- หน้าแรก
- ทะลุมิติโลกโปเกมอน คู่หูตัวแรกของฉันคืออากูมอน
- บทที่ 331 - ขับเคลื่อนหกแกนกลาง! ร่างสมบูรณ์ที่แข็งแกร่งที่สุด! (ตอนควบ)
บทที่ 331 - ขับเคลื่อนหกแกนกลาง! ร่างสมบูรณ์ที่แข็งแกร่งที่สุด! (ตอนควบ)
บทที่ 331 - ขับเคลื่อนหกแกนกลาง! ร่างสมบูรณ์ที่แข็งแกร่งที่สุด! (ตอนควบ)
บทที่ 331 - ขับเคลื่อนหกแกนกลาง! ร่างสมบูรณ์ที่แข็งแกร่งที่สุด! (ตอนควบ)
ปัง! ปัง! ปัง!
แม็กกาซีนที่แกนกลางของปืนลูกโม่กระเด้งสามครั้งติด กระบอกปืนสั่นสะเทือนอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น พลังงานรูปแบบเดียวกับไฮเปอร์บีมที่มีสีสันและลักษณะคล้ายคลึงกันสามลูกก็ถูกยิงออกจากกระบอกปืนสีเงินขนาดยักษ์ในทันที
วูบ วูบ!!!!
ในวินาทีที่กระสุนปืนใหญ่ทั้งสามลูกปรากฏขึ้น แรงโน้มถ่วงรอบๆ ราวกับเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แม้แต่พื้นที่ว่างเปล่ายังส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเหมือนทนรับน้ำหนักไม่ไหว เสียงรบกวนดังอื้ออึงไม่ขาดสาย
ยกเว้นอาโอยางิแล้ว สีหน้าของมาคิชิและโปเกมอนทั้งสิบสองตัวที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามล้วนตกตะลึงจนถึงขีดสุด
เพียงแค่เริ่มโจมตีก็ยังสร้างแรงกดดันได้น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ แล้วถ้าการโจมตีปะทุขึ้นมาเต็มที่ล่ะก็...
ความคิดนี้เพิ่งจะผุดขึ้นมาในหัว มาคิชิยังไม่ทันได้ประมวลผลอะไร เขาก็มองเห็นการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวนั้นโผล่มาอยู่ตรงหน้ากลุ่มพลังงานขนาดยักษ์หลากสีสันของฝั่งตัวเองแล้ว ซึ่งเป็นพลังงานที่เกิดจากการผสานกำลังกันของระดับจตุรเทพสิบตัวและระดับยิมลีดเดอร์แนวหน้าอีกสองตัว
ไม่สิ บางทีมันอาจจะไม่ใช่กลุ่มพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวอีกต่อไปแล้ว...
เพราะแทบจะทันทีที่ตาเห็นการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย ในเสี้ยววินาทีต่อมา กระสุนพลังงานสีส้มเหลืองทั้งสามลูกก็เจาะทะลุผ่านมันไปได้อย่างง่ายดาย
และหลังจากที่เจาะทะลุไปแล้ว กระสุนปืนใหญ่สุดสะพรึงที่กำลังบ้าคลั่งก็บดขยี้เศษซากพลังงานรอบๆ ทั้งหมดให้แหลกเป็นจุณอย่างไร้ปรานี
แม้จะเป็นพลังงานสีส้มเหลืองเหมือนกัน แต่การโจมตีที่ระเบิดออกมาจากเจ้านั่นที่วิวัฒนาการมาอย่างลึกลับ กลับแสดงให้เห็นถึงคอนเซปต์ที่แตกต่างจากไฮเปอร์บีมอย่างสิ้นเชิง
และจากนั้น...
"รีบหลบเร็ว!"
มาคิชิที่เพิ่งได้สติจากความตกตะลึง รีบวิ่งหนีถอยหลังพร้อมกับตะโกนร้องสุดเสียงบอกโปเกมอนนับสิบตัวของฝั่งตัวเอง
แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของมนุษย์กับความเร็วในการเดินทางของเสียง จะไปตามความเร็วของการโจมตีจากไรซ์เกรย์มอนที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิคอร์หกเม็ดและเหนือชั้นกว่าร่างสมบูรณ์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิงได้ยังไงกัน
เสียงยังไม่ทันส่งไปถึง การโจมตีก็ถาโถมลงมาเสียแล้ว
ตัวที่รับเคราะห์ไปเต็มๆ เป็นตัวแรก ก็คือโฟลเซลของเขาที่ยืนอยู่หน้าสุดและแผ่รังสีอำมหิตออกมามากที่สุด
ดวงตาของมันสะท้อนภาพการโจมตีที่มาจ่ออยู่ตรงหน้า ร่างกายไม่อาจขยับเขยื้อนทำอะไรได้เลย กระสุนพลังงานก็เริ่มปะทุขึ้น คลื่นอากาศอันบ้าคลั่งกลืนกินร่างของมันไปในพริบตา
ถัดจากนั้น ก็คือ นูโอ เกียราดอส และโกลดักที่ยืนอยู่ข้างหลังมัน
แม้โกลดักจะมีความสามารถในการควบคุมพลังจิตได้อย่างแม่นยำ แต่เมื่อต้องเผชิญกับการยิงปืนใหญ่อันทรงพลังแบบกดมิดด้ามเช่นนี้ บาเรียพลังงานที่เพิ่งจะกางขึ้นมาก็ไร้ซึ่งพลังป้องกันใดๆ และถูกกลืนกินไปโดยตรง
กลุ่มพลังงานขนาดยักษ์สุดสยองพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน ราวกับภูเขาไฟระเบิดที่รุนแรงและไม่อาจหยุดยั้งได้
ตูม ตูม ตูม!!
ในเวลานี้ พื้นดินราวกับกลายเป็นท้องฟ้า เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องต่อเนื่องไม่ขาดสาย ทำลายล้างทุกสิ่งรอบตัวด้วยความดุร้าย
คลื่นอากาศซัดสาดเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า
แม้แต่มิติเบื้องบนก็ยังได้รับผลกระทบ เกิดเป็นร่องรอยริ้วคลื่นระลอกแล้วระลอกเล่า
และเมื่อคลื่นอากาศยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงเลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายความรุนแรงของการสั่นสะเทือนกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
...
คุณจุนซ่าที่กำลังเร่งรีบเดินทางมาจากบึงเกรตมาร์ชซึ่งอยู่ไม่ไกลนักบนหลังของมุคคูฮอว์ก ต้องเผชิญหน้ากับแรงปะทะอันน่าสยดสยองนี้ ร่างของมุคคูฮอว์กชะงักงันและเกือบจะถูกซัดจนหงายหลัง ทำเอาคุณจุนซ่าเกือบจะทรงตัวไม่อยู่
จนกระทั่งปรับตัวได้เล็กน้อย มุคคูฮอว์กจึงทรงตัวได้อีกครั้ง แต่แววตาของมันยังคงเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด
คุณจุนซ่าเห็นดังนั้นจึงลูบขนบนหลังของมุคคูฮอว์กเบาๆ พลางพูดว่า "ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร พักหายใจก่อนเถอะ"
เมื่อพูดจบ เธอก็เงยหน้ามองออกไปไกลๆ
ที่ตรงนั้นคือบริเวณชายขอบของบึงเกรตมาร์ช
"การโจมตีระดับนี้ ต่อให้โปเกมอนที่อยู่ในส่วนลึกของบึงเกรตมาร์ชร่วมมือกันโจมตีพร้อมกันก็คงสร้างแรงสั่นสะเทือนขนาดนี้ไม่ได้แน่ๆ ซึ่งก็หมายความว่า..."
ในหัวของคุณจุนซ่าปรากฏภาพของอาโอยางิขึ้นมา พร้อมกับนึกถึงข่าวคราวที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในช่วงนี้
แม้ตอนนี้เธอจะยังไม่ฟันธงว่าข่าวลือเกี่ยวกับตัวอาโอยางิเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยก็คือ... พลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เทรนเนอร์หรือโปเกมอนทั่วไปจะทำได้แน่นอน
สำหรับเธอแล้ว ข่าวดีเพียงเรื่องเดียวก็คงจะเป็นการที่อาโอยางิจงใจย้ายสนามรบออกไป ไม่อย่างนั้นล่ะก็...
คุณจุนซ่ามองดูคลื่นพลังงานที่ถึงแม้จะอ่อนกำลังลงตามกาลเวลา แต่ก็ยังทำให้มุคคูฮอว์กที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเป็นระบบมาแล้วยังตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ความจริงอันน่าขนลุกประการหนึ่งผุดขึ้นมาในใจของเธอ
หากการต่อสู้ระเบิดขึ้นที่จุดเดิมก่อนหน้านี้ บึงเกรตมาร์ชคงต้องถูกลบชื่อออกจากภูมิภาคชินโอเป็นแน่
...
ในขณะเดียวกัน ณ ใจกลางสนามรบ
หลุมยักษ์ปรากฏขึ้นบนพื้นดินอย่างไม่ต้องสงสัย
ทราย หิน ฝุ่นควัน และผืนดินที่แตกระแหงปรากฏแก่สายตา
ส่วนโฟลเซลและโปเกมอนตัวอื่นๆ ก่อนหน้านี้นอนกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดอยู่รอบๆ อาการบาดเจ็บสาหัสจนลมหายใจรวยริน
อาโอยางิปรายตามองลงไปในหลุม ก่อนจะแหงนหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าทำมุม 45 องศา
ที่นั่นมีมุคคูฮอว์กอีกสองตัว
ตัวหนึ่งปีกหักงอผิดรูป กำลังพยายามบินต่อไปด้วยท่าทางที่ดูแปลกประหลาดและน่าเวทนา ส่วนอีกตัวสภาพยังดูดีกว่าหน่อย
ถึงแม้จะมีบาดแผลตามตัวและหอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็ถือว่าไม่มีบาดแผลฉกรรจ์ให้เห็นชัดเจน
และที่กรงเล็บของมัน ก็กำลังหิ้วร่างของคนคนหนึ่งอยู่
ผ้าคลุมของเขาถูกเจ้าตัวโยนทิ้งไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หน้ากากประหลาดบนใบหน้าก็หายวับไปไหนแล้วก็ไม่ทราบ ภายใต้สภาพที่ท่อนบนเปลือยเปล่าอยู่แล้ว ตอนนี้เสื้อผ้าทั้งตัวก็ถูกพลังงานที่บ้าคลั่งฉีกขาดกระจุยกระจาย เหลือเพียงกางเกงในสีชมพูอ่อนรัดรูปตัวเดียวเท่านั้น
"ไม่ยักรู้มาก่อนว่าคุณมาคิชิก็มีรสนิยมเรียบหรูดูแพงซ่อนอยู่เหมือนกันนะเนี่ย"
อาโอยางิมองดูกางเกงในฮัลโหลคิตตี้สีชมพูของคุณมาคิชิพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า
แม้ว่าเขาจะสั่งให้ไรซ์เกรย์มอนควบคุมพลังงานในช่วงสุดท้ายเพื่อไม่ให้แรงระเบิดไปกระทบกับบึงเกรตมาร์ช แต่ถึงกระนั้น...
พลังโจมตีที่ถูกปล่อยออกมาจากสัตว์ร้ายดิจิทัลร่างสมบูรณ์ที่มีค่าสเตตัสระดับโปเกมอนในตำนาน สูงร่วม 10-20 เมตร และมีดิจิคอร์ถึงหกเม็ด พลังทำลายล้างของมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะหลบกันได้ง่ายๆ หรอกนะ
ต่อให้มุคคูฮอว์กอีกตัวจะยอมเสียสละตัวเองจนปีกหัก เพื่อเตะมุคคูฮอว์กอีกตัวให้กระเด็นออกจากศูนย์กลางแรงระเบิด มันก็ไม่น่าจะรอดมาในสภาพนี้ได้
แต่ในเมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นไปแล้ว อาโอยางิก็คงทำได้แค่สรุปว่าไรซ์เกรย์มอนยังควบคุมพลังใหม่นี้ได้ไม่ดีพอ หรือไม่ก็... โชคของอีกฝ่ายมันดีเกินไป
แต่สำหรับมาคิชิในตอนนี้ ความอับอายและเคียดแค้นมันพุ่งขึ้นถึงขีดสุดแล้ว
สู้ก็สู้ไม่ได้ ตัวช่วยที่เรียกมาจากบึงเกรตมาร์ชก็โดนกวาดเรียบในพริบตา อุตส่าห์รอดจากแรงระเบิดมาได้เพราะชิงลงมือก่อนแถมยังได้มุคคูฮอว์กช่วยเอาไว้ แต่กลับต้องมาโชว์สภาพทุเรศทุรังแบบนี้ แถมยังมีคนเห็นอีกต่างหาก
ข่าวดีเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ก็คือไม่มีคนอื่นอยู่ที่นี่ด้วย ไม่อย่างนั้นหน้าตาของเขาคง...
"คุณมาคิชิ ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ"
คุณจุนซ่าที่กำลังขี่มุคคูฮอว์กบินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ร้องถามคุณมาคิชิที่ถูกหิ้วอยู่บนฟ้าด้วยความเป็นห่วงขณะที่สายตาก็กวาดมองไปที่พื้นดิน
และด้วยความที่เป็นการถามไถ่ สายตาของเธอก็เลยไปหยุดอยู่ที่ตัวของคุณมาคิชิเข้าอย่างจัง
"..."
บรรยากาศเงียบกริบ
คุณจุนซ่ายังพูดไม่ทันจบประโยค ใบหน้าของเธอก็แดงก่ำไปถึงใบหู แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอรีบหันหน้าหนีไปอีกทางทันที
วินาทีนี้ มาคิชิอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
ที่สำคัญคือ ตอนนี้มือข้างหนึ่งของเขากำลังจับกรงเล็บของมุคคูฮอว์กเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ไม่มีปัญญาจะเอามาปิดบังอะไรได้ ได้แต่ปล่อยให้มันประจานความอับอายอยู่แบบนั้น
โชคดีที่คุณจุนซ่าเองก็รู้ตัวดีว่าตอนนี้เขาไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เธอพยายามตั้งสติแล้วสั่งให้มุคคูฮอว์กบินเข้าไปหาอาโอยางิ
แต่ตอนที่สั่ง เธอก็จงใจบินอ้อมไปไกลหน่อย เพื่อหลีกเลี่ยงจุดที่คุณมาคิชิอยู่ และหลีกเลี่ยงภาพอุจาดตาที่อาจจะเผลอไปเห็นตอนบินผ่าน
แต่พอมาถึงตรงหน้าอาโอยางิ เธอยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไร
อาโอยางิกชิงตัดบทเธอซะก่อน
"คุณจุนซ่า ไม่ต้องพูดอะไรแล้วครับ ผมคิดว่าการที่ผมอุตส่าห์ย้ายสนามรบมาที่นี่เพื่อพิสูจน์ว่าผมไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวลือว่าไว้ มันก็เป็นการประนีประนอมมากพอแล้วนะครับ"
คุณจุนซ่าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเงียบไป
ต้องยอมรับว่าสิ่งที่อาโอยางิพูดมามันคือความจริง
จากภาพที่เห็น อาโอยางิและโปเกมอนสุดแกร่งตัวนี้ถือว่าเป็นตัวท็อปๆ ของลีกเลยก็ว่าได้
หรือต่อให้เขาถล่มบึงเกรตมาร์ชจนพินาศจริงๆ ลีกชินโอจะกล้าประกาศเป็นศัตรูและตั้งค่าหัวอาโอยางิอย่างนั้นเหรอ
คุณจุนซ่าไม่แน่ใจว่าทางลีกจะชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียแล้วตัดสินใจยังไง แต่อย่างน้อยจากข้อมูลที่เธอมีอยู่ โอกาสที่จะเกิดขึ้นก็น้อยมาก
เธอรู้เรื่องนี้ดี อีกฝ่ายก็ต้องรู้ดีเหมือนกัน เผลอๆ อาจจะรู้มากกว่าเธอด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นอาโอยางิก็ยังเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้ในบึงเกรตมาร์ช ทั้งที่ตัวเองกำลังถูกเข้าใจผิดอยู่แท้ๆ
ถ้าเป็นเธอ โมโหขึ้นมาก็คงไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมแล้วเหมือนกัน
ส่วนเรื่องที่ว่าแกล้งทำหรือเปล่านั้น คุณจุนซ่าไม่อยากจะคิดให้รกสมอง
ต่อให้แกล้งทำ ถ้าแกล้งทำไปตลอดชีวิตมันก็คือเรื่องจริงนั่นแหละ
อีกอย่าง ไม่ว่าจะแกล้งทำหรือไม่แกล้งทำ หรือมีแผนการใหญ่โตอะไรซ่อนอยู่ สำหรับเธอที่เป็นแค่ตำรวจท้องที่คอยดูแลเมืองโนโมเสะและบึงเกรตมาร์ช เรื่องพวกนี้มันเกินหน้าที่ที่เธอจะเอาไปคิด
เมื่อคิดได้ดังนั้น คุณจุนซ่าก็สูดลมหายใจลึกๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ หันไปมองมาคิชิแล้วพูดว่า "คุณมาคิชิ คุณเข้าใจผิดจริงๆ ค่ะ ก่อนหน้านี้ฉันกับคุณอาโอยางิไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกันเลย เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไรด้วยซ้ำ ตอนนั้นฉันแค่สอบถามเขาเพื่อความแน่ใจเท่านั้น ฉันคิดว่าคุณควรจะขอโทษเขานะคะ และต้องเขียนรายงานทบทวนตัวเองส่งให้ทางลีกเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย"
มาคิชิที่แอบได้ยินประโยคแรกของอาโอยางิและกำลังคิดทบทวนอยู่ท่ามกลางความอับอาย พอได้ยินคำพูดของคุณจุนซ่า ความคิดมากมายก็ผุดขึ้นมาในหัว
แต่ว่า...
เขาเพิ่งจะถูกอีกฝ่ายบดขยี้จนย่อยยับ พ่ายแพ้อย่างหมดรูป แต่พอหันกลับมา เขากลับกลายเป็นฝ่ายผิดที่ไปหาเรื่องก่อนซะงั้น
ฝ่ายที่ถูกจัดการในพริบตายืนตระหง่านอยู่ใต้แสงตะวัน ส่วนฝ่ายที่มีปัญหากลับเป็นเขา การพลิกผันอย่างกะทันหันนี้ทำให้มาคิชิทำใจยอมรับได้ยาก
คุณจุนซ่าเห็นดังนั้น สีหน้าก็จริงจังขึ้นมาทันที
"คุณมาคิชิ ฉันไม่ได้ล้อเล่นกับคุณนะคะ และคุณวางใจได้เลยว่าฉันจะรายงานเรื่องนี้ให้ทางลีก..."
"พอได้แล้วครับ"
ยังไม่ทันขาดคำ เสียงของอาโอยางิกขัดขึ้นมาเสียก่อน
คุณจุนซ่าหันไปมองอาโอยางิ
"ผมไม่ต้องการคำขอโทษจากเขา คำขอโทษของเขามันไม่มีความหมายอะไรกับผมเลย ผมไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำ ผมจะตามหาตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดข่าวลือบ้าๆ นี่ แล้วลากคอมันมาชดใช้ให้ได้ แต่ทว่า..."
อาโอยางิหันไปมองมาคิชิ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "วันหลังคุณอย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีกจะดีกว่า ไม่งั้นถ้าวันไหนผมอารมณ์ไม่ดี คุณอาจจะซวยเอาก็ได้"
พูดจบ อาโอยางิกแหงนหน้ามองท้องฟ้า
แรงระเบิดเมื่อครู่ควบคุมได้เฉพาะพลังงานบนพื้นดิน ส่วนบนท้องฟ้าย่อมไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง
และที่ตรงนั้น ก็คือจุดที่พลังงานพุ่งทะยานขึ้นไปทำลายล้างบนท้องฟ้าพอดิบพอดี
แม้ว่าการระเบิดของพลังงานจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่พื้นที่ตรงนั้นก็ยังคงสั่นสะเทือนไม่หยุด แถมยังเริ่มเปลี่ยนสภาพกลายเป็นเหมือนกระจกใสๆ อีกต่างหาก
คลื่นพลังลึกลับแผ่กระจายออกมาจากมิติโปร่งใสนั้นอย่างเงียบเชียบเป็นระลอกๆ
อาโอยางิเคยเห็นความเปลี่ยนแปลงแบบนี้มาก่อน และก็พอจะเดาออกว่ามันหมายถึงอะไร
ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมมันถึงยังไม่โผล่มา แต่นี่ก็ช่วยซื้อเวลาให้เขาได้พอสมควรเลย
"คุณจุนซ่า ผมพูดจบแล้วครับ หลังจากนี้ผมมีธุระต้องจัดการต่อ รบกวนคุณช่วยออกไปจากที่นี่ด้วยนะครับ"
คุณจุนซ่ารู้สึกสงสัยเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร เธอเพียงมองดูโปเกมอนในหลุมบนพื้นดินด้วยความลังเล
"เอาไปให้หมดนั่นแหละครับ ผมหมดธุระกับพวกมันแล้ว"
เมื่อได้ยินดังนั้น คุณจุนซ่าก็กล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จากนั้นเธอก็หยิบมอนสเตอร์บอลออกมาเก็บโปเกมอนที่นอนหายใจรวยรินทั้งหมดเข้าไป แล้วหันไปพูดอะไรบางอย่างกับมาคิชิอีกสองสามคำ ก่อนจะรีบบินมุ่งหน้าสู่เมืองโนโมเสะ
ส่วนมาคิชิก็ถูกมุคคูฮอว์กหิ้วปีกจากไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
เมื่อเห็นทั้งสองคนจากไปแล้ว อาโอยางิก็หันกลับมามองสัตว์ร้ายยักษ์ตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ แต่อบอุ่นบนใบหน้า
"ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง"
ไรซ์เกรย์มอนหลุบตาลงมองพร้อมกับยกแขนขึ้นสำรวจตัวเองในตอนนี้ แล้วค่อยๆ ตอบว่า "เยี่ยมไปเลย! ฉันสัมผัสได้ว่าตัวเองในร่างนี้แข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก"
"ก็ปกตินั่นแหละ จำนวนดิจิคอร์ที่เปลี่ยนไปถือเป็นการยกระดับคุณภาพของดิจิมอนเลยนะ ดิจิมอนที่มีดิจิคอร์หลายเม็ด ดิจิคอร์แต่ละเม็ดก็เปรียบเสมือนขุมพลังหนึ่งขุม สิบสองเม็ดก็เท่ากับมีพลังเพิ่มขึ้นสิบสองเท่า
"ตอนนี้ฉันก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่านายพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว แต่ที่แน่ๆ คือนายต้องก้าวขึ้นไปอยู่ในกลุ่มร่างสมบูรณ์ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน"
แค่ใช้ไทรเดนต์รีโวลเวอร์ที่เหมือนเป็นการอัปเกรดจากไทรเดนต์อาร์ม การโจมตีเพียงครั้งเดียวก็สามารถสร้างแรงบิดเบี้ยวของมิติได้เทียบเท่ากับ 'เกอาฟอร์ซ' แล้ว ถึงแม้ขอบเขตจะไม่กว้างเท่า แต่ก็เป็นข้อพิสูจน์ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นได้อย่างชัดเจน
อาโอยางิถามต่อ "หลังจากยิงเต็มสูบไปเมื่อกี้ ตอนนี้ยังไหวอยู่ไหม"
"แน่นอน เมื่อกี้แค่ยืดเส้นยืดสายเอง"
ไรซ์เกรย์มอนพยักหน้า แต่ในใจกลับมีข้อสงสัยผุดขึ้นมา
คู่ต่อสู้ก็ถูกจัดการไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอ
ในเมื่อจัดการไปหมดแล้ว แล้วที่อาโอยางิบอกให้สู้ต่อนี่ หมายความว่ายังไงกัน
[จบแล้ว]