจู่โจมตีของของวิเศษเซียนระดับสูงสุดทั้งสองชิ้นไว้ได้ สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เซียนชิงซวู สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ก่อนจะถอยร่นไปหลายก้าว
ก่อนที่พวกเขาจะได้พูดอะไร ก็ได้ยินเสียงหึ่งๆ ดังขึ้นกลางอากาศ ภายใต้ลูกแก้วสองขั้วหยินหยาง ร่างหนึ่งที่มีแสงหยินหยางสาดส่องอยู่เบื้องหลังได้ก้าวเดินฝ่าความว่างเปล่าเข้ามา
ผู้มาเยือนมีผมขาวราวกับนกกระเรียนทว่าใบหน้ากลับอ่อนเยาว์ เป็นชายชราผู้มีบุคลิกสง่างามราวกับเซียนผู้วิเศษ เขาแย้มยิ้มมองทุกคนพลางร่ายกลอนว่า
"แบกรับหยินหยางโอบอุ้มไท่ซวี หยั่งรู้เกิดตายมรรคากลับคืนสู่หนึ่ง"
"ยามเป็นคือทรราชในหมู่เซียน ยามตายก็ยังเป็นวีรบุรุษในหมู่ภูตผี"
"ชายชราผู้นี้มีนามว่าป๋อไท่ซวี ในอดีตมีฉายาว่าบรรพชนหยินหยาง ขอคารวะสหายเต๋าทุกท่าน"
"บรรพชนหยินหยาง!"
เมื่อมองไปยังคนตรงหน้า ทุกคนต่างก็รู้สึกหวาดกลัว เผยให้เห็นสีหน้าตื่นตระหนกตกใจอย่างสุดขีด
บรรพชนหยินหยางตายไปตั้งนานนับล้านปีแล้ว จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อย่างไร แต่ถ้าไม่ใช่บรรพชนหยินหยาง แล้วใครล่ะที่จะสามารถควบคุมลูกแก้วสองขั้วหยินหยางนี้ได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้
เฉินเนี่ยนจือจ้องมองอย่างละเอียด รูม่านตาของเขาหดเกร็งครั้งแล้วครั้งเล่า ภายในใจแฝงไว้ด้วยความหวาดระแวงและสงสัย
"ผู้ฝึกตนภูตผี"
เจิ้นอวี้จื่อก็ดูเหมือนจะมองออกเช่นกัน เขาจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเอ่ยขึ้น
"สายตาแหลมคมดีนี่"
บรรพชนหยินหยางพยักหน้า ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า "เมื่อหนึ่งล้านปีก่อนในมหันตภัยครั้งที่เจ็ด ชายชราผู้นี้พ่ายแพ้ให้กับคนผู้นั้นไปครึ่งกระบวนท่า และร่วงหล่นลงท่ามกลางมหันตภัย"
"โชคดีที่ยังมีเศษเสี้ยววิญญาณหลงเหลืออยู่ ได้มานิพพานอยู่ที่นี่นานนับล้านปี และก้าวเข้าสู่เส้นทางของผู้ฝึกตนภูตผีนรกภูมิ"
"บัดนี้บรรพชนใกล้จะบรรลุมรรคาเซียนปฐพีนรกภูมิแล้ว ยังขาดวิญญาณเซียนขอบเขตบรรลุเซียนช่วงปลายอีกหกดวงมาเป็นเครื่องสังเวย จึงขอรบกวนสหายเต๋าทุกท่านขอยืมครรภ์เซียนมาใช้ประโยชน์สักหน่อยเถิด"
[จบแล้ว]