- หน้าแรก
- เกมบุกโลก ผมเลือกอาชีพซัมมอนเนอร์สุดกาก
- บทที่ 5 ชื่อเรียกที่ดูไม่ผิดปกติ
บทที่ 5 ชื่อเรียกที่ดูไม่ผิดปกติ
บทที่ 5 ชื่อเรียกที่ดูไม่ผิดปกติ
ฮั่นอวี่ผลักบานประตูเข้าสู่ชั้นแรกของดันเจี้ยนใต้ดิน ทันทีที่เสียงประตูประดังขึ้น ปีศาจแมวนับสิบตนก็เงยหน้าขึ้นจากพื้น พวกมันยืนเหยียดตัวตรง จ้องมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยดวงตาแดงก่ำกระหายเลือด
เสียงหวีดร้องแหลมคมบาดหูพุ่งทะยานเข้าใส่พร้อมกับร่างของเหล่าปีศาจแมวที่รุกคืบอย่างรวดเร็ว กรงเล็บของพวกมันทอแสงประหลาดเยือกเย็น
โดยไม่รอคำสั่ง เสือดำพุ่งทะยานออกไปเบื้องหน้า ในขณะที่ 《เอลฟ์นักธนู》 น้าวสายธนูและปลดปล่อยศรออกไปทันที
เอลฟ์สาวใช้สกิล 《ศรกระจาย》 ยิงธนูเก้าดอกออกมาพร้อมกัน หางลูกศรลากเป็นเส้นแสงกระจายตัวประดุจดอกไม้ไฟกลางอากาศ
ก่อนที่ปีศาจแมวจะได้ทันกระโจนเข้าใส่ ลูกศรทั้งเก้าดอกก็กวาดออกไปเป็นรูปพัด
เสียงหัวลูกศรปักทะลุเนื้อดังฉับๆ ลูกศรดอกหนึ่งพลาดเป้า แต่อีกแปดดอกปักเข้าจุดสำคัญของปีศาจแมวแปดตนอย่างแม่นยำ แรงปะทะจากศรอันเรียวบางส่งร่างของพวกมันปลิวถอยหลังไปราวกับถูกค้อนยักษ์ฟาด ก่อนจะถูกปักตรึงแน่นอยู่กับพื้น
พวกมันไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ร้องครวญคราง ก็สิ้นใจตายไปในทันที
เจียงจื่อฉีที่เพิ่งจะยกมือขึ้นเตรียมลงออร่าเสริมพลังถึงกับชะงักค้าง "นะ...นั่นมันพริบตาเดียวเองนะ!"
เจียงจื่อฉีขยี้ตาตัวเองซ้ำๆ เพื่อยืนยันว่าปีศาจแมวที่นอนทอดร่างอยู่บนพื้นนั้นตายสนิทแล้วจริงๆ "ฮั่นอวี่! สัตว์อัญเชิญของนายมันตัวอะไรกันแน่?! แน่ใจนะว่าไม่ใช่เลเวล 13 น่ะ? แค่สะบัดมือครั้งเดียวก็กวาดล้างศัตรูหายไปทั้งกลุ่ม แถมยังเป็นนักธนูเนี่ยนะ?!"
"โธ่เอ๊ย พวกนี้มันก็แค่ลูกกระจ๊อกธรรมดา ข้างหลังนั่นยังมี 《ปีศาจแมวคำสาปทมิฬ》 อีกสองตัว นักธนูฆ่าพวกมันในทีเดียวไม่ได้หรอก"
《ปีศาจแมวคำสาปทมิฬ》 มักจะสร้างสถานะเชื่องช้าและติดพิษเมื่อถูกโจมตี ถือเป็นมอนสเตอร์ที่น่ารำคาญที่สุดสำหรับผู้เล่น
ในขณะที่เขาพูด 《เอลฟ์นักธนู》 ชำเลืองมองฮั่นอวี่ด้วยสายตาที่ดูไม่ค่อยยอมแพ้ เธอขยับมืออีกครั้ง น้าวสายธนูแล้วส่งศรพุ่งเข้าใส่ดวงตาของ 《ปีศาจแมวคำสาปทมิฬ》 อย่างแม่นยำ เจ้าแมวร้ายที่กำลังพุ่งเข้ามาแผดเสียงร้องโหยหวน แต่มันกลับไม่ถอยหนี ซ้ำยังเร่งความเร็วพุ่งเข้าหาฮั่นอวี่อย่างดุร้าย
"เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่ามันไม่ได้จบในพริบตา..." ฮั่นอวี่พูดยังไม่ทันจบประโยค
《เอลฟ์นักธนู》 ก็ขยับมืออย่างรวดเร็วปานสายฟ้า แขนเรียวทิ้งภาพติดตาไว้ตามแนวสายธนู ลูกศรสามดอกถูกยิงออกไปแทบจะพร้อมกัน ปักเข้าที่เบ้าตาเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนลูกศรดอกสุดท้ายทะลุออกไปทางด้านหลังศีรษะของมอนสเตอร์
ก่อนที่ 《ปีศาจแมวคำสาปทมิฬ》 จะทันได้ขยับตัวทำอะไร ร่างของมันก็ทรุดฮวบลงกับพื้น
หากนับรวมเวลาตั้งแต่ศรดอกแรกเข้าเป้า ลูกศรทั้งสี่ดอกถูกยิงออกมาภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที ซึ่งมันก็ยังถือเป็นการสังหารในพริบตาอยู่ดี!
"《ศรรัวต่อเนื่อง》? สังหารในพริบตาอีกแล้วเหรอ?! ฮั่นอวี่ นายไปอัญเชิญมอนสเตอร์ตัวไหนมากันแน่?!" เจียงจื่อฉีไม่เชื่อคำพูดของฮั่นอวี่อีกต่อไป เธอสงสัยอย่างหนักว่าเขากำลังซ่อนพลังที่แท้จริงเอาไว้
ฮั่นอวี่เองก็งุนงงไม่แพ้กัน นักธนูคนนี้มีแค่สกิล 《ศรกระจาย》 ไม่ใช่เหรอ แล้วเธอไปเรียนสกิล 《ศรรัวต่อเนื่อง》 มาจากไหน?
เอลฟ์สาวคลี่ยิ้มอย่างพึงใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเจียงจื่อฉี จากนั้นเธอก็เล็ง 《ธนูยาว》 ไปยัง 《ปีศาจแมวคำสาปทมิฬ》 อีกตัวที่เหลือ
ฮั่นอวี่สังเกตเห็นท่าทางนั้น ตามหลักการแล้วสัตว์อัญเชิญไม่ควรมีความรู้สึกนึกคิด และควรจะสู้ตามคำสั่งเท่านั้น
"แล้วทำไมเสือดำของนายเลือดไม่ลดเลยล่ะ?!" เจียงจื่อฉีเห็นว่าออร่าเสริมพลังยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในตอนนี้ จึงหันไปมองเสือดำที่กำลังถูกปีศาจแมวหลายตัวรุมล้อม
แม้เสือดำจะถูกล้อมกรอบและโดนโจมตีจากรอบทิศทาง แต่มันกลับสร้างได้เพียงรอยถลอกบนผิวหนังเท่านั้น ไม่มีแม้แต่เลือดไหลออกมาให้เห็น
"ก็นะ เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ มันเป็นสายแทงค์นี่นา"
"แต่มันแค่เลเวลเก้านะ!" เจียงจื่อฉีประท้วง "พวกปีศาจแมวธรรมดาพวกนี้มันมอนสเตอร์เลเวลสิบเชียวนะ!"
ไม่ถึงนาที 《เอลฟ์นักธนู》 ก็จัดการกับ 《ปีศาจแมวคำสาปทมิฬ》 อีกตัวได้สำเร็จ ก่อนจะหันไปช่วยกำจัดมอนสเตอร์ที่เหลือในชั้นแรกจนหมดสิ้นด้วยลูกศรเพียงไม่กี่ดอก
ในจังหวะนี้เอง เจียงจื่อฉีถึงได้มีโอกาสใช้สกิลแรกของเธอ ร่ายเวทเยียวยาใส่เสือดำเพื่อรักษาบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้น
หลังจบการต่อสู้ ฮั่นอวี่หยุดพักเพื่อฟื้นฟูกำลัง เขาเรียกสัตว์อัญเชิญของเขาเข้ามาหา และพบว่าพวกเขามีสกิลที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ ดูเหมือนว่าข้อมูลจากระบบจะยังไม่ละเอียดพอ
"นักธนู ทำไมเธอถึงใช้ 《ศรรัวต่อเนื่อง》 ได้ล่ะ?" ฮั่นอวี่เอ่ยถามพลางมองไปยังเอลฟ์น้อยที่แบก 《ธนูยาว》
เอลฟ์สาวขมวดคิ้ว ดูเหมือนเธอจะไม่ชอบชื่อ 'นักธนู' เท่าไหร่นัก "นายท่านคะ ข้ามีชื่อว่าอลิเซีย ท่านจะเรียกข้าว่าเอลลี่ก็ได้ค่ะ ส่วนนี่คือสัตว์เลี้ยงของข้าชื่อฮูหยุน"
ในขณะที่เธอพูด เสือดำก็เดินวนรอบตัวเอลลี่อย่างเชื่องช้าประดุจแมวดำที่แสนเชื่อง
"พวกเธอมีชื่อด้วยเหรอ?" ฮั่นอวี่อึ้งไปครู่หนึ่ง "ไม่ใช่สิ เธอจำชื่อตัวเองได้ด้วยเหรอ?"
"แน่นอนค่ะ! ทุกคนย่อมต้องมีชื่อ!" เอลลี่เชิดหน้าขึ้น "แต่ตอนแรกดูเหมือนข้าจะลืมชื่อตัวเองไปชั่วขณะ จำได้เพียงว่าต้องต่อสู้เพื่อนายท่านเท่านั้น"
"แต่พลังที่นายท่านมอบให้ทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้น และมันก็ช่วยให้ข้าจดจำชื่อของตัวเองได้ รวมถึงเทคนิคการต่อสู้บางอย่าง อย่างเช่น 《ศรรัวต่อเนื่อง》 ที่นายท่านพูดถึง มันก็แค่การยิงให้เร็วขึ้นนิดหน่อยเท่านั้นเองค่ะ"
"นั่นไม่ได้เรียกว่าเร็วนิดหน่อยแล้ว นั่นมันเร็วโคตรๆ เลยต่างหาก" เจียงจื่อฉีพึมพำเสียงอ่อย
"นี่เป็นเพียงทักษะพื้นฐานของเผ่าพันธุ์เอลฟ์ของเราค่ะ ท่านนักบวช"
"เข้าใจแล้ว..." ฮั่นอวี่เริ่มตระหนักได้ว่า สัตว์อัญเชิญปกติมักถูกดึงเข้าสู่การต่อสู้โดยที่ความทรงจำเดิมถูกปิดกั้นไว้ แต่หลังจากที่เขาใช้แต้มสถานะอิสระ ความเชื่อมโยงถาวรก็ได้เกิดขึ้น และพวกเขาก็เริ่มกู้คืนความทรงจำและประสบการณ์การต่อสู้จากโลกเดิมกลับมาได้
"นี่ถือเป็นโบนัสพิเศษสินะ ประสบการณ์การต่อสู้ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งเหมือนกัน"
"ถ้าพวกเธอตายในโลกนี้ พวกเธอจะตายจริงๆ ไหม?" ฮั่นอวี่ถามด้วยความกังวล
เอลลี่ส่ายหัว "ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ดูเหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกที่ข้ามาเยือนโลกใบนี้ หรือไม่... ข้าอาจจะเคยมาแล้ว แต่ข้าจำไม่ได้เอง"
"เอาล่ะ ในเมื่อเธอไม่ใช่แค่สัตว์อัญเชิญธรรมดา งั้นไม่ต้องเรียกฉันว่านายท่านหรอก เรียกพี่ชายแทนแล้วกัน"
เดิมทีเขาปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นสิ่งอัญเชิญ การถูกเรียกว่านายท่านจึงดูปกติ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเธอคือสิ่งมีชีวิตที่มีตัวตนจริงๆ การถูกเด็กสาวเรียกแบบนั้นมันดูแปลกพิลึก
"ยังคงโรคจิตไม่เปลี่ยนเลยนะ!" เสียงเย็นเยือกของเจียงจื่อฉิดังขึ้นจากข้างหลังฮั่นอวี่
"นายท่านคะ ถ้าเทียบคงตามอายุขัยของมนุษย์ ข้ามีอายุมากกว่าสามร้อยปีแล้วค่ะ"
"เอ่อ... งั้นเรียกฉันว่ากัปตันแล้วกัน กัปตันนั่นแหละ หรือจะเรียกอะไรก็ได้ที่เธอสบายใจ" เมื่อโดนเจียงจื่อฉีทัก ฮั่นอวี่ก็เริ่มรู้สึกว่าการให้เรียก 'พี่ชาย' มันดูแหม่งๆ จริงๆ นั่นแหละ
"ค่ะ นายท่าน... กัปตัน" เอลลี่ดูไม่ค่อยชินกับการเปลี่ยนคำเรียกขาน เธอมีศักดิ์ศรีของเอลฟ์อยู่อย่างเต็มเปี่ยม ทว่าด้วยกฎเกณฑ์แห่งโลกที่ถูกส่งต่อมา เธอจึงจำต้องเชื่อฟังฮั่นอวี่อย่างเคร่งครัด
"เอาล่ะ ไปกันเถอะ ไปชั้นต่อไปกัน"
ฮั่นอวี่ก้าวเดินไปได้สองสามก้าว ก็สังเกตเห็นว่าเจียงจื่อฉีไม่ได้เดินตามมา พอกันกลับไปมองก็เห็นเธอนั่งยองๆ ขีดเขียนวงกลมลงบนพื้น มิน่าล่ะเมื่อกี้ตอนด่าเขาว่าโรคจิต เสียงถึงได้ดูอู้อี้พิกล
"เขียนวงกลมสาปแช่งใครอยู่น่ะ?"
"ไม่ได้แช่งใครทั้งนั้นแหละ แค่กำลังอีโมอยู่ นึกว่านายมาโซโล่เพราะอยากโชว์ออฟ ฉันเลยตามมาเพราะกังวล ที่ไหนได้ฉันกลายเป็นตัวถ่วงที่ทำให้คะแนนเรตติ้งนายลดลงชัดๆ"
"คุณหนู พูดอะไรแบบนั้น!" ฮั่นอวี่ดึงตัวเจียงจื่อฉีขึ้นมาจากพื้น "ฉันก็แค่โชคดีที่สัตว์อัญเชิญที่สุ่มออกมามันเก่งน่ะ ถ้าเกิดฉันโดนโจมตีขึ้นมา เธอนั่นแหละที่จะต้องเป็นคนคอยฮีลให้ฉัน"
"ถ้าเกิดฉันโดน 《ปีศาจแมวคำสาปทมิฬ》 ข่วนจนติดพิษตายจะทำยังไง? รีบไปเถอะ มอนสเตอร์ชั้นล่างๆ มันต้องเก่งขึ้นเรื่อยๆ แน่ ถึงตอนนั้นออร่าของเธอคงได้ใช้งานจริงๆ เสียที"
"ดึงฉันทำไมเล่า! ฉันเดินเองได้!" ใบหน้าของเจียงจื่อฉีแดงระเรื่อ เธอรู้สึกผิดที่ดึงดันจะตามมาจนอาจทำให้ฮั่นอวี่ลำบาก แต่เธอก็ไม่คิดว่าฮั่นอวี่จะเข้าถึงตัวเธอโดยตรงขนาดนี้
"เอาล่ะ เลิกอีโมได้แล้ว มาเถอะ ฉันจะเปิดทางให้เธอเอง!"
ทั้งสองผลักประตูเข้าสู่ชั้นที่สองของดันเจี้ยนได้สำเร็จ ในขณะที่ทีมอื่นๆ ยังคงหืดจับอยู่ในชั้นแรก และเพิ่งจะเริ่มปรับตัวเข้ากับจังหวะการโจมตีของปีศาจแมวได้เท่านั้น
พวกเขาล้วนเป็นผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนคลาส แม้แต่ 《นักเวทธาตุ》 ก็ยังร่ายได้แค่ลูกไฟธรรมดา แถมยังเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ การจะยิงให้โดนปีศาจแมวที่รวดเร็วนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และดาเมจเผาไหม้ก็ทำได้เพียงปิดงานศัตรูที่เลือดเหลือน้อยเท่านั้น
ทว่าผู้เล่นมือใหม่เหล่านี้ยังขาดความชำนาญในสกิล ในขณะที่ปีศาจแมวนั้นว่องไวเป็นกรด การที่ลูกไฟจะพลาดเป้าจึงเป็นเรื่องปกติ พวกเขาทำได้เพียงพึ่งพา 《นักรบโล่》 ให้คอยล่อมอนสเตอร์ไว้ แล้วให้นักเวทคอยระดมยิงลูกไฟใส่
"จางหลิน! เล็งให้มันดีๆ หน่อยได้ไหม! นายยิงโดนฉันอีกแล้วนะ!"
จางหลินที่เดิมทีอยู่ปาร์ตี้เดียวกับเจียงจื่อฉี กำลังระดมยิงลูกไฟอย่างบ้าคลั่ง แต่ดันพลาดไปโดน 《นักรบโล่》 ทีมตัวเองเข้าอย่างจัง
"โอ๊ย! ขอโทษที! ฉันยังไม่ค่อยชินมือน่ะ"
"นี่มันครั้งที่สองแล้วนะ! ฉันยังไม่ทันจะโดนแมวรุมตายเลย แต่แกจะมาทำลายการป้องกันของฉันพังซะก่อนเนี่ยนะ!"