เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 127: จักรพรรดินีเรียกตัวมาพบในตอนดึก!

บทที่ 127: จักรพรรดินีเรียกตัวมาพบในตอนดึก!

บทที่ 127: จักรพรรดินีเรียกตัวมาพบในตอนดึก!


บทที่ 127: จักรพรรดินีเรียกตัวมาพบในตอนดึก!

“รางวัลพิเศษอะไรหรือครับ?” เซียวซิงหยูถามด้วยความสนใจ

คืนนี้ซูหรูหยานดื่มไวน์ไปมากทีเดียว บรรยากาศเคร่งขรึมแบบเดิมๆหายไปหมดสิ้น

ทันใดนั้น​ เธอก็หันมามองเซียวซิงหยูด้วยสายตาที่เย้ายวน

“รางวัลพิเศษก็คือ...เธอไม่ใช่แค่ได้ดูขาฉัน แต่ยังได้จับได้ด้วย”

“เอ่อ...”

ใบหน้าของเซียวซิงหยูที่เพิ่งจะหายแดง ก็กลับมาแดงก่ำอีกครั้ง

ในห้องเหลือแค่ชายหนุ่มและหญิงสาวเพียงสองคน บรรยากาศเริ่มอบอวลไปด้วยความเเปลกประหลาด​

“ท่านอธิการบดีครับ ท่าน...ท่านล้อผมเล่นหรือเปล่า”

“ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ ถ้าเธอสอบผ่านปรมาจารย์อสูรระดับสี่ดาวได้ก่อนจบภาคเรียนนี้ เธอจะได้จับมัน”

เซียวซิงหยูทำสีหน้าจริงจัง “ท่านอธิการบดีครับ ผม...ผมจะสอบผ่านปรมาจารย์อสูรระดับสี่ดาวให้ได้ก่อนจบภาคเรียนนี้แน่นอน!”

“แต่ผมต้องขอออกตัวไว้ก่อนนะครับว่า ผมไม่ได้อยากจับขาของท่านเพราะความหื่นกระหายอะไรนะ...ผมแค่ต้องการจะแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับวิทยาลัยชิงหลงต่างหาก!” (-_-)​

“ดี! ฉันเชื่อเธอ”

ทั้งสองชนแก้วกันอีกครั้งแล้วดื่มจนหมดแก้ว

ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เซียวซิงหยูเริ่มใจสั่น แต่เขาก็ยังคงมีสติอยู่บ้าง

“ภาคเรียนนี้เหลืออีกแค่สามเดือน, ตอนนี้ผมเป็นแค่ปรมาจารย์อสูรระดับสองดาว ต้องเลื่อนขั้นอีกสองระดับถึงจะสอบผ่านปรมาจารย์อสูรระดับสี่ดาวได้”

“สามเดือนมันน้อยเกินไป...แต่ผมก็พูดออกไปแล้ว คงต้องกัดฟันสู้ให้ถึงที่สุดแล้วล่ะ”

ตึง!

ตึง!

ตึง!

เเต่ทันใดนั้น​เอง, เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“เข้ามา” ซูหรูหยานเอ่ย

ทันใดนั้น, หญิงสาวผมยาวผู้มีบุคลิกเย็นชาก็เดินเข้ามาในห้อง เเละเธอมีแผ่นป้ายสีทองห้อยอยู่ที่เอว

“คุณเซียวซิง​หยู​ องค์จักรพรรดินีมีรับสั่งให้คุณไปเข้าเฝ้าที่พระราชวังค่ะ”

เซียวซิงหยูชี้นิ้วมาที่ตัวเองด้วยสีหน้าตกตะลึง

“องค์จักรพรรดินี...เชิญผมเหรอครับ?”

หญิงสาวผมยาวยิ้มพริ้มแล้วพยักหน้า

ซูหรูหยานตบหัวเพื่อเตือนสติ​เซียวซิงหยูเบาๆ

“นี่เป็นโอกาสที่ดีมากนะ รีบไปสิ มัวยืนงงอะไรอยู่”

เซียวซิงหยูเดินตามหญิงสาวผมยาวออกจากห้องไปด้วยความงุนงง จากนั้น​เขาก็ขึ้นรถหรูที่จอดรออยู่ด้านหน้าออกไป

เมืองสี่วิญญาณ​อยู่ไม่ไกลจากพระราชวังหลวงเท่าไหร่นัก

ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสองชั่วโมง เซียวซิงหยูก็มาถึงพระราชวังหลวง เเละนี่เป็นการมาครั้งแรกในชีวิตของเขา

ที่นี่คือดินแดนของจักรพรรดินีซ่างกวนหลาน ศูนย์​กลางของประเทศมังกร สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างใฝ่ฝันอยากจะมาเยือนสักครั้งในชีวิต

“คุณเซียว เชิญทางนี้ค่ะ”

หลังจากลงจากรถ เซียวซิงหยูก็ตกตะลึงกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทันที​

เบื้องหน้าคือกลุ่มอาคารโบราณที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

อาคารแต่ละหลังสูงเสียดฟ้า ตกเเต่งอย่างตระการตาด้วยสีทองอร่าม

ส่วนพระราชวังที่สูงที่สุดนั้น ดูราวกับพระราชวังบนสรวงสวรรค์ เพราะมันสวยงามเเละล้อมรอบไปด้วยเมฆหมอก

“คุณเซียวคะ คุณเซียว”

“อ้อ...ขออภัยครับ ผมเพิ่งเคยมาพระราชวังหลวงครั้งแรก เลยตื่นเต้น​เกินไปหน่อย”

“คุณเซียว เชิญทางนี้ค่ะ” หญิงสาวผมยาวอีกคนเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มหวาน

เซียวซิงหยูจำหญิงสาวผมยาวคนนี้ได้ เธอเป็นนางกำนัลข้างกายของซ่างกวนหลาน ชื่อฝูหลิง

ถึงแม้หญิงสาวคนนี้จะดูบอบบาง แต่ความจริงแล้วเธอเป็นสมาชิกของกองกำลัง​วิญญาณ​จักรพรรดิ​ เเละมีตำแหน่งเป็นนักบวชระดับเงิน

กองกำลัง​วิญญาณ​จักรพรรดิ​คือกองกำลังพิเศษที่ซ่างกวนหลานไว้วางใจมากที่สุด สมาชิกทุกคนมีระดับพลังตั้งแต่ปรมาจารย์อสูรระดับเจ็ดดาวขึ้นไป…พวกเขา​เชี่ยวชาญด้านการลอบสังหาร การซุ่มโจมตี การติดตาม และการแฝงตัว

หลังจากเดินผ่านประตูวังหลวง​บานแล้วบานเล่า เซียวซิงหยูก็พบกับผู้คนมากมายที่ดูมีอำนาจ

จากจำนวนตราสัญลักษณ์ที่ติดอยู่บนหน้าอก บ่งบอกว่าทุกคนมีระดับพลังไม่ต่ำกว่าปรมาจารย์อสูรระดับเจ็ดดาว

ทันใดนั้น, ฝูหลิงก็หยุดอยู่หน้าพระราชวังแห่งหนึ่ง

พระราชวังแห่งนี้ใหญ่โตโอ่อ่าที่สุดในพระราชวังทั้งหมด เเละที่หน้าประตูมีรูปปั้นกิเลนทองคำตั้งตระหง่านอยู่สองตัว

“หืม…กิเลนนี่ไม่ใช่รูปปั้น​นี่นา!”

เซียวซิงหยูเห็นท้องของกิเลนทองคำขยายขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ เขาก็ถึงกับสะดุ้งตกใจทันที​

เเละเมื่อใช้ดวงตาเทพอสูร​ เขาก็เห็นรายละเอียดของกิเลนทองคำทั้งสองทันที

“โห...ยามเฝ้าประตูทั้งสองตัวนี้คือกิเลนทองคำศักดิ์สิทธิ์ เเละยังเป็นอสูรระดับเทพเจ้า”

“นี่แหละ…บารมีของจักรพรรดินี!”

“องค์จักรพรรดินีทรงรออยู่ในพระราชวัง เชิญค่ะ” ฝูหลิงกล่าว

เซียวซิงหยูเดินผ่านพรมแดงเข้าไปในพระราชวัง

นี่คือพระราชวังหลักของพระราชวังหลวง พระราชวัง​หย่าหลานเตี้ยน

ปกติซ่างกวนหลานจะใช้ที่นี่ในการปรึกษาหารือเรื่องบ้านเมืองกับเหล่าขุนนาง

ตามหลักแล้ว ในยามวิกาลเช่นนี้ พระราชวังหย่าหลานเตี้ยนไม่ควรมีผู้ใดอยู่…แต่คืนนี้ ซ่างกวนหลานกลับอยู่ที่นี่เพื่อรอเซียวซิงหยู

เมื่อเข้าไปในพระราชวัง เซียวซิงหยูก็รู้สึกถึงแรงกดดันอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ภายในพระราชวังตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม เสาและคานแกะสลักลวดลายงดงาม นอกจากนี้​ยังมีภาพวาดบนผนังที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของราชวงศ์

จากภาพ มันราวกับเป็นการจำลองราชวงศ์โบราณที่รุ่งเรืองอย่างมาก…จนยากที่จะเชื่อมโยงกับโลกภายนอกในปัจจุ​บัน​ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและอสูรที่กำลังพยายาม​บุกรุกในตอนนี้​

เซียวซิงหยูเงยหน้าขึ้นมองบัลลังก์ทองคำ

บนบัลลังก์​ตอนนี้มีหญิงสาวผู้เลอโฉมกำลังเอนกายอยู่

เธอมีมงกุฎหงส์ สวมชุดยาวสีแดง งดงามราวกับนางฟ้าที่ลงมาจากสรวงสวรรค์​

หญิงสาวผู้นี้คือผู้ปกครองประเทศมังกร และเป็นจักรพรรดิอสูรเพียงคนเดียวของประเทศที่มีพลังเหนือกว่าปรมาจารย์อสูรระดับสิบดาว, ซ่างกวนหลาน

ซ่างกวนหลานลืมตาขึ้น มองลงมายังเซียวซิงหยู

นี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองได้อยู่กันตามลำพัง

“เซียวซิงหยูแห่งวิทยาลัยชิงหลง ขอคารวะองค์จักรพรรดินี”

เซียวซิงหยูคุกเข่าลงข้างหนึ่ง แสดงความเคารพด้วยท่าทางนอบน้อม​อย่าง​มาก

“เธอรู้หรือไม่ ว่าเหตุใดฉันจึงเรียกเธอมาเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัว?”

เซียวซิงหยูส่ายหัว

ซ่างกวนหลานยิ้มน้อยๆ ราวกับสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านทะเลสาบมังกร และสายฝนแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่โปรยปรายลงมาบนหุบเขาผีสาง

“ผลงานของเจ้าในการแข่งขันซูเปอร์โนว่า ทำให้ข้าพึงพอใจมาก”

“หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ ข้าชอบเจ้ามาก”

เซียวซิงหยูเดาความรู้สึกของซ่างกวนหลานไม่ออก เขาจึงตอบไปกลับว่า

“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่เมตตา ผมจะตั้งใจฝึกฝนตนเองต่อไป เพื่อแบ่งเบาปัญหา​ของฝ่าบาทและช่วยเหลือประชาชนของประเทศ​มังกร”

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, ซ่างกวนหลานเท้าคางด้วยมือข้างหนึ่ง เเล้วถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น​

“เมื่อเธอเรียนจบจากวิทยาลัยชิงหลงแล้ว เธอมีแผนการจะทำอะไรต่อ?”

“ผมยังเป็นนักศึกษาปีหนึ่ง ยังต้องเรียนที่วิทยาลัยอีกสามปี ส่วนเรื่องหลังจากเรียนจบ ผมยังไม่ได้คิดเลยพ่ะย่ะค่ะ”

ซ่างกวนหลานเหลือบมองเซียวซิงหยู เเล้ว​พูดด้วยรอยยิ้ม

“นักเรียนทุกคน หลังจากเรียนจบจากวิทยาลัยปรมาจารย์อสูร ก็มีทางเลือกอยู่เเค่สามทาง”

“หนึ่ง เข้าร่วมกิลด์​ปรมาจารย์อสูร”

“สอง สมัครเข้ากองทัพ เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบก กองทัพเรือ หรือ​กองทัพ​อากาศ”

“สาม เข้าร่วมองค์กรทหารรับจ้าง…เเล้ว​กลายเป็นนักล่าเงินรางวัล”

สามทางเลือกนี้คือเส้นทาง​ของบัณฑิตวิทยาลัยปรมาจารย์อสูร

หลังจาก​พูด​จบ, ซ่างกวนหลานก็ลุกขึ้น เเล้ว​เดินตรงมาที่เซียวซิงหยู

“เซียวซิงหยู ถ้าตอนนี้ฉันให้ทางเลือกที่สี่แก่เธอ เธอจะยอมรับหรือไม่?”

ณ ตอนนี้…ถึงภายนอกเซียวซิงหยูจะยังคง​ดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจของเขากลับร้อนรุ่มอย่างมาก

“ทางเลือกที่สี่?”

“บ้าเอ๊ย ผู้หญิงคนนี้จะคิดจะใช้เส้นสายกับเรารึเปล่า?”

เซียวซิงหยูหยิกต้นขาตัวเอง หยุดความคิดที่ฟุ้งซ่าน แล้วปั้นหน้าถามด้วยความจริงใจ

“ฝ่าบาท ทางเลือกที่สี่ที่ฝ่าบาทกล่าวถึงคืออะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“เข้าร่วมกองกำลัง​วิญญาณ​จักรพรรดิ​”

แม้ว่าเสียงของซ่างกวนหลานจะไพเราะเสนาะหู แต่สำหรับเซียวซิงหยูแล้ว มันเหมือนกับเสียงระเบิดปรมาณู​เลย

“เธอจะให้เราเข้าร่วมกองกำลัง​วิญญาณ​จักรพรรดิ​?”

เซียวซิงหยูหน้าซีด​เหงื่อตก, กองกำลัง​วิญญาณ​จักรพรรดิ​คือกองกำลัง​คนสนิทของซ่างกวนหลาน

สมาชิกทุกคนในกองกำลัง​วิญญาณ​จักรพรรดิ​จะมีสถานะ​เหมือนกับ “นักรบเงา” เเละพวกเขา​มีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก

เซียวซิงหยูเคยได้ยินมาว่า สมาชิกระดับล่างของกองกำลัง​วิญญาณ​จักรพรรดิหรือที่เรียกว่า​ “นักบวชเงิน” นั้นมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 90%

ทุกเดือนจะมีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกระดับนักบวชเงิน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความอันตรายของตำแหน่งนี้

เหนือกว่านักบวชเงิน คือ นักบวชแดง และมหาปุโรหิต

อัตราการเสียชีวิตของนักบวชแดงก็สูงเช่นกัน และส่วนใหญ่เสียชีวิตจากภารกิจแฝงตัว ซึ่งวิธีการตายจะยิ่งทรมานกว่านักบวชเงิน

ในกองกำลัง​วิญญาณ​จักรพรรดิ​ มีเพียงมหาปุโรหิตเท่านั้นที่มีอัตราการรอดชีวิตสูงที่สุด และพวกเขา​ก็มีพลังสูงที่สุดเช่นกัน

เเต่การเป็นมหาปุโรหิตต้องมีคุณสมบัติสามข้อ

หนึ่ง ต้องเป็นปรมาจารย์อสูรระดับแปดดาว

สอง ต้องสร้างคุณงามความดีระดับสูงมาก

สาม ต้องได้รับความไว้วางใจจากจักรพรรดินี

สำหรับคนทั่วไป การเป็นมหาปุโรหิต…เป็นเรื่องที่เเค่ฝันถึงก็ไม่กล้าเเล้ว

“เซียวซิงหยู เธอจะยอมรับทางเลือกที่สี่นี้หรือไม่?”

เซียวซิงหยูเกิดความลังเล เขารู้ดีว่าการอยู่ใกล้จักรพรรดิก็เหมือนอยู่บนหลังเสือ

หลังจาก​เรียนจบ ถ้าเขาเข้าร่วมกองกำลัง​วิญญาณ​จักรพรรดิ, เขาก็จะกลายเป็นนักบวชเงินที่มีอัตราการเสียชีวิตมากกว่า 90% เเถมยังต้องทำงานใกล้ชิดกับซ่างกวนหลาน...

แค่คิด เซียวซิงหยูก็ขนลุกไปทั้งตัวเเล้ว

……………………

จบบทที่ บทที่ 127: จักรพรรดินีเรียกตัวมาพบในตอนดึก!

คัดลอกลิงก์แล้ว