- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนทางหลวง ใครปล่อยเธอเข้ามา โดนปล้นจนเกลี้ยง
- ตอนที่ 41 คุณค้นพบหุ่นไล่กาประหลาด
ตอนที่ 41 คุณค้นพบหุ่นไล่กาประหลาด
ตอนที่ 41 คุณค้นพบหุ่นไล่กาประหลาด
ตอนที่ 41 คุณค้นพบหุ่นไล่กาประหลาด
.
.
เมื่อครู่หุ่นไล่กายังอยู่ห่างออกไปกว่าสิบเมตร แต่พอเสิ่นชงเยว่เงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง มันกลับเข้ามาอยู่ในระยะเอื้อมถึงแล้ว
เธอไม่ได้หนี และก็ไม่ได้ก้าวเข้าไปในทุ่งข้าวสาลีไร้สิ้นสุดอย่างผลีผลามเช่นกัน เสิ่นชงเยว่จับมีดสั้นอาบพิษแน่น ดวงตาจับจ้องไปทางหุ่นไล่กาอย่างระแวง ก่อนจะค่อย ๆ ถอยหลังไปทางรถสามล้อที่อยู่ด้านหลัง
แค่เพียงลมหายใจเดียว
หุ่นไล่กาก็ขยับเข้ามาใกล้อีกแล้ว ใกล้จนเธอมองเห็นฟางยุ่งเหยิงที่ปกคลุมอยู่บนใบหน้ามันได้อย่างชัดเจน
แล้วในวินาทีนั้นเอง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยฟางก็พลันบิดเบี้ยว ดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งเปิดขึ้นกะทันหัน เสิ่นชงเยว่ตั้งตัวไม่ทัน สบตาเข้ากับมันตรง ๆ
[คุณค้นพบหุ่นไล่กาประหลาด พลังชีวิตลดลง 10 แต้ม]
เสียงแจ้งเตือนทำให้สีหน้าของเสิ่นชงเยว่เปลี่ยนไปในทันที
เรื่องกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่เลวร้ายที่สุดจริง ๆ
ก่อนหน้านี้เธอเดาไว้อยู่แล้วว่าหุ่นไล่กาตัวนี้จะต้องแข็งแกร่งมาก แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นประเภทเดียวกับมอนสเตอร์เย็บกระสอบ แค่สบตาก็สามารถดูดค่าชีวิตของผู้เล่นได้
ถ้าห้ามสบตา แล้วเธอจะสู้กับมันยังไง? จะเคลียร์ดันเจี้ยนยังไง?!
ในตอนนั้นเอง เธอได้ยินเสียงกระพือปีกแผ่วเบาของผีเสื้อวิญญาณ ความยินดีสายหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในใจของเสิ่นชงเยว่
จริงสิ!
เธอเกือบลืมเจ้าตัวน้อยไปแล้ว
หลังจากสื่อสารทางใจแบบง่าย ๆ เสิ่นชงเยว่ก็รู้ว่าผีเสื้อวิญญาณไม่ได้รับผลกระทบจากหุ่นไล่กาตัวนี้
เธอจึงสั่งให้ผีเสื้อวิญญาณช่วยจับตาดูการเคลื่อนไหวของหุ่นไล่กา ส่วนตัวเองก็หลับตาลง
เธอไม่สามารถก้าวเข้าไปในทุ่งข้าวสาลีไร้สิ้นสุดได้ ดังนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือใช้การโจมตีระยะไกล
แต่น่าเสียดายที่ของแบบนั้น เธอไม่มีติดตัวเลยสักชิ้น
เสิ่นชงเยว่โจมตีไม่ได้ ส่วนหุ่นไล่กาก็ไม่ยอมออกจากทุ่งข้าวสาลี หนึ่งคนหนึ่งมอนสเตอร์จึงตกอยู่ในสภาวะเผชิญหน้ากันอย่างประหลาดอยู่พักใหญ่
ผีเสื้อวิญญาณคอยรับหน้าที่รายงานตำแหน่งของหุ่นไล่กาให้เธอเป็นระยะ
บรรยากาศเงียบลงชั่วขณะ
เสิ่นชงเยว่ใช้สมองคิดอย่างบ้าคลั่ง พยายามคิดหาช่องโหว่ ถ้าเธอไม่ผ่านดันเจี้ยนนี้ภายในเวลาที่กำหนด เธอจะต้องติดอยู่ในทุ่งข้าวสาลีไร้สิ้นสุดไปตลอดกาล
ทันใดนั้น หุ่นไล่กาที่อยู่ในทุ่งก็ส่งเสียงครางแหบพร่าออกมา
[คุณได้ยินเสียงของหุ่นไล่กา ค่าสติลดลง 10 แต้ม]
เสิ่นชงเยว่รีบเอามือปิดหูแน่น แต่ไม่นานก็พบว่าต่อให้ปิดแน่นแค่ไหน เสียงนั้นก็ยังแทรกเข้ามาในหัวได้อยู่ดี
เสียงแหบแปลกประหลาดของหุ่นไล่กาดังสะท้อนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในสมองเธอ
[คุณได้ยินเสียงของหุ่นไล่กา ค่าสติลดลง 10 แต้ม]
[ค่าสติลดลง 10 แต้ม]
[ค่าสติลดลง 10 แต้ม ปัจจุบันเหลือ 40 แต้ม ต่ำกว่า 20 แต้มจะเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่ง]
ปล่อยแบบนี้ต่อไปไม่ได้
เธอต้องจัดการหุ่นไล่กาตัวนี้เดี๋ยวนี้
เมื่อค่าสติลดลงเรื่อย ๆ เสิ่นชงเยว่ก็เริ่มหงุดหงิดง่าย อารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นเรื่อย ๆ
[ค่าสติลดลง 10 แต้ม]
[ลดลง 10 แต้ม ปัจจุบันค่าสติผู้เล่นเหลือ 20 แต้ม ใกล้เข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่ง พละกำลัง +1 ความเร็ว +1 จิตวิญญาณ +50]
เส้นเอ็นเส้นสุดท้ายในใจของเสิ่นชงเยว่เหมือนขาดผึง
ตอนนี้เธอไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
เธอแค่อยากฆ่าหุ่นไล่กาที่กรีดร้องตัวนั้นให้ได้
ฆ่ามัน!
แล้วก็เผาทุ่งข้าวสาลีบัดซบนี่ให้หมด!
เสิ่นชงเยว่ลืมตาขึ้น แล้วโซซัดโซเซเดินเข้าไปในทุ่งข้าวสาลีไร้สิ้นสุด ความโกรธบดบังเหตุผลจนหมดสิ้น เธอลืมไปแล้วว่าการสบตาจะทำให้ค่าชีวิตลดลง และลืมแม้กระทั่งผีเสื้อวิญญาณที่เกาะอยู่บนตัว
[คุณสบตากับหุ่นไล่กา พลังชีวิตลดลง 10 แต้ม]
หัวใจของเสิ่นชงเยว่เต็มไปด้วยเจตนาฆ่า จนแทบไม่สนใจเสียงแจ้งเตือนของระบบ
[พลังชีวิตลดลง 10 แต้ม]
เธอก้าวพ้นเขตปลอดภัยของรถ
ผีเสื้อวิญญาณบนศีรษะรีบกระพือปีกเล็ก ๆ ของมัน พยายามใช้เรี่ยวแรงอันน้อยนิดขัดขวางเจ้านาย
ทันทีที่เท้าของเสิ่นชงเยว่เหยียบเข้าไปในทุ่งข้าวสาลี ก้านข้าวสาลีบนพื้นก็พุ่งเข้าพันข้อเท้าของเธอแน่นเป็นวง ๆ ลำต้นเรียวเล็กกับใบแห้งแข็งพุ่งแทงทะลุผิวหนัง
ข้อเท้าของเธอปวดแปลบขึ้นมาทันที และความพร่ามัวในดวงตาก็ค่อย ๆ จางลง
เสิ่นชงเยว่ฝืนกดอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน ตัดก้านข้าวสาลีที่พันเท้าออกอย่างแรง แล้วรีบถอยกลับไปข้างรถสามล้อ ก่อนจะหยิบยาฆ่าเชื้อออกมาจากกระเป๋าแล้วกรอกเข้าปาก
[คุณใช้ยาฆ่าเชื้อพิเศษแล้ว พลังชีวิตและค่าสติกำลังฟื้นฟู]
ก่อนหน้านี้เธอตรวจดูค่าสถานะของตัวเองแล้ว ทั้งพลังชีวิตและค่าสติกำลังจะกลับมาเป็นปกติ
เสิ่นชงเยว่ค่อย ๆ กลับสู่ความสงบดังเดิม
เธอหลับตาลงอีกครั้ง ไม่ยอมสบตากับหุ่นไล่กา
ดันเจี้ยนนี้ร้ายกาจเกินไปจริง ๆ
ยาฆ่าเชื้อถูกใช้ไปแล้ว แต่หุ่นไล่กายังไม่ถูกจัดการ
หลังจากเงียบไปพักหนึ่ง หุ่นไล่กาก็ยังไม่เคลื่อนไหวใหญ่โต เสิ่นชงเยว่กำลังจะถามผีเสื้อวิญญาณให้ช่วยรายงานการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์อีกครั้ง แต่จู่ ๆ หุ่นไล่กาก็ส่งเสียงกรีดร้องแหลมบาดหูออกมาอีก
เสียงนั้นแหลมเสียดแทง ราวกับทะลุเข้าไปถึงหัวใจคน
และแน่นอน ค่าสติของเสิ่นชงเยว่ลดลงอีกครั้ง
[คุณได้ยินเสียงของหุ่นไล่กา ค่าสติลดลง 10 แต้ม{
[ค่าสติลดลง 10 แต้ม]
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่มีวันจบ ยาฆ่าเชื้อที่เหลืออยู่ไม่กี่ขวดของเธอช่วยอะไรไม่ได้แล้ว เธอต้องฆ่าหุ่นไล่กาตัวนี้ทันที
เสิ่นชงเยว่ยกมือแตะผีเสื้อวิญญาณที่เกาะอยู่บนไหล่ แล้วถามเบา ๆ
“ผีเสื้อน้อย เธอสามารถใช้ภาพลวงตากับมอนสเตอร์ตัวนี้ได้ไหม?”
ผีเสื้อกระพือปีก ตอบว่าได้
เสิ่นชงเยว่ดีใจขึ้นมาทันที
เธอลืมไปได้ยังไง ว่าภาพลวงตาที่ผีเสื้อวิญญาณใช้ตอนเพิ่งเกิด ยังช่วยให้เธอรอดจากฝูงเซนทอร์มาแล้ว
“ช่วยสร้างภาพลวงตาให้ที”
คนกับผีเสื้อประสานงานกันอย่างรวดเร็ว
ผีเสื้อวิญญาณใช้ภาพลวงตา ส่วนเสิ่นชงเยว่ก็ถือโอกาสหาทางคว้าอาวุธระยะไกลมาไว้ในมือ
พอนึกถึงอาวุธ สิ่งแรกที่เธอคิดถึงก็คือผู้เล่นไข่สีม่วงคนนั้น
[นักบุญผู้หลบหนีแห่งปารีส: นายมีอาวุธระยะไกลไหม? หน้าไม้ก็ได้ ฉันไม่เรื่องมาก]
[นักบุญผู้หลบหนีแห่งปารีส: ไม่อยู่เหรอ?]
เธอส่งติดกันสองข้อความ แต่อีกฝ่ายไม่ตอบ
คนคนนั้นน่าจะเข้าไปอยู่ในดันเจี้ยนทุ่งข้าวสาลีไร้สิ้นสุดเหมือนกัน
เมื่อไม่ได้การตอบกลับ เสิ่นชงเยว่ก็กลับไปที่แชทโลกทันที
[นักบุญผู้หลบหนีแห่งปารีส: ใครมีอาวุธระยะไกลบ้าง? ฉันใช้หมวก กระดาษชำระ แผ่นให้ความร้อน แล้วก็อาหารแลกได้]
เธอส่งข้อความติดกันกว่าสิบครั้ง
แต่ไม่มีใครยอมแลกกับเธอ
ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังคงหัวเราะคิกคัก พูดคุยกันเองอย่างสนุกสนาน
[น้ำโซดาองุ่นเขียว: บอสขาดอาวุธเหรอ? ถ้าฉันมีคงแลกกับเธอไปแล้ว ของที่เธอเสนอมา ฉันขาดหมดเลย]
[ชานมอู่หลงลูกพีช: ฉันมีแต่ดาบยาว]
[เป็ดเป็ด: อาวุธหาได้จากหีบสีม่วงเท่านั้น ฉันเห็นแต่กล่องไม้กับหีบสีเทา]
“……”
เสิ่นชงเยว่พ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะเวลานี้ไม่เหมาะจริง ๆ เธออยากปิดหน้าจอทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น
ทันใดนั้น กล่องข้อความส่วนตัวก็เด้งขึ้นมา คนส่งคือผู้เล่นไข่สีม่วงที่เธอรออยู่พอดี
[จ้าวจื่อหลงแห่งฉางติงซาน: ฉันมีอาวุธระยะไกล]
[จ้าวจื่อหลงแห่งฉางติงซาน: หน้าไม้เหล็กลึกล้ำ พร้อมลูกหน้าไม้เหล็กหนัก 10 ดอก ราคาไม่ต่อรอง น้ำมัน 100 ลิตร กระดาษชำระ 100 ม้วน แผ่นให้ความร้อน 100 แผ่น หมวก 100 ใบ ตกลงไหม]
เสิ่นชงเยว่กำหมัดแน่นเงียบ ๆ
[นักบุญผู้หลบหนีแห่งปารีส: นายกำลังฉวยโอกาสใช่ไหม?]
[จ้าวจื่อหลงแห่งฉางติงซาน: แล้วทำไมจะไม่ล่ะ? บอกมาว่าจะเอาไหม?]
[นักบุญผู้หลบหนีแห่งปารีส: ลดหน่อย ครึ่งราคา เราต่างก็เป็นผู้เล่นไข่ นายขาดน้ำมันใช่ไหม? ยังไงข้างหน้าก็ต้องร่วมมือกันอีก แล้วถ้านายมีน้ำมนต์เหลือ ขอมาอีกสองขวดด้วย]
[จ้าวจื่อหลงแห่งฉางติงซาน: ขอให้ร่วมมือกันอย่างราบรื่นนะ!]
เสิ่นชงเยว่กำหมัดแน่นขึ้นอีก
คนคนนี้คำนวณมาดีมาก เขาตั้งราคาสูงไว้แต่แรก ก็เพื่อบีบให้เธอเป็นฝ่ายกดราคาลงมาเอง
แต่สถานการณ์ตอนนี้เร่งด่วน เธอไม่คิดมากเรื่องเสียของเพิ่มอีกนิด
นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นชงเยว่เจอผู้เล่นที่สูสีกับเธอ และอีกฝ่ายยังงกได้น่าตกใจอีกด้วย!
“ฉันจะส่งหน้าไม้ไปให้เดี๋ยวนี้ เธอก็อยู่ในดันเจี้ยนทุ่งข้าวสาลีไร้สิ้นสุดเหมือนกันใช่ไหม? ฉันมีคำเตือนให้อย่างหนึ่ง ไฟชนะไม้ อย่าตายในทุ่งข้าวสาลีเสียก่อนล่ะ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ฉันจะหาใครสักคนที่เติมน้ำมันให้ฉันได้ต่อเนื่องแบบเธอ”
อีกฝ่ายส่งของมาอย่างรวดเร็ว
ซ่งฉูไล่สายตามองจำนวนของอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วส่งหน้าไม้กลับไป
[ผู้เล่นซ่งฉู ยืนยันรับรางวัลสำเร็จ คุณจะถูกส่งออกจากดันเจี้ยนทันที ยินดีต้อนรับกลับมาใหม่ในครั้งหน้า]
.
.
จบ.