เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 เพิ่มคืนละคน นี่แกกำลังคัดเลือกสนมหรือไง

บทที่ 24 เพิ่มคืนละคน นี่แกกำลังคัดเลือกสนมหรือไง

บทที่ 24 เพิ่มคืนละคน นี่แกกำลังคัดเลือกสนมหรือไง


บทที่ 24 เพิ่มคืนละคน นี่แกกำลังคัดเลือกสนมหรือไง

เจียงเช่อใช้ทักษะตรวจสอบกับหลินหมิงที่อยู่ไกลออกไปโดยสัญชาตญาณ

ตัวเอก: หลินหมิง

อายุ: 21 ปี

เสน่ห์: 67

ระดับการบ่มเพาะ: ไม่มี

เนื้อเรื่อง: หลังจากถูกบอกเลิก ฉันก็ปลุกระบบส่งอาหารระดับเทพขึ้นมา

...

หลังจากตรวจสอบข้อมูลของหลินหมิงเสร็จ เจียงเช่อก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วออกคำสั่งกับระบบโดยตรง

"ระบบ ผสานข้อมูลเนื้อเรื่องของเขาให้ฉันที..."

โลกใบนี้คือโลกยุคปัจจุบันที่หลอมรวมนิยายออนไลน์นับไม่ถ้วนเข้าด้วยกัน นอกเหนือจากพระเอกประเภทเซียนจักรพรรดิกลับชาติมาเกิดแล้ว พระเอกประเภทอื่นๆ ก็สามารถปรากฏตัวขึ้นได้ทั้งนั้น

ดังนั้น เจียงเช่อจึงไม่รู้สึกประหลาดใจเลยที่หลินหมิง นักศึกษาปีสามฐานะยากจนที่ทำงานพาร์ทไทม์เป็นคนส่งอาหาร จะตื่นรู้ระบบขึ้นมาอย่างกะทันหัน

"ติ๊ง หักแต้มอารมณ์หนึ่งพันแต้ม กำลังดำเนินการผสานข้อมูล..."

แทบจะในพริบตา เจียงเช่อก็ได้รับข้อมูลเนื้อเรื่องทั้งหมดของหลินหมิงจนเสร็จสมบูรณ์

มันตรงกับที่เขาคาดเดาไว้แทบจะทุกประการ หลังจากถูกหลี่เยวี่ย หญิงสาวจอมเสแสร้งคนนั้นบอกเลิกในวันนี้ คืนนี้เขาก็จะไปดื่มเหล้าย้อมใจ

และในวันรุ่งขึ้น หลินหมิงก็จะตื่นรู้ระบบส่งอาหารระดับเทพ และก้าวเข้าสู่เส้นทางสู่จุดสูงสุดของชีวิต

เพียงแค่ส่งอาหาร เขาก็จะได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย อย่างเช่นเงินสดพันล้าน ซูเปอร์คาร์ หุ้นบริษัท คฤหาสน์หรู และอื่นๆ อีกมากมาย...

หลังจากร่ำรวยขึ้นมา หลินหมิงก็จะเริ่มต้นชีวิตแห่งการโอ้อวดและตบหน้าผู้คนโดยตรง

แม้ว่าระบบส่งอาหารระดับเทพจะสามารถช่วยให้หลินหมิงก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตได้อย่างรวดเร็ว แต่มันก็มีข้อเสียที่เห็นได้ชัดอยู่เช่นกัน

หากหลินหมิงไม่สามารถทำภารกิจส่งอาหารให้เสร็จสิ้นได้ตรงตามเวลา เขาก็จะได้รับบทลงโทษต่างๆ จากระบบ

ด้วยสถานะของเจียงเช่อ การบดขยี้พระเอกกระจอกๆ อย่างหลินหมิงนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างเหลือเชื่อ

เพียงแค่เจียงเช่อเอ่ยปากคำเดียว สองแพลตฟอร์มส่งอาหารยักษ์ใหญ่ก็จะขึ้นบัญชีดำหลินหมิงอย่างถาวรในทันที ทำให้เขาไม่มีอาหารให้ส่งอีกต่อไป

ทว่าเจียงเช่อไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าหลินหมิงโดยตรง เขาตั้งใจจะเล่นสนุกกับหมอนี่สักหน่อย

ไอ้หมอนี่มันคือต้นหอมอวบอ้วนที่รอให้เขาเก็บเกี่ยวชัดๆ!

การปล่อยให้หลินหมิงยืนยันความถูกต้องของระบบก่อน แล้วค่อยปล่อยให้เขาตกลงสู่ความสิ้นหวังจากการถูกระบบลงโทษอย่างไม่รู้จบ มันจะไม่น่าสนใจกว่าหรือ

เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงเช่อก็โบกมือไปด้านหลัง

ห่างออกไปยี่สิบเมตร เฉียงจื่อสังเกตเห็นสัญญาณมือของเจียงเช่อ เขาก็รีบสาวเท้าวิ่งเข้ามาหาเจียงเช่ออย่างรวดเร็ว รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้า น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยการประจบสอพลออย่างถึงที่สุด

"นายน้อย มีคำสั่งอะไรจะชี้แนะหรือครับ"

"ขอเพียงแค่นายน้อยเอ่ยปาก ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ เฉียงจื่อคนนี้ก็ไม่เสียดายชีวิต ต่อให้ต้องตายเป็นหมื่นครั้งก็ยอมครับ!"

"เลิกประจบประแจงได้แล้ว!"

"หาคนไปจับตาดูไอ้คนที่ชื่อหลินหมิงนั่นให้ดี..."

"ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ทันทีที่มันเริ่มส่งอาหาร หาทางขัดขวางมันซะ อย่าให้มันส่งอาหารสำเร็จเลยแม้แต่ออร์เดอร์เดียว เข้าใจไหม"

เจียงเช่อด่าอย่างไม่จริงจังนัก พลางชี้ไปที่แผ่นหลังของหลินหมิงที่อยู่ไกลออกไป

เมื่อนึกถึงตอนที่หลินหมิงถูกระบบส่งอาหารระดับเทปลงโทษ เจียงเช่อก็รู้สึกว่ามันตลกดี

ตราบใดที่หลินหมิงรู้สึกสิ้นหวังและสงสัยในชีวิตของตัวเอง แต้มอารมณ์ก็จะไม่หลั่งไหลเข้ามาหาเขาหรอกหรือ

เจียงเช่อค่อนข้างมั่นใจในตัวเฉียงจื่อ แม้ว่าเขาจะเป็นชายร่างใหญ่กำยำ แต่เขาก็ทำงานละเอียดรอบคอบมาก การจัดการเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เขาสามารถทำได้สบายๆ

"รับทราบครับนายน้อย รับรองว่าภารกิจสำเร็จลุล่วงแน่นอนครับ!"

แม้จะรู้สึกงุนงงกับคำสั่งของเจียงเช่อ และไม่เข้าใจว่าทำไมนายน้อยของเขาถึงได้ให้ความสนใจกับพนักงานส่งอาหารจนๆ คนหนึ่งขึ้นมากะทันหัน แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรให้มากความและรับคำสั่งอย่างว่าง่าย

เฉียงจื่อมักจะเด็ดขาดกับคำสั่งของเจียงเช่อเสมอ เขาไม่เคยตั้งคำถามใดๆ ดังนั้นเขาย่อมไม่ถามอะไรเพิ่มเติม

พูดจบ เฉียงจื่อก็ตั้งใจจะปลีกตัวออกไปทันที

วันนี้นายน้อยของเขาออกมาเป็นเพื่อนนายหญิงน้อยเดินช็อปปิ้ง เขาย่อมไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอ

"อ้อ จริงสิ เซียวเฉินที่อยู่ข้างในนั้นเป็นยังไงบ้างแล้ว"

"มันยอมจำนนหรือยัง"

เจียงเช่อเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ และเอ่ยถามขึ้นอย่างกะทันหัน

เมื่อตื่นขึ้นมาเช้านี้ เจียงเช่อก็พบว่าเขาเก็บเกี่ยวแต้มอารมณ์จากเซียวเฉินได้อีกสองหมื่นแต้มเมื่อคืนนี้

ไม่ต้องคิดให้มากความ เจียงเช่อก็รู้ทันทีว่าเมื่อคืนนี้เซียวเฉินคงได้สัมผัสกับค่ำคืนอันแสนสุข ซึ่งมันจะตราตรึงอยู่ในใจของเขาไปจนวันตายแน่ๆ

"แหะๆ..."

เมื่อพูดถึงเซียวเฉิน เฉียงจื่อก็ถูมือเข้าด้วยกันอย่างตื่นเต้น รอยยิ้มหื่นกามปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา

"นายน้อยครับ เมื่อคืนนี้ผมจัดเตรียมปรมาจารย์ฟันดาบหกคนไปคอยดูแลเซียวเฉิน มอบค่ำคืนอันแสนวิเศษสุดๆ ให้กับมันครับ"

"แต่... ไอ้เด็กนั่นมันหัวแข็งมากครับ มันยังไม่ยอมจำนนเลย"

"คืนนี้ จะมีคนไปเยี่ยมมันเจ็ดคนครับ..."

"ถ้าเซียวเฉินยังดื้อดึงอยู่ ก็จะเพิ่มคนไปเรื่อยๆ คืนละคนครับ!"

เจียงเช่อ : ...

"ทำได้ดีมาก พยายามต่อไปนะ"

เจียงเช่อครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดก็เพียงแค่ตบไหล่เฉียงจื่อเบาๆ และเอ่ยคำชมสองสามคำ

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เซียวเฉินคงยอมจำนนต่อเขาภายในสามวันแน่ๆ

พระเอกระดับราชาทหารผู้สง่างามจะทนรับความอัปยศอดสูขนาดนี้ได้อย่างไร

ต้องยอมรับเลยว่า เฉียงจื่อคนนี้มีความสามารถจริงๆ!

เพิ่มคืนละคนเนี่ยนะ นี่แกกำลังคัดเลือกพระสนมหรือไง

ตอนนี้เซียวเฉินคงอยากจะสับเขาเป็นพันๆ ชิ้นแล้วใช่ไหม

เมื่อนึกถึงความโกรธเกรี้ยวแต่ทำอะไรไม่ได้ของเซียวเฉินในสถานีตำรวจ เจียงเช่อก็อยากจะระเบิดหัวเราะออกมา

...

หลังจากเฉียงจื่อจากไป เสี่ยวอีก็กลับมาปรากฏตัวตรงหน้าเจียงเช่ออย่างรวดเร็ว เธอเปลี่ยนชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว

ปกติเสี่ยวอีจะสวมแต่ชุดกระโปรงยาวสีม่วง แต่ตอนนี้เธอสวมชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ ซึ่งขับเน้นรูปร่างอันงดงามของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้เธอดูมีเสน่ห์และเย้ายวนใจมาก

เธอดูราวกับนางฟ้าผู้งดงามไร้ที่เปรียบที่หลุดออกมาจากภาพวาด

"ยอดเยี่ยม สวยมาก!"

"นอกจากชุดนี้ กับชุดนั้น เอาที่เหลือทั้งหมดห่อให้ฉัน แล้วส่งไปที่คฤหาสน์ภูเขาชิงเถิงด้วย"

เจียงเช่อพยักหน้าอย่างพึงพอใจ และออกคำสั่งกับพนักงานขายที่อยู่ข้างๆ

ในเมื่อที่นี่ก็เป็นของเขาอยู่แล้ว เจียงเช่อย่อมไม่เกรงใจ

"รับทราบค่ะนายน้อย..."

พนักงานขายสาวยิ้มหวาน โค้งคำนับเล็กน้อย แล้วรีบไปจัดการตามคำสั่งทันที

เมื่อเห็นการใช้จ่ายอย่างมือเติบของเจียงเช่อ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นก็ถูกดึงดูดความสนใจและรู้สึกตกใจอยู่บ้าง

แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจมากที่สุดก็คือท่าทีของพนักงานขาย ที่เรียกผู้ชายคนนี้ว่า 'นายน้อย' เนีัยนะ

หรือว่าเขาจะเป็นนายน้อยเจ้าของตึกซิงอวิ๋นแห่งนี้

หลังจากที่ได้ฉีกหน้าหลินหมิง ไอ้กระจอกนั่นเสร็จ ซุนจื่อก็รู้สึกโล่งใจและสบายตัวไปทั้งร่าง

เขากำลังจะลากหลี่เยวี่ยกลับไปที่โรงแรมเพื่อเปิดศึกอีกสักสามร้อยยก แต่ความสนใจของเขาก็ถูกดึงดูดด้วยเสียงซุบซิบของคนที่เดินผ่านไปมา เขาหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ เพื่อดูว่าใครกันที่เป็นเศรษฐีกระเป๋าหนักเหมาของจนหมดร้านแบบนี้

เหมาเสื้อผ้าทั้งร้านรวดเดียวเลยงั้นเหรอ

ต้องรู้ก่อนนะว่านี่คือตึกซิงอวิ๋น การทำแบบนั้นต้องใช้เงินหลักสิบล้านเลยนะ

เมื่อเห็นใบหน้าของเจียงเช่อชัดๆ ซุนจื่อก็ชะงักไปเล็กน้อย ตามมาด้วยความปีติยินดีอย่างสุดซึ้ง

เขาทิ้งหลี่เยวี่ยที่กำลังมองเขาด้วยความรักใคร่ไปในทันที และรีบวิ่งตรงรี่ไปทางเจียงเช่ออย่างรวดเร็ว

"สวัสดีครับนายน้อยเจียง!"

"ไม่เจอกันนานเลย นายน้อยเจียงยังคงสง่างามเหมือนเดิมเลยนะครับ!"

"นายน้อยเจียงสมกับฉายานายน้อยอันดับหนึ่งแห่งหลินเจียงจริงๆ ครับ ช่างหล่อเหลาสง่างามดุจต้นหยก พริ้วไหว มีเสน่ห์ดึงดูดใจ หนึ่งในล้าน ร่ำรวยมหาศาล และเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ..."

รอยยิ้มของซุนจื่อประจบประแจงอย่างถึงที่สุด เขางัดเอาคำชมทุกคำที่เคยเรียนรู้มาทั้งชีวิตออกมาใช้ พร้อมกับโค้งคำนับอย่างนอบน้อม

"มีอะไรหรือเปล่า"

เจียงเช่อเลิกคิ้ว มองซุนจื่อที่เอาแต่พล่ามไม่หยุดราวกับเป็นหลานชายตัวน้อยๆ อยู่ตรงหน้าเขา สีหน้าของเขาดูแปลกไปเล็กน้อย

แม้ว่าเขาจะเป็นคนดังที่มหาวิทยาลัยหลินเจียง และได้รับการโหวตให้เป็นหนุ่มหล่อประจำมหาวิทยาลัย แต่เขาก็จำไม่ได้ว่าเคยสนิทสนมกับซุนจื่อตอนไหน

จบบทที่ บทที่ 24 เพิ่มคืนละคน นี่แกกำลังคัดเลือกสนมหรือไง

คัดลอกลิงก์แล้ว