- หน้าแรก
- ผู้ถูกลืมกับพลังที่ไม่ควรถูกปลุก
- บทที่ 12 : หอคอยทดสอบ
บทที่ 12 : หอคอยทดสอบ
บทที่ 12 : หอคอยทดสอบ
ชายวัยกลางคนตกตายขวัญกระเจิง ความกล้าที่จะต่อสู้มลายหายไปสิ้น เขาหันหลังกลับหมายจะหลบหนีเอาตัวรอด
ทว่าเจียงหลิงจะยินยอมให้เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร?
เขาพุ่งทะยานเข้าหาเพียงก้าวเดียวก็ไล่กวดจนทัน ก่อนจะฟาดฟันดาบลงมาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ
《 วายุอัสนีสังหาร 》 ไม่เพียงแต่จะกระตุ้นพลังพิเศษสายอัสนีเพื่อเพิ่มอานุภาพการทำลายล้าง แต่ยังเปิดใช้งานคุณสมบัติแห่งวายุเพื่อเร่งความเร็วในการจู่โจมให้ถึงขีดสุดอีกด้วย
ชายวัยกลางคนเงื้อขวานขึ้นหมายจะหันมาต้านทาน แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว
ฉัวะ!
แขนข้างหนึ่งของชายวัยกลางคนถูกฟันขาดสะบั้นหลุดกระเด็น!
"อ๊ากกกก!"
เสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดดังระงมไปทั่ว เจียงหลิงไม่รอช้าติดตามซ้ำด้วยดาบที่สองทันที
ฉัวะ!
ศีรษะของชายวัยกลางคนหลุดออกจากบ่าปลิวว่อนไปในอากาศ
สมาชิกสมาคมมังกรครามที่เหลือต่างพยายามหนีตายกันอลหม่าน แต่เจียงหลิงกลับพุ่งล่าสังหารพวกมันทีละคนอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด จัดการเสี้ยนหนามทั้งหมดลงได้อย่างง่ายดาย
เจียงหลิงสะบัดเลือดออกจาก 《 ดาบเหิงเตา 》 อย่างแผ่วเบาก่อนจะเก็บเข้าฝัก เมื่อหันกลับไปเขาก็เห็นเจ้าของบ้านเช่ายืนสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
"คือว่า... เรื่องนั้น..."
"เรื่องค่าเสียหายของบ้าน นายไม่ต้องชดใช้ก็ได้นะ!" เจ้าของบ้านพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เห็นได้ชัดว่าเขาหวาดเกรงเจียงหลิงอย่างถึงที่สุด
เจียงหลิงถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นออกมาพลางกล่าวว่า "ผมไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้นหรอกครับ!"
"ในเมื่อบ้านของคุณพังทลายเพราะผม ผมย่อมต้องชดใช้อย่างแน่นอน!"
"คนพวกนี้คือเหล่าคนชั่วที่หมายจะมาเอาชีวิตผม ดังนั้นผมจึงไม่อาจปรานีพวกมันได้!"
เจียงหลิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแจ้งตำรวจ การสังหารคนหมู่มากในคราวเดียวเช่นนี้เขาจำเป็นต้องรายงานต่อทางการ เพราะนี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในแดนเร้นลับ
ภายในเมืองของมนุษย์ การเข่นฆ่าตามอำเภอใจถือเป็นข้อห้ามที่เคร่งครัด
ไม่นานนัก เสียงไซเรนก็ดังใกล้เข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของทีมหน่วยสวาท
แม้เจียงหลิงจะแจ้งทางโทรศัพท์แล้วว่าเขาคือผู้เสียหาย แต่ทันทีที่มาถึง เหล่าเจ้าหน้าที่หน่วยสวาทก็ยังคงเล็งอาวุธปืนมาที่เขา
ในโลกใบนี้ พลังของผู้ฝึกยุทธ์นั้นมหาศาลเกินไป หน่วยสวาทจึงไม่อาจประมาทได้เลยแม้แต่นิดเดียว
"แกเป็นคนฆ่าคนพวกนี้ทั้งหมดงั้นเหรอ?" หัวหน้าหน่วยสวาทที่ถือดาบและดูออกว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์เอ่ยถามขึ้น
"ใช่ครับ!" เจียงหลิงพยักหน้าพลางชี้ไปยังกองซากศพ "พวกนี้คือสมาชิกของสมาคมมังกรคราม!"
"ก่อนหน้านี้ในแดนเร้นลับ พวกมันพยายามจะปล้นผม ผมเลยฆ่าพวกมันเพื่อป้องกันตัว จนกลายเป็นความแค้นฝังลึก!"
"เหตุการณ์นี้ถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบธรรมใช่ไหมครับ?"
...
"เธอ... แน่ใจนะว่าเธอเป็นคนสังหารคนพวกนี้ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว?"
หัวหน้าหน่วยสวาทตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุอย่างละเอียดก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"ใช่ครับ" เจียงหลิงพยักหน้ายืนยัน
"ในกลุ่มนี้มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบกว่ารวมอยู่ด้วย และเธอก็ดูเหมือนจะเป็นแค่เด็กนักเรียนมัธยมปลายเท่านั้น เธอฆ่าพวกมันได้ยังไง?" หัวหน้าหน่วยสวาทไม่ปักใจเชื่อว่าเจียงหลิงจะมีความสามารถเพียงพอที่จะสังหารสมาชิกสมาคมมังกรครามเหล่านี้ได้
"ผมก็แค่ฆ่าพวกมันไปตามปกติครับ" เจียงหลิงไหวไหล่ "ฝีมือพวกมันก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรขนาดนั้น"
"ได้ ถ้าอย่างนั้นลองรับดาบจากฉันหน่อยเป็นไง!"
หัวหน้าหน่วยสวาทพลันวาดดาบฟาดฟันเข้าใส่เจียงหลิงทันที
รูม่านตาของเจียงหลิงหดเกร็งเล็กน้อย เขาชักดาบยาวออกมาตั้งรับการโจมตีนั้นอย่างฉับไว
เคร้ง!
แรงปะทะอันทรงพลังระเบิดออก ทั้งคู่ต่างถูกแรงสะท้อนจนต้องถอยหลังกลับไปคนละเจ็ดแปดก้าว
"อะไรกัน?"
หัวหน้าหน่วยสวาทถึงกับตกตะลึง เขาคือนักรบยุทธ์ขั้น 20 ทว่าในการปะทะกับเจียงหลิงเมื่อครู่ เขากลับถูกผลักให้ถอยร่นไปถึงเจ็ดแปดก้าวเชียวหรือ?
ไอ้เด็กนี่มันตัวประหลาดประเภทไหนกัน? เขาไม่เคยได้ยินข่าวว่ามีการค้นพบอัจฉริยะนักรบยุทธ์สายเสริมพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้ในพิธีปลุกพลังครั้งล่าสุดเลยนี่นา!
"เธอชื่ออะไร?" หัวหน้าหน่วยสวาทสูดลมหายใจเข้าลึกพลางเอ่ยถาม
"ผมชื่อเจียงหลิงครับ"
"เจียงหลิง? จากตระกูลเจียงอย่างนั้นเหรอ?"
"ผมไม่ใช่คนของตระกูลเจียงอีกต่อไปแล้ว" เจียงหลิงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ดูเหมือนจะมีเรื่องภายในสินะ" หัวหน้าหน่วยสวาทไม่ซักไซ้ต่อ
เดิมทีสมาคมมังกรครามก็เป็นองค์กรอาชญากรรมที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่อยู่แล้ว เจ้าหน้าที่หน่วยสวาทย่อมรู้เรื่องนี้ดี ในเมื่อพวกมันตั้งใจมาฆ่าคนแต่กลับถูกฆ่าเสียเอง ก็ถือว่าสมควรแก่เหตุแล้ว
ดังนั้น เจียงหลิงจึงถูกคุมตัวไปที่สถานีตำรวจเพียงเพื่อบันทึกถ้อยคำก่อนจะถูกปล่อยตัวออกมา
เจียงหลิงกลับมายังบ้านเช่าแห่งใหม่ จัดเตรียมอาหารทาน และเริ่มเตรียมตัวสำหรับการล่าในวันพรุ่งนี้ ทันใดนั้น เขาก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนจากทางโรงเรียน
【 หอคอยทดสอบจะเปิดให้ใช้งานในวันพรุ่งนี้ ขอให้นักเรียนทุกคนมารายงานตัวที่โรงเรียนเพื่อรับกำไลทดสอบ! 】
"หอคอยทดสอบกำลังจะเปิดงั้นเหรอ?" เจียงหลิงเลิกคิ้วขึ้น
ความจริงแล้วหอคอยทดสอบก็คือแดนเร้นลับรูปแบบหนึ่ง เพียงแต่ไม่ใช่ของจริง แต่มันคือโลกเสมือนจริง
นักเรียนสามารถเข้าไปในหอคอยทดสอบเพื่อต่อสู้กับเหล่าสัตว์อสูรและผู้ฝึกยุทธ์ที่ถูกจำลองขึ้นมาจากความเป็นจริง เพื่อใช้ขัดเกลาทักษะการต่อสู้และการประยุกต์ใช้ทักษะยุทธ์ของตนเอง
ภายในแดนเร้นลับเสมือนจริงนี้ ทุกอย่างจะถูกจำลองออกมาได้อย่างสมจริงจนแทบไม่ต่างจากความจริงเลย ทว่าการตายภายในนั้นไม่ใช่การตายจริงๆ แต่มันคือโอกาสที่จะได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
สำหรับเหล่านักเรียนแล้ว หอคอยทดสอบคือสถานที่ฝึกฝนชั้นเลิศ แม้แต่ยอดฝีมือระดับขั้น 7 หรือ 8 บางคนก็ยังมักจะเข้าไปในหอคอยทดสอบเพื่อขัดเกลาทักษะยุทธ์ของตนเช่นกัน
"ฉันน่าจะลองไปทดสอบในหอคอยดูบ้าง จะได้ถือโอกาสขัดเกลาทักษะยุทธ์《 วายุอัสนีสังหาร 》 ไปในตัวด้วยเลย"
"แต่ไม่รู้ว่าการต่อสู้ในแดนเร้นลับเสมือนจริงแบบนี้ จะนับเป็นการต่อสู้จริงและได้รับเอฟเฟกต์อัปเกรดสองเท่าด้วยหรือเปล่านะ"
...
เช้าตรู่วันต่อมา เจียงหลิงนั่งรถบัสไปโรงเรียน
นับตั้งแต่พิธีปลุกพรสวรรค์สิ้นสุดลง เหล่านักเรียนต่างก็ได้หยุดพักเพื่อแยกย้ายกันไปฝึกฝนด้วยตนเอง บัดนี้เมื่อเวลาผ่านไปร่วมเดือน การได้กลับมาพบกันอีกครั้งจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีความรู้สึกสนิทสนมและบรรยากาศที่คึกคักไปทั่วทุกแห่ง
ทว่าทันทีที่เจียงหลิงก้าวเข้าไปในห้องเรียน ห้องที่เคยส่งเสียงจอกแจกจอแจกลับเงียบกริบลงชั่วขณะ
หลายคนต่างได้รับรู้ข่าวที่เจียงหลิงถูกขับออกจากตระกูลเจียงแล้ว!
เพื่อนร่วมชั้นต่างมองเจียงหลิงด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่น เห็นได้ชัดว่าพวกเขาต้องการรักษาระยะห่างจากเขา
ใครๆ ก็ว่ามิตรภาพระหว่างเพื่อนร่วมชั้นนั้นบริสุทธิ์ที่สุด แต่ในความเป็นจริงมันกลับแฝงไปด้วยปัจจัยทางผลประโยชน์มากมาย
ก่อนหน้านี้ เจียงหลิงคือทายาทของตระกูลเจียง แม้จะเป็นเพียงลูกนอกสมรส แต่ก็มีผู้คนมากมายพยายามเข้ามาประจบเอาใจ ทว่าตอนนี้ คนที่เคยประจบสอพลอเหล่านั้นต่างพากันตั้งท่ารังเกียจและตีตัวออกห่าง
ในทางกลับกัน หยางเหอ ตงเฉิง และคนอื่นๆ ที่เคยพบกันในแดนเร้นลับเมื่อไม่กี่วันก่อน กลับมองเจียงหลิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
ทุกคนต่างคิดว่าในเมื่อเจียงหลิงถูกตระกูลขับไล่และยังเป็นสวะที่มีพลังพิเศษเพียงระดับ F อนาคตของเขาคงต้องมืดมนและน่าเวทนาเป็นแน่
จะมีก็เพียงพวกเขานั้นแหละที่รู้ดีว่าเจียงหลิงยังคงเป็นอัจฉริยะที่น่าหวาดกลัว ไม่สิ เขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมเสียอีก!
เจียงหลิงไม่ได้รู้สึกอะไรมากนักกับความไม่จีรังของน้ำใจคน เพราะการใช้ชีวิตในตระกูลเจียงมานานหลายปีทำให้เขาชินชาไปนานแล้ว
เขาเดินไปที่ที่นั่งของตนอย่างเงียบเชียบ รอคอยการแจกกำไลเพื่อที่จะได้มุ่งหน้าไปยังหอคอยทดสอบ
"เจียงหลิง ถ้าวันหลังนายต้องการความช่วยเหลืออะไร บอกพวกเราได้เลยนะ!"
"พวกเราพยายามตามหานายอยู่เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่ติดต่อไม่ได้เลย!"
เพื่อนนักเรียนสองสามคนเดินเข้ามาหาเจียงหลิง คนเหล่านี้คือเพื่อนสนิทในห้องของเขาอย่าง หวังหู่ และเฉียนจวินนั่นเอง!
รอยยิ้มที่สดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงหลิง อย่างที่คิดไว้ โลกนี้ยังคงมีเพื่อนที่จริงใจหลงเหลืออยู่
"ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เป็นไรหรอก!" เจียงหลิงกล่าวพลางยิ้ม "พวกนายก็รู้สถานะของฉันในตระกูลเจียงดี การเดินออกมาแบบนี้บางทีมันอาจจะดีกว่าก็ได้"
"ฉันเพิ่งจะจัดการที่พักใหม่เสร็จ แล้วก็เพิ่งเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ด้วย เดี๋ยวจะบอกพวกนายนะ"
...
เจียงหลิงพุดคุยกับหวังหู่และคนอื่นๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของเขาด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายอย่างมาก
เมื่อเห็นว่าเจียงหลิงไม่ได้ดูเศร้าหมองอย่างที่คิด หวังหู่และคนอื่นๆ ก็รู้สึกเบาใจขึ้น
ไม่นานนัก อาจารย์หวังเฉวียนก็เดินเข้ามาในห้อง
"เอาล่ะ วันนี้ครูจะมาแจกกำไลหอคอยทดสอบให้กับทุกคน"
"ใครที่มีความสามารถก็ควรจะเข้าไปฝึกฝนในหอคอยทดสอบบ่อยๆ เพื่อขัดเกลาทักษะการต่อสู้ของตัวเอง มันจะมีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่กำลังจะมาถึง"
"กำไลนี้จะเป็นเครื่องยืนยันตัวตนในการเข้าหอคอยทดสอบในอนาคตด้วย ห้ามทำหายเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะยุ่งยากมาก!"
...
หลังจากอาจารย์หวังเฉวียนพูดจบ เขาก็เริ่มแจกกำไลให้นักเรียนทีละคนจนครบ
เมื่อการแจกเสร็จสิ้น โรงเรียนก็เลิกเรียนทันที เพื่อให้นักเรียนมีอิสระในการมุ่งหน้าไปยังหอคอยทดสอบ
เมื่อเดินมาถึงเจียงหลิง อาจารย์หวังเฉวียนมองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อนพลางกล่าวว่า "เจียงหลิง ถ้าเธอมีปัญหาอะไร อย่าลืมมาหาครูนะ!"
"เป็นครูเพียงวันเดียว ก็นับเป็นครูไปตลอดชีวิต!"
เนื่องจากผลการเรียนของเจียงหลิงในโรงเรียนนั้นโดดเด่นมาก เขาจึงเป็นความภาคภูมิใจของอาจารย์หวังเฉวียน และอาจารย์ก็ดูแลเขาเป็นอย่างดีมาโดยตลอด
ในตอนที่เจียงหลิงปลุกได้เพียงพลังพิเศษระดับ F อาจารย์หวังเฉวียนรู้สึกแย่ยยิ่งกว่าตัวเจียงหลิงเองเสียอีก เขาพยายามปลอบใจเจียงหลิงหลายครั้งว่าพลังพิเศษไม่ใช่ทุกอย่าง ขอเพียงมีความมุ่งมั่น แม้จะมีพลังระดับต่ำก็ยังสามารถเป็นนักรบยุทธ์ที่แข็งแกร่งได้
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้จากปากอาจารย์หวังเฉวียน เจียงหลิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้งใจ
"ขอบคุณครับอาจารย์ ถ้าผมมีเรื่องอะไร ผมจะมาหาอาจารย์แน่นอนครับ"