- หน้าแรก
- ค่ำคืนร้อนฉ่า ประธานสาวเย็นชาลากผมไปจดทะเบียน
- ตอนที่ 5 หมอเทวะไม่เพียงแต่ฆ่าคนได้ แต่ยังหลอกเอาเงินได้ด้วย!
ตอนที่ 5 หมอเทวะไม่เพียงแต่ฆ่าคนได้ แต่ยังหลอกเอาเงินได้ด้วย!
ตอนที่ 5 หมอเทวะไม่เพียงแต่ฆ่าคนได้ แต่ยังหลอกเอาเงินได้ด้วย!
ตอนที่ 5 หมอเทวะไม่เพียงแต่ฆ่าคนได้ แต่ยังหลอกเอาเงินได้ด้วย!
ซู ชิงเสวี่ย หน้าซีดเผือด เธอรู้ดีว่าคำขู่ของ จ้าว เทียนอวี่ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
จ้าวกรุ๊ปมีรากฐานหยั่งลึกในเมืองเจียงไห่ และมีเส้นสายใกล้ชิดกับธนาคารใหญ่แทบทุกแห่ง
หากพวกเขาถอนทุนและร่วมมือกันคว่ำบาตร สายป่านเงินทุนของซูกรุ๊ปย่อมขาดสะบั้นในพริบตา และนั่นหมายถึงหายนะที่อาจทำให้ตระกูลซูสิ้นเนื้อประดาตัว
ทว่า หลินเฟิง กลับเพียงแค่แคะหูอย่างไม่ยี่หระ
“ช็อตเงินเหรอ? เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะ”
เขาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเนิบนาบ จัดกางเกงขาสั้นตัวเก่งให้เข้าที่ ก่อนจะเดินไปหยุดตรงหน้า จ้าว เทียนอวี่ ที่ยังคงคุกเข่าตัวสั่นอยู่บนพื้น
หลินเฟิง ก้มมองอีกฝ่ายจากมุมสูงด้วยสายตาคมปลาบราวกับมองทะลุไปถึงกระดูก
“คุณชายจ้าวใช่ไหม?” หลินเฟิง เอ่ยเสียงเรียบ “ฉันเห็นหว่างคิ้วนายดำคล้ำ ลมปราณพร่องร่างกายอ่อนแอ พลังหยางในไตเสื่อมถอยขั้นรุนแรง...”
เขาชะงักไปนิด ก่อนจะหัวเราะหึๆ “ถ้าจะให้พูดภาษาชาวบ้านให้แกเข้าใจง่ายๆ ก็คือ... นายมันเสือกระดาษที่ ‘นกเขาไม่ขัน’ มานานแล้วใช่ไหมล่ะ?”
สิ้นคำพูดนั้น ร่างของ จ้าว เทียนอวี่ ก็สั่นสะท้าน ความโกรธที่ยากจะบรรยายเข้ามาแทนที่บนใบหน้า เขากัดฟันกรอดจนเส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนออกมา
“แก... แกพูดจาเหลวไหล! ฉัน... ฉันยังฟิตปั๋ง!” จ้าว เทียนอวี่ เถียงตะกุกตะกัก แววตาลุกลี้ลุกลนไม่กล้าสบตาด้วย เพราะถูกแทงใจดำเข้าอย่างจัง
หลินเฟิง แค่นหัวเราะหึๆ อย่างรู้ทัน
“ฟิตปั๋งงั้นเหรอ? นายคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าทุกเดือนนายต้องบินไปต่างประเทศเพื่อฉีดสิ่งที่เรียกว่า ‘เซรั่มเสริมยีน’ แถมยังต้องโด๊ปทั้งเอ็นเสือ เขากวางอ่อน หรือยาบำรุงราคาแพงระยับ แต่น่าเสียดายนะ... นั่นมันแค่การรักษาที่ปลายเหตุแต่ไม่แก้ที่ต้นตอ”
เขาแสร้งส่ายหน้าและถอนหายใจอย่างสมเพช “โรคนี้น่ะ มันฝังรากลึกมาตั้งแต่ตอนนายอยู่ในท้องแม่แล้ว สารจำเป็นในไตพร่องจนกู่ไม่กลับ พลังหยางสั่นคลอนอย่าว่าแต่สามนาทีเลย... นายคงทนได้ไม่ถึงสามสิบวินาทีด้วยซ้ำมั้ง?”
ใบหน้าของ จ้าว เทียนอวี่ กลายเป็นสีเขียวสลับแดงราวกับจะขาดใจตาย เขารู้สึกเหมือนเปลือกที่ใช้ปกปิดความน่าอายทั้งหมดถูกหลินเฟิงกระชากออกจนเปลือยเปล่า
เขาอยากจะเถียงใจจะขาด แต่กลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เพราะสิ่งที่ หลินเฟิง พูดคือความจริงทั้งหมด นี่คือความลับที่เขาซ่อนไว้ลึกที่สุด และเป็นความเจ็บปวดที่ยากจะเอื้อนเอ่ยของเขา
ซู เจิ้นไห่ ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างๆ
เขารู้ว่า จ้าว เทียนอวี่ สุขภาพไม่ค่อยดี แต่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นโรคพรรค์นี้ สายตาที่เขามอง หลินเฟิง จึงแฝงความตกตะลึงเพิ่มขึ้นมา
หลินเฟิง ไม่สนใจปฏิกิริยาของทุกคน เขาย่อตัวลง ยื่นมือขวาออกไป รวบนิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าด้วยกัน แล้วแตะเบาๆ ที่หัวเข่าของ จ้าว เทียนอวี่
“แกรก!”
เสียงดังเบาๆ จ้าว เทียนอวี่ รู้สึกได้ถึงความชาแปลบที่หัวเข่า
“แก... แกทำอะไรฉันอีก?!” เขาตะโกนด้วยความหวาดกลัว
หลินเฟิง ไม่ตอบ เขาจิ้มลงบนจุดต่างๆ ตามเรียวขาของ จ้าว เทียนอวี่ อย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วสัมผัสไปตรงไหน ร่างของ จ้าว เทียนอวี่ ก็สั่นสะท้านไปตรงนั้น
“ซี้ด...” จ้าว เทียนอวี่ สูดลมหายใจเข้าลึก เขารู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นที่พุ่งทะยานจากหัวเข่าขึ้นมา แผ่ซ่านไปทั่วร่างในพริบตา
ขาทั้งสองข้างที่เคยชาหนึบ ตอนนี้กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยเรี่ยวแรง
“ขา... ขาฉันขยับได้แล้ว!” เขาค้นพบด้วยความดีใจ
หลินเฟิง ลุกขึ้นยืน พลางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
“ไม่ใช่แค่ขานะที่กลับมามีแรง...” เขาบุ้ยปากไปทางเป้ากางเกงของ จ้าว เทียนอวี่ “ลองสัมผัส ‘ความหวัง’ ของนายดูสิ”
จ้าว เทียนอวี่ ลองสัมผัสตามสัญชาตญาณ
ทันใดนั้นความรู้สึกที่เลือนหายไปนานแสนนานก็พุ่งพล่านขึ้นมาบริเวณนั้น เขารู้สึกได้ทันทีว่าตัวเองกลับมา ‘ผงาด’ ได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
ความเร่าร้อนที่โหยหามาทั้งชีวิตแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเขาตื่นเต้นจนตัวสั่น
“นี่... เป็นไปได้ยังไง?” เขาละล่ำละลักลูบคลำกางเกงตัวเองด้วยมือที่สั่นเทิ้ม ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจอย่างบ้าคลั่งราวกับได้เกิดใหม่
หลินเฟิง ตบมือเบาๆ เรียกสติ
“เป็นไง? เวอร์ชันทดลองใช้ผลลัพธ์ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ?” เขามองจ้าว เทียนอวี่ ด้วยรอยยิ้มตาหยี “แต่น่าเสียดายนะ นี่เป็นแค่การใช้เข็มทองกระตุ้นจุดชีพจรชั่วคราว ฤทธิ์ของมันจะอยู่ได้แค่สามนาทีเท่านั้น”
เขาชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้วแล้วแกว่งไปมาต่อหน้าคุณชายผู้มั่งคั่ง
“พอครบสามนาที นายก็จะกลับไปอีหรอบเดิม... แต่ถ้าอยากรักษาให้หายขาด มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะ”
หลินเฟิง แบมือออกพลางมองไปทาง จ้าว เทียนอวี่
“ค่ารักษา... ห้าสิบล้าน”
ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบกริบทันที
ซู เจิ้นไห่ ถึงกับใบ้กิน เขามอง หลินเฟิง สลับกับ จ้าว เทียนอวี่ เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเรื่องราวจะบานปลายมาถึงจุดนี้
หลินเฟิง ไม่เพียงแต่ไม่โดนหักแขนหักขา แต่ยังรักษา ‘โรคซ่อนเร้น’ ของ จ้าว เทียนอวี่ ได้ แถมยังเรียกเงินห้าสิบล้านออกมาหน้าตาเฉย!
ความดีใจสุดขีดของ จ้าว เทียนอวี่ แข็งค้างทันที เขาสัมผัสได้ถึง ‘ความผยอง’ ในร่างกาย แต่พอได้ยินหลินเฟิงบอกว่าอยู่ได้แค่สามนาที สีหน้าก็เต็มไปด้วยความขัดแย้ง
ทว่าศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายมันยิ่งใหญ่กว่าแผ่นฟ้า!
เขาจะยอมให้จุดอ่อนนี้ตามหลอกหลอนเขาต่อไปไม่ได้เด็ดขาด
จ้าว เทียนอวี่ เงยหน้าขึ้นขวับ มอง หลินเฟิง ด้วยสายตาซับซ้อน
“ห้าสิบล้านใช่ไหม?” จ้าว เทียนอวี่ กัดฟันกรอดพลางหยิบมือถือออกมา “ฉันจะโอนให้แกเดี๋ยวนี้แหละ!”
เขาเปิดแอปพลิเคชันธนาคาร กดตัวเลขห้าสิบล้านลงไปอย่างไม่ลังเล ทว่าผู้รับโอนกลับกลายเป็นบัญชีของ… ซู ชิงเสวี่ย
“ติ๊ง!”
เสียงแจ้งเตือนจากมือถือของ ซู ชิงเสวี่ย ดังขึ้น
เมื่อเธอก้มลงมองและเห็นข้อความจากธนาคารแจ้งว่ามีเงินโอนเข้าห้าสิบล้าน เธอก็เงยหน้ามอง หลินเฟิง ขวับ ด้วยความเหลือเชื่อ…
ผู้ชายคนนี้รีดไถเงินห้าสิบล้านมาจาก จ้าว เทียนอวี่ ได้ง่ายดายขนาดนี้เลยเหรอ?
หลินเฟิง รับมือถือที่ จ้าว เทียนอวี่ ยื่นให้มาตรวจดูการโอนเงิน ก่อนจะโยนกลับคืนไปง่ายๆ
“ได้รับเงินแล้ว เรื่องรักษาไว้รอฉันว่างเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกทีนะ” เขาตบไหล่ จ้าว เทียนอวี่ ด้วยท่าทางสนิทสนม “วางใจเถอะ รับรองว่านายต้องพอใจ”
เขาเดินผ่าน จ้าว เทียนอวี่ ไปหยุดตรงหน้า ซู ชิงเสวี่ย แล้วโชว์หน้าจอมือถือให้เธอดู
“นี่ไงที่รัก ค่าขนม”
ซู ชิงเสวี่ย มองมือถือในมือสลับกับใบหน้าของ หลินเฟิง ที่มีรอยยิ้มแบบพวกอันธพาลประดับอยู่ ราวกับว่าเงินห้าสิบล้านนี้เป็นเพียงเศษเงินที่เขาเก็บได้ตามข้างทาง
ทะเลสาบในใจของเธอสั่นไหวขึ้นอีกครั้ง
“คุณ...” ซู ชิงเสวี่ย มอง หลินเฟิง จู่ๆ เธอก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงความรู้สึกซับซ้อนโดยไม่รู้ตัว “เมื่อกี้คุณบอกว่าคุณชายจ้าวได้แค่สามนาที... แล้วทำไมเมื่อคืนคุณถึงได้นานขนาดนั้นล่ะ?”