- หน้าแรก
- มหาสงครามอัญเชิญเกมเมอร์กู้โลก
- บทที่ 23 หมู่บ้านถูกศัตรูยึดครองแล้ว
บทที่ 23 หมู่บ้านถูกศัตรูยึดครองแล้ว
บทที่ 23 หมู่บ้านถูกศัตรูยึดครองแล้ว
บทที่ 23 หมู่บ้านถูกศัตรูยึดครองแล้ว
เมื่อค้นพบเรื่องนี้ อันเดรย์ก็รีบทำธุระส่วนตัวให้เสร็จแล้ววิ่งกลับมา ก่อนจะคว้าธงทหารคืนมาจากบ่าของบอริส
ตอนนี้เขาไม่ยอมให้ธงผืนนี้อยู่ห่างตัวไปไหนอีกแล้ว
จุดเกิดใหม่มีความหมายว่าอย่างไรกันล่ะ
มันหมายความว่าต่อให้การต่อสู้จะดุเดือดเลือดพล่านจนผู้เล่นล้มตายกันเป็นใบไม้ร่วง ก็ยังจะมีผู้เล่นทยอยเกิดใหม่ขึ้นมาเคียงข้างเขาได้อย่างต่อเนื่องน่ะสิ!
เรื่องนี้สำคัญมากจริงๆ เพราะนั่นหมายความว่าจะมีคนคอยอารักขาเขาอยู่ตลอดเวลายังไงล่ะ!
ดังนั้น จากที่ตอนแรกอันเดรย์แค่แบกธงไว้บนบ่าเพื่อปลุกปั่นขวัญกำลังใจ หรือพูดง่ายๆ ว่าแค่ทำเท่ไปอย่างนั้น แต่ตอนนี้เขาไม่อยากปล่อยมือจากธงผืนนี้ไปจริงๆ แล้ว!
นี่มันเครื่องรางคุ้มภัยชัดๆ! เป็นของวิเศษสำหรับอัญเชิญผู้เล่นเลยทีเดียว!
บอริสมองดูสีหน้าปลาบปลื้มยินดีของอันเดรย์ด้วยความไม่เข้าใจว่าผู้บังคับบัญชาของเขากำลังดีใจเรื่องอะไร และเขาก็รู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าอันเดรย์ดูจะหวงแหนธงผืนนี้เป็นพิเศษ
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็ยักไหล่ ตัดสินใจเลิกขบคิดปัญหาที่ซับซ้อนแบบนี้อีก
เมื่อเทียบกับช่วงแรกที่สงครามปะทุ หลังจากที่อันเดรย์โดนปืนใหญ่ถล่ม เขาก็ดูเหมือนจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก
หากตอนแรกอันเดรย์ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นแค่นายทหารหนุ่มลูกผู้ดีเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ มาถึงตอนนี้ บอริสก็ยอมรับในความสามารถและภาวะผู้นำของเขาอย่างหมดใจแล้ว
แน่นอนว่าสิ่งที่บอริสรู้สึกว่าท้าทายสวรรค์ที่สุดในหน่วยรบนี้ก็ยังคงเป็นพวกทหารใหม่ เขาไม่รู้เลยว่ากองกำลังเสริมพวกนี้ถูกฝึกมาแบบไหน พลังรบถึงได้วิปริตผิดมนุษย์มนาขนาดนี้ แถมยังมีอาวุธยุทโธปกรณ์ชั้นเลิศอีกต่างหาก!
เมื่อนึกถึงฐานะของอันเดรย์ บอริสก็อดสงสัยไม่ได้ว่า หรือนี่จะเป็นหน่วยรบหัวกะทิที่ตระกูลของอันเดรย์แอบส่งมาคุ้มกันเขากันแน่
ระหว่างที่กำลังเดินทัพ อันเดรย์ก็ฉวยโอกาสนี้นับจำนวนคนในกองร้อยของตัวเอง
จากตอนก่อนออกเดินทางที่มีทหารหกสิบหกนาย ตอนนี้กองร้อยของเขามีคนเพิ่มเป็นเจ็ดสิบนายถ้วน กลายเป็นว่ายิ่งสู้รบจำนวนคนก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเสียอย่างนั้น
แต่อันเดรย์ไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดที่คิดว่าคนของตัวเองงอกเงยขึ้นมาได้จริงๆ เพราะถ้าเขาไม่เรียกผู้เล่นมาเพิ่มอีกยี่สิบคนในภายหลัง หน่วยของเขาก็คงเหลือคนแค่ห้าสิบนายเท่านั้น!
เมื่อคำนวณดูแล้ว ในการต่อสู้ตะลุมบอนเมื่อครู่ กองร้อยของเขาต้องสูญเสียกำลังพลไปถึงสิบหกนาย
"บัดซบเอ๊ย สงครามเฮงซวยนี่!"
อันเดรย์อดไม่ได้ที่จะสบถออกมาด้วยความเคียดแค้น เพียงแค่บุกทะลวงไประลอกเดียว หนึ่งในสามของคนเป็นๆ ในกองร้อยก็ต้องมาสังเวยชีวิตไปอีกแล้ว!
เขาได้แต่สงสัยว่าพวกทหารผ่านศึกที่รอดชีวิตจากการต่อสู้มาได้หลายต่อหลายครั้ง หรือถึงขั้นสิบกว่าครั้งนั้น เป็นสิ่งมีชีวิตระดับเทพเจ้าแบบไหนกัน
ดวงแข็งระดับนี้มันท้าทายสวรรค์เกินไปแล้ว!
นอกจากคนที่เหลือรอดในกองร้อยของอันเดรย์แล้ว ก็มีทหารอีกราวๆ สามร้อยนายที่ตีฝ่าวงล้อมออกมาด้วยกัน มีเพียงเท่านี้จริงๆ
เมื่อนึกถึงจำนวนทหารที่ประจำการอยู่แนวหน้าในตอนแรก แล้วลองคำนวณอัตราการสูญเสียในปัจจุบัน เขาก็รู้สึกหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก ได้แต่คิดว่าการทะลุมิติมาครั้งนี้มันไม่ใช่ที่สำหรับมนุษย์มนาอยู่เลยจริงๆ!
ในขณะเดียวกัน เหล่าผู้เล่นที่เพิ่งถูกอัญเชิญมาก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อยว่าทำไมพวกตนถึงเข้ามาอยู่ในฉากคัตซีนเดินทัพได้
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็เริ่มพูดคุยกับบรรดาผู้เล่นหน้าเก่าในช่องแชทอย่างรวดเร็ว
กาเย็นชา: นี่พวกเรากำลังอยู่ในฉากคัตซีนใช่ไหมเนี่ย ดูเหมือนว่าเราจะกดข้ามได้ด้วยนะ
หมูป่าขนน้ำเงินพุงขาว: น่าจะเป็นคัตซีนนั่นแหละ ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกก็แค่เดินทัพ ถึงเกมนี้จะกดข้ามฉากแบบนี้ไม่ได้ แต่เห็นว่าตั้งความเร็วคูณห้าร้อยได้นะ กดเร่งไปเลย!
ราชาซูซู: รีวิวติดลบ! ทำไมเกมนี้ถึงยังถอดกางเกงไม่ได้อีกเนี่ย เมื่อไหร่พวกเราพรรคถอดกางเกงจะได้ผงาดสักที!
...
เมื่อเห็นบทสนทนาเหล่านี้ อันเดรย์ก็ถึงกับพูดไม่ออก
คนพวกนี้มันเป็นบ้าอะไรกัน พอเข้าเกมมาก็คิดแต่จะถอดกางเกงกันทุกคนเลยหรือไง
ทว่า นั่นก็ทำให้เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า แท้จริงแล้วผู้เล่นมีระบบเร่งความเร็วเนื้อเรื่องด้วย
แต่พอลองคิดดูดีๆ มันก็สมเหตุสมผล เกมนี้จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน จะให้เวลาเดินตรงกับความเป็นจริงในฝั่งของอันเดรย์ทั้งหมดไม่ได้หรอก
ไม่อย่างนั้น เวลาที่ทหารพวกนี้นอนหลับพักผ่อนในแต่ละวัน หรือเวลาที่ต้องใช้ในการเดินทัพปกติจะคำนวณกันยังไงล่ะ
สำหรับกองทัพส่วนใหญ่ในยามสงคราม เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของเวลาทั้งหมดคือการเคลื่อนพล หากไม่ได้เผชิญกับสถานการณ์สู้รบที่พิเศษจริงๆ น้อยนักที่กองทัพจะปักหลักสู้รบอยู่ในพื้นที่เดียวอย่างต่อเนื่อง
แต่สำหรับผู้เล่นแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้พวกเขานั่งเสียเวลาหลายชั่วโมงในเกม เพียงเพื่อมาจำลองการเดินเท้าเป็นเวลานานๆ หรือมาจำลองการนอนหลับในเกม
ดังนั้นการมีระบบเร่งเวลาแบบนี้จึงดูเหมือนจะช่วยแก้ปัญหาไปได้มากทีเดียว
เมื่อคิดได้ดังนั้น อันเดรย์ก็อดไม่ได้ที่จะกดไลก์ให้ระบบรัวๆ ไม่คิดเลยว่าระบบนี้จะออกแบบมาได้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานขนาดนี้!
เขาไม่รู้หรอกว่าหน่วยของตนเดินทัพมานานแค่ไหนแล้ว หากคำนวณจากการหยุดพักหนึ่งครั้งในทุกๆ หนึ่งชั่วโมง ตอนนี้หน่วยของเขาก็หยุดพักมาสามครั้งแล้ว
แม้แต่ในช่วงที่หยุดพัก อันเดรย์ก็ไม่อนุญาตให้ใครก่อกองไฟเพื่อทำอาหาร เพราะเกรงว่าอาจจะเผลอเปิดเผยตำแหน่งแล้วโดนปืนใหญ่ข้าศึกถล่มเอาได้
โชคดีที่แม้เหล่าทหารจะเหนื่อยล้ากันมาก แต่พวกเขาก็ยังคงเชื่อฟังคำสั่งเหล่านี้เป็นอย่างดี พวกเขาต่างรู้ดีถึงความตึงเครียดของสถานการณ์ในตอนนี้
"ใกล้ถึงแล้ว เรากำลังจะถึงหมู่บ้านข้างหน้าแล้ว!"
ในตอนนั้นเอง อันเดรย์ที่เพิ่งตรวจสอบแผนที่ขนาดเล็กเสร็จ ก็หันไปกระซิบด้วยความตื่นเต้นกับทหารรอบข้าง เพราะเขามองเห็นแนวรั้วที่ขอบหมู่บ้านบนแผนที่ขนาดเล็กแล้ว
เหล่าทหารเพิ่งจะเดินพ้นแนวป่าออกมา และบางคนก็สังเกตเห็นแสงไฟริบหรี่อยู่ไกลๆ แต่พวกเขาก็ไม่แน่ใจว่านั่นคือหมู่บ้านเล็กๆ ที่เป็นจุดหมายปลายทางของพวกเขาหรือไม่
"ผู้กองโวรอนซอฟ คุณรู้ได้อย่างไรครับว่าข้างหน้าคือหมู่บ้าน เป็นไปได้ไหมว่าอาจจะเป็นแค่ทหารข้าศึกที่กำลังก่อกองไฟทำอะไรบางอย่างอยู่"
พันตรียูริที่เดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
อันเดรย์แต่งเรื่องข้ออ้างขึ้นมาลอยๆ แล้วตอบไปว่า
"ผมแค่เดาเอาน่ะครับ แต่คิดว่าไม่น่าจะพลาด!"
"ผมจำได้ว่าตอนดูแผนที่ก่อนหน้านี้ หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงสุดขอบป่าพอดี ดังนั้นทันทีที่เดินพ้นแนวป่าออกมา เราก็น่าจะถึงหมู่บ้านเลย"
"แล้วก็ลองดูรถบรรทุกพวกนั้นสิครับ ทหารเหยี่ยวดำคงไม่เอารถบรรทุกหลายคันมาจอดเรียงกันริมถนนเล่นๆ หรอก เป็นไปได้สูงมากที่พวกมันจะยึดหมู่บ้านนี้แล้วตั้งค่ายประจำการอยู่ที่นี่!"
เมื่อมองตามทิศทางที่อันเดรย์ชี้ไป พันตรียูริก็หรี่ตามอง และพบเงาของรถบรรทุกหลายคันจอดอยู่จริงๆ
เขาอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความทึ่ง สายตาของอันเดรย์ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน ถึงได้มองเห็นชัดเจนขนาดนี้ในยามวิกาล!
แต่เขาหารู้ไม่ว่า เหตุผลที่อันเดรย์มองเห็นรถบรรทุกที่อยู่ไกลออกไปได้นั้น เป็นเพราะเขามองเห็นมันในระบบแผนที่ขนาดเล็กก่อนต่างหาก ถึงได้ระบุตำแหน่งของพวกมันได้อย่างแม่นยำ
ทว่านี่ไม่ใช่ข่าวดีเลย หมู่บ้านที่พวกเขาวางแผนจะเข้าไปหยุดพักนั้นถูกข้าศึกยึดครองไปแล้ว และดูเหมือนว่ามันจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นค่ายทหารของศัตรูไปเสียแล้ว
อันเดรย์รีบทำสัญญาณมือให้ทหารข้างกายหยุดเดินด้วยความรวดเร็วที่สุด และทหารนายอื่นๆ ก็รีบส่งสัญญาณต่อๆ กันไปให้คนข้างหลังทราบทันที
เพียงไม่นาน กองกำลังทั้งหมดก็หยุดนิ่งอยู่ตรงแนวชายป่า เฝ้ามองดูหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไปอย่างเงียบเชียบ
"ทุกคน ฉันต้องการนักรบฝีมือดีที่เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วสักสองสามคน ลอบเข้าไปจัดการพวกยามระวังภัยของพวกมัน!"
"จำไว้ว่าห้ามส่งเสียงดังเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น ถ้าเราบุกโจมตีหมู่บ้านที่มีข้าศึกยึดครองอยู่แบบนี้ตรงๆ ไม่รู้เลยว่าพวกเราจะต้องตายกันอีกกี่คน!"
อันเดรย์กระซิบสั่งการเหล่าผู้เล่นที่อยู่ข้างกาย ในขณะเดียวกันเขาก็ป้อนคำสั่งสร้างภารกิจรองใหม่ลงในระบบไปด้วย