- หน้าแรก
- ทะลุมิติโลกโปเกมอน คู่หูตัวแรกของฉันคืออากูมอน
- บทที่ 261 - การพบกันอีกครั้งหลังจากจากกันแสนนาน (ตอนควบ)
บทที่ 261 - การพบกันอีกครั้งหลังจากจากกันแสนนาน (ตอนควบ)
บทที่ 261 - การพบกันอีกครั้งหลังจากจากกันแสนนาน (ตอนควบ)
บทที่ 261 - การพบกันอีกครั้งหลังจากจากกันแสนนาน (ตอนควบ)
ท้ายที่สุดอาโอยางิก็ล้มเลิกความตั้งใจนี้
เพราะเมื่อเทียบกับโลกโปเกมอนและโลกดิจิมอนแล้ว ความรู้ความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับ "สปิริต" ในโลกยูกิโอนั้นค่อนข้างน้อย จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่ามังกรขาวห้วงลึกตาสีฟ้าและมังกรคาออสแม็กซ์ตาสีฟ้าอยู่ในสถานะไหนกันแน่ รวมถึงท่าทีที่พวกมันมีต่อตัวเขาและมังกรแฝดระเบิดตาสีฟ้าด้วย
ที่สำคัญด้วยสภาพจิตใจของมังกรแฝดระเบิดตาสีฟ้าที่เปลี่ยนไปหลังจากการได้รับพลังเสริม ความยากในการจำลองสถานการณ์เพื่อเรียกพวกมันออกมาน่าจะสูงเกินไป
ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาเดี๋ยวจะได้ไม่คุ้มเสีย หากไปทำให้ลูกพี่หมัดเดียวมอดม้วยที่ดูอารมณ์ร้อนอยู่แล้วเกิดหงุดหงิดขึ้นมา แล้วฟาดดาบใส่เขาตรงๆ สถานการณ์มันคงจะดูเป็นละครตลกไปสักหน่อย
อาโอยางิหันไปมองมังกรแฝดระเบิดตาสีฟ้าที่กำลังสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของตัวเองอย่างตั้งใจแล้วถามขึ้น "รู้สึกยังไงบ้าง"
"โฮก..."
เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ เสียงของมังกรแฝดระเบิดตาสีฟ้าทุ้มต่ำลงมาก แต่นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นกลับเปล่งประกายเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น
เห็นได้ชัดว่ามังกรแฝดระเบิดตาสีฟ้าเองก็สัมผัสได้เช่นกัน แม้จะไม่ได้เรียกพลังของมังกรขาวห้วงลึกตาสีฟ้ามาได้อย่างที่คิดไว้ แต่ข้อจำกัดในตัวมัน... ได้ถูกทำลายลงแล้ว
นั่นหมายความว่าหลังจากนี้ มันแค่ต้องการการอัปเลเวลอีกเพียงก้าวเดียว ก็จะก้าวเข้าสู่การวิวัฒนาการครั้งที่สองนับตั้งแต่มาเยือนโลกใบนี้
สิ่งนี้ทำให้หัวใจของมันตื่นเต้นขึ้นมาทันที
อย่างที่อาโอยางิเคยบอกไว้ หากต้องการให้พลังของมังกรขาวห้วงลึกตาสีฟ้าที่ได้จากคุณลักษณะพิเศษลงมาประทับร่างอย่างราบรื่น มีเพียงหนทางเดียวคือต้องพัฒนาและแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
ท้ายที่สุด...
มังกรแฝดระเบิดตาสีฟ้าเชิดหัวทั้งสองขึ้น จ้องมองท้องฟ้าเบื้องบน แววตาค่อยๆ ปรากฏจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อันแรงกล้า
อาโอยางิสังเกตเห็นท่าทางของมัน เขายิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ แล้วพูดว่า "วางใจเถอะ ช่วงเวลาต่อจากนี้ระหว่างการเดินทาง ฉันจะจัดเวลาสำหรับฝึกซ้อมภายในทีมให้เอง"
จากจำนวนครั้งการวิวัฒนาการที่เหลืออีกสองครั้งบนดิจิไวซ์ในตอนนี้ ศักยภาพของมังกรแฝดระเบิดตาสีฟ้าจะต้องก้าวข้ามกราดอนและไคโอกาได้อย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นเมื่อบวกกับพลังที่เพิ่มขึ้นจากมังกรขาวห้วงลึกตาสีฟ้า มันจะต้องสร้างเซอร์ไพรส์ชิ้นโตให้กับเรควอซาได้แน่
ถึงแม้ว่าเจ้าตัวอาจจะไม่รู้หรอกว่าเซอร์ไพรส์นี้มีที่มาจากไหนก็ตาม
แต่เรื่องพวกนี้เอาไว้ก่อน หลังจากวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้การกระตุ้นคุณลักษณะพิเศษล้มเหลวและสามารถแก้ไขปัญหานี้ทางอ้อมได้แล้ว อาโอยางิก็เตรียมตัวเก็บกวาดพื้นที่
เมก้าซีดรามอนที่อยู่ด้านข้างเห็นดังนั้นก็รีบเลื้อยลงมาจากยอดเขาฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว มันบิดลำตัวยาวกว่าร้อยเมตรเพื่อล้อมเศษหินและซากปรักหักพังทั้งหมดเอาไว้ และจงใจกีดกันสามตัวเป้งที่เพิ่งเตรียมตัวจะลงมือช่วยให้อยู่ด้านนอก
มันวิ่งวุ่นไปมาทำงานอย่างขยันขันแข็งอยู่เพียงลำพัง
ท่าทางหอบแฮ่กแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขตอนทำงานนั้น เมื่อนำมาประกอบกับสายตาของสามตัวเป้งที่เริ่มมองมาอย่างไม่สบอารมณ์ อาโอยางิก็อดขำกับบรรยากาศที่น่าสนใจนี้ไม่ได้
เพื่อสานต่อความสนุกนี้ อาโอยางิเปลี่ยนสีหน้าเป็นความจริงใจและซาบซึ้งใจ หันไปพูดกับเมก้าซีดรามอนว่า "ขอบใจนายมากนะ ถ้าไม่ได้นายคงต้องเสียเวลาอีกเยอะเลย ช่วยได้มากจริงๆ"
[เผ่าพันธุ์] เมก้าซีดรามอน
[ค่าความสนิท] 70 -> 72 (รู้สึกดีใจที่ได้รับการยอมรับจากคุณ ผู้ซึ่งสามารถช่วยให้มันวิวัฒนาการและมอบโลหะดิจิทัลแห่งกาลเวลาให้มันได้)
เมื่อได้รับคำชมและคิดว่าตัวเองเข้าใกล้โลหะในฝันไปอีกขั้น เมก้าซีดรามอนก็ยิ่งทำงานอย่างกระตือรือร้นมากขึ้น โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าสายตาของสามตัวเป้งที่อยู่ด้านข้างเริ่มมืดมนลงทุกที
หรือบางทีต่อให้มันสังเกตเห็นมันก็คงไม่ใส่ใจ
เพราะในมุมมองของเมก้าซีดรามอน ขอเพียงแค่วิวัฒนาการไปถึงร่างสุดยอดและมีโลหะสุดแกร่งนั้นติดตั้งอยู่ทั่วทั้งตัวแล้วล่ะก็ สามตัวที่อยู่ตรงหน้านี้มันอาจจะสู้ไม่ได้ แต่รับรองว่าพวกมันก็เจาะเกราะของมันไม่เข้าเหมือนกัน
นี่คือความคิดของเมก้าซีดรามอนที่เคยสัมผัสความน่ากลัวของโลหะผสมนั้นด้วยร่างกายของตัวเองมาแล้วอย่างลึกซึ้ง
น่าเสียดายที่เมก้าซีดรามอนผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ไม่มีทางรู้เลยว่า มีบางตัวที่เมื่อวิวัฒนาการแล้วจะมีทักษะควบคุมที่ทำให้คู่ต่อสู้สูญเสียสติปัญญาอย่างรวดเร็ว แถมยังไม่รู้ด้วยว่ามีตัวหนึ่งที่มีความสามารถในการทะลวงการป้องกัน และที่สำคัญ... มีอาวุธบางอย่างที่เหมือนเกิดมาเพื่อปราบมันโดยเฉพาะอย่างดรามอนคิลเลอร์
ทุกอย่างราวกับถูกกำหนดไว้แล้ว
จากนั้นอาโอยางิก็ใช้เวลานี้เรียกสามตัวเป้งเข้ามาหา เพื่อวางแผนการฝึกซ้อมต่อสู้ภายในทีมระหว่างการเดินทาง
ตอนนี้นอกจากมังกรแฝดระเบิดตาสีฟ้าที่ขาดเลเวลอีกแค่ 1 เลเวลแล้ว โทเกมอนเองก็ขาดอีกแค่ 2 เลเวล ซึ่งกำลังจะได้รับการวิวัฒนาการครั้งที่สองเช่นเดียวกัน
ความห่างเพียงหนึ่งหรือสองเลเวลแบบนี้ไม่จำเป็นต้องดั้นด้นไปหาเทรนเนอร์หรือโปเกมอนเพื่อท้าสู้แล้ว ขอแค่ให้พวกตัวใหญ่ในทีมได้ประลองฝีมือกันเอง และใช้กระบวนการขัดเกลานั้นเพื่ออัปเลเวลก็เพียงพอ
ก่อนจะถึงเมืองคิสซากิเลเวลของพวกมันก็น่าจะถึงเกณฑ์ที่กำหนด
"แต่ว่าก่อนจะไปเมืองคิสซากิ คงต้องแวะไปอีกที่หนึ่งก่อน"
...
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
เอี๊ยด~
เอี๊ยดๆ~
ท่ามกลางเสียงแหลมที่ชวนให้ขนลุกเมื่อรองเท้าบูตเหยียบย่ำลงบนหิมะ อาโอยางิสวมเสื้อโค้ทตัวหนาโดยมีเมทัลเกรย์มอนที่บีบอัดข้อมูลจนอยู่ในสถานะใช้งานทั่วไปเดินตามอยู่ข้างๆ ทั้งหนึ่งคนและหนึ่งดิจิมอนก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว
ส่วนคำถามที่ว่าทำไมถึงไม่เลือกที่จะบินไปเลย สภาพแวดล้อมรอบตัวก็คือคำตอบที่ดีที่สุด
แม้ว่าตำแหน่งตรงหน้านี้จะไม่ใช่เมืองคิสซากิ แต่มันก็เข้าสู่เขตแดนน้ำแข็งทางตอนเหนือของภูมิภาคชินโออย่างสมบูรณ์แล้ว อย่าว่าแต่ยืนบนไหล่เลย ต่อให้เมทัลเกรย์มอนอุ้มเขาไว้ในมือ ลมที่หนาวเหน็บทะลุถึงกระดูกแบบนี้อาโอยางิก็ทนไม่ไหวหรอก
ไม่ใช่แค่อาโอยางิ แม้แต่เมทัลเกรย์มอนหลังจากเดินเท้าเปล่ามาได้สักพัก มันก็ยอมใส่รองเท้าบูตสำหรับโปเกมอนอย่างว่าง่าย
"อาโอยางิ พวกเราใกล้ถึงเป้าหมายหรือยัง"
เมทัลเกรย์มอนปัดเกล็ดหิมะที่ตกลงบนแขนกลออกแล้วถามขึ้น
อาโอยางิมองแผนที่ ประกอบกับพิกัดที่แสดงบนโปเกเด็กซ์แล้วตอบว่า "อืม ทะเลสาบน่าจะอยู่ข้างหน้านี้นะ"
พอพูดถึงทะเลสาบ เมทัลเกรย์มอนก็นึกถึงอาหารบางอย่างขึ้นมาทันที "ถ้าเจอแล้วฉันขอไปจับปลามากินได้ไหม"
พอพูดถึงการจับปลา อาโอยางิก็อดนึกถึงคำพูดที่อากูมอนเคยบอกว่าตัวเองเป็น "ยอดนักจับปลา" ไม่ได้ เขาหัวเราะแห้งๆ ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจออกมา
"ตอนนี้นายอยู่ในร่างสมบูรณ์แล้ว ไม่เหมือนตอนร่างเจริญวัยนะ ต่อให้เป็นทะเลสาบที่เรากำลังตามหาอยู่ก็คงรับวิธีระเบิดปลา... เอ้ย จับปลาของนายไม่ไหวหรอก อีกอย่างที่บ้านเกิดฉันการระเบิดปลาก็ผิดกฎหมายเหมือนกับการจุดไฟเผาป่านั่นแหละ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เมทัลเกรย์มอนก็เกาหัวแก้เขิน เพราะวิธี "จับปลา" ของมันค่อนข้างจะไม่ค่อยน่าดูสักเท่าไหร่
ขณะที่กำลังจะอธิบาย จู่ๆ มันก็หันหน้าไปเหมือนสัมผัสอะไรบางอย่างได้ สายตาจับจ้องไปที่ต้นไม้ใหญ่เฉียงไปด้านหน้าที่โคนต้นถูกหิมะกลบไปเกือบครึ่ง
เมื่อเห็นท่าทางของเมทัลเกรย์มอน อาโอยางิก็เดาได้ว่าน่าจะมีสิ่งมีชีวิตอะไรบางอย่างอยู่ที่นั่น เขาจึงเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ ทว่าในตอนนั้นเอง...
ก้อนน้ำแข็งทรงกลมขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลหลายลูกก็พุ่งทะยานตรงมายังตำแหน่งที่เขายืนอยู่
เมทัลเกรย์มอนก้าวไปข้างหน้าทันที มันมาบังหน้าอาโอยางิพร้อมกับยกกรงเล็บขึ้นเตรียมป้องกันและสวนกลับ
แต่อาโอยางิยื่นมือไปห้ามมันไว้
ปัง ปัง ปัง!
ก้อนน้ำแข็งเหล่านั้นไม่ได้พุ่งมาอย่างดุดันเหมือนตอนแรกที่ถูกยิงมา แต่หลังจากลอยมาได้ระยะหนึ่ง พวกมันก็ร่วงหล่นลงมาฝังตัวอยู่ในกองหิมะตรงหน้าอาโอยางิทีละก้อน
"อาโอยางิ?"
"มันไม่ได้อยากจะโจมตีเราหรอก ทำแบบนี้เหมือนตั้งใจจะเตือนไม่ให้เราเข้าไปใกล้มากกว่า"
"เตือน... ไม่ให้เข้าไปใกล้เหรอ"
พูดจบอาโอยางิก็มองดูก้อนน้ำแข็งที่ฝังลึกอยู่ในหิมะ แล้วเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางที่การโจมตีถูกส่งมา
ตรงนั้นมีร่างหนึ่งปรากฏขึ้น รูปร่างสูงกว่าสองเมตร ลำตัวขาวโพลนดุจหิมะ แขนขาและหางเป็นสีเขียว มันกำลังเบิกตากลมโตจ้องเขม็งมาที่พวกเขา
ข้อมูลโปเกเด็กซ์ของมันปรากฏขึ้นตรงหน้าอาโอยางิ
[เผ่าพันธุ์] ยูคิโนโอ
[ประเภท] โปเกมอนต้นไม้น้ำแข็ง
[ธาตุ] หญ้า น้ำแข็ง
[คุณลักษณะพิเศษ] หิมะโปรยปราย (เมื่อเข้าสู่การต่อสู้จะทำให้เกิดหิมะตก)
[เลเวล] 40
[ท่าเฉพาะ] ไม่มี
[ท่าที่เรียนรู้แล้ว] จ้องเขม็ง ผงหิมะ ใบไม้ เกล็ดน้ำแข็ง เมล็ดกาฝาก ลมเยือกแข็ง ค้อนไม้ พายุหิมะ ศูนย์สัมบูรณ์ สับสะบั้น เอนเนอร์จีบอล โซลาร์บีม เติบโต เตะตัดขา คลื่นน้ำ
[ค่าสเตตัสพื้นฐาน] 494 (HP 90 โจมตี 92 ป้องกัน 75 โจมตีพิเศษ 92 ป้องกันพิเศษ 85 ความเร็ว 60)
[ค่าความสนิท] ?? (40 - มันจำคุณไม่ได้ แต่มันคิดถึงปลาย่างที่คุณเคยให้มันกินมากๆ)
[สถานะ] แข็งแรง
[ข้อมูลสรุป] สัตว์ประหลาดหิมะตัวจริง อาศัยอยู่บนภูเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดปี เป็นจอมพลังที่สามารถผ่าหินก้อนยักษ์ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ขยับตัวก็ทำให้สภาพอากาศรอบๆ หนาวจัดได้อย่างรวดเร็ว ยูคิโนโอที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติมักจะใช้แขนอันใหญ่โตของมันทุบไล่ฝูงฮิฮิดารุมะที่พยายามจะโจมตียูคิคาบุริ
...
"หืม?"
แวบแรกที่เห็นว่าเป็นยูคิโนโอ อาโอยางิคิดว่าตัวเองหลงเข้ามาในอาณาเขตของฝูงยูคิคาบุริ และถูกยูคิโนโอตัดสินว่าเป็นตัวอันตราย มันก็เลยขับไล่ตามสัญชาตญาณ
แต่พอเห็นค่าความสนิทที่สูงถึง 40 แต้ม เขาก็อดอึ้งไปชั่วขณะไม่ได้
ค่าความสนิทระดับนี้เกือบจะตามทันมังกรแฝดระเบิดตาสีฟ้าอยู่แล้ว
แถมปลาย่างงั้นเหรอ...?
อาโอยางินึกถึงคืนแรกๆ หลังจากที่เขาอัญเชิญอากูมอนออกมา คืนที่เขาไปจับปลา ระเบิดปลา และย่างปลากินกันริมน้ำ
อาโอยางิจึงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
การเคลื่อนไหวนี้ทำให้สายตาของยูคิโนโอฝั่งตรงข้ามดุดันขึ้นทันที บนร่างกายสีขาวราวกับหิมะมีพลังงานธาตุน้ำแข็งปะทุขึ้น ก้อนน้ำแข็งขนาดเท่าลูกบาสสองลูกก่อตัวขึ้นและตกลงบนฝ่ามืออันหนาเตอะของมัน
ขณะที่มันง้างแขนไปข้างหลังเตรียมจะขว้างอีกครั้ง เสียงของอาโอยางิก็ดังขึ้น
"ยูคิคาบุริ เป็นนายหรือเปล่า"
เมื่อยูคิโนโอได้ยินเสียงนี้ การเคลื่อนไหวของมันก็หยุดชะงักไปทันที ก้อนน้ำแข็งในมือทั้งสองข้างที่กำลังจะถูกขว้างออกไปถูกมันสะกดเอาไว้กลางคัน
ด้วยการเคลื่อนไหวของร่างกายอันใหญ่โตที่หยุดชะงักกะทันหัน ทำให้ยูคิโนโอเสียหลักล้มคะมำลงกับพื้น
แต่มันกลับไม่มีอารมณ์มาสนใจเรื่องพวกนี้ มันรีบปีนขึ้นมา เบิกตากลมโตให้กว้างที่สุด พยายามเพ่งมองดูว่าเสียงที่คุ้นเคยเมื่อครู่นี้ใช่คนคนนั้นจริงๆ หรือไม่
แต่น่าเสียดายที่ระยะห่างมันไกลเกินไป บวกกับแสงสะท้อนจากหิมะสีขาวโพลนรอบตัวทำให้ทัศนวิสัยย่ำแย่ มันจึงเริ่มแสดงอาการกระวนกระวายใจ
เมื่ออาโอยางิเห็นท่าทางของยูคิโนโอ เขาก็มองเห็นเงาของเจ้าตัวเล็กที่เคย "หนีออกจากบ้าน" ในอดีตซ้อนทับขึ้นมา เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
"ยูคิคาบุริ ตอนนี้โซซุนะยังมัวแต่หลงใหลแฟชั่นจนลืมทางเดิน แล้วปล่อยให้นายไปประลองยิมคนเดียวอีกหรือเปล่า"
ยูคิโนโอได้ยินฝั่งตรงข้ามพูดถึงวีรกรรมสุดดาร์กของเทรนเนอร์ของมัน มันก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
เพราะเรื่องนี้ นอกจากมัน เทรนเนอร์ของมัน และยิมลีดเดอร์ของยิมโยซึกะแล้ว ก็มีเพียงมนุษย์อีกหนึ่งคนและโปเกมอนอีกหนึ่งตัวเท่านั้นที่รู้
นั่นก็คือ...
ถึงแม้ว่าโปเกมอนตัวนั้นจะดูแปลกตาและมันก็ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เงาของคนคนนั้นที่อยู่ข้างๆ... ยิ่งดูก็ยิ่งใช่จริงๆ
"ยารุ!!!"
ยูคิโนโอรีบปัดเป่าหิมะรอบๆ ทิ้ง กางแขนออกทั้งสองข้าง ส่งเสียงร้องอย่างตื่นเต้นพลางวิ่งหน้าตั้งตรงมายังตำแหน่งที่อาโอยางิยืนอยู่
มันเหยียบย่ำหิมะจนเป็นหลุมเป็นบ่อมาตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงตรงหน้าอาโอยางิ ยูคิโนโอก็รวบตัวอาโอยางิขึ้นมาอุ้มไว้อย่างตื่นเต้นดีใจ แล้วเริ่มหมุนตัวไปรอบๆ
ใบหน้าที่ดูดุดันราวกับโจรป่า บัดนี้เต็มไปด้วยความปีติยินดีที่ได้พบกับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน
"ยารุ... ยารุยารุ!"
ยูคิโนโอพูดพึมพำไม่หยุดด้วยความตื่นเต้น
อาโอยางิฟังไม่ออกเลยสักคำ เขาจึงหันไปมองเมทัลเกรย์มอนที่อยู่ข้างๆ
เมทัลเกรย์มอนที่ได้ยินประโยคสองประโยคของอาโอยางิเมื่อครู่ ประกอบกับปฏิกิริยาของอีกฝ่ายในตอนนี้ มันก็เดาตัวตนของโปเกมอนตรงหน้าได้แล้ว
แต่มันยังไม่ค่อยแน่ใจนัก หลังจากแปลความหมายของคำพูดที่เต็มไปด้วยความดีใจของยูคิโนโอแล้ว มันจึงถามขึ้น "เจ้านี่... คือร่างวิวัฒนาการของยูคิคาบุริตัวนั้นเหรอ"
อาโอยางิพยักหน้า
"ใช่แล้วล่ะ"
"ดูจากรูปร่างหน้าตาก็มีส่วนคล้ายอยู่บ้างนะ แต่ฉันไม่คิดเลยว่ามันจะวิวัฒนาการจากตัวเล็กๆ เหนียมอายกลายมาเป็นเจ้ายักษ์ใหญ่ที่ดูไม่น่าคบหาแบบนี้... ฮ่าๆ เหมือนฉันจะไม่มีสิทธิ์พูดแบบนี้นะเนี่ย"
เมทัลเกรย์มอนพูดจบก็พลันนึกถึงตัวเองขึ้นมา
ตอนนั้นมันกับยูคิคาบุริก็ตัวสูงพอๆ กัน แต่หลังจากการวิวัฒนาการสองครั้งรูปร่างของมันก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้แม้แต่ความสูงในสถานะใช้งานทั่วไปก็ยังสูสีกับยูคิโนโอที่วิวัฒนาการมาจากยูคิคาบุริเลย
อาโอยางิมองยูคิโนโอที่กำลังจ้องมองเมทัลเกรย์มอนอยู่เช่นกัน เขาจึงแนะนำขึ้นก่อน "อากูมอนสู้กับมิคารุเกะของคุณชิโรนะที่นอกเมืองโซลาซีออนจนวิวัฒนาการเป็นเกรย์มอน หลังจากนั้นไม่นานมันก็วิวัฒนาการอีกครั้ง ตอนนี้มันชื่อเมทัลเกรย์มอนแล้ว"
ในตอนนี้เองที่ยูคิโนโอเริ่มมองเห็นเงาของเกรย์มอนในตัวของเมทัลเกรย์มอน เพราะรูปลักษณ์ภายนอกของทั้งสองมีความคล้ายคลึงกันค่อนข้างมาก หากมองใกล้ๆ ก็สามารถแยกแยะออกได้
"ฉันยังจำได้นะว่าของเย็นๆ ที่นายให้ฉันกินคราวที่แล้วมันอร่อยมาก"
เมทัลเกรย์มอนพูดทักทายขึ้นมาเอง
สำหรับยูคิคาบุริซึ่งเป็นเพื่อนที่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการและมีความทรงจำดีๆ ร่วมกันหลังจากมาที่โลกใบนี้ เมทัลเกรย์มอนถือว่ามันเป็นเพื่อนจริงๆ
ยูคิโนโอเองก็มีความประทับใจและความรู้สึกที่ดีต่อหมอนี่เช่นกัน หมอนี่เคยช่วยอาโอยางิพูดปลอบใจมัน เคยให้ปลาย่างแสนอร่อยกับมันกิน แถมพอกินเสร็จก็ยังซ้อมมันซะน่วมอีกด้วย
เพราะในภายหลังมันได้รู้จากโซซุนะว่า การต่อสู้ในตอนนั้น รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามมา ล้วนเป็นแผนที่พวกเขาวางไว้เพื่อให้มันกับเธอได้กลับมาคืนดีกันทั้งสิ้น
โดยเฉพาะเมื่อมองจากสถานการณ์ปัจจุบัน โชคดีมากที่ตอนนั้นมันบังเอิญไปเจออาโอยางิกับอากูมอน ไม่เช่นนั้นมันคงสูญเสียเทรนเนอร์ที่ห่วงใยมัน และมันเองก็ห่วงใยไปจริงๆ แล้ว
วินาทีต่อมายูคิโนโอก็ปล่อยอาโอยางิลงและหันไปกอดกับเมทัลเกรย์มอนแทน
เจ้ายักษ์ใหญ่ทั้งสองที่มีความสูงเกินสองเมตรซึ่งได้มาพบกันอีกครั้งหลังจากห่างหายกันไปนาน กำลังสวมกอดกันอย่างแนบแน่นด้วยความตื่นเต้น
แต่ไม่รู้ทำไม การกอดด้วยขนาดตัวไซส์นี้มันถึงให้ความรู้สึกแปลกๆ พิกล
อย่างไรก็ตามอาโอยางิไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะพวกมัน จนกระทั่งพวกมันกอดกันนานเกินไป และเขายังมีคำถามอีกมากมายที่อยากจะถาม เขาจึงเอ่ยปากเบรกทั้งสองคน
"ยูคิคาบุริ... ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกนายว่ายูคิโนโอแล้ว ทำไมฉันเห็นแค่นายอยู่ที่นี่ล่ะ โซซุนะไปไหนซะแล้ว"
สิ้นเสียงของอาโอยางิ ยูคิโนโอก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ มันรีบลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งกลับไปยังทิศทางที่มันเพิ่งโผล่มาเมื่อครู่
[จบแล้ว]