เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่​ 166: ซ่า​ง​กวน​เฉียน​

บทที่​ 166: ซ่า​ง​กวน​เฉียน​

บทที่​ 166: ซ่า​ง​กวน​เฉียน​


บทที่ 166: ซ่าง​กวน​เฉียน!

กลางดึกสงัด

“ประกาศ เส้นทางข้างหน้าคือเทือกเขาคุนหมี่…เทือกเขา​นี้จะมีอสูรสายยักษ์ปรากฏตัวออกมาเป็นจำนวนมาก ทุกคโปรดนเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้!”

เสียงประกาศดังปลุกเหล่านักเรียนที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้น​

“ตื่นได้แล้ว! ใกล้ถึงเทือกเขาคุนหมี่แล้ว!”

“บ้าเอ๊ย! เทือกเขาคุนหมี่!”

“อาจารย์เฉินเคยบอกว่า เทือกเขาคุนหมี่เป็นหนึ่งในห้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ ในหุบเขามีอสูรสายยักษาที่สูงกว่าร้อยเมตรอยู่เต็มไปหมดเลย!”

“ทุกคนเตรียมตัว!”

ทุกคนต่างระดมพลังวิญญาณ เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้

เซียวซิงหยูมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ไกลนักคือยอดเขาสูงตระหง่าน

ภูเขาสูงที่ปกคลุมไปด้วยหมอกแห่งนี้ คือเทือกเขาคุนหมี่ หนึ่งในห้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของประเทศ

บนภูเขาลูกนี้ เป็นที่อยู่อาศัยของอสูรสายยักษา

อสูรสายยักษา ก็คืออสูรสายนักรบกลายพันธุ์นั่นเอง

ในเทือกเขาคุนหมี่นั้นมีบ่อน้ำพิเศษ​แห่งหนึ่ง น้ำในบ่อน้ำนี้มีความพิเศษมาก หากอสูรสายนักรบดื่มเข้าไป ร่างกายของพวกมันจะกลายพันธุ์ ความสูงและน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เเละเมื่ออสูรสายนักรบมีความสูงเกิน 100 เมตร ก็จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มอสูรสายยักษา

ถึงเซียวซิงหยูจะไม่เคยเห็นของจริงของพวกมันมาก่อน, แต่ก็เคยเห็นในรูปภาพและวิดีโอมาบ้าง

ในอินเทอร์เน็ตมีข้อมูลและวิดีโอเกี่ยวกับเทือกเขาคุนหมี่มากมาย

เเละในวิดีโอ มักจะเห็นเงาดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในหมอกหนาทึบบนภูเขาเป็นครั้งคราว

เงาดำเหล่านั้นก็คืออสูรสายยักษา!

เมื่อมนุษย์ตัวเล็กๆ ยืนอยู่ใต้เท้าของอสูรสายยักษา พวกเขามักจะเกิดอาการกลัว…เป็นความกลัวที่ฝังลึกอยู่ในสัญชาตญาณ

คนที่จิตใจไม่แข็งพอ อาจจะเกิดอาการทางจิตจากความตกใจได้

ดังนั้น…เหล่านักเรียนจึงพากันหวาดกลัว เเละไม่กล้ามองออกไปนอกหน้าต่าง

….

สิบนาทีผ่านไป

ยี่สิบนาทีผ่านไป

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป

ตลอดครึ่งชั่วโมง ทุกคนต่างตื่นตัวเเละกลัวว่าจะมีหัวของอสูรสายยักษาโผล่ออกมาจากหมอกดำนอกหน้าต่าง

แต่สุดท้าย​ มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนกับตอนที่ผ่านหุบเหวกกระดูกขาว

“รถไฟกำลังจะออกจากเขตเทือกเขาคุนหมี่”

เสียงประกาศดังขึ้น ทำให้ทุกคนงุนงงและเริ่มพูดคุยกันอีกครั้ง

“แปลกจริงๆ ใกล้จะผ่านเทือกเขาคุนหมี่แล้ว แต่เรายังไม่เห็นแม้แต่เงาของอสูรสายยักษาเลย!”

“ก่อนหน้านี้ก็หุบเหวกกระดูกขาว ตอนนี้ก็เทือกเขาคุนหมี่ เส้นทางอันตรายทั้งสองนี้ อันตรายกว่าหุบเขาห้าพิษอีก แต่กลับไม่มีอสูรออกมาโจมตีขบวนรถไฟเลย”

“หัวหน้าฉิน คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนไหม?”

เมื่อเจอกับคำถามของเหล่านักเรียน ฉินเยี่ยนหรันก็ยิ่งมีสีหน้าลำบากใจมากขึ้น​

“เอ่อ…สถานการณ์แบบนี้ ฉันก็เพิ่งเคยเจอเหมือนกัน”

ตลอดสองปีที่ผ่านมา ฉินเยี่ยนหรันคุ้มกันขบวนรถไฟหมายเลข 13 มามากกว่าร้อยครั้ง

ในการเดินทางกว่าร้อยครั้งนี้ ทุกครั้งที่ผ่านหุบเหวกกระดูกขาวและเทือกเขาคุนหมี่ เธอจะต้องปวดหัวทุกที

เพราะที่หุบเหวกกระดูกขาวมักจะมีอสูรสายอันเดดออกมาเป็นจำนวนมาก ส่วนรอบๆเทือกเขาคุนหมี่ก็เต็มไปด้วยอสูรสายยักษาที่มีความสูงกว่าร้อยเมตร

พูดได้เต็มปากเลยว่า อสูรสายยักษาที่โตเต็มวัย แค่เหยียบเท้าครั้งเดียว ก็สามารถทำให้ขบวนรถไฟหมายเลข 13 แบนเป็นกล้วยปิ้งได้เลย

แต่ครั้งนี้ ขณะที่ผ่านหุบเหวกกระดูกขาวและเทือกเขาคุนหมี่ ขบวนรถไฟหมายเลข 13 กลับแล่นผ่านไปได้อย่างราบรื่น ไม่เจออสูรแม้แต่ตัวเดียว

เเปลก!!!

สถานการณ์​ตอนนี้ มันแปลกมาก!

เรื่องนี้เกินกว่าประสบการณ์ของฉินเยี่ยนหรัน….และเกินกว่าความเข้าใจของทุกคน

ณ ขณะนี้…เซียวซิงหยูมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างมาก

เขารู้ดีว่าเมื่อเกิดเรื่องผิดปกติ มันย่อมต้องมีสาเหตุบางอย่าง​ที่แอบแฝงอยู่!

อีกสิบนาทีต่อมา ขบวน​รถไฟก็ได้แล่นออกจากเขตเทือกเขาคุนหมี่

เซียวซิงหยูยื่นหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง ยอดเขาสูงเสียดฟ้าที่ลึกลับแห่งนี้ ก็ได้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในความมืดมิดเช่นเดิม

ถึงแม้เหล่านักเรียนจะรู้สึกงุนงง แต่ส่วนใหญ่ก็รู้สึกโล่งใจ

ตอนนี้นักเรียนที่ยังอยู่บนรถไฟ ล้วนผ่านการต่อสู้ที่หุบเขาห้าพิษมาแล้ว ทุกคนจึงได้คะแนนอย่างน้อย C ซึ่งหมายความว่าทุกคนสอบผ่านแล้ว

เเละการที่ผ่านหุบเหวกกระดูกขาวกับเทือกเขาคุนหมี่มาได้อย่างปลอดภัย…นั่นก็หมายความว่าการสอบกลางภาคใกล้จะจบลงแล้ว

รอดชีวิต และสอบผ่าน นี่คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนทั้งหมด

มีเพียงเซียวซิงหยูเท่านั้นที่ยังคงมีสีหน้ากังวล

“หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ มันรู้สึกแปลกๆ…เหมือนมีลางร้าย”

เซียวซิงหยูเพิ่งได้รับภารกิจพิเศษจากระบบ ภารกิจนี้มันเหมือนกับเสียงระฆังเตือนภัยที่บอกเป็นนัยๆว่าปลายทางของรถไฟขบวนนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด​การสอบ…แต่เป็นทะเลแห่งการนองเลือด

หลังจาก​นั้น​ไม่นาน ฟ้าก็เริ่มสาง

ตอนนี้คือเวลาหกโมงเช้า แสงอาทิตย์ยามเช้าได้ส่องผ่านหน้าต่างรถไฟ ตกกระทบใบหน้าของเซียวซิงหยู

เสียงประกาศก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“สถานีต่อไป คือสถานีทะเลสาบเทียนหลาง”

อู๋เซิงโหย่วดีใจ รีบพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น “ซิงหยู…ดูจากแผนที่แล้ว สถานีทะเลสาบเทียนหลางเป็นสถานีก่อนสุดท้าย!”

ซ่งหู่ยิ้มเเล้วกล่าว​เสริม​ “แล้วสถานีทะเลสาบเทียนหลางก็เป็นเขตปลอดภัยด้วย รถไฟจะไม่ถูกอสูรโจมตี!”

เซียวซิงหยูมองแผนที่บนมือถือ แต่สีหน้าของเขายังคงเคร่งเครียดอยู่ดี

“ยิ่งใกล้ถึงสถานีปลายทาง สัญชาตญาณ​ของฉันก็ยิ่งกระตุ้น​เตือน…”

ทันใดนั้น​ เสียงของฉินเยี่ยนหรันก็ดังลอยมาจากลำโพง

“ทุกคน มารวมตัวกันที่ตู้โดยสารหมายเลข 8!”

ห้านาทีต่อมา นักเรียนและสมาชิกกิลด์นภาทั้งหมดก็ได้มารวมตัวกันที่ตู้โดยสารหมายเลข 8

ฉินเยี่ยนหรันยกมือขึ้นแล้วกดลง เป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบ

“ฉันเพิ่งได้รับแจ้งมา ตอนนี้จะขอประกาศเรื่องสำคัญเรื่อง​หนึ่ง”

ทุกคนหยุดพูดคุย เเล้วตั้งใจฟังทันที​

“สถานีต่อไปคือสถานีทะเลสาบเทียนหลาง”

“ตอนนี้…องค์หญิงเซี่ยงกวนเฉียน เพิ่งผ่านการทดสอบผู้ฝึกอสูรระดับหกดาว”

“องค์หญิงจะขึ้นขบวน​รถไฟหมายเลข 13…ที่สถานีทะเลสาบเทียนหลาง และเดินทางไปเมืองหวงหยานพร้อมกับพวกเรา”

สิ้นเสียงของฉินเยี่ยนหรัน ทุกคนในตู้โดยสารก็ส่งเสียง​ฮือฮาขึ้นมาทันที

“องค์หญิงเหรอ? ฉันเคยเห็นแต่ในหนังสือพิมพ์กับทีวี องค์​หญิง​งดงาม​มากเลย​นะ”

“ทริปนี้คุ้มค่าสุดๆ! มีโอกาสได้เจอองค์หญิงตัวจริงด้วย!”

“ฉันต้องจัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อย จะได้ไปทักทายองค์หญิงด้วยภาพลักษณ์ที่ดีที่สุด เผื่อฉันจะได้เป็นราชบุตรเขย”

“เจ้าจางเว่ย แกจะหลงตัวเองไปถึงไหน”

ถึงแม้จางเว่ยจะมีความสามารถในการฝึกอสูรต่ำ แต่อย่างน้อยเขาก็รู้จักหาทางลัดในชีวิต

ซ่างกวนหลานมีลูกสาวคนเดียวคือเซี่ยงกวนเฉียน ถ้าใครได้แต่งงานกับองค์หญิงเเล้วได้เป็นราชบุตรเขย นั่นก็เท่ากับได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต…มีอำนาจล้นฟ้าในอนาคต

“ตื่นเต้นจังเลยเซียวซิง​หยู…เราจะได้เจอองค์หญิงแล้ว! นายไม่ตื่นเต้นบ้างเหรอ?”

“ซ่งหู่ นายใจเย็นๆหน่อย องค์หญิงก็เป็นคนเหมือนกับเรานี่แหละ ไม่ใช่เทพสักหน่อย”

“ไม่ใช่! เธอคือเทพธิดาของผม!”

อู๋เซิงโหย่วก็ตื่นเต้นไม่แพ้ซ่งหู่ แต่เขาก็ยังมีข้อสงสัยบางอย่าง​

“ว่าเเต่….ทำไมองค์หญิงถึงมาอยู่ที่ทะเลสาบเทียนหลางที่ห่างไกลความเจริญแบบนี้ได้?”

“ข้างหลังทะเลสาบเทียนหลาง คือธารน้ำแข็งไลกู่ มันเป็นสถานที่ทดสอบผู้ฝึกอสูรระดับหกดาว” เซียวซิงหยูวิเคราะห์ให้ทั้งสองฟัง

“เเล้วทำไมองค์หญิงที่ผ่านการทดสอบระดับหกดาวแล้ว ถึงไม่นั่งเครื่องบินกลับเมืองหลวง แต่กลับมานั่งรถไฟไปเมืองหวงหยานกับพวกเราล่ะ?”

“ฉันก็สงสัยเหมือนเจ้าอู๋ ไม่เข้าใจว่าองค์หญิงคิดอะไรอยู่”

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ เซียวซิงหยูจึงอธิบายต่ออย่างใจเย็น

“เมืองหวงหยานเป็นเมืองชายแดนทางตะวันตกของประเทศ เป็นฐานที่มั่นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ”

“องค์หญิงซ่างกวนเฉียนเป็นองค์หญิงที่มีฐานะสูงส่ง การที่เธอเสด็จไปเยี่ยมเยือนเมืองหวงหยานด้วยตนเอง จะช่วยให้ทหารและประชาชนมีขวัญกำลังใจที่จะปกป้องประเทศชาติต่อไป”

“เเละถ้าฉันเดาไม่ผิด การกระทำครั้งนี้น่าจะเป็นคำสั่งของฝ่าบาท”

เซียวซิงหยูเดาถูก การที่ซ่างกวนเฉียนเสด็จไปเมืองหวงหยาน มันเป็นเพราะ​คำสั่งของซ่างกวนหลานั่นเอง

……

ไม่นาน รถไฟก็เริ่มชะลอความเร็ว และจอดที่ชานชาลา

ใกล้ๆกับชานชาลามีทะเลสาบขนาดใหญ่ตั้งอยู่ รูปร่างของทะเลสาบดูคล้ายกับดาวซิริอุส

นี่คือสถานีก่อนสถานีสุดท้ายของขบวนรถไฟหมายเลข 13…สถานีทะเลสาบเทียนหลาง

ด้านหลังทะเลสาบเทียนหลาง คือธารน้ำแข็งไลกู่ ซึ่งมันเป็นธารน้ำแข็งที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

ในธารน้ำแข็ง เป็นที่อยู่อาศัยของอสูรสายน้ำแข็งที่แข็งแกร่ง เช่น เหยี่ยวนภาแข็ง นกอินทรีน้ำแข็งยักษ์ ช้างแมมมอธหิมะ…

รถไฟจอดสนิท ประตูของตู้โดยสารหมายเลข 8 ค่อยๆเปิดออก

“ทุกคน นั่นองค์หญิง!”

“องค์หญิงสวยมาก…สวยกว่าในทีวีอีก!”

“พวกเเก อย่ามาแย่งตำแหน่งราชบุตรเขยกับฉันนะ!”

……………………

จบบทที่ บทที่​ 166: ซ่า​ง​กวน​เฉียน​

คัดลอกลิงก์แล้ว