- หน้าแรก
- เกมบุกโลก ผมเลือกอาชีพซัมมอนเนอร์สุดกาก
- บทที่ 18 สุดยอด! และสกิลติดตัวของระบบ
บทที่ 18 สุดยอด! และสกิลติดตัวของระบบ
บทที่ 18 สุดยอด! และสกิลติดตัวของระบบ
ห้องแชทในการถ่ายทอดสดของเมืองไห่กำลังเดือดพล่าน
"หมดเวลา! 55:01:32! ฉันเช็กดูทุกโรงเรียนในเมืองไห่แล้ว นี่คือทีมแรกที่เคลียร์ดันเจี้ยนได้! แชมป์ของเมืองไห่อยู่นี่แล้ว!"
"มันไม่ได้ดูแค่เวลาที่ใช้จบเกมนะ เราต้องดูคะแนนผลงานในดันเจี้ยนด้วย จะเรียกใครว่าแชมป์ตอนนี้มันยังเร็วไปหน่อยมั้ง"
"นายหมายความว่าจะมีใครโชคดีพอที่จะได้เจอดันเจี้ยนที่กำลังอัปเลเวล แล้วยังเคลียร์เกมได้เร็วขนาดนี้อีกงั้นเหรอ?"
"เออ ก็จริง ของจริงอยู่นี่แล้ว เมืองไห่ได้ผู้ทำคะแนนสูงสุดแล้ว!"
"แต่การสอบปีนี้ยากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยนะ ปีที่แล้วมีตั้งสิบกว่าคนที่เคลียร์การสอบเมืองไห่ได้ภายในเวลาไม่ถึง 50 นาที"
ถึงจะบอกว่ามีสิบกว่าคน แต่จริงๆ แล้วในแต่ละปีมีเพียงสามหรือสี่ทีมเท่านั้นที่สามารถทำลายสถิติเคลียร์ดันเจี้ยนได้ภายใน 50 นาที
แฟนคลับตัวยง ‘ชีวิตเพื่อเอลลี่’: "ฮ่าๆ คุยกันยาวเลย ฉันเพิ่งเป็นลมไปหลังจากสมหวังที่ได้เห็นเอลลี่อีกครั้ง เพิ่งฟื้นเนี่ยแหละ"
"เฮ้ย พี่ชาย ยังไม่ตายเหรอเนี่ย"
‘ชีวิตเพื่อเอลลี่’ คิดในใจ: "หือ? ทำไมผมหงอกฉันเพิ่มขึ้นเยอะจัง! สงสัยช่วงนี้จะโต้รุ่งเล่นเกมหนักไปหน่อยแฮะ"
"มีข่าวดีกับข่าวร้าย ข่าวดีคือเอลลี่ของนายเคลียร์เกมได้สำเร็จแบบไร้รอยขีดข่วน ข่าวร้ายคือมันต้องแลกด้วยอายุขัยของนายไปสิบปี"
‘ชีวิตเพื่อเอลลี่’: "เย้! ยอมโว้ยยย hkajfkdpafq"
"อยู่ไหม? ยังอยู่ไหมพี่ชาย?"
"ฉันไปขอนั่งโต๊ะเด็กละกัน!"
หลังจากฮั่นอวี่และเจียงจื่อฉีพักอยู่ที่ลานกว้างได้ไม่กี่นาที ผู้คนก็เริ่มทยอยออกมาจากดันเจี้ยน อุปกรณ์ของทุกคนต่างขาดรุ่งริ่ง แม้แต่ 《 นักเวทธาตุ 》 ก็ยังมีรอยขีดข่วนจากกรงเล็บแมวเต็มไปหมด
"ความแตกต่างมันไม่มากขนาดนั้น" ฮั่นอวี่กระซิบเบาๆ "ดันเจี้ยนครั้งนี้ยากขึ้นมากจริงๆ ความคืบหน้าของทุกคนเลยช้าลง"
ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา ปาร์ตี้ของจี้เหมินก็หลุดออกมาจากมิติเช่นกัน พวกเขาลงจอดข้างๆ ฮั่นอวี่และเจียงจื่อฉีในสภาพที่สะบักสะบอมอย่างหนัก
ทันทีที่ก้าวออกมาถึงลานกว้าง สมาชิกในทีมทุกคนต่างทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อน
《 นักบวช 》 สาวคนหนึ่งนั่งแหมะลงกับพื้นแล้วบ่นอุทาน "ฉันไม่เหลือมานาสักหยดแล้วจริงๆ นะเนี่ย ทำไมถึงมี 《 ราชาแมวพิษ 》 ตั้งสองตัวโผล่มาได้ล่ะ?!"
"เสี่ยวเจี๋ย ขอบใจมากสำหรับความเหนื่อยยากครั้งนี้ เดี๋ยวจบการสอบฉันจะขอบคุณเป็นการส่วนตัวอีกทีนะ" จี้เหมินส่งยิ้มอันอบอุ่นให้
"ไม่เป็นไรค่ะหัวหน้ากิลด์ เราอยู่ทีมเดียวกัน มันเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า... จางหลิน ถ้านายเลิกใช้สกิลพลาดบ่อยๆ ฉันคงประหยัดแรงไปได้เยอะเลย!"
จางหลินที่นั่งอยู่ข้างๆ มีชุดคลุมขาดรุ่งริ่ง ดูเหมือนจะถูกแมวปีศาจกดลงกับพื้นแล้วรุมข่วน
ใบหน้าของเขาแดงซ่านด้วยความอับอาย แต่กลับไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำโต้แย้งใดๆ ออกมาได้เลย
ส่วน 《 นักรบโล่ 》 ที่นั่งถัดไปก็ยังมีรอยไหม้จากเปลวไฟตามร่างกาย
"เออ ใช่ ให้ตายเถอะ นายเกือบเผาฉันตายแล้วนะเนี่ย ตอนเปลี่ยนอาชีพรอบสองนายเปลี่ยนคลาสไปทำอย่างอื่นเถอะ 《 นักเวทธาตุ 》 มันไม่เหมาะกับนายจริงๆ"
ในดันเจี้ยนแมวปีศาจไม่มีมอนสเตอร์ธาตุไฟ ดูท่าพวกเขาน่าจะถูกจางหลินเผาเอาเสียมากกว่า
จางหลินไม่เคยคาดคิดเลยว่าแม้แต่ 《 นักรบโล่ 》 ที่เขาดูถูกมาตลอดจะกล้าเยาะเย้ยเขา เมื่อทนไม่ไหวอีกต่อไปเขาจึงพยายามอธิบาย "ฉัน..."
"เอาเถอะ จางหลินเพิ่งจะเปลี่ยนอาชีพมา เดี๋ยวเขาก็คงชินไปเอง" จี้เหมินที่นิ่งเงียบมาตลอดกล่าวขัดขึ้น
แม้ปากจะพูดจาดูดี แต่ในใจเขาก็คิดไม่ต่างจากที่ลูกทีมคนอื่นๆ บ่นออกมาเลย
"คิก..." เมื่อเห็นสีหน้าของพวกนั้น เจียงจื่อฉีก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา
"ขอบใจนะฮั่นอวี่ ถ้าฉันไปอยู่ทีมเดียวกับสองคนนั้น ป่านนี้เราคงเคลียร์ด่านไม่สำเร็จแน่ๆ"
ฮั่นอวี่ไม่รู้เลยว่าดันเจี้ยนของพวกเขานั้นเกิดการกลายพันธุ์ เขาจึงทึกทักเอาเองว่าดันเจี้ยนของทุกคนมีความยากในระดับที่ใกล้เคียงกัน
จางหลินที่หน้าแดงก่ำอยู่แล้วจากการถูกต่อว่า อยากจะพูดแต่ก็ถูกจี้เหมินขวางไว้ ตอนนี้เขาจึงเต็มไปด้วยโทสะที่ไม่มีที่ระบาย เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเยาะจากด้านหลัง เขาจึงหันขวับกลับมาด้วยความโกรธแค้น
"ซวยแล้ว" ฮั่นอวี่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะของเจียงจื่อฉี
นี่มันไปกระตุ้นกลไกสกิลติดตัวของระบบชัดๆ ถ้าเดาไม่ผิด เดี๋ยวต้องมีคนมาหาเรื่องแน่
"ระบบ ฉันจะได้แต้มสถานะเพิ่มไหมถ้าโดนหาเรื่องแล้วตอกกลับได้?"
【 ฟังก์ชันนี้ยังไม่เปิดใช้งาน 】
"ช่างมันเถอะงั้น" ฮั่นอวี่ยันตัวลุกขึ้น "จื่อฉี เราไปนั่งที่อื่นกันเถอะ เดี๋ยวคนจะเริ่มออกมาจากดันเจี้ยนกันเยอะขึ้นแล้ว"
"โอเค" เจียงจื่อฉีปัดฝุ่นที่ก้นแล้วลุกขึ้นตาม แต่กลับถูกจางหลินขวางทางไว้ก่อนจะทันได้เดินจากไป
"หัวหน้าห้อง? พวกเธอคงยังเคลียร์ด่านไม่สำเร็จใช่ไหม?"
"ให้ฉันเดานะ พวกเธอใช้ 《 ม้วนคาถากลับเมือง 》 ที่ชั้นไหนล่ะ? ชั้นสามเหรอ? ไม่สิ ดูจากสภาพที่สะอาดสะอ้านขนาดนี้ คงใช้ตั้งแต่อยู่ชั้นสองละมั้ง แบบนั้นคงได้คะแนนแค่ระดับซีเต็มที่ ก็แค่พอเรียนจบถูๆ ไถๆ ไปได้นั่นแหละ"
เจียงจื่อฉีหันกลับไปมองเสื้อผ้าที่ดูไม่ต่างจากขอทานของจางหลิน ช่างห่างไกลจากความภาคภูมิใจในตอนแรกที่เขาเปลี่ยนอาชีพเป็น 《 นักเวทธาตุ 》 ลิบลับ
เธอยิ้มออกมาบางๆ แล้วตอบกลับไปอย่างไม่แยแส "อ๋อ เปล่าหรอก พวกเราเคลียร์เกมจบแล้วน่ะ ฉันที่เป็น 《 นักบวช 》 จะเอาตัวไปคลุกฝุ่นทำไมล่ะ? ฉันล่ะสงสัยมากกว่าว่านายที่เป็นจอมเวท ทำไมถึงลงเอยในสภาพนี้ได้"
"ถ้าเธอมายอมร่วมทีมกับเราแล้วเคลียร์ทั้งห้าชั้นได้ อย่างน้อยๆ เธอก็จะได้คะแนนระดับเอ—" จางหลินพูดไปเองเออเอง
"เดี๋ยวนะ พวกเธอเคลียร์เกมจบแล้ว? แค่สองคนเนี่ยนะจะเคลียร์ได้ยังไง?!"
"ก็เคลียร์จบแล้วไง ต้องให้ฉันอธิบายด้วยเหรอว่าเคลียร์ยังไง?" เจียงจื่อฉีเอียงคอทำหน้าสงสัยอย่างใสซื่อ
ในตอนนั้นเอง จี้เหมินก็เดินเข้ามาตบไหล่จางหลิน "เอาเถอะจางหลิน ยังไงซะเพื่อนร่วมทีมของหัวหน้าห้องก็เป็นแค่ 《 ซัมมอนเนอร์ 》 มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะถอดใจยอมแพ้ไปก่อน"
จี้เหมินส่งยิ้มสดใสพร้อมยื่นมือมาทางเจียงจื่อฉี "เจียงจื่อฉีใช่ไหม? ทีมของเรายังต้องการ 《 นักบวช 》 อีกคน ฉันหวังว่าเราจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันในอนาคตนะ"
ในใจเขาคิดว่าหากเจียงจื่อฉียอมร่วมทีมด้วยแล้วเตะจางหลินออกไป แล้วเก็บ 《 นักรบโล่ 》 เอาไว้น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนยังเหลือโอกาสสำรวจดันเจี้ยนอีกตั้งสิบครั้ง มีเพื่อนร่วมทีมที่ไว้ใจได้ย่อมดีกว่าเสมอ
ในฐานะหัวหน้าห้อง เจียงจื่อฉีเคยได้ยินชื่อของจี้เหมินมาบ้าง เขาเป็นประธานนักเรียนของโรงเรียนมัธยมตงหัว แม้ประธานนักเรียนในระดับมัธยมปลายจะไม่ได้มีอำนาจอะไรมากมาย แต่จี้เหมินก็จัดการบริหารงานได้เป็นอย่างดี
แต่เจียงจื่อฉีกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มของหมอนี่มันช่างดูจอมปลอมสิ้นดี เธอจึงโบกมือปัด "เอาไว้โอกาสหน้าค่อยคุยกันเถอะ ตอนนี้พวกเราต้องไปแล้ว"
พูดจบเธอก็เดินตามฮั่นอวี่ไปที่มุมหนึ่งของลานกว้างเพื่อนั่งรอจนกว่าการสอบจะจบลงอย่างเป็นทางการ
จางหลินมองตามหลังฮั่นอวี่ที่เดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ พร้อมกับแสยะยิ้มเหยียดหยาม "คนหนึ่งเป็น 《 ซัมมอนเนอร์ 》 อีกคนเป็น 《 นักบวช 》 แต่ดันกล้าเคลมว่าเคลียร์เกมจบแล้วเนี่ยนะ? ใครจะไปเชื่อลง"
"การสอบใกล้จะจบแล้ว เดี๋ยวทุกคนก็ได้เห็นบันทึกการต่อสู้เองแหละ ฮั่นอวี่เขาก็มีหัวคิดดีนะที่รีบเดินหนีไปโดยไม่พูดอะไร ไม่เหมือนหัวหน้าห้องของนายที่ยังดื้อดึงไม่ยอมรับความจริง"
จี้เหมินมักจะไม่พูดจาว่าร้ายใครต่อหน้า แต่เขารู้ดีว่าวิธีที่เร็วที่สุดในการทำให้คนสองคนสนิทกันคือการร่วมนินทาคนอื่นไปพร้อมๆ กัน
เจียงจื่อฉีนั่งมองสีหน้าลำพองใจของจางหลินด้วยความไม่สบอารมณ์ "พวกนั้นไม่เชื่อชัวร์ๆ ว่าเราเคลียร์เกมได้"
"ไม่เชื่อก็ไม่เชื่อสิ เดี๋ยวรอดูผลคะแนนก็รู้" ฮั่นอวี่ไม่ได้ใส่ใจ ยังไงซะผู้คนก็ดูถูก 《 ซัมมอนเนอร์ 》 มาตั้งนานแล้ว
ต่อให้ตอนนี้เขาจะเคลียร์ดันเจี้ยนได้สำเร็จ ชื่อเสียงของเขาก็คงเปลี่ยนจาก ‘อัจฉริยะที่ธรรมดาที่สุด’ ไปเป็น ‘อัจฉริยะที่โชคดีที่สุด’ เพียงเพราะบังเอิญอัญเชิญ 《 สัตว์อัญเชิญ 》 ที่ทรงพลังออกมาสู้ได้สองตัวก็เท่านั้นเอง
มันคงเสียเวลาเปล่าหากเขาต้องตามไปอธิบายให้ทุกคนฟังทีละคน
"ฉันเกือบจะควัก 《 ม้วนคาถากลับเมือง 》 ออกมาโชว์ให้พวกนั้นดูแล้วเชียว โดนแมวข่วนเละขนาดนั้นยังจะมาทำกร่างอยู่อีก"
"สมกับเป็นคุณหนูจริงๆ! บทจะดุก็ดุเอาเรื่องนะเนี่ย!"
"นายเรียกใครว่าคุณหนู?! ฉันว่านายอยากโดนดีอีกรอบแล้วใช่ไหม!"
"ฉันเตือนไว้ก่อนนะ นี่มันคือการสอบ อย่าเพิ่งทำอะไรผลีผลามล่ะคุณหนู"
"ยังจะเรียกอีกนะ!"
"ตัดภาพไป! ตัดไปเดี๋ยวนี้! พวกเขาเคลียร์เกมจบตั้งนานแล้ว ทำไมหน้าจอของฮั่นอวี่ยังค้างอยู่อีก? ปิดมันไปเดี๋ยวนี้เลย!" เจียงเหวีนกุมหน้าอกตัวเอง รู้สึกได้ว่าความดันโลหิตกำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกรอบ
"เปลี่ยนภาพเดี๋ยวนี้ครับ เปลี่ยนเดี๋ยวนี้!" เจ้าหน้าที่รีบตัดสัญญาณการถ่ายทอดสดจากลานกว้างทันที ช่วยให้ความดันของเจียงเหวินกลับมาคงที่ได้ชั่วคราว