เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 63 : เซียว​ซิง​หยู​กำลังจะจากไป?

บทที่ 63 : เซียว​ซิง​หยู​กำลังจะจากไป?

บทที่ 63 : เซียว​ซิง​หยู​กำลังจะจากไป?


บทที่ 63 : เซียว​ซิง​หยู​กำลังจะจากไป?

“การแข่งขันรอบที่สองของวิทยาลัยชิงหลงและวิทยาลัยไป๋หู่ กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วครับ!”

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ซ่อมแซมเวทีที่เสียหายเสร็จ พิธีกรก็ประกาศเสียงดังอีกครั้ง

“ในตอนนี้ ผู้ที่กำลังเดินขึ้นสู่เวทีก็คือ อัจฉริยะสาวจากวิทยาลัยชิงหลง มู่หรงซินซิน!”

“เฮ~~~~!!!!”

การปรากฏตัวของมู่หรงซินซิน ทำให้ทั้งสนามเดือดพล่าน

“สาวสวยผมขาวคนนี้ เธอคือลูกสาวคนเล็กของท่านพลเอกมู่หรงใช่หรง?”

“ใช่แล้ว นายดูบุคลิกของเธอสิ แววตาที่เฉียบคมขนาดนี้…เธอได้รับความองอาจมาจากท่านพลเอกมู่หรงเต็มๆเลย!”

“ด้วยยีนในสายเลือดของเธอ อนาคตของเธอต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ!”

ตระกูลมู่หรง เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลปรมาจารย์อสูรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศมังกร

ผู้นำตระกูล-มู่หรงจิน เป็นปรมาจารย์อสูรระดับเก้าดาว และยังดำรงตำแหน่งผลเอกแห่งกองทัพเรือของประเทศมังกรด้วย

กองทัพของประเทศมังกร แบ่งออกเป็นสามกองทัพ ได้แก่ กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ โดยกองทัพบกและกองทัพอากาศ ต่างก็มีผู้นำของตนเองเช่นกัน นั่นคือ พลเอกไป๋หยู-ของกองทัพบก และพลเอกลู่หมิงเซียว-ของกองทัพอากาศ

มู่หรงจิน ไป๋หยู และลู่หมิงเซียว ได้รับการขนานนามว่า “แม่ทัพใหญ่ทั้งสามแห่งประเทศมังกร” พวกเขาเป็นวีรบุรุษในสายตาของประชาชน และเป็นขุนนางที่จงรักภักดีต่อจักรพรรดินีซ่างกวนหลาน

บนอัฒจันทร์ ซ่างกวนหลานจิบชาอุ่นๆพลางเหลือบมองมู่หรงซินซินที่อยู่บนเวที

“เด็กคนนี้ เธอเป็นลูกสาวของมู่หรงจินสินะ?”

“ใช่เพคะ เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของท่านแม่ทัพมู่หรง เธอมีพรสวรรค์สูงมาก” นางกำนัลข้างกายพยักหน้าตอบ

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้​ ซ่างกวนหลานก็ออกคำสั่งอีกครั้ง

“จับตาดูเด็กคนนี้ไว้, เเล้วก็เตรียมบัตรเชิญเข้าค่ายฝึกวิญญาณจักรพรรดิให้เธอด้วย”

นางกำนัลชะงักไปครู่หนึ่ง “ฝ่าบาท หม่อมฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหมเพคะ...คำว่า ‘ด้วย’?”

คำว่า "ด้วย" นั้น บ่งบอกว่าบัตรเชิญที่ซ่างกวนหลานต้องการมอบให้มู่หรงซินซินมีใบที่สอง ส่วนใบแรกจะเป็นของใคร นางกำนัลไม่อาจคาดเดาได้เลย

“ส่วนบัตรเชิญใบแรก จงนำไปมอบให้เด็กหนุ่มคนนั้น” ซ่างกวนหลานชี้นิ้วไปที่เซียวซิงหยู

ซึ่งในขณะนั้น เซียวซิงหยูกำลังเล่นหยอกล้อกับมู่หรงหยางซั่วอย่างสนุกสนาน

เมื่อ​ได้ยิน​เช่นนี้, นางกำนัลก็​รู้สึก​ประหลาดใจมาก

นั่นเพราะเซียวซิงหยูเป็นเด็กหนุ่มจากตระกูล​ธรรม​ดาคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับบัตรเชิญเข้าร่วมค่ายฝึกวิญญาณจักรพรรดิ

ค่ายฝึกนี้เป็นค่ายฝึกสุดโหดที่จักรพรรดินีซ่างกวนหลานจะมาทำการสอนด้วยตัวเอง มีเพียงอัจฉริยะ​รุ่นใหม่ที่โดดเด่น​ที่สุด​เท่านั้นที่จะได้เข้าร่วม

…..

อย่างไร​ก็ตาม, ตอนนี้เซียวซิงหยูยังไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังถูกจับตามองโดยผู้มีอำนาจสูงสุดของประเทศมังกร

“พี่หยางซั่ว การแข่งขันกำลังจะเริ่มแล้ว อย่าเพิ่งเล่นสิ”

“ฉันเตือนนายไว้ก่อนเลยนะ อย่าคิดอะไรไม่ดีกับน้องสาวฉัน ไม่งั้นฉัน...” มู่หรงหยางซั่วยังพูดไม่ทันจบ เสียงของพิธีกรก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน

“วิทยาลัยไป๋หู่ส่งอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดของรุ่นนี้ลงมาแล้ว”

“ขอเสียงต้อนรับ…โจวเย่!”

หลังจากที่​สิ้​นเสียงพิธีกร, ชายร่างผอมบางก็เดินขึ้นมาเวที

ชายคนนี้มีใบหน้าหล่อเหลา ตรงหางตามีไฝเสน่ห์จนทำให้เขาดูสวยกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก

ณ เวลานี้​ เขากำลัง​เผชิญหน้ากับเสียงเชียร์ของผู้ชมนับแสนด้วยสีหน้าเรียบเฉยเเละไร้ซึ่งความตื่นเต้นใดๆ…ดูจากความสงบ​ของเขาแล้ว เขาต้องเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวมากแน่ๆ

“พี่หยางซั่ว พี่รู้จักคู่ต่อสู้ของซินซินบ้างไหม?”

“โจวเย่น่ะเหรอ? รู้​จักสิ…พ่อของเขาเป็นเจ้าเมืองหวางเยียนเชิง เเละเขาก็มีพรสวรรค์สูงมาก ได้ข่าวว่าเขาเชี่ยวชาญการควบคุมอสูรสายพลังจิต”

ประเทศมังกรนั้นมีเมืองป้อมปราการ​อยู่สี่เมือง ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนทั้งสี่ทิศ

เมืองหวางเยียนเชิงนั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกสุด ท่ามกลางทะเลทราย

“ควันจากทะเลทรายลอยตรง เส้นขอบฟ้าตัดกับดวงอาทิตย์” นี่คือบทกวีที่ใช้อธิบายเมืองหวางเยียนเชิงได้อย่างเหมาะสมที่สุด พ่อของโจวเย่เป็นเจ้าเมืองหวางเยียนเชิง ถือเป็นนายพลที่ประจำการชายแดน ปกป้องประเทศอย่างเงียบๆ มาหลายสิบปี

ในฐานะลูกชายของวีรบุรุษ ใบหน้าของโจวเย่จึงมีเเต่ออร่าเเห่งความน่าเกรงขาม

ณ เวลานี้​เซียวซิงหยูเผลอพึมพำเบาๆว่า “ออร่าของโจวเย่ดูแข็งแกร่งมาก…สมกับที่เป็นลูกชายเจ้าเมืองหวางเยียนเชิงจริงๆ”

ทันใดนั้น เขาก็ถูกมู่หรงหยางซั่วบีบคออีกครั้ง

“พี่หยางซั่ว ทำไมพี่ถึงบีบคอผมอีกแล้ว!”

“ใครใช้ให้นายไปชมศัตรูล่ะ…ฮึ่ม ไม่ว่าหมอนั่นจะเก่งมากเเค่ใหน น้องสาวของฉันก็จะต้องชนะอย่างแน่นอน​!”

เซียวซิงหยูรีบเปลี่ยนคำพูดทันที

“ซินซินต้องชนะ! ซินซินต้องชนะ!”

เมื่อ​เห็น​เเบบนี้​ มู่หรงหยางซั่วก็ปล่อยมือแล้วหันไปมองเวทีด้วยสีหน้ากังวล

หลังจาก​รอดจากการบีบคอ เซียวซิงหยูก็ถอนหายใจเเล้วบ่นพึมพำ​ทันที​

“เฮ้อ พี่ชายคนนี้ ปากบอกว่าเชื่อมั่นในตัวน้องสาว แต่จริงๆแล้วก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี”

เเต่ที่มู่ห​รง​หยาง​ซ​ั่วจะกังวล​ก็ไม่ใช่​เรื่อง​แปลก​อะไร, เพราะการต่อสู้ครั้งนี้มันสูสีคู่​คี่มาก

โจวเย่เป็นผู้เข้าแข่งขันตัวเต็งที่แข็งแกร่งที่สุดของวิทยาลัยไป๋หู่ เป็นไพ่ตายในมือของจูชิงหยู

ส่วนมู่หรงซินซินก็เป็นผู้มีพรสวรรค์สูงสุดของวิทยาลัยชิงหลง เธอเพิ่งชนะการแข่งขันจัดอันดับนักศึกษาใหม่มา (ส่วนเซียวซิงหยูต้องออกจากการแข่งขันตั้งแต่รอบแปดคนสุดท้ายเพราะอาการบาดเจ็บ)

ทั้งสองคนมีภูมิหลังครอบครัวที่ดี, เเละพรสวรรค์ก็ไม่ต่างกันมากนัก ดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้อาจจะดุเดือดมาก และอาจจะตัดสินผลแพ้ชนะได้ยากมาก

“ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่าย โปรดอัญเชิญอสูรของตนออกมา!” กรรมการตะโกนก้อง

เเต่ทันใดนั้นเอง เซียวซิงหยูก็ได้ยินเสียงของเดลลูดังขึ้นในหู

“ฉันได้กลิ่นหญ้าหางนกฟีนิกซ์”

“ลูลู่​ เธอพูดจริงเหรอ?” เซียวซิงหยูตื่นเต้นขึ้นมาทันที

น้ำค้างจากหญ้าหางนกฟีนิกซ์เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญในการเพาะเมล็ดพันธุ์เถาวัลย์สวรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาซื้อไม่ได้ตามท้องตลาด

แต่ว่า หญ้าหางนกฟีนิกซ์จะขึ้นในเขตธารน้ำแข็งทางตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายมาก…ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ เซียวซิงหยูไม่กล้าเข้าไปในพื้นที่อันตรายแบบนั้นหรอก

“ฉันมั่นใจว่านี่คือกลิ่นของหญ้าหางนกฟีนิกซ์ กลิ่นนี้มาจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจากเราไปแค่สองช่วงตึก”

เผ่าพันธุ์จิ้งจอกเก้าหางมีประสาทรับกลิ่นที่เหนือกว่าอสูรอื่นๆ เซียวซิงหยูไม่สงสัยในประสาทรับกลิ่นของเดลู่เลย เขาจึงหันไปหาเฉินฉีเหนียน แล้วเริ่มแสดงละครโดยเอามือกุมท้องพร้อมทำสีหน้าเจ็บปวด

“อาจารย์เฉิน ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ”

“รีบไปรีบกลับล่ะ!”

เซียวซิงหยูเดินออกจากกลุ่มคน แล้วออกจากสนามไปอย่างรวดเร็ว​

“ลูลู่ เธอแน่ใจนะว่าเป็นทางนี้?”

“แน่ใจ กลิ่นมันแรงขึ้นเรื่อยๆเเล้ว”

……

อีกด้านบนเวที

โจวเย่เปิดตราอสูร จากนั้นก็มีหมาป่าสีขาวตัวใหญ่กระโดดออกมาจากวงเวทย์, บนหัวของมันมีเขาแหลมคมเเละมีดวงตาที่เป็นสีแดงเลือด

ซึ่งพิธีกรก็ได้แนะนำอสูร​ตัวนี้ทันที​

“โจวเย่อัญเชิญหมาป่าตาปีศาจออกมาแล้วครับ นี่เป็นอสูรสายพลังจิต ระดับเติบโต (ขั้นที่ 2)...”

มู่หรงซินซินเหลือบมองไปทางข้างสนาม, เเต่เธอเห็นเพียงแค่มู่หรงหยางซั่วและเฉินฉีเหนียน…เธอจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย​

“หมอนั่นหายไปไหน?”

ทันใดนั้น พิธีกรก็กล่าวเตือน

“คุณมู่หรง การแข่งขันกำลังจะเริ่มแล้ว โปรดอัญเชิญอสูรของคุณด้วย”

การหายไปอย่างกะทันหันของเซียวซิงหยู ทำให้มู่หรงซินซินรู้สึกไม่สงบใจเล็กน้อย แต่เมื่อการแข่งขันกำลังจะเริ่ม เธอจึงต้องกำจัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปแล้วเปิดตราอสูร​ อัญเชิญ​อสูรนกอินทรีขนาดใหญ่ให้บินขึ้นไปวนอยู่บนท้องฟ้า

ขนแต่ละเส้นของอสูร​ตนนี้เป็นผลึกน้ำแข็ง เเละเมื่ออสูรตัวนี้ปรากฏตัวอุณหภูมิรอบๆก็ลดลงอย่างรวดเร็ว จนพื้นดินถูกปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็ง

“มู่หรงซินซินอัญเชิญนักล่าปีศาจปีกหิมะออกมาแล้วครับ เเละนี่เป็นอสูรตัวแรกของเธอ!”

ค้างคาวปีกกระดูกที่มู่หรงซินซินใช้ในการทดสอบที่ภูเขาหยินหนาน เป็นอสูรตัวที่สองของเธอ นักล่าปีศาจปีกหิมะตัวนี้ต่างหากที่เป็นอสูรตัวแรก และเป็นอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอในตอนนี้

การต่อสู้กำลังจะเริ่มขึ้น บรรยากาศในตอนนี้​ตึงเครียดราวกับจะมีสงครามระหว่าง​ประเทศ​เกิดขึ้น​

…………………

จบบทที่ บทที่ 63 : เซียว​ซิง​หยู​กำลังจะจากไป?

คัดลอกลิงก์แล้ว