- หน้าแรก
- ทะลุมิติโลกโปเกมอน คู่หูตัวแรกของฉันคืออากูมอน
- บทที่ 311 - สถานการณ์พลิกผัน
บทที่ 311 - สถานการณ์พลิกผัน
บทที่ 311 - สถานการณ์พลิกผัน
บทที่ 311 - สถานการณ์พลิกผัน
ในวันนี้ ประชาชนในเมืองทางตอนเหนือของภูมิภาคชินโอทั้งหมดล้วนได้เห็นดวงอาทิตย์สีดำดวงนั้น
และในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากพื้นดิน และมองเห็น... เมฆรูปเห็ดที่พวยพุ่งขึ้นมาจากผืนดิน ณ สุดปลายสายตา
ในวินาทีนี้ ภายในใจของคนส่วนใหญ่เกิดสัญชาตญาณที่สั่งการให้รีบหนีห่างจากภาพเหตุการณ์ที่เทียบได้กับภัยพิบัติทางธรรมชาตินี้ จิตใต้สำนึกเร่งเร้าให้ร่างกายตอบสนองอย่างบ้าคลั่ง
แต่จนกระทั่งตอนนั้นเอง พวกเขาถึงเพิ่งตระหนักว่าขาทั้งสองข้างสั่นเทาอย่างหนัก จนแทบจะก้าวไม่ออกไปพักใหญ่ๆ
ไม่ใช่แค่มนุษย์ แต่โปเกมอนเองก็เช่นกัน
ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่มีพลังเหนือธรรมชาติ พวกมันยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงอยู่ในการระเบิดที่พวยพุ่งขึ้นสู่ชั้นเมฆได้อย่างชัดเจน
ภายใต้การโจมตีระดับนี้ แค่โดนหางเลขก็คงถูกลบหายไปจากโลกนี้ในพริบตาแล้ว
คำถามเดิมๆ ผุดขึ้นมาในใจของทั้งมนุษย์และโปเกมอนอีกครั้ง
โปเกมอนแบบไหนกันนะ ถึงสามารถสร้างแรงระเบิดที่น่ากลัวระดับนี้ได้
และโปเกมอนที่ว่านั่น เทรนเนอร์ของมันจะเป็นใครกัน
เมื่อนึกถึงปรากฏการณ์ประหลาดที่ปรากฏบนท้องฟ้าอันห่างไกลในตอนแรก ความตกตะลึงและความกังวลก็แปรเปลี่ยนเป็นความอยากรู้อยากเห็นอย่างแรงกล้าในใจของใครหลายคน
โดยเฉพาะในโลกที่เทรนเนอร์ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว ความ "แข็งแกร่ง" ระดับนี้ทำให้เทรนเนอร์หนุ่มสาวเกือบทุกคนรู้สึกโหยหาและปรารถนาอยู่ลึกๆ ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็น
พวกเขาเองก็อยากก้าวไปให้ถึงจุดนั้นพร้อมกับโปเกมอนของตัวเองบ้าง!
และนอกเหนือจากเมืองคิสซากิที่อพยพผู้คนไปชั่วคราวแล้ว เจ้าหน้าที่ผู้ดูแล เมืองต่างๆ รวมถึงยิมลีดเดอร์ในรัศมีหลายร้อยกิโลเมตรก็เริ่มใช้แผนฉุกเฉินขั้นสูงสุด พร้อมกับเตรียมการอพยพอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนควบคุมไม่ได้
แต่แทบจะทันทีที่พวกเขาเตรียมลงมือทำ แรงสั่นสะเทือนของพื้นดินก็หายไป พร้อมๆ กับเมฆรูปเห็ดขนาดยักษ์ดวงนั้นด้วย
เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ บรรดาผู้ดูแลต่างก็แปลกใจและถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยๆ เมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ความเสียหายก็คงไม่รุนแรงไปกว่านี้แล้ว
...
ในเวลาเดียวกันนั้น ที่เกาะสึซึรัน
ณ ห้องบัญชาการฉุกเฉินของลีก
กลุ่มคนกำลังรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างขะมักเขม้น ข้อมูลและคำสั่งต่างๆ ถูกคัดกรองและส่งออกไปอย่างรวดเร็ว
และบนหน้าจอภาพที่ฉายให้เห็นมากที่สุด ก็คือบริเวณใกล้ๆ กับเทือกเขาเทนกังทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของภูมิภาคชินโอ... ภาพของเมฆรูปเห็ดขนาดยักษ์ดวงนั้น
"ตามข่าวล่าสุด ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในพื้นที่โดยรอบ และเมื่อพิจารณาจากทำเลที่ตั้งของจุดเกิดเหตุ บวกกับปรากฏการณ์ประหลาดที่น่ากลัวในตอนแรก สันนิษฐานว่าคงไม่มีคนหรือโปเกมอนเข้าไปใกล้บริเวณนั้นครับ"
"ข้อมูลจากการตรวจสอบดาวเทียมแบบเรียลไทม์ยืนยันได้ว่า ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือโปเกมอนเสียชีวิตในจุดศูนย์กลางการต่อสู้ นอกจากนี้ เราได้รับการตอบกลับจากยิมลีดเดอร์ในพื้นที่ใกล้เคียงแล้วว่า ไม่มีความเสียหายร้ายแรงเกิดขึ้นครับ"
"รายงานครับ! สนามพลังงานในพื้นที่ศูนย์กลางมีความเข้มข้นสูงเกินไป สนามแม่เหล็กและมิติเริ่มบิดเบี้ยว ดาวเทียมไม่สามารถตรวจจับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ศูนย์กลางได้อย่างแม่นยำครับ"
"ยืนยันตัวตนของทั้งสองฝ่ายที่เข้าปะทะกันแล้วครับ ฝ่ายหนึ่งคือคุณวาตารุ จตุรเทพแห่งภูมิภาคคันโตที่ได้รับมอบหมายให้ไปจัดการเหตุการณ์ที่ทะเลสาบเอชิ ส่วนอีกฝ่ายคือ..."
บนหน้าจอหนึ่งในสาม มีรูปภาพเดียวกันเด้งขึ้นมาพร้อมกัน พร้อมกับข้อมูลยุ่บยั่บอยู่ใต้ภาพ
"อาโอยางิ อายุสิบสี่ปี บ้านเกิดเมืองโซลาซีออน ลงสมัครเข้าร่วมการแข่งขันศึกซูซูรันปีนี้ มีเข็มกลัดยิมหกชิ้น โปเกมอนที่ใช้ยกเว้นจิลทาริสแล้ว ล้วนเป็นโปเกมอนดึกดำบรรพ์สายพันธุ์ใหม่ที่ดร.ยามานาชิและดร.การาชินะร่วมกันรายงานการค้นพบ..."
เมื่อเห็นรูปของเป้าหมายหน้าใหม่ที่เพิ่งถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญในการประชุมระดับสูงเมื่อไม่นานมานี้ ผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เอามือกุมขมับด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ
ในวินาทีนี้ เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า ตอนที่รับมอบงาน ทำไมไอ้พวกนั้นถึงย้ำนักย้ำหนาว่าให้จับตาดูหมอนี่ให้ดี
"ดูหน้าตาก็ติ๋มๆ ดีแท้ๆ ทำไมพอสู้ทีไรถึงกลายร่างเป็นพวกบ้าพลังชอบทำลายล้างทุกทีเลยฟะ..."
เมื่ออ่าน "วีรกรรมอันเจิดจรัส" ทั้งหมดในประวัติ และมองดูภาพล่าสุดจากใจกลางสมรภูมิเทือกเขาเทนกังที่ดาวเทียมจับภาพได้ ผู้รับผิดชอบก็รู้สึกปวดหัวตึบๆ
"รู้สาเหตุของการต่อสู้รึยัง"
ใครบางคนรีบตอบกลับมาทันที "ตามรายงานของคุณโกโย อาโอยางิหายตัวไปหลังจากจัดการเหตุการณ์ที่ทะเลสาบเอชิเสร็จ จากนั้นก็ไปโผล่อีกทีตอนที่มีปรากฏการณ์ประหลาด ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นโปเกมอนปริศนาที่ถือกำเนิดจากสสารมืดครับ"
ผู้รับผิดชอบกวาดสายตาอ่านข้อมูลล่าสุดในมือไปพร้อมกับฟังรายงาน "งั้นก็แปลว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายสู้กัน ก็เพราะเรื่องสสารมืดสายพันธุ์ใหม่สินะ"
"ใช่ครับ"
สีหน้าของผู้รับผิดชอบดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
ก็จริงอยู่ ถ้าแค่มาประลองฝีมือกันขำๆ คงไม่สู้กันรุนแรงขนาดนี้ คำอธิบายเดียวที่สมเหตุสมผลก็คือทั้งสองฝ่ายมีเรื่องบาดหมางที่ยอมความกันไม่ได้ แต่พวกเขาก็เพิ่งจะเคยเจอกันเป็นครั้งแรก เหตุผลเดียวที่เป็นไปได้ก็คือไอ้สสารมืดนั่นแหละ
"จากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุด มีความเป็นไปได้สูงที่อาโอยางิจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโปเกมอนปริศนาที่ถือกำเนิดจากสสารมืดและเป็นต้นเหตุของปรากฏการณ์ประหลาด เผลอๆ... ตัวเขาเองอาจจะถูกควบคุมไปแล้วก็ได้"
สิ้นเสียงรายงาน เสียงแหลมๆ ก็แทรกขึ้นมาจากมุมหนึ่งของออฟฟิศ
"ในเมื่อเป็นแบบนั้น ก็ส่งคนไปจับกุมเลยสิ พวกตัวอันตรายแบบนี้ไม่ต้องไปต่อรองอะไรทั้งนั้น ผมขอเสนอให้ออกประกาศจับทันที แล้วเกณฑ์เทรนเนอร์ไปรุมจับเลย"
ผู้ช่วยที่กำลังง่วนอยู่กับการรวบรวมข้อมูลและประสานงานกับฝ่ายต่างๆ หันไปมองเจ้าของเสียงด้วยความรู้สึกลำบากใจ ก่อนจะหันกลับมามองผู้รับผิดชอบ
ผู้รับผิดชอบหันไปมองหน้าผู้ช่วยของตัวเอง ซึ่งเป็นเจ้าของเสียงเมื่อครู่ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะสวนกลับเสียงแข็ง "นี่คุณจะบอกว่า ให้ส่งคนไปจับกุมทั้งๆ ที่ยังสืบสวนไม่แน่ชัดงั้นเหรอ"
"สืบสวน? ต้องสืบสวนอะไรอีก ดูจากวีรกรรมที่ผ่านมาก็รู้แล้วว่าจับได้เลย ที่ลีกมันห่วยแตกอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะมัวแต่ทำตามขั้นตอนยุ่งยากพวกนี้แหละ"
"ห่วยแตกงั้นเหรอ"
ผู้รับผิดชอบแค่นเสียงเย็นชา "อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าแกคิดอะไรอยู่ เด็กใหม่มีโปเกมอนตัวยักษ์แถมพลังโจมตีน่ากลัวขนาดนั้น บางคนก็เลยหูตาวาวพยายามหาข้ออ้างสวยหรูบังหน้า น่าขยะแขยงจริงๆ"
"ผมไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย"
"แกไม่คิด แล้วพวกที่หนุนหลังแกอยู่ไม่คิดรึไง"
ผู้ช่วยถึงกับสะอึก เมื่อตอบไม่ได้ ผู้รับผิดชอบก็ยิงคำถามใส่เป็นชุด "แล้วที่แกบอกให้ออกประกาศจับน่ะ แกจะให้ใครไปทำ ตำรวจสากล? เจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษ? จตุรเทพ? คุณเรียว? หรือว่าแชมเปี้ยน?"
ผู้ช่วยเงียบกริบ
จากระดับความเสียหายที่เกิดขึ้นและรายงานเรื่องสสารมืดก่อนหน้านี้ จตุรเทพธรรมดาๆ คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ ส่วนจตุรเทพที่เก่งที่สุดกับแชมเปี้ยนก็ทำงานตามความรับผิดชอบและความสนใจส่วนตัว ลีกไม่มีสิทธิ์ไปบังคับสั่งการพวกเขาได้
สถานการณ์ตอนนี้คือ คนที่สั่งได้ก็สู้ไม่ไหว คนที่สู้ไหวก็สั่งไม่ได้ ต่อให้ออกประกาศจับไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไร
แถมจากข้อมูล หมอนี่ดูจะสนิทสนมกับคุณชิโรนะพอสมควร ขนาดคุณย่าของเธออย่างดร.การาชินะยังยอมยื่นมือเข้ามาช่วยทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนเลย
ใครๆ ก็รู้ว่าแชมเปี้ยนรักคุณชิโรนะเหมือนหลานสาวแท้ๆ ขืนเป็นแบบนี้ก็ยิ่งไม่มีใครกล้าลงมือเข้าไปใหญ่
ถ้าปล่อยให้เรื่องบานปลายไปเรื่อยๆ ผู้รับผิดชอบก็พอนึกภาพออกแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าออกประกาศจับแต่ไม่มีใครไปจับ ดีไม่ดีหมอนี่อาจจะฟิวส์ขาดบุกมาถล่มเกาะสึซึรันตอนกลางคืนเลยก็ได้
ดูจากประวัติการทำลายล้างที่ผ่านมา ถึงจะถล่มเกาะสึซึรันให้ราบเป็นหน้ากลองไม่ได้ แต่การระเบิดศูนย์บัญชาการของลีกทิ้งก็คงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปนัก
เขาไม่อยากจะตายตาหลับแล้วไปเกิดใหม่แบบงงๆ หรอกนะ
เพราะงั้น สำหรับไอ้พวกสมองกลวงที่อยู่กันคนละขั้วอำนาจกับเขา เขาไม่ขอรับฟังข้อเสนอโง่ๆ แบบนี้เด็ดขาด
"งั้นที่คุณหมายถึงก็คือ ปล่อยให้มันลอยนวลไปทำลายเมืองอื่นต่อเรอะ คุณอย่าลืมนะว่าถึงจะยังไม่เคยมีมนุษย์ถูกสสารมืดควบคุม แต่ถ้าถูกควบคุมเมื่อไหร่ มันก็คือศัตรูตัวฉกาจเลยนะ!"
"ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น"
"แล้วคุณจะเอายังไงล่ะ"
"คุณคิคุโนะ หนึ่งในจตุรเทพค่อนข้างสนิทและรู้เรื่องของหมอนี่ดี ฉันจะติดต่อให้เธอรีบไปที่เทือกเขาเทนกังเพื่อตรวจสอบดู ถ้าไม่มีปัญหาอะไร ฉันก็ขอแนะนำให้แกและพวกที่อยู่ข้างหลังแกเลิกใช้หัวแม่เท้าคิดแทนสมองสักที!"
ผู้ช่วยถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่ความโกรธจะพุ่งปรี๊ดขึ้นหน้า
"แล้วถ้ามีปัญหาล่ะ"
ผู้รับผิดชอบทำหน้าเครียด "พยายามขอร้องให้แชมเปี้ยนลงมือ ถ้าไม่ได้ผลจริงๆ ก็ติดต่อไปที่ศูนย์บัญชาการตำรวจสากลและศูนย์เจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษเพื่อขอกำลังเสริม แล้วร่วมมือกับจตุรเทพออกล่าตัวพร้อมกัน!"
สิ้นเสียง ผู้ช่วยก็เงียบไป ส่วนผู้ช่วยอีกคนก็รีบดำเนินการตามคำสั่งทันทีหลังจากได้รับการยืนยัน
แต่ยังไม่ทันจะได้ติดต่อคิคุโนะ จู่ๆ ก็มีข้อความเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ สีหน้าของผู้ช่วยอีกคนที่กำลังงุนงงแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในพริบตา
"รายงานครับ!"
"ว่ามา"
"เมื่อกี้มีแจ้งเตือนมาว่า มีคนไปถึงบริเวณใกล้ๆ เทือกเขาเทนกังแล้วครับ บอกให้พวกเราตั้งใจรอฟังข่าว ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น"
"มีคนไปถึงแล้ว?"
ผู้รับผิดชอบขมวดคิ้ว
โกโยบาดเจ็บจนสู้ไม่ได้ไปอีกพักใหญ่ๆ แถมยังไม่มีรายงานว่าเดินทางไปเทือกเขาเทนกัง คิคุโนะก็กำลังจัดการโปเกมอนในตำนานที่กำลังอาละวาดอยู่ที่ภูเขาฮาร์ด โคโซก็ลางานพักฟื้น ส่วนเรียวก็ได้ข่าวว่าไปสำรวจปราสาทโบราณที่ภูมิภาคอิชชู
จตุรเทพไม่อยู่สักคน แชมเปี้ยนก็เก็บตัวมาตั้งนานแล้ว ใครมันจะใจกล้าและเก่งกาจขนาดไปที่นั่นได้ล่ะ
ที่สำคัญคือ ไปแล้วจะยิ่งไปกระตุ้นให้อีกฝ่ายอาละวาดหนักกว่าเดิมจนควบคุมไม่อยู่รึเปล่าก็ไม่รู้
"ภูมิลำเนาเดิมของเขาอยู่ที่ภูมิภาคชินโอ แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ภูมิภาคคาลอสครับ"
ผู้ช่วยเปิดข้อมูลของอีกฝ่ายขึ้นมาบนหน้าจออย่างรวดเร็ว
ภาพของหญิงวัยกลางคนค่อนไปทางสูงอายุ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
ผู้รับผิดชอบกวาดสายตามองรูปภาพ สายตาไปสะดุดอยู่กับเครื่องประดับรูปเขี้ยวมังกรที่ติดอยู่เต็มตัวเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ถ้าเป็นเธอคนนี้ล่ะก็ คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก
เพราะอีกฝ่ายคือจตุรเทพธาตุมังกรที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาจตุรเทพแห่งภูมิภาคคาลอสเลยนี่นา
...
"แฮก... แฮก..."
เสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงดังก้อง วาตารุทิ้งตัวลงนอนแผ่หรากับพื้นอย่างหมดสภาพ
ข้างๆ เขา ไคริว ฮาคุริว พเทรา และตัวอื่นๆ ต่างก็นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นในสภาพไม่ต่างกัน แทบทุกตัวมีบาดแผลตามร่างกาย ทั้งสาหัสและเล็กน้อยปะปนกันไป ส่วนลิซาร์ดอนนั้นร่างกายซีกหนึ่งถูกพลังงานเผาไหม้จนเกรียมดำไปหมด แต่โชคดีที่ยังไม่ถึงขั้นอันตรายถึงชีวิต
เมื่อเริ่มตั้งสติได้ วาตารุก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง มองลงไปยังเศษซากความพินาศเบื้องล่าง
ภาพที่เห็นคือพื้นที่โล่งเตียนกว้างใหญ่ไพศาลปรากฏขึ้นท่ามกลางหุบเขาและเทือกเขาสลับซับซ้อนอย่างกะทันหัน
ไม่ว่าจะเป็นยอดเขาหรือพื้นดินล้วนอันตรธานหายไป ราวกับถูกยางลบก้อนยักษ์ลบออกไปจากสายตาอย่างหมดจด เหลือทิ้งไว้เพียงหลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์เท่านั้น
นี่คือความพินาศย่อยยับอันน่าเกลียดน่ากลัวที่เกิดจากการโจมตีของตะวันสีดำเมื่อครู่นี้
การที่จะทำลายล้างภูเขาหลายลูกให้ราบเป็นหน้ากลองได้ในพริบตา พลังโจมตีต้องรุนแรงระดับจตุรเทพที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นอย่างน้อย
แม้จะเป็นเพียงการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่มันก็เหนือชั้นกว่าเขาในตอนนี้อย่างเทียบไม่ติด!
หลุมนั่นจะลึกแค่ไหนวาตารุเองก็ไม่รู้ แต่ในวินาทีนี้ ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ในวินาทีที่ตะวันสีดำดวงนั้นกลืนกินการโจมตีทั้งหมดของเขาและโปเกมอนเข้าไปจนหมด และกำลังจะเกิดการระเบิดขึ้น วาตารุก็สัมผัสได้ถึงพลังงานของการโจมตีที่ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้ระเบิดออกด้วยพลังทำลายล้างดั้งเดิมอย่างที่ควรจะเป็น
อีกฝ่ายออมมือให้ในวินาทีสุดท้าย ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตเขาจริงๆ เพียงแค่สร้างบาดแผลฉกรรจ์ให้กับเขาและโปเกมอนจนหมดสภาพที่จะตามไล่ล่าได้ ก็เท่านั้นเอง
ถ้าไม่อย่างนั้น หลุมบนพื้นดินตอนนี้คงจะใหญ่โตและน่าสยดสยองกว่านี้อีกหลายเท่า
และถ้าคิดตามหลักเหตุผลนี้ล่ะก็... เป็นไปได้ไหมว่าอีกฝ่ายไม่ได้ถูกสสารมืดควบคุมจริงๆ และเป็นเขาเองที่เข้าใจผิดไปเต็มๆ
วาตารุตกอยู่ในภวังค์ความคิดอันยาวนาน
จนกระทั่ง สัญชาตญาณอันเฉียบแหลมของเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แปลกประหลาดเจือปนมากับกระแสอากาศที่ปั่นป่วน
มีโปเกมอนมังกรที่แข็งแกร่งมากกำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
โปเกมอนมังกรที่ทรงพลังยิ่งกว่าไคริวและลิซาร์ดอนของเขาเสียอีก...
แถมดูจากทิศทางแล้ว น่าจะมุ่งหน้าตามอาโอยางิที่เพิ่งจากไปเมื่อครู่นี้ และความเร็วก็สูงลิ่วราวกับกำลังไล่ล่าใครอยู่
ภูมิภาคชินโอมีเทรนเนอร์โปเกมอนมังกรที่แข็งแกร่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย
ความสงสัยในใจของวาตารุยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก
แม่เฒ่ามังกรเรอะ?
ไม่สิ ไม่ใช่ กลิ่นอายมันต่างกัน
ก็ไหนบอกว่าภูมิภาคชินโอเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุไงล่ะ?
แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมีเทรนเนอร์ยอดฝีมือโผล่มาเป็นดอกเห็ด แถมยังเชี่ยวชาญธาตุมังกรเหมือนกันอีก
แต่ทว่า การที่อีกฝ่ายมาโผล่เอาดื้อๆ ในจังหวะที่พวกเขาเพิ่งสู้เสร็จและเรี่ยวแรงยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่แบบนี้ ช่างเป็นจังหวะที่ประจวบเหมาะเกินไป จนวาตารุเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี
"ยังไหวกันไหม"
วาตารุหันไปถามโปเกมอนข้างๆ
นอกจากลิซาร์ดอนแล้ว ตัวอื่นๆ ล้วนพยายามฝืนยันตัวลุกขึ้นยืน
"ถ้าเป็นการเข้าใจผิด ก็คงต้องเคลียร์กันให้ชัดเจน แต่ถ้าไม่ใช่ เห็นแก่ที่เขายอมปล่อยพวกเราไป เราก็ต้องตอบแทนเขาให้สาสม"
วาตารุพูดพลางมองไคริวและพเทราที่ทำหน้างงๆ ก่อนจะอธิบายต่อว่า "เรื่องบุญคุณก็ส่วนบุญคุณ แต่มันไม่เกี่ยวอะไรกับการที่ฉันจะไปจับหมอนั่นหรอกนะ เอาล่ะ ในเมื่อยังไหว เราก็ตามไปดูกันเถอะ"
...
ในขณะเดียวกัน อาโอยางิก็กำลังมุ่งหน้าลงใต้
[จบแล้ว]