เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 162: ไอ้เเพทย์​อสูร​กระจอก!

บทที่ 162: ไอ้เเพทย์​อสูร​กระจอก!

บทที่ 162: ไอ้เเพทย์​อสูร​กระจอก!


บทที่ 162: ไอ้เเพทย์​อสูร​กระจอก!

หลังจาก​นั้น​ รถไฟก็แล่นไปเรื่อยๆจนสภาพโดยรอบกลายเป็นทุ่งร้างว่างเปล่าที่ไร้ร่องรอยของอสูรร้าย

ทันใดนั้น​ เสียงประกาศก็ดังขึ้น

“เข้าสู่เขตปลอดภัยแล้ว ทุกคน…พักผ่อนได้”

ทุกคนได้มารวมตัวกันที่ตู้โดยสารหมายเลข 8 เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ รับประทานขนม และจิบชาเลมอนร้อนๆ

ฉินเยี่ยนหรันนั่งข้างเซียวซิงหยู เเล้วแบ่งขนมปังให้เขา

“พี่เยี่ยนหรัน ผมไม่หิว”

“โกหก เธอยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย พี่เห็นนะ”

เซียวซิงหยูไม่อาจปฏิเสธน้ำใจของพี่สาว เขาจึงรับขนมปังมาทานอย่างช่วยไม่ได้​

“กินช้าๆ เดี๋ยวก็ได้ติดคอหรอก”

เห็นเศษขนมปังติดอยู่ที่มุมปากเซียวซิงหยู ฉินเยี่ยนหรันก็หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดให้เขาอย่างเอาใจใส่

ณ เวลานี้…สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่พวกเขา​ ถึงเซียวซิงหยูจะหน้าด้านแค่ไหน เขาก็ยังอดรู้สึกเขินอายไม่ได้

“พี่เยี่ยนหรัน ผมเช็ดเองได้ ผมไม่ใช่เด็กสามขวบซะหน่อย”

“ในสายตาพี่ เธอก็คือเด็กสามขวบนั่นแหล่ะ…อ้าปากสิ พี่จะป้อนให้”

ปกติฉินเยี่ยนหรันจะดูเป็นหญิงแกร่ง ราวกับแม่ทัพ​ใหญ่…แต่เมื่ออยู่กับเซียวซิงหยู เธอมักจะแสดงด้านที่อ่อนโยนออกมาเสมอ

“เซียวหยู พี่ไม่ได้อวยเธอนะ ด้วยความสามารถที่ฆ่าอนาคอนด้ามงกุฎระดับสมบูรณ์ได้ด้วยตัวคนเดียว…ระดับของเธอตอนนี้ถึงขั้นปรมาจารย์​อสูร​สามดาวแล้วล่ะ”

ที่จริงฉินเยี่ยนหรันพูดอย่างยั้งๆไว้แล้ว

ในความเป็นจริง ปรมาจารย์​อสูร​ระดับสามดาวที่ต้องเจอกับอสูรอย่างอนาคอนด้ามงกุฎ ก็ต้องต่อสู้กันอย่างน้อยสามสิบยกถึงจะชนะ แถมตัวอสูรของเขาก็มีโอกาส​ได้รับบาดเจ็บสาหัส

แต่สำหรับ​เซียวซิงหยู เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์สี่ปีกของเขาใช้แค่กระบวนท่าเดียวก็จัดการอนาคอนด้ามงกุฎได้เเล้ว…นี่มันเรียกได้ว่าเหนือความคาดหมาย!

“พี่เยี่ยนหรัน หลังสอบกลางภาคเสร็จ ผมจะไม่สอบเลื่อนขั้นเป็นปรมาจารย์​อสูร​ระดับสามดาวหรอกนะ”

เซียวซิงหยูพูดจบ ฉินเยี่ยนหรันก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกทันที​

“หา? พี่ฟังผิดไปรึเปล่า? ระดับของเธอน่าจะถึงสามดาวแล้ว ทำไม…”

“เพราะผมจะข้ามระดับสามดาว เเล้วไปสอบเป็นปรมาจารย์​อสูร​ระดับสี่ดาวเลย”

คำพูดของเซียวซิงหยูทำให้ฉินเยี่ยนหรันตกตะลึงจนพูดไม่ออก

หลังจากตั้งสติได้ ฉินเยี่ยนหรันก็ถามด้วยสีหน้าจริงจัง

“เซียวหยู เอาจริงเหรอ?”

เซียวซิงหยูยิ้ม เเล้วพยักหน้า

ฉินเยี่ยนหรันสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความตกตะลึง

“เซียวหยู ถ้าเป็นคนอื่นพูดแบบนี้ พี่คงจะคิดว่าคนคนนั้นเพ้อเจ้อ”

“แต่เมื่อน้องเป็นคนพูด…พี่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เชื่อได้เลย”

“ถึงอย่างไร, เธอก็ได้สร้างปาฏิหาริย์ที่เป็นไปไม่ได้ขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า เเถมชอบทำให้พวกเราต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ทุกทีไป”

ฉินเยี่ยนหรันเอ่ยชมเซียวซิง​หยู ​เเล้วโอบไหล่เขาด้วยความเอ็นดู

ณ ขณะนี้…เซียวซิงหยูวางแผนไว้แล้วว่าหลังสอบกลางภาคเสร็จ เขาจะฝึกฝนอีกประมาณหนึ่งเดือน แล้วไปสอบเลื่อนขั้นเป็นปรมาจารย์​อสูร​ระดับสี่ดาว

พี่น้องคุยกันได้สักพัก ดวงตาของฉินเยี่ยนหรันก็เริ่มเป็นประกายสดใส​

“เซียวหยู อนาคตของเธอต้องสดใสแน่ๆ…โตขึ้นอย่าลืมพี่สาวคนนี้นะ~”

“ไม่ลืมหรอกครับพี่เยี่ยนหรัน”

“แต่งงานไปแล้วก็อย่าลืมพี่ล่ะ!”

“ครับ”

เเต่ฉินเยี่ยนหรันยังคงไม่วางใจ จับมือเซียวซิงหยูแน่น แล้วพูดขึ้นอย่างกะทันหัน

“ไม่ได้ พี่ยังไม่วางใจ กลัวว่าเธอแต่งงานไปแล้วจะลืมพี่”

“แล้วพี่อยากให้ผมทำยังไงล่ะครับ?”

“งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน ถ้าเธอจะแต่งงาน ก็แต่งกับพี่ด้วยเลย!”

“เเค่กๆพี่เยี่ยนหรัน อย่าล้อเล่นสิครับ” เซียวซิงหยูไอจนหน้าแดงก่ำ

“พี่ไม่ได้ล้อเล่นนะ ผู้ชายที่ยอดเยี่ยมอย่างเธอมีภรรยาสักหลายคนก็ไม่เห็นจะเป็นไร ถือว่าช่วยเพิ่มประชากรที่มีคุณภาพให้ประเทศชาติ!”

“เอ่อ…” เซียวซิงหยูถึงกับพูดไม่ออกกับตรรกะ​ของพี่สาวคนนี้​

เห็นเซียวซิงหยูเขินอาย ฉินเยี่ยนหรันก็ยิ่งได้ใจ เเล้วดึงหัวเขาไปซบที่หน้าอกอันมโหฬาร​

“น้องเซียวหยู เธอก็สัมผัส​ได้นี่ พี่หุ่นดีมากเลยนะเห็นใหม!”

“เเละมันยังมีคำโบราณที่ว่ายิ่งก้นใหญ่ยิ่งคลอดลูกง่าย!”

“ดังนั้น​วางใจเถอะ พี่จะให้ลูกชายอ้วนๆให้เธอหลายคนเลย!”

เซียวซิงหยูที่ใบหน้าซบอยู่บนหน้าอกนุ่มๆของฉินเยี่ยนหรัน พยายาม​ต่อต้าน​อย่างมาก

“เซียวซิงหยู ตั้งสติไว้ อย่าหลงไปเข้าร่วมเชียว!”

ท่ามกลางความสุขและความทรมาน เซียวซิงหยูพยายามสงบสติอารมณ์ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเลย

เเละฉากนี้ทำให้เพื่อนรักของเซีย​วซิงหยู​อย่าง อู๋เซิงโหย่วและซ่งหู่กระซิบกระซาบกันทันที​

“เจ้าอู๋ มาพนันกันไหม?”

“เอาสิ”

“ฉันพนันว่าลูกคนแรกจะเหมือนพ่อ”

“ฉันพนันว่าจะเหมือนแม่”

เซียว​ซิง​หยู​ : (-_-)​

……

หลังจาก​นั้น​ไม่นาน

เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มตกดิน เเละความมืดเริ่มปกคลุมทั่วท้องฟ้า

ขบวนรถไฟก็ได้จอดที่สถานี "ทะเลสาบจันทร์เสี้ยว"

เมื่อถึงสถานีนี้ ทุกคนก็ลงจากรถไฟ เเล้วไปยังห้องพักที่อยู่​ใกล้ๆชานชาลาเพื่อพักผ่อน

ฉินเยี่ยนหรันประกาศเสียงดัง “รถไฟจะจอดที่สถานีนี้ 30 นาที ทุกคนพักผ่อนตามสบาย”

“เเละถ้านักเรียนคนไหนอสูรได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ ก็รีบไปหาเเพทย์​อสูรเพื่อรับการรักษานะ”

แพทย์อสูรที่เดินทางมากับกิลด์นภาในครั้งนี้คือหลินเยว่ คนที่เคยมีเรื่องกับเซียวซิงหยูบนรถไฟช่วงก่อนหน้า​นี้​

“คุณหมอหลิน อสูรของฉันซี่โครงหัก”

“คุณหมอหลิน ทางนี้ต้องการความช่วยเหลือ!”

“คุณหมอหลิน…”

แม้การต่อสู้ที่หุบเขาห้าพิษจะไม่มีใครเสียชีวิต แต่อสูรหลายตัวก็ได้รับบาดเจ็บ

ยิ่งไปกว่านั้น อสูรที่อาศัยอยู่ในหุบเขาห้าพิษล้วนเป็นอสูรธาตุพิษ หากอสูรถูกโจมตี…อสูร​ของเหล่านักเรียนย่อมได้รับพิษมาทั้งหมด

เเละในเวลานี้ หลินเยว่กำลังฝังเข็มรักษาสิงโตแดงตัวหนึ่ง

เนื่องจากอสูรมักจะมีผิวหนังหนา เครื่องมือที่ใช้ฝังเข็มจึงดูใหญ่โตมาก

เข็มเงินแต่ละเล่มยาวกว่ายี่สิบเซนติเมตร…เเละที่เป็นเเบบนี้ก็เพื่อให้เข็มสามารถแทงทะลุเกล็ดและผิวหนังของอสูรไปยังจุดฝังเข็มที่ต้องการได้

“อ๊าาาาาาา!!!!”

สิงโตแดงคำรามด้วยความเจ็บปวดจนใบหน้าบิดเบี้ยว

“คุณหมอหลิน คุณฝังเข็มแรงไปหรือเปล่าครับ…เลือดมันไหลออกมาเเล้ว”

ปรมาจารย์​อสูร​ที่ยืนดูอยู่ทนไม่ไหว เเละเขาคือเพื่อนร่วมชั้นของเซียวซิงหยู…หลี่เล่อเล่อ

แต่หลินเยว่ไม่สนใจอีกฝ่าย เขายังคงฝังเข็มอย่างรุนแรงต่อไป

สิงโตแดงส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนา แต่มันถูกเครื่องมือแพทย์ตรึงแขนขาไว้ จึงทำอะไรไม่ได้…ทำได้แต่ปล่อยให้หลินเยว่ฝังเข็มไปทั่วทั้งร่าง

ในที่สุด​ หลี่เล่อเล่อก็ทนไม่ไหว เเล้วตะโกนทันที​ “คุณหมอหลิน คุณทำเกินไปแล้ว…คุณกำลังรักษาหรือทำร้ายอสูรของผมกันแน่!”

หลินเยว่เงยหน้ามองหลี่เล่อเล่อ เเล้วแสยะยิ้มอย่างเย้ยหยัน

“นี่เเก….เป็นเเพทย์​อสูรรึไง?”

“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น คุณฝังเข็มเบาๆหน่อยไม่ได้เหรอ อสูรของผ มก็บาดเจ็บอยู่แล้ว คุณยังทำรุนแรงกับมันอีก”

เเต่หลินเยว่ก็ยังจงใจเพิ่มแรงกดในการฝังเข็มจนเสียงร้องของสิงโตแดงดังขึ้นมาอีกรอบ

“คุณหมอหลิน หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

“เจ้าเด็กนี่ ฉันเป็นเเพทย์​อสูรมืออาชีพนะ…การฝังเข็มแรงๆแบบนี้เเหล่ะ​ถึงจะกระตุ้นจุดฝังเข็มเเล้วทำให้อสูรของเเกหายเร็วขึ้นได้”

“แต่ทุกครั้งที่คุณฝังเข็ม เลือดมันไหลออกมา…”

หลินเยว่เริ่มหมดความอดทน เขาจึงตะคอกอย่างรุนแรง​ “เเกมันเด็กน้อย…ไม่รู้อะไรสักอย่าง ก็หลบไปเลย!”

หลี่เล่อเล่อเป็นแค่นักเรียน เมื่อโดนหลินเยว่ตะคอกใส่ เขาจึงไม่กล้าพูดอะไรอีก

แต่เมื่อเห็นอสูรของตัวเองร้องด้วยความเจ็บปวด น้ำตาของเขาก็เริ่มเอ่อคลอออกมา

“คุณหมอหลิน ฝีมือของคุณแย่มาก เข็มเมื่อกี้ไม่โดนจุดฝังเข็ม แถมยังแทงทะลุเยื่อกะบังลมของสิงโตแดงอีกต่างหาก”

หลินเยว่หยุดมือ เเล้วเงยหน้าขึ้นมองตาเสียง​

ทันใดนั้น​ เขาก็เห็นเซียวซิงหยูที่กำลังเดินเข้ามาหาเขา

“เซียวซิงหยู…เเกกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร!”

“ฉันกำลังพูดว่าฝีมือคุณห่วยมาก”

“ได้ยินไหม…ไอ้เเพทย์​อสูร​กระจอก!”

…………………..

จบบทที่ บทที่ 162: ไอ้เเพทย์​อสูร​กระจอก!

คัดลอกลิงก์แล้ว