เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 คำสาปเซนทอร์

ตอนที่ 22 คำสาปเซนทอร์

ตอนที่ 22 คำสาปเซนทอร์


ตอนที่ 22 คำสาปเซนทอร์

.

.

สถานการณ์คับขันเกินกว่าจะลังเล

เสิ่นชงเยว่รีบอุ้มตัวอ่อนผีเสื้อวิญญาณออกจากรังสัตว์เลี้ยง กระซิบถามเสียงต่ำว่า “หนอนน้อย ตอนนี้สร้างภาพลวงตาได้ไหม ถ้าได้ก็พยักหน้า”

หนึ่งคนหนึ่งสัตว์สบตากัน ดวงตากลมดำเหมือนเมล็ดถั่วของผีเสื้อวิญญาณเบิกกว้าง ก่อนจะถูไถฝ่ามือเธออย่างออดอ้อน แล้วพยักหน้าเบา ๆ

ทันใดนั้น แสงสลัวจาง ๆ ก็แผ่ออกจากร่างของตัวอ่อนผีเสื้อวิญญาณ

แม้แสงจะอ่อนมาก แต่กลับปกคลุมพื้นที่รอบตัวพวกเธอได้เกือบสิบเมตร

พวกเซนทอร์ที่เมื่อครู่ยังหงุดหงิดอยู่แท้ ๆ กลับเปลี่ยนเป็นต่างคนต่างทำเรื่องของตัวเอง บ้างเหวี่ยงดาบ บ้างควบวิ่งไปมาบนถนนอย่างบ้าคลั่ง และมีเซนทอร์บางตัวถึงขั้นพุ่งเข้าใส่พวกเดียวกันเอง ทั้งต่อยทั้งฟัน จนเลือดกระเซ็นไปทั่ว

เสิ่นชงเยว่รู้ทันทีว่า ภาพลวงตาของผีเสื้อวิญญาณออกฤทธิ์แล้ว

เธอก้าวออกจากเขตปลอดภัยของยานพาหนะอย่างระมัดระวัง แล้วก็สามารถเก็บหีบสีแดงใบนั้นมาได้สำเร็จ

รอบตัวเธอยังมีหีบอีกอย่างน้อยสิบกว่าใบ และพวกเซนทอร์ก็มองเธอราวกับเป็นอากาศธาตุ ด้วยนิสัยของเสิ่นชงเยว่แล้ว มีหรือจะยอมจากไปง่าย ๆ เธอเร่งฝีเท้า วิ่งสลับหลบไปตามถนนหลวง

หีบสีเทา เก็บ

หีบสีเขียว เก็บต่อ

หีบสีขาว ก็พลาดไม่ได้เหมือนกัน

ท่ามกลางความมืดไร้ขอบเขต สีเหลืองสะดุดตาแต้มหนึ่งดูเด่นขึ้นมาเป็นพิเศษ

เสิ่นชงเยว่หรี่ตาลง ถ้าเธอมองไม่ผิด นั่นก็คือ หีบสีเหลือง?!

หีบชนิดใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครเปิด

ผู้เล่นคนแรกที่เปิดหีบชนิดใหม่ได้ จะได้รับโบนัสคริติคอลจากระบบ!

เสิ่นชงเยว่ไม่อยากพลาดโดยเด็ดขาด

เธอเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ เตรียมจะก้าวเข้าไป แต่ตัวอ่อนผีเสื้อวิญญาณในอ้อมแขนกลับดิ้นยุกยิก ส่งเสียง “อิง อิง อิง” ออกมา

ผีเสื้อวิญญาณเพิ่งฟักออกมาได้แค่ครึ่งวัน ค่าความเข้ากันกับเจ้าของยังไม่สูงนักเพราะอย่างนั้น เธอจึงยังฟังภาษาสัตว์วิญญาณของมันได้ไม่ครบ

“เธอหมายความว่าให้รีบกลับไปงั้นเหรอ?”

ผีเสื้อวิญญาณตัวน้อยกระพริบดวงตากลมดำ แล้วเอาหัวถูมือเธออีกครั้ง

ทั้งที่หีบสีเหลืองอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม เสิ่นชงเยว่จะยอมตัดใจได้ยังไง แต่ตอนนี้เธออยู่ห่างจากรถมาพอสมควรแล้ว หากภาพลวงตาแตกขึ้นมา ฝูงเซนทอร์คงฉีกร่างเธอเป็นชิ้น ๆ แน่

ถึงไม่เต็มใจ เธอก็ทำได้เพียงหันกลับ

แต่เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว แสงบนตัวผีเสื้อวิญญาณก็เริ่มจางลงช้า ๆ ฝูงเซนทอร์ที่กำลังวุ่นวายเหมือนได้กลิ่นอะไรบางอย่างพร้อมกัน พวกมันหยุดการต่อสู้ แล้วหันสายตาทั้งหมดมาทางเสิ่นชงเยว่

หัวใจของเธอกระตุกวูบ ก้าวยิ่งถี่ขึ้นทันที อยากจะมีปีกงอกออกมาแล้วบินหนีไปเสียเดี๋ยวนั้น

ภาพลวงตาของผีเสื้อวิญญาณ…พังทลายแล้ว

เสิ่นชงเยว่ถูกเปิดเผยต่อหน้ามอนสเตอร์ทั้งฝูงในทันที

ตึก ตึก ตึก

เสียงกีบเท้าดังไล่ตามมาจากด้านหลัง เธอไม่กล้าหันกลับไปมอง ได้แต่วิ่งสุดชีวิตไปทางยานพาหนะ

ใกล้แล้ว

ใกล้อีกนิด

สิบเมตร

แปดเมตร

เจ็ดเมตร

เซนทอร์ตัวที่วิ่งนำหน้าฝูงดึงหน้าไม้ออกจากด้านหลัง ลูกธนูหน้าไม้สีดำทะมึนพุ่งฉีกอากาศ แล้วแทงทะลุแขนขวาของเสิ่นชงเยว่เข้าอย่างแม่นยำ

เสียงลมหวีดหวิวแทรกอยู่ข้างหู เสิ่นชงเยว่ใช้มือซ้ายประคองผีเสื้อวิญญาณเอาไว้แน่น ความเจ็บแปลบจนเหมือนแขนจะขาด แต่เธอไม่กล้าส่งเสียง ได้แต่เร่งฝีเท้าขึ้นอีก

อีกนิดเดียว

อีกแค่ไม่กี่ก้าว

ข้างหลังมีเสียงลูกธนูอีกดอกฉีกอากาศพุ่งเข้ามา

เสิ่นชงเยว่รู้สึกถึงอันตรายโดยสัญชาตญาณ เธอบิดตัว ล้มลงกับพื้น แล้วพุ่งตัวไปข้างหน้า ทำให้ร่างกายส่วนใหญ่ข้ามเส้นปลอดภัยไปได้

กระทั่งแน่ใจว่าตัวเองปลอดภัยจริง ๆ แล้ว เธอจึงกล้าหันกลับไปมอง

บนพื้นถนนยางมะตอย มีลูกธนูเหล็กสีดำปักแน่นอยู่ดอกหนึ่ง

ถ้าเธอหลบไม่ทัน…เกรงว่าคงถูกยิงตายไปแล้ว

[ระบบเอาชีวิตรอดบนถนนหลวงขอเตือนอย่างเป็นมิตร! :  ผู้เล่นไม่ควรออกนอกเขตปลอดภัยสามเมตรของยานพาหนะโดยพลการ]

รอดชีวิตจากปากเสือมาได้ เสียงระบบเย็นชาที่เคยฟังแล้วหงุดหงิด ตอนนี้กลับฟังดูไพเราะอย่างประหลาด

ตอนนั้นเอง เสิ่นชงเยว่ถึงเข้าใจค่าของกฎข้อนี้อย่างแท้จริง

หลังเข้าใกล้ยานพาหนะแล้ว ฝูงเซนทอร์ก็เหมือนคนตาบอดกลุ่มหนึ่ง พวกมันวิ่งวนรอบรถสามล้อหลายรอบ ดวงตาเบิกกว้าง คำรามเสียงแหบ แต่กลับหาร่องรอยของเหยื่อไม่เจอแม้แต่น้อย

“อิง อิง อิง…”

ผีเสื้อวิญญาณตัวน้อยขดตัวกลม ถูไถปลายนิ้วของเธอ ดวงตาเล็กเท่าเมล็ดถั่วคู่นั้นหลบ ๆ เลี่ยง ๆ เสิ่นชงเยว่ถึงกับมองเห็นแววรู้สึกผิดที่แวบผ่านในสายตาของมัน

สัตว์วิญญาณเชื่อมโยงกับจิตใจของเจ้าของโดยตรง เพราะแบบนั้น มันจึงรู้ว่าเสิ่นชงเยว่บาดเจ็บแล้ว

“ไม่เป็นไร แผลเล็กน้อยเอง”

สี่วันที่อยู่บนถนนหลวง เธอบาดเจ็บมาหลายครั้งแล้ว อีกอย่างแผลจากลูกธนูนี้ไม่ได้มีพิษ แค่ทายาห้ามเลือดก็น่าจะพอ…

กำไลข้อมือสั่นขึ้น

[ผู้เล่นถูกเซนทอร์โจมตี พลังชีวิตลดลง 10 แต้ม ขณะนี้เหลือ 33 แต้ม กรุณาเพิ่มพลังชีวิตโดยเร็ว พลังชีวิตต่ำกว่า 0 ผู้เล่นจะเสียชีวิต]

เสิ่นชงเยว่สูดหายใจลึก จากนั้นดึงลูกธนูสีดำที่ปักทะลุแขนออกมาทันที เลือดพุ่งทะลักออกมาราวกับน้ำพุเล็ก ๆ ย้อมเสื้อของเธอเป็นสีแดง หยดลงพื้นไม่หยุด

“อึก…”

เมื่อครู่เธอเอาแต่หนี ตอนนี้พอปลอดภัยแล้ว ความเจ็บถึงค่อยแล่นขึ้นมาชัดเจน

กริ๊ง

ลูกธนูสีดำถูกโยนลงพื้นอย่างแรง

เธอหยิบชุดปฐมพยาบาลออกจากกระเป๋า ใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ พันผ้าพันแผลอย่างชำนาญ แถมยังผูกโบสวย ๆ ไว้ให้ด้วย กลัวจะติดเชื้อจนเป็นไข้ เธอจึงกินยาแก้อักเสบเพิ่มอีกเม็ด

พอเลยเที่ยงคืน หีบที่กระจายอยู่บนถนนก็หายไปพร้อมกัน ฝูงเซนทอร์น่าขนลุกเองก็สลายหายไปด้วยเช่นกัน

เสิ่นชงเยว่พอจะเข้าใจคร่าว ๆ แล้ว

ไอเทมที่ถูกใช้ใส่เธอ มีระยะเวลาแค่หนึ่งวัน

แม้จะเสี่ยงไปหน่อย แต่ก็คุ้มค่า เพราะในเวลาเพียงไม่กี่นาที เธอเก็บหีบมาได้ตั้งห้าใบ

หีบสีแดง 3 ใบ

หีบสีเทา 1 ใบ

หีบสีน้ำเงิน 1 ใบ

ทันใดนั้น กำไลข้อมือก็แสดงข้อความแจ้งเตือนต่อเนื่อง

[ผู้เล่นได้รับผลจากคำสาปเซนทอร์ พลังชีวิตลดลง 1 แต้ม]

[ผู้เล่นได้รับผลจากคำสาปเซนทอร์ พลังชีวิตลดลง 1 แต้ม]

เสิ่นชงเยว่ชะงักไปเล็กน้อย

แผลก็พันไว้แล้ว ทำไมพลังชีวิตยังลดอยู่อีก?

เธอตั้งสติ ฉีกผ้าพันแผลเปิดแผลดู

เลือดสีดำข้นยังคงซึมออกมาจากรูแผลที่ถูกยิงทะลุไม่หยุด เธอลองใช้ยาห้ามเลือดแล้ว แต่กลับไม่ได้ผลแม้แต่น้อย ไม่นานผ้าพันแผลที่เพิ่งพันใหม่ก็ชุ่มไปด้วยเลือดอีกครั้ง

ยาธรรมดาใช้ไม่ได้… ถ้าอย่างนั้น ไอเทมยาล่ะ?

เสิ่นชงเยว่รีบหยิบน้ำยาฟื้นฟูออกมาจากกระเป๋า ตักออกมาเยอะ ๆ แล้วป้ายลงบนข้อศอก

รูแผลเปื้อนเลือดตรงนั้นสมานหายไปในพริบตา ผิวหนังเรียบเนียนเหมือนไม่เคยมีบาดแผลมาก่อน สะเก็ดแผลหลุดร่วง เผยผิวขาวละเอียดออกมา

ได้ผลจริง

ดีที่ได้ผล

หินก้อนใหญ่ที่กดทับอยู่ในอกค่อย ๆ คลายลง เสิ่นชงเยว่ยืดแขนขา เอนตัวนอนลงในกระบะรถ แล้วพักผ่อนทันที ทั้งขับรถมาทั้งวัน แถมยังบาดเจ็บจากมอนสเตอร์หนักขนาดนั้น พอหลับตาลง เธอก็ผลอยหลับไปพร้อมกอดผ้าห่มบางไว้ในอ้อมแขน

เธอสะดุ้งตื่นเพราะความเจ็บ

ตอนแรกเสิ่นชงเยว่คิดว่าตัวเองกำลังฝัน จนกระทั่งเห็นรูแผลกลับมาปรากฏอีกครั้งบนแขนขาวเนียนนั้น ถึงได้รู้ว่าคำสาปยังไม่ถูกลบ

เธอเปิดหน้าต่างค่าสถานะทันที

[พลังชีวิต: 28 แต้ม (ถูกคำสาปเซนทอร์ แนะนำให้ใช้ไอเทมชำระล้างโดยด่วน) (ร่างกายอ่อนแอที่ยังฟื้นไม่เต็มที่ยิ่งทรุดหนัก ดูเหมือนใกล้ตายเต็มที)]

[ค่าความมีสติ: 40 แต้ม (อารมณ์ตกต่ำ)]

[จิตวิญญาณ: 39 แต้ม (แย่มาก)]

ไอเทมชำระล้าง?!

เสิ่นชงเยว่รีบโพสต์ข้อความทันที

นักบุญผู้หลบหนีแห่งปารีส: หาไอเทมชำระล้าง ใครมีรีบมา

หลังส่งข้อความ เธอก็ไม่รอเฉย ๆ รีบหลอมหีบสีแดงทันที

แต่น่าเสียดาย หีบไม่ได้ให้ยาชำระล้างอย่างที่เธอต้องการ กลับให้แค่ยาฆ่าเชื้อขั้นกลาง 4 ขวด ผ้าพันแผลห้ามเลือด 8 ม้วน และน้ำยาชีวิต 1 ขวด

เสิ่นชงเยว่รออยู่ในแชทภูมิภาคอยู่นาน แน่นอนว่าไม่มีใครตอบ

ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อ “ไอเทมชำระล้าง” ด้วยซ้ำ

เสียงระบบดังเตือนขึ้นมาอีกครั้งว่า พลังชีวิตของเธอลดลงอีก 1 แต้ม

ภายในหนึ่งชั่วโมง เธอก็จับรูปแบบได้แล้ว

หลังถูกคำสาปเซนทอร์เล่นงาน พลังชีวิตของเธอจะลดลง 1 แต้มทุก ๆ สิบนาทีแม้ยาฆ่าเชื้อจะถอนคำสาปไม่ได้ แต่ก็พอช่วยยืดชีวิตออกไปได้

เสิ่นชงเยว่สีหน้าไม่เปลี่ยน เปิดยาฆ่าเชื้อขั้นกลางหนึ่งขวดแล้วยกดื่มทันที

ในกระเป๋าเธอเหลือยาฆ่าเชื้อขั้นกลางอยู่เพียง 4 ขวด

ถ้าพรุ่งนี้เช้ายังหาเพิ่มไม่ได้ หรือยังหาไอเทมชำระล้างไม่เจอ…เธอคงตายแน่

กำไลข้อมือสั่นอีกครั้ง เป็นข้อความจากเพื่อน

ตอนแรกเสิ่นชงเยว่คิดว่าคงเป็นขายส่งไข่มาชวนให้ช่วยเปิดหีบ เธอจึงเปิดหน้าจออย่างอ่อนแรง แต่พอเห็นชื่อผู้ส่ง เธอก็ชะงัก

ข้อความนั้นมาจาก “จ้าวจื่อหลงแห่งฉางติงซาน”

.

.

จบ.

จบบทที่ ตอนที่ 22 คำสาปเซนทอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว