เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 - ทะลุมิติ

บทที่ 1 - ทะลุมิติ

บทที่ 1 - ทะลุมิติ


บทที่ 1 - ทะลุมิติ

โรงพยาบาลอันดับหนึ่งแห่งเขตอี๋อัน

ภายในห้องผู้ป่วยพิเศษ บนเตียงที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนทางการแพทย์สีขาวสะอาดตา มีชายหนุ่มใบหน้าซีดเซียวคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่

หญิงวัยกลางคนผู้แต่งกายหรูหรานั่งหมิ่นๆ อยู่บนเก้าอี้สำหรับญาติ สองมือขาวผ่องของเธอกุมมือข้างหนึ่งของชายหนุ่มเอาไว้แน่น ปากก็พร่ำบ่นพึมพำไม่หยุดหย่อน

"เสี่ยวอวี่เอ๊ย เป็นความผิดของแม่เอง แม่กดดันลูกมากเกินไป ให้ลูกเอาแต่เรียนและฝึกฝนทั้งวันไม่งั้นลูกคงไม่เป็นลมล้มพับไปกลางลานฝึกแบบนี้หรอก"

"ต่อไปนี้แม่จะไม่เอาลูกไปเปรียบเทียบกับเซียวหลิงอีกแล้ว!"

"โธ่เอ๊ย เสี่ยวอวี่ เมื่อไหร่ลูกจะฟื้นขึ้นมาสักที หมอตรวจดูตั้งหลายรอบก็บอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติ แต่นี่มันปาเข้าไปสามวันเต็มๆ แล้ว ทำไมลูกยังไม่ฟื้นอีกล่ะ"

น้ำเสียงทุ้มต่ำของหญิงคนนั้นเจือไปด้วยเสียงสะอื้น ดวงตาของเธอบวมเป่ง บ่งบอกชัดเจนว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง

ทันใดนั้น นิ้วมือของชายหนุ่มที่นอนแน่นิ่งมาตลอดก็กระตุกขึ้นเบาๆ แม้จะเป็นเพียงความเคลื่อนไหวเล็กน้อย ทว่าหญิงที่เฝ้าอยู่กลับรับรู้ได้ทันที ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาแปรเปลี่ยนเป็นความดีใจล้นปรี่ในพริบตา

ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าสะสวยที่แม้จะไร้เครื่องสำอางก็ไม่อาจบดบังความงามได้ เป็นใบหน้าที่เขารู้สึกทั้งคุ้นเคยและแปลกตาในเวลาเดียวกัน

"แม่ครับ ไม่ต้องห่วงนะ"

คำพูดที่ตั้งใจจะเอ่ยถามเพื่อคลายความสงสัย กลับกลายเป็นคำเรียกแม่ที่หลุดออกจากปากไปอย่างเป็นธรรมชาติ

ตลอดสามวันที่ผ่านมาแม้เขาจะอยู่ในอาการหมดสติ ทว่าเขาไม่ได้ตัดขาดจากการรับรู้ภายนอกเสียทีเดียว เมื่อหนึ่งวันก่อนเขาเริ่มรับรู้ถึงสิ่งรอบตัวได้บ้างแล้ว เสียงพึมพำของหญิงคนนี้เมื่อครู่เขาก็ได้ยินอย่างชัดเจน เพียงแต่ร่างกายมันยังขยับไม่ได้ ราวกับโดนผีอำอย่างไรอย่างนั้น

สาเหตุที่เขาหมดสติไปเมื่อสามวันก่อน เป็นเพราะตอนที่กำลังฝึกซ้อมเพลงหมัดและจังหวะก้าวเท้าอยู่ในสำนักนักสู้ตระกูลเซียว จู่ๆ ในหัวก็มีเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นมา

【ระบบบันดาลปรารถนาออนไลน์สำเร็จ พร้อมให้บริการคุณอย่างเต็มที่!】

หลังจากนั้น ข้อมูลความทรงจำอันมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว กระแทกสติของเขาจนดับวูบไป

สมองใช้เวลาจัดการกับข้อมูลเหล่านั้นถึงสามวันเต็ม ในที่สุดก็กลับมาทำงานได้ตามปกติ

ชื่อเดิมของเขาคือเซียวอวี่ มาจากโลกคู่ขนานใบหนึ่งซึ่งเป็นโลกที่ล่มสลายไปแล้ว

โลกใบนั้นเริ่มเผชิญกับภัยพิบัติต่างๆ ในปี 2025 ตลอดสามปีต้องเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ สึนามิยักษ์ แผ่นดินไหวรุนแรง ภูเขาไฟระเบิด และภัยพิบัติล้างโลกอีกสารพัด ประชากรโลกจากเจ็ดพันห้าร้อยล้านคนลดฮวบเหลือเพียงสามพันสามร้อยล้านคน

ทว่าฝันร้ายของมนุษยชาติยังไม่จบแค่นั้น นั่นเป็นเพียงแค่การคัดเลือกด่านแรกของพระผู้สร้างเท่านั้น

ต่อมา มนุษย์ที่เหลือรอดทั้งหมดถูกบังคับให้เข้าไปในสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์สูง 360 ชั้นที่มีชื่อว่า หอคอยจุดสูงสุดแห่งโลก เพื่อฝ่าด่านต่างๆ ภายในนั้นเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด สัตว์เวทมนตร์ และสัตว์อสูรนานาชนิด พวกมันไม่มีการเกิดใหม่ แต่สามารถให้กำเนิดลูกหลานได้

นั่นหมายความว่ายิ่งฝ่าด่านช้าเท่าไหร่ สัตว์ประหลาดก็จะยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น และการผ่านด่านก็จะยิ่งยากขึ้นเป็นเงาตามตัว

หอคอยจุดสูงสุดแห่งโลกราวกับมีวิชาแยกร่างพันเงา การฝ่าด่านของแต่ละคนจะถูกแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด

ทุกครั้งที่ผ่านด่านไปได้หนึ่งชั้น จะได้รับรางวัลตอบแทนอย่างงาม มีทั้งคัมภีร์เคล็ดวิชา อาวุธ อุปกรณ์เครื่องจักรกล และทรัพยากรอื่นๆ อีกมากมาย

เซียวอวี่ใช้เวลาต่อสู้อย่างยากลำบากถึงห้าสิบปี ในที่สุดก็สามารถสังหารบอสเฝ้าด่านชั้นที่หนึ่งร้อยลงได้ และนั่นทำให้เขาได้รับ ระบบบันดาลปรารถนา มาครอบครอง

นับแต่นั้นมา ความเร็วในการฝ่าด่านของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพียงสิบปีเขาก็สามารถเคลียร์ด่านทั้ง 360 ชั้นได้สำเร็จ เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากนี้ตัวเองจะได้รับอิสรภาพเสียที

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า หลังจากหลุดพ้นจากหอคอยจุดสูงสุดแห่งโลกมาได้ เขากลับถูกส่งตัวไปยังสนามรบที่เผ่าพันธุ์นับหมื่นกำลังห้ำหั่นกันเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ ในสนามรบแห่งนั้นเต็มไปด้วยยอดฝีมือที่เก่งกาจกว่าเขาเดินกันให้ขวักไขว่ และเพียงแค่การปะทะกับเผ่ามารในศึกแรก เขาก็ถูกหัวหน้าหน่วยย่อยของศัตรูฆ่าตายในพริบตา

โชคดีที่ก่อนหน้านี้เขาได้ทำการผูกมัดกับ อัญมณีวิญญาณ เอาไว้ ทำให้ดวงวิญญาณของเขาสามารถข้ามมิติมาเกิดใหม่ในโลกใบนี้ได้

แต่ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการข้ามมิติครั้งนี้ก็คือ อัญมณีวิญญาณที่เคยคอยป้อนพลังวิญญาณให้เขาอย่างไม่ขาดสายได้สลายหายไปแล้ว

ความทรงจำที่ยังคงสับสนปนเปทำให้เขาไม่ค่อยแน่ใจนัก ว่าตัวเองเพิ่งจะข้ามมิติมาสิงร่างนี้เมื่อสามวันก่อน หรือว่าจริงๆ แล้วเขาข้ามมิติมาตั้งแต่ตอนที่เด็กคนนี้เกิดเมื่อสิบแปดปีที่แล้วกันแน่

แต่ไม่ว่ายังไง ตอนนี้เขาก็คือผู้ควบคุมร่างกายนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว

จากความทรงจำ เจ้าของร่างเดิมก็ชื่อเซียวอวี่เช่นกัน และผู้หญิงที่เอาแต่ร้องไห้พึมพำอยู่ข้างเตียงเมื่อครู่ก็คือ สวีจิ้งอี๋ แม่แท้ๆ ของเขานั่นเอง

"การระบาดของไวรัสอาร์!"

"ไวรัสอาร์อาร์!"

"การล่าสัตว์ประหลาดในเขตรกร้าง!"

"นักสู้! ขุนพลรบ! เทพสงคราม!"

ข้อมูลที่ผุดขึ้นมาในหัวเป็นระยะๆ ล้วนเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนว่า ที่นี่คือโลกของนิยายเรื่อง มหาศึกกลืนดารา

"ไม่คิดเลยว่าฉันจะได้มาอยู่ในโลกของนิยายชื่อดังระดับโลกในยุคก่อนวันสิ้นโลก" เซียวอวี่คิดในใจอย่างเงียบๆ

"หมอคะ ลูกชายฉันฟื้นแล้วค่ะ!" สวีจิ้งอี๋วิ่งออกไปพร้อมกับตะโกนเรียกหมอเสียงหลง

เสียงตะโกนอันดังลั่นดึงสติของเซียวอวี่กลับมา

ไม่นานนัก แพทย์วัยกลางคนในชุดกาวน์สีขาวก็เข็นเครื่องตรวจร่างกายเข้ามาในห้องผู้ป่วย เขาจัดการตรวจเช็กทั่วร่างกายของเซียวอวี่อย่างละเอียด

"ผู้ป่วยเตียง 01205 สัญญาณชีพทุกอย่างเป็นปกติ สามารถทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลได้ครับ"

ด้วยความช่วยเหลือจากพยาบาล สวีจิ้งอี๋จัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว เธอพาเซียวอวี่ขึ้นรถซูเปอร์คาร์พลังงานใหม่ของเธอเพื่อเดินทางกลับบ้าน

ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถ เซียวอวี่พยายามทบทวนเนื้อหาในนิยายจากความทรงจำอย่างต่อเนื่อง สวีจิ้งอี๋เห็นว่าลูกชายเพิ่งฟื้นและต้องการเวลาพักผ่อน จึงไม่ได้ชวนคุยเพื่อรบกวนเขา

ในชาติก่อนเขาเป็นแฟนตัวยงของนิยายเรื่องนี้ ย่อมต้องคุ้นเคยกับ มหาศึกกลืนดารา นิยายที่โด่งดังไปทั่วโลกเป็นอย่างดี เขาอ่านนิยายต้นฉบับวนไปวนมาถึงสี่ห้าจบ จึงเข้าใจโครงสร้างของโลกใบนี้ทะลุปรุโปร่ง

มหาศึกกลืนดารา เป็นนิยายที่มีสเกลโลกกว้างใหญ่ไพศาล บนโลกใบนี้ ในปี 2013 เกิดการระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่อาร์ขึ้น ไวรัสตัวนี้กลายพันธุ์ไประหว่างการแพร่ระบาด แตกแขนงออกเป็นสายพันธุ์ย่อยอีกกว่ายี่สิบชนิด

จนกระทั่งในเดือนมกราคม ปี 2015 ไวรัสอาร์ก็ได้กลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด นั่นก็คือ ไวรัสอาร์อาร์

ทันทีที่ไวรัสอาร์อาร์ปรากฏตัว มันก็แพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ นก หรือสัตว์ป่า ตราบใดที่ยังต้องหายใจ ล้วนติดเชื้อไวรัสตัวนี้กันถ้วนหน้า

อัตราการเสียชีวิตหลังติดเชื้อไวรัสอาร์อาร์นั้นสูงปรี๊ด แตะระดับเกือบ 30% ภายในเวลาเพียงสามเดือน สัตว์ส่วนใหญ่บนโลกตายลง ประชากรมนุษย์เองก็ลดฮวบหายไปเกือบสองพันล้านคน!

ประชากรห้าพันล้านคนที่รอดชีวิตมาได้ ร่างกายได้สร้างภูมิต้านทานขึ้นมา สมรรถภาพทางร่างกายของมนุษย์แทบทุกคนเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมเกินเท่าตัว

แต่สำหรับพวกนกและสัตว์ป่านั้น สมรรถภาพของพวกมันพัฒนาไปไกลกว่ามนุษย์มากนัก สัตว์ประหลาดบางตัวถึงขั้นมีสติปัญญาเทียบเท่ากับมนุษย์เลยทีเดียว

สงครามระหว่างมนุษย์กับสัตว์ประหลาดจึงปะทุขึ้น และไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนบกเท่านั้น สัตว์ประหลาดจำนวนมหาศาลในมหาสมุทรเองก็กระโจนเข้าร่วมวงสงครามนี้ด้วย

ในสงครามอันบ้าคลั่งและอาบไปด้วยเลือด มนุษย์งัดเอาอาวุธทุกชนิดที่มีออกมาใช้ รวมถึงระเบิดนิวเคลียร์ ทว่านอกจากจะหยุดยั้งการบุกรุกของสัตว์ประหลาดไม่ได้แล้ว มันกลับไปกระตุ้นให้สัตว์ประหลาดบางกลุ่มกลายพันธุ์เป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอย่างผิดปกติ อย่างเช่น หมาป่าสวรรค์สีเลือด เป็นต้น

ในหมู่มนุษย์เองก็ปรากฏยอดนักสู้ที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ขึ้นมาเช่นกัน อย่าง หง หรือ เทพสายฟ้า ยอดฝีมือเหล่านี้ได้ช่วยชีวิตประชาชนจำนวนมหาศาลไว้ในยามวิกฤต และยังช่วยกองทัพต้านทานฝูงสัตว์ประหลาดเอาไว้อีกด้วย

จนกระทั่งเดือนมีนาคม ปี 2021 มนุษย์ประสบความสำเร็จในการคิดค้นปืนเลเซอร์ความถี่สูงพิเศษ สามารถสังหารสัตว์ประหลาดระดับ S ได้สิบกว่าตัวติดต่อกัน รวมถึงสัตว์ประหลาดระดับ SS อีกสองตัว สงครามถึงได้ยุติลงในที่สุด

ส่งผลให้เกิดการแบ่งเขตปกครองออกเป็นห้าประเทศมหาอำนาจ และยี่สิบสามเมืองใหญ่ดังเช่นในปัจจุบัน

ช่วงเวลาตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2015 จนถึงเดือนมีนาคม ปี 2021 กินเวลาห้าปีครึ่งนี้ ถูกขนานนามว่า ยุคมหาวิปโยค

ปัจจุบันคือเดือนพฤษภาคม ปี 2056 ยุคมหาวิปโยคได้ผ่านพ้นมานานกว่าสามสิบปีแล้ว

ร่างกายที่เอนไปข้างหน้าโดยไม่ได้ตั้งใจช่วยดึงสติของเขากลับมา ประสบการณ์การนั่งรถนับสิบปีในความทรงจำบอกให้เขารู้ว่า ตอนนี้ถึงบ้านแล้ว

เมื่อก้าวลงจากรถ มองดูคฤหาสน์หรูหราที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งเทคโนโลยีล้ำสมัยตรงหน้า เขาก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจอยู่ลึกๆ

ชีวิตที่เขาเคยใฝ่ฝันหาในชาติก่อน ตอนนี้กลับกลายเป็นชีวิตประจำวันของเขาไปเสียแล้ว

แม้สวีจิ้งอี๋จะไม่ได้เป็นนักสู้ แต่เซียวติ้งกั๋วพ่อของเขานั้นเป็นถึงนักสู้ระดับขุนพลรบ อีกทั้งยังเข้าร่วมกับ สำนักนักสู้ขีดสุด จึงได้รับสิทธิ์ให้เข้ามาพักอาศัยในหมู่บ้านหมิงเยว่แห่งเมืองหยางโจวแห่งนี้

...

"เซียวอวี่ อาหญิงบอกว่านายออกจากโรงพยาบาลแล้ว พี่สาวคนนี้ก็เลยรีบมาเยี่ยมนายเลยเนี่ย"

เด็กสาวร่างสูงโปร่งในชุดฝึกซ้อมรัดรูปสีดำ หน้าตาจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตา พุ่งพรวดเข้ามาในห้องนั่งเล่น สายตาของเธอจับจ้องไปที่เซียวอวี่ซึ่งกำลังนอนแผ่หราดูทีวีอยู่บนโซฟา พลางกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า "ดูสีหน้าก็สดใสดีนี่นา!"

เมื่อเห็นเด็กสาวตรงหน้า เซียวอวี่ก็ถึงกับพูดไม่ออก เด็กสาวจอมแก่นคนนี้ก็คือ เซียวหลิง พี่สาวลูกพี่ลูกน้องของเขานั่นเอง "พี่ครับ ช่วยคิดในแง่ดีกับผมหน่อยได้ไหม!"

"ได้ยินมาว่านายฝึกหนักจนเป็นลมงั้นสิ ไอ้น้องชาย พี่จะบอกอะไรให้นะ อย่าริอ่านมาเทียบกับพี่เชียว พี่น่ะมันอัจฉริยะ พรสวรรค์สูงปรี๊ด ผ่านการทดสอบเป็นนักสู้เต็มตัวมาตั้งแต่สามเดือนที่แล้วโน่น นักสู้วัยสิบแปดปีน่ะ ทั่วทั้งเมืองฐานทัพมีอยู่ไม่กี่คนหรอกนะจะบอกให้"

"พี่ครับ แล้วพี่เคยไปเขตรกร้างหรือยัง" เซียวอวี่ถามด้วยความอยากรู้ ถึงจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่เขาก็กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย การเรียนและการฝึกซ้อมรัดตัวมาก โดยเฉพาะช่วงนี้ที่การสอบใกล้เข้ามาในเดือนหน้า เขาแทบไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องอื่นเลย

แต่ตอนนี้ ความทรงจำถูกปลุกให้ตื่นขึ้นแล้ว แถมยังได้ประสบการณ์การต่อสู้มานับไม่ถ้วน และระบบที่ติดตัวมาก็ออนไลน์เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าเขาสามารถผ่อนปรนตัวเองลงได้บ้าง และมีเวลามาศึกษาเรื่องราวหลังจากกลายเป็นนักสู้แล้ว

"แน่นอนอยู่แล้วสิ หลังจากเป็นนักสู้ พี่ก็เข้าสังกัดสำนักนักสู้ขีดสุด แล้วพ่อก็ฝากฝังให้พี่เข้าไปอยู่ในทีมขุนพลรบหญิงล้วน พอฝึกซ้อมร่วมกันได้หนึ่งเดือน พี่ก็เริ่มออกไปลุยในเขตรกร้างแล้ว..."

"ลุงใหญ่เพิ่งจะได้เลื่อนขั้นเป็นเทพสงครามเมื่อปีที่แล้ว ทีมที่ลุงแกแนะนำให้ก็คงไม่ธรรมดาแน่ๆ!"

"ทีมของพวกเราชื่อ ทีมกุหลาบเหล็กกล้า กัปตันทีมชื่อ หูย่า เป็นถึงขุนพลรบระดับสูงเลยนะ เมื่อก่อนเธอก็เคยอยู่ในทีมของพ่อพี่นี่แหละ แต่ต่อมามีเหตุผลบางอย่างก็เลยแยกตัวออกมาตั้งทีมหญิงล้วนของตัวเอง แน่นอนว่าเธอต้องดูแลพี่เป็นพิเศษอยู่แล้ว"

ยิ่งพูดเซียวหลิงก็ยิ่งตื่นเต้น "ทีมของเราปกติจะออกไปล่าสัตว์ประหลาดหนึ่งเดือน แล้วก็พักหนึ่งเดือน ตอนนี้พี่อยู่ในช่วงพักร้อน มะรืนนี้พี่ก็ต้องรวมทีมออกไปลุยอีกแล้ว"

"เวลาออกไปข้างนอก พี่ต้องระวังตัวให้ดีๆ นะครับ ไม่ใช่แค่ระวังพวกสัตว์ประหลาด แต่ต้องระวังอันตรายจากมนุษย์ด้วยกันเองด้วย"

เซียวอวี่รู้ซึ้งถึงความอันตรายของเขตรกร้างดี และยิ่งรู้ดีถึงชะตากรรมที่หลัวเฟิงต้องเผชิญในนิยายต้นฉบับ แม้ว่าตอนนี้หลัวเฟิงจะยังไม่ได้เป็นนักสู้ แต่ทีมเขี้ยวพยัคฆ์ก็ไม่ใช่ทีมเดียวที่หาเงินด้วยการดักปล้นนักสู้ทีมอื่น เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน

"ขอบใจที่เป็นห่วงนะจ๊ะน้องรัก พี่จะระวังตัวให้ดี ว่าแต่จะบอกอะไรให้นะ การออกไปลุยรอบนี้พี่ทำเงินได้ตั้งเยอะแหนะ ได้มาตั้งแปดล้านกว่าเหรียญหัวเซี่ยเลยนะ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พี่หาเงินได้เยอะขนาดนี้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง!"

เซียวหลิงดีใจจนเนื้อเต้น แถมยังเอื้อมมือมาตบหัวเซียวอวี่ไปสองที เขาพยายามจะหลบแต่ก็หลบไม่พ้น ช่องว่างระหว่างความแข็งแกร่งมันห่างชั้นกันเกินไปแล้ว

ในโลกยุคปัจจุบัน มีเพียงคนที่ผ่านการทดสอบเป็นว่าที่นักสู้เท่านั้น ถึงจะได้รับ เคล็ดวิชาฝึกฝนพลังพันธุกรรมต้นกำเนิด และเริ่มต้นเส้นทางการฝึกฝนอย่างแท้จริง ซึ่งระยะห่างของระดับพลังจะยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ ตามแต่พรสวรรค์ของแต่ละคน เว้นเสียแต่ว่าจะไปติดคอขวดเข้าเสียก่อน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1 - ทะลุมิติ

คัดลอกลิงก์แล้ว