- หน้าแรก
- ระบบควบคุมสัตว์อสูรระดับพระเจ้า
- บทที่ 66 : หญ้าหางนกฟีนิกซ์ลอยมาอยู่ในมือ!
บทที่ 66 : หญ้าหางนกฟีนิกซ์ลอยมาอยู่ในมือ!
บทที่ 66 : หญ้าหางนกฟีนิกซ์ลอยมา​อยู่​ในมือ!
บทที่ 66 : หญ้าหางนกฟีนิกซ์ลอยมา​อยู่​ในมือ!
“แพทย์เซียว ไปดื่มชากันสักเเก้วก่อนสิ”
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอรับเกียรติไว้ละกันครับ”
การปรากฏตัวของยาวิญญาณม่วงบริสุทธิ์ ไม่ได้เพียงแค่รักษาจักรพรรดิแรดยักษ์สงครามให้หายเท่านั้น…เเต่ยาตัวนี้ที่เซียวซิงหยูคิดค้นขึ้น สามารถกำจัดแมลงทรายอาถรรพ์ในร่างกายของอสูรได้อย่างง่ายดาย
อย่างที่รู้กันว่า ที่เมืองหวางเยียนเชิง ทางชายแดนตะวันตกของประเทศมังกร อสูรของเหล่าปรมาจารย์อสูรในเมืองต่างก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากแมลงทรายอาถรรพ์นี้ทุกปี
……
ณ ห้องรับแขก คฤหาสน์ตระกูลโจว
โจวซงทำหน้าที่เจ้าบ้านอย่างเต็มที่, เขาใช้น้ำชาที่ดีที่สุดมาต้อนรับเซียวซิงหยู
“แพทย์เซียว นี่คือชาผูเอ่อร์จากยูนนาน ชานี้มีเฉพาะที่ชายแดนเมืองหวางเยียนเชิงเท่านั้น รสชาติของมันนุ่มนวล หวาน และไม่ฝาดเลย ลองชิมดูสิ!”
เซียวซิงหยูจิบชาคำหนึ่งแล้วยิ้มอย่างซื่อๆ
“ท่านเจ้าเมืองโจว ผมเป็นแค่คนธรรมดาๆมาจากเมืองเล็กๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องชาหรอกครับ ท่านไม่ควรต้องเสียชาดีๆเเบบนี้​เลย”
“พูดอะไรอย่างนั้น เธอคือผู้มีพระคุณของจักรพรรดิแรดยักษ์สงคราม ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ อสูรของฉันคงต้องทนทุกข์ทรมาน ถูกแมลงทรายอาถรรพ์พวกนั้นดูดเลือดไปอีกนาน”
หลังจากที่ดื่มยาวิญญาณม่วงบริสุทธิ์แล้ว อาการของจักรพรรดิแรดยักษ์สงครามก็ดีขึ้นมาก…แค่พักฟื้นอีกไม่กี่วัน พลังก็จะกลับมาสู่จุดสูงสุดได้เหมือนเดิม
เเละหลังจากดื่มชาไปหนึ่งถ้วย โจวซงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาจึงเข้าเรื่องทันที
“แพทย์เซียว เธอน่าจะเดาได้ว่าในเมืองหวางเยียนเชิง กองทัพปรมาจารย์อสูรของฉันที่มีสมาชิกกว่าพันคนกำลังถูกแมลงทรายอาถรรพ์เล่นงาน​อยู่”
“ถ้ายาวิญญาณม่วงบริสุทธิ์ที่เธอคิดค้นขึ้นสามารถผลิตได้เป็นจำนวนมาก แล้วฉันเอามันกลับไปด้วยตอนที่กลับหวางเยียนเชิงในอาทิตย์หน้า มันคงช่วยแก้ปัญหาได้มากเลย!”
ความตั้งใจของโจวซงนั้นชัดเจน เเละนั่นคืออยากให้เซียวซิงหยูผลิตยาวิญญาณม่วงบริสุทธิ์ให้เขาเป็นจำนวนมาก
เซียวซิงหยูไม่ได้รีบตอบ แต่เขากลับขมวดคิ้ว เเล้วเริ่มแสดงฝีมือการแสดงละคร​ออกมา
“ท่านเจ้าเมืองโจว การคิดค้นยาวิญญาณม่วงบริสุทธิ์มันใช้พลังงานมากเลยนะครับ…”
โจวซงตบไหล่เซียวซิงหยูแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่ยอมให้แพทย์เซียวเสียแรงเปล่าๆหรอก”
“ท่านเจ้าเมืองโจว ท่านหมายความว่ายังไงครับ?”
“เธอบอกจำนวนมาได้เลย เดี๋ยวฉันจะเขียนเช็คให้ จำนวนเงินเท่าไหร่ก็ได้ตามที่เธอต้องการ!”
โจวซงคือวีรบุรุษของประเทศ การประจำการอยู่ที่เมืองหวางเยียนเชิงเป็นงานที่อันตรายอย่างยิ่ง
เเน่นอนว่าเมื่อความเสี่ยงสูงย่อมมาพร้อมกับผลตอบแทนที่สูง เงินเดือนของโจวซงอาจจะไม่น้อยไปกว่ารายได้ต่อปีของกิลด์ปรมาจารย์อสูรขนาดใหญ่เลยทีเดีย​ว
เเต่เซียวซิงหยูกลับส่ายหัวเเล้วตอบว่า “ผมไม่ได้สนใจเรื่องเงิน”
“ถ้าเธอไม่ต้องการเงิน แล้วเธอต้องการอะไรล่ะ?”
“ผมต้องการหญ้าหางนกฟีนิกซ์ครับ”
“หญ้าหางนกฟีนิกซ์?”
สิ่งที่เซียวซิงหยูต้องการ ทำให้โจวซงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย​
โจวซงหยุดชะงัก​ไปครู่หนึ่ง จากนั้น​เขาก็เปิดกระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนโซฟา, ในกระเป๋าเป้นั้นเต็มไปด้วยวัสดุวิวัฒนาการต่างๆที่จำเป็นสำหรับอสูร…พวกมันล้วนแต่เป็นสมุนไพรที่มีค่ามหาศาล​และหายากอย่างมาก
ในสมุนไพร​เหล่านนั้น มีต้นหญ้าเล็กๆ สามต้นที่เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ เเละให้ความรู้สึกลึกลับอย่างรุนแรง
ดวงตาของเซียวซิงหยูเป็นประกายกร้าว เขามั่นใจได้เลยว่านี่คือหญ้าหางนกฟีนิกซ์ที่เขาต้องการ
โจวซงหยิบหญ้าหางนกฟีนิกซ์สามต้นนั้นออกมาจากกระเป๋า แล้วเล่าที่มาของมัน
“หญ้าหางนกฟีนิกซ์นี้ปรากฏ​ที่ธารน้ำแข็งไล่กู่ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองหวางเยียนเชิงที่ฉันประจำการอยู่”
“เท่าที่ฉันรู้ หญ้าหางนกฟีนิกซ์ไม่ใช่สมุนไพรที่มีค่าอะไรมากมายนัก หลังจากที่อสูรทานเข้าไป มันก็แค่เพิ่มคุณสมบัติพื้นฐานให้กับอสูรเล็กน้อย​เท่านั้นเอง”
โจวซงมองเซียวซิงหยู แล้วถามด้วยความสงสัย
“แพทย์เซียว ครั้งนี้เธอช่วยฉันไว้ได้มากเลยนะ ต้องการรางวัลแค่นี้เองเหรอ?”
“หวังว่าท่านเจ้าเมืองโจวจะเมตตา”
“งั้นก็เอาเถอะ เอาไปได้เลย!”
โจวซงยื่นหญ้าหางนกฟีนิกซ์สามต้นให้เซียวซิงหยูด้วยสองมือ
เซียวซิงหยูเก็บความดีใจไว้ในใจ แล้วรีบรับหญ้าหางนกฟีนิกซ์มา
สัมผัสของต้นหญ้าเล็กๆทั้งสามนี้ เหมือนกับก้อนเมฆหรือสำลี มันเบาบางราวกับไม่มีน้ำหนัก และยังมีความเย็นเล็กน้อย
“เขาดูสนใจหญ้าหางนกฟีนิกซ์ขนาดนี้ แสดงว่ามันต้องมีประโยชน์อย่างอื่นแน่ๆ…เพียงแต่พวกเราเหล่ากองทัพ​รู้แค่เรื่องการออกรบ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย”
โจวซงเป็นบุคคลสำคัญที่ผ่านสมรภูมิศึกมามาก เขาเดาได้ว่าหญ้าหางนกฟีนิกซ์ต้องมีประโยชน์อย่างอื่น แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
เซียวซิงหยูยิ้มอย่างพอใจ แล้วเปลี่ยนเรื่องคุยอีกครั้ง
“ว่าแต่ท่านเจ้าเมืองโจว ท่านอาศัยอยู่ที่เมืองหวางเยียนเชิง ซึ่งอยู่ใกล้กับธารน้ำแข็งไล่กู่…ท่านพอจะช่วยผมเรื่องหนึ่งได้ไหมครับ?”
“ได้สิ…ว่ามาเลย”
“ผมต้องการดอกวิญญาณ​เรืองแสงหนึ่งดอกครับ”
โจวซงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็พอนึกถึงดอกไม้ชนิดนี้ออก
“ดอกวิญญาณ​เรืองแสง มันก็เหมือนกับหญ้าหางนกฟีนิกซ์…มันจะขึ้นที่ธารน้ำแข็งไล่กู่เหมือนกัน”
“ของสิ่งนี้มีพิษเล็กน้อย แถมบริเวณรอบๆที่ดอกวิญญาณ​เรืองแสงปรากฏ​ มักจะมีอสูรระดับสูงอาศัย​อยู่…”
“ถ้ามันลำบากเกินไป…ก็ไม่เป็นไร​นะ​ครับ​”
“ไม่หรอก…ถึงจะเก็บได้ยากหน่อยเเต่ก็ไม่ใช่​ว่า​เป็ยไปไม่ได้​ ถ้าแพทย์เซียวต้องการ ฉันก็จะไปเก็บมาให้!”
เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ เซียวซิงหยูก็ดีใจมาก
แบบนี้ มันก็หมายความ​ว่าเขาหาได้ทั้งหญ้าหางนกฟีนิกซ์และดอกวิญญาณ​เรืองแสงแล้ว
ที่เหลือ​ก็แค่มูลของอสูรระดับ​เทพ​เจ้าเท่านั้น เขาก็จะสามารถเพาะเมล็ดพันธุ์ในคลังของระบบ ให้กลายเป็นอสูรพืชสายเลือดระดับเทพเจ้า​มายาได้แล้ว
“ท่านเจ้าเมืองโจว ท่านจะกลับหวางเยียนเชิงอาทิตย์หน้าใช่ไหมครับ?”
“ใช่”
“ผมรับรองว่า ก่อนที่ท่านจะกลับ ผมจะผลิตยาวิญญาณม่วงบริสุทธิ์ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับอสูรกว่าพันตัว เพื่อให้ท่านนำกลับไปให้เหล่าปรมาจารย์อสูรในกองทัพได้”
โจวซงยิ้มหน้าบานเหมือนเด็กๆ แล้วลุกขึ้นยื่นมือไปหาเซียวซิงหยู
“ตกลงตามนี้นะ?”
“ตกลงตามนี้ครับ”
เซียวซิงหยูและโจวซงจับมือกัน หนึ่งหนุ่มหนึ่งแก่ยิ้มให้กัน เหมือนเพื่อนสนิทที่อายุต่างกันมาก
การที่ทั้งสองคนสนิทสนมกันมากขึ้น…ก็​เพราะ​พวกเขา​ไม่ใช่แค่เพื่อน แต่เป็นหุ้นส่วนกันด้วย
โจวซงโอบไหล่เซียวซิงหยู เเละคำเรียกของเขา​ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
“น้องเซียว คืนนี้อยู่กินข้าวที่บ้านฉันสิ…พวกเราคุยกันถูกคอเเบบนี้ มาชนแก้วกันสักยกดีกว่า​!”
เซียวซิงหยูทำสีหน้าลำบากใจ แล้วบอกว่า
“พี่โจว บอกตรงๆเลยนะครับ ว่าผมแอบหนีออกมา”
“แอบหนี? หนีออกมาจากไหน?”
หลังจากนั้นเซียวซิงหยูก็ตอบตามความจริง…เเละมันทำให้​โจวซงตกใจมาก
“ที่แท้เธอก็บินมาจากวิทยาลัยชิงหลง มาเมืองสี่วิญญาณ​เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันซูเปอร์โนวานี่เอง!”
“บังเอิญจริงๆ ลูกชายฉันก็เข้าร่วมการแข่งขันซูเปอร์โนว่าเหมือนกัน เธอน่าจะเจอเขาแล้วใช่ใหม เขาชื่อโจวเย่!”
“เจอเเล้วครับ…ตอนนี้ ลูกชายของท่านน่าจะกำลังต่อสู้กับเพื่อนร่วมทีมของผมอยู่บน​เวที​นะครับ…”
“หืมมมม งั้นเราไปดูการแข่งขันด้วยกันดีกว่า…ฉันจะไปพบจักรพรรดินีด้วย เพราะทุกปีพระองค์จะเสด็จมาชมการแข่งขันซูเปอร์โนว่าเสมอ”
หลังจากพูด​จบ, โจวซงก็พาเซียวซิงหยูไปที่สนามกีฬา
….
ณ สถานที่จัดการแข่งขันซูเปอร์โนว่า
ที่โต๊ะผู้บรรยาย พิธีกรบรรยายมานานจนเสียงแทบจะแหบ
“ท่านผู้ชมทุกท่าน การแข่งขันกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายแล้วครับ!”
“นี่สมเป็น​การต่อสู้ระหว่างอัจฉริยะกับอัจฉริยะจริงๆ​…การต่อสู้ดำเนินมาครบหนึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ยังดูไม่ออกเลยครับว่าใครจะชนะ​!”
“อย่างไรก็ตาม, พลังวิญญาณ​ของโจวเย่และมู่หรงซินซินใกล้จะหมดแล้ว…การต่อสู้​ใกล้จะจบเต็มทีเเล้วครับ!”
….
บนเวที
มุมปากของมู่หรงซินซินแห้งผาก ข้างแก้มเนียนขาวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ส่วนโจวเย่ก็ไม่ต่างกัน ตอนนี้หน้าของเขาซีดเผือดไปหมดเเล้ว
สำหรับปรมาจารย์อสูรวัยหนุ่มสาว การต่อสู้อย่างยาวนานเป็นการใช้พลังงานที่ทรหด​อย่างมาก
เเละการต่อสู้นี้ดำเนินมาหนึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครแพ้ใครชนะ
“คุณมู่หรง ดูเหมือนตั้งแต่เริ่มการแข่งขัน คุณจะไม่ค่อยมีสมาธิเลยนะ”
คำพูดของโจวเย่แทงใจดำมู่หรงซินซินเต็มๆ
เพราะเซียวซิงหยูออกไปกะทันหันแล้วก็ยังไม่กลับมาเสียที…มันจึงทำให้มู่หรงซินซินไม่มีสมาธิ เพราะชอบเผลอเหลือบมองไปที่โซนข้างสนามอยู่หลายครั้ง
“เซียวซิงหยู? เขากลับมาแล้ว”
เมื่อมู่หรงซินซินมองไปทางโซนข้างสนามเป็นครั้งที่สิบแปด ในที่สุดเธอก็เห็นร่างที่คุ้นเคย
เมื่อครู่ เซียวซิงหยูได้กลับมาที่โซนข้างสนามเรียบร้อย​แล้ว
………………..