- หน้าแรก
- แฟนตาซี เริ่มต้นด้วยสุดยอดการอนุมานและปรับแต่งเคล็ดวิชาไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 1: ตายกะทันหันและเกิดใหม่
บทที่ 1: ตายกะทันหันและเกิดใหม่
บทที่ 1: ตายกะทันหันและเกิดใหม่
บทที่ 1: ตายกะทันหันและเกิดใหม่
22 พฤศจิกายน 2033 เวลา 17.30 น. สภาพอากาศ: ท้องฟ้าแจ่มใส!
"เสี่ยวจ้าว! คืนนี้อยู่ทำโอทีหน่อยนะ เดี๋ยวฉันสั่งมื้อดึกมาให้ พยายามทำหน้าต่างค่าสถานะของเกมทั้งหมดให้เสร็จภายในคืนนี้ล่ะ!" ชายแก่พุงพลุ้ยหัวล้านออกคำสั่งกับชายหนุ่มที่สวมแว่นตาหนาเตอะ
"ผู้จัดการครับ! ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายเลย ขอส่งข้อมูลให้พรุ่งนี้ตอนเที่ยงได้ไหมครับ?" จ้าวผิงอันมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดมิดด้านนอกด้วยความลำบากใจ
"ไม่ได้! นายยังหนุ่มยังแน่น จะเป็นอะไรไปได้? ไม่ต้องห่วง! ขอแค่เกมเปิดตัวได้แบบไม่มีปัญหา นายก็จะได้โบนัสก้อนโต! ตั้งใจทำงานเข้าล่ะ ฉันไม่เอาเปรียบนายหรอก แค่นี้นะ!" ผู้จัดการหัวล้านตบไหล่จ้าวผิงอันแล้วหันหลังเดินจากไป
"โธ่เอ๊ย... เฮ้อ!" จ้าวผิงอันมองตามแผ่นหลังของผู้จัดการที่เดินจากไปอย่างรวดเร็ว มือที่ยกขึ้นมาค้างไว้ตกลงอย่างหมดเรี่ยวแรง
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมา ปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้า เปิดรายชื่อผู้ติดต่อ และกดโทรออกไปยังเบอร์แรกสุด เบอร์ที่เขาท่องจำได้ขึ้นใจ โดยมีชื่อบันทึกไว้ว่า "ที่รัก"
"ตื๊ด... ตื๊ด... ตื๊ด..."
"ฮัลโหล! เสี่ยวหยา ผู้จัดการให้ผมทำโอทีอีกแล้ว คืนนี้ผมคงไปกินข้าวดูหนังกับคุณไม่ได้แล้ว ขอโทษนะ!" จ้าวผิงอันเอ่ยอย่างระมัดระวังเมื่อปลายสายรับ
"อะไรนะ? ทำโอทีอีกแล้วเหรอ? นี่มันกี่วันแล้ว? ทำโอทีทุกวัน! โอทีทุกวัน! พูดขอโทษแล้วมันได้อะไร? มันกินได้หรือเอาไปใช้แทนเงินได้ไหม? หา?!!" เสียงของหญิงสาวตะโกนลั่นมาจากปลายสาย ราวกับแมวที่กำลังโก่งคอพองขน
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์ของชายวัยกลางคนก็แทรกเข้ามาในสาย เอ่ยอย่างนุ่มนวลว่า "ที่รัก คุยกับใครอยู่เหรอ? ผมจองโต๊ะที่ภัตตาคารระดับสามดาวไว้แล้วนะ รีบขึ้นรถเถอะ เดี๋ยวผมพาไป..."
"โอเคค่ะที่รัก! กำลังไปค่ะ! จ้าวผิงอัน เราเลิกกันเถอะ! วันหลังไม่ต้องมาวุ่นวายกับฉันอีก!!!"
"ติ๊ด..."
จ้าวผิงอันจ้องมองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไป สมองขาวโพลน! เขากำลังถูกสวมเขา! แถมยังโดนทิ้ง!
สามปี! พวกเขาคบกันมาถึงสามปีเต็ม! เพื่อเธอแล้ว เขาต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัดอดออมเพื่อซื้อเครื่องสำอาง ซื้อกระเป๋า และพาเธอไปกินของอร่อย! ถ้าไม่ใช่เพราะเธออยากได้โทรศัพท์เครื่องใหม่ และโบนัสรอบนี้ก็พอดีกับค่าโทรศัพท์ เขาจะทนทำโอทีอย่างเอาเป็นเอาตายมาหลายวันเพื่ออะไร? แต่ตอนนี้...
ดวงตาของจ้าวผิงอันเหม่อลอย เขานั่งอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ สองมือเคาะแป้นพิมพ์อย่างต่อเนื่องราวกับเครื่องจักร
เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังพิมพ์อะไรอยู่
มือของจ้าวผิงอันขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆ จังหวะหัวใจเต้นระรัว ดวงตาค่อยๆ แดงก่ำ!
"ตึง!!!"
สิ้นเสียงกระแทก ศีรษะของจ้าวผิงอันก็ฟาดลงบนแป้นพิมพ์อย่างแรง แก้วกาแฟที่เย็นชืดข้างมือถูกปัดลน น้ำกาแฟสาดกระเซ็นไปทั่ว...
หลังจากนั้น ประกายไฟที่สว่างวาบก็คือสิ่งสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในดวงตาแดงก่ำของจ้าวผิงอันตลอดกาล!
ขณะเดียวกันนั้นเอง ข้อความแจ้งเตือนข่าวด่วนก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ของจ้าวผิงอัน!
"ข่าวด่วน! เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน เกิดเหตุแก๊สระเบิดที่ภัตตาคารระดับสามดาวของเมือง ภัตตาคารจวี้อวิ๋น คู่รักที่กำลังรับประทานอาหารเสียชีวิตในที่เกิดเหตุอย่างน่าสลด! จากบัตรประชาชนที่เสียหายบางส่วนในที่เกิดเหตุ เราสามารถยืนยันข้อมูลบางส่วนของฝ่ายหญิงได้คือ: เซี่ยเสี่ยวหยา อายุยี่สิบสามปี..."
——————————
หนึ่งกำเนิดสองขั้ว สองขั้วก่อกำเนิดสามผสาน สามผสานแปรเปลี่ยนเป็นสี่ลักษณ์ สี่ลักษณ์รวบรวมเบญจธาตุ เบญจธาตุหล่อหลอมหกมรรคา หกมรรคาพลิกผันเจ็ดดารา เจ็ดดาราควบแน่นแปดทิศ แปดทิศแยกย้ายเป็นเก้าปราสาท และสรรพสิ่งล้วนหวนคืนสู่สิบทิศ
ห้วงเวลาและอวกาศอันไร้ที่สิ้นสุด จักรวาลนับพันหมื่น!
จักรวาลนั้นไร้ขอบเขต โลกหล้ามีนับไม่ถ้วน วิถีแห่งมรรคนั้นเลือนราง และฟ้าดินนั้นกว้างใหญ่ไพศาล!
นี่คือหนึ่งในโลกที่มีจำนวนมากมายราวกับเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา—แดนเทพยุทธ์!
แดนเทพยุทธ์ประกอบด้วยสามทวีปและเกาะแก่งนับพัน ล้วนถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทรอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
มุมตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปปราชญ์สวรรค์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของราชวงศ์เสวียนสุ่ย!
จ้าวผิงอันคลึงศีรษะที่มึนงงและลืมตาขึ้น จ้องมองห้องนอนอันสลัวด้วยความงุนงง
เขามาอยู่ในโลกนี้ได้สี่ปีแล้ว
สี่ปีก่อน เขาตายอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ และด้วยเหตุผลบางอย่าง วิญญาณของเขาได้ข้ามมิติมายังโลกใบนี้ กลายเป็นหนึ่งในกองทัพผู้ข้ามภพอันยิ่งใหญ่
โชคร้ายที่จุดเริ่มต้นของเขานั้นน่าเวทนา เขาเข้ามาอยู่ในร่างของขอทานที่อดตายอยู่ริมถนน
ยากจนข้นแค้นและผอมจนหนังหุ้มกระดูก!
ในขณะที่เขากำลังนอนรอความตายอยู่ริมถนน เขาก็ถูกค้นพบโดยกลุ่มคนที่สัญจรผ่านไปมา
ผู้นำกลุ่มคือชายร่างกำยำล่ำสัน ไว้หนวดเครา และสะพายดาบเล่มใหญ่ไว้บนหลัง
หลังจากยืนยันว่าจ้าวผิงอันยังไม่ตาย ด้วยเหตุผลที่ไม่อาจทราบได้ เขาจึงได้ช่วยชีวิตและพาตัวจ้าวผิงอันกลับมายังสถานที่แห่งนี้
ภายในสำนักระดับสอง!
และชายร่างกำยำผู้นั้นก็คือหนึ่งในสี่ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักดาบอัคคี ผู้อาวุโสสาม เจิ้งเหอต้ง
หลังจากถูกพาตัวกลับมาที่สำนักดาบอัคคี จ้าวผิงอันก็ถูกเจิ้งเหอต้งรับเข้าเป็นศิษย์สายตรง ด้านบนเขายังมีศิษย์พี่ชายสามคนและศิษย์พี่หญิงอีกหนึ่งคน
ศิษย์พี่ใหญ่ จี้เซียงหมิง ศิษย์พี่รอง ชุยคังอัน ศิษย์พี่สาม มู่หยุนเมิ่ง และศิษย์พี่สี่ หลิวเจ๋อ
พวกเขาล้วนเดินทางมาจากพื้นที่ในรัศมีร้อยลี้เพื่อเข้าร่วมสำนักดาบอัคคีและร่ำเรียนวิชายุทธ์
ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา จ้าวผิงอันมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับโลกใบนี้แล้ว และเขาก็รู้ด้วยว่าทำไมท่านอาจารย์เจิ้งเหอต้งถึงได้ช่วยชีวิตเขาไว้ในตอนนั้น
เป็นเพราะเขามีหน้าตาคล้ายคลึงกับลูกชายของเจิ้งเหอต้งที่ด่วนจากไปตั้งแต่ยังเด็ก
นี่คือโลกที่ผู้ฝึกยุทธ์ท่องไปทั่วยุทธภพ
ตั้งแต่ศิษย์ฝึกยุทธ์ที่อ่อนแอที่สุด ไปจนถึงนักรบยุทธ์ ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตโฮ่วเทียน ปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตเซียนเทียน ปรมาจารย์ มหาปรมาจารย์ และอีกมากมาย
แต่ละขอบเขตยังแบ่งย่อยออกเป็นเก้าระดับ
ตามที่ท่านอาจารย์เจิ้งเหอต้งกล่าวไว้ ยังมีขอบเขตที่แข็งแกร่งยิ่งกว่ามหาปรมาจารย์ขึ้นไปอีก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดาอย่างพวกเขาจะสามารถสัมผัสได้อีกต่อไป
เพราะบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักดาบอัคคี เจ้าสำนักซ่งเลี่ยหยาง เป็นเพียงปรมาจารย์ยุทธ์ขอบเขตเซียนเทียนระดับแปดเท่านั้น
ถึงกระนั้น เขาก็นับเป็นยอดฝีมือที่ติดอันดับในรัศมีร้อยลี้ ทุกปีสำนักดาบอัคคีจะดึงดูดผู้คนมากมายให้มาฝากตัวเป็นศิษย์
รองลงมาจากเจ้าสำนักคือสี่ผู้อาวุโสใหญ่ ซึ่งมีระดับการบ่มเพาะอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ์เซียนเทียนทั้งหมด
ส่วนจะเป็นปรมาจารย์ยุทธ์เซียนเทียนระดับใดนั้น ท่านอาจารย์เจิ้งเหอต้งไม่ได้บอก และจ้าวผิงอันก็ไม่รู้
แต่พวกเขาย่อมไม่แข็งแกร่งเท่ากับเจ้าสำนักซ่งเลี่ยหยางอย่างแน่นอน
รองจากสี่ผู้อาวุโสใหญ่คือผู้ดูแลสิบคนที่มีระดับการบ่มเพาะตั้งแต่ขอบเขตโฮ่วเทียนระดับเจ็ดขึ้นไป รับผิดชอบดูแลทรัพย์สินภายนอกต่างๆ ของสำนักรวมถึงกิจการภายในสำนักบางส่วน
รองจากผู้ดูแลคือ ศิษย์สืบทอด ศิษย์สายใน และศิษย์สายนอก
ในบรรดาศิษย์เหล่านั้น มีศิษย์สืบทอดไม่มากนัก นับเฉพาะผู้ที่ร่ำเรียนกับสี่ผู้อาวุโสใหญ่หรือเจ้าสำนักเท่านั้น ในนามแล้ว สถานะของศิษย์สืบทอดเทียบเท่ากับผู้ดูแล แต่ไม่มีใครคิดว่าทั้งสองตำแหน่งจะเท่าเทียมกันจริงๆ
ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือโลกที่ความแข็งแกร่งตัดสินทุกสิ่ง หากไม่รู้จักประมาณตน ความหยิ่งผยองอาจนำไปสู่การสูญเสียชีวิตได้
ส่วนความแตกต่างระหว่างศิษย์สายในและศิษย์สายนอกนั้น เป็นเรื่องของความใกล้ชิดผูกพัน
เมื่อได้เป็นศิษย์สายใน พวกเขาจะผูกพันกับสำนักดาบอัคคี ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน
ในขณะที่ศิษย์สายนอกเป็นเพียงเครื่องมือในการทำเงินของสำนักดาบอัคคี ขอเพียงจ่ายเงินตำลึงตามจำนวนที่กำหนด ก็สามารถเข้ามาเรียนรู้วิชาในสายภายนอกได้
ตราบใดที่คุณมีเงิน จะเรียนไปจนอายุแปดสิบก็ไม่มีใครสน
แน่นอนว่าหากไปก่อเรื่องวุ่นวายข้างนอก สำนักดาบอัคคีก็จะไม่สนใจเช่นกัน
ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา จ้าวผิงอันไม่ได้สัมผัสกับวิชายุทธ์ใดๆ เลย
ประการแรก เป็นเพราะเขายังเด็กเกินไปและร่างกายยังอยู่ในช่วงการเจริญเติบโต การฝึกยุทธ์เร็วเกินไปจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย
ประการที่สอง เป็นเพราะรากฐานร่างกายของเขาอ่อนแอเกินไป ความอดอยากเป็นเวลานานทำให้เขาผอมซูบและอ่อนแอกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันมาก เขาจึงต้องบำรุงร่างกายเสียก่อน
และหลังจากได้รับการบำรุงมาตลอดสี่ปี ในที่สุดจ้าวผิงอันในวัยสิบสี่ปีก็สามารถเริ่มฝึกฝนวิชายุทธ์ได้เสียที