- หน้าแรก
- ไม่ไหวจะรวย กลับบ้านปีใหม่เปย์หนักจนได้แยกตะกูล
- บทที่ 410 - สถานีขยะกลายเป็นขุมทรัพย์ ซูเปอร์ฟาร์มเตรียมผงาด
บทที่ 410 - สถานีขยะกลายเป็นขุมทรัพย์ ซูเปอร์ฟาร์มเตรียมผงาด
บทที่ 410 - สถานีขยะกลายเป็นขุมทรัพย์ ซูเปอร์ฟาร์มเตรียมผงาด
บทที่ 410 - สถานีขยะกลายเป็นขุมทรัพย์ ซูเปอร์ฟาร์มเตรียมผงาด
กลางดึกคืนนั้น ท้องฟ้าเหนือตำบลชิงสุ่ย จู่ๆ ก็แปรปรวนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เมฆดำทะมึนราวกับผุดขึ้นมาจากใต้ดิน กลืนกินดวงจันทร์และดวงดาวไปจนหมดสิ้นภายในพริบตา
เสียงฟ้าร้องครืนๆ ดังระงม ตามด้วยเม็ดฝนขนาดเท่าเม็ดถั่ว สาดเทลงมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับสายฟ้าสีม่วงแลบแปลบปลาบ
พายุฝนครั้งนี้มาเร็ว เคลมเร็ว
ผ่านไปแค่ชั่วโมงเดียว ท้องฟ้าก็กลับมาแจ่มใสไร้เมฆ ราวกับถูกล้างทำความสะอาดจนใสปิ๊ง
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อแสงแดดแรกสาดส่องลงบนไซต์งานตำบลชิงสุ่ย
ชาวบ้านทุกคนที่ตื่นเช้าเตรียมตัวมาทำงาน ต่างยืนอ้าปากค้าง ตะลึงงันอยู่กับที่
ที่ดินสีเหลืองที่เคยแห้งแล้งและว่างเปล่า หลังจากถูกพายุฝนโหมกระหน่ำเมื่อคืน กลับมีต้นหญ้าอ่อนสีเขียวขจีงอกขึ้นมาปกคลุมบางๆ อย่างปาฏิหาริย์!
ในอากาศ ไม่มีกลิ่นเหม็นฉุนของสารเคมีหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของต้นหญ้าที่ผสมผสานกับกลิ่นไอดิน ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายสุดๆ
ชาวนาชราคนหนึ่งเดินสั่นเทาเข้าไปใกล้ๆ นั่งยองๆ ลง หยิบดินขึ้นมาดมใกล้ๆ จมูก
"ฟื้นแล้ว... ดินมันฟื้นแล้ว!"
แกน้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจ
"เทพเจ้ามังกรดลบันดาลแล้ว! ที่ดินผืนนี้รอดแล้ว!"
ชาวบ้านพากันโห่ร้องยินดีเสียงดังกึกก้อง
เจียงเฉินยืนมองภาพเหล่านั้นอยู่ไกลๆ ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์
เรื่องปกติ ไม่ต้องตื่นเต้น
วันต่อมา
บรรยากาศในลานที่ทำการหมู่บ้านเจียง คึกคักแต่ก็แฝงไปด้วยความจริงจัง
แกนนำคนสำคัญของกลุ่มธุรกิจเจียงมารวมตัวกันพร้อมหน้า
เจียงเฉินเรียกทนายโจว, ผู้ใหญ่บ้าน และเจียงเจี้ยนกั๋ว พ่อของเขา มานั่งล้อมวงที่โต๊ะประชุม
บนโต๊ะ มีพิมพ์เขียวขนาดใหญ่ที่เพิ่งถูกวาดขึ้นโดยสถาบันออกแบบมืออาชีพกางแผ่ไว้อยู่
นิ้วของเจียงเฉิน ชี้จิ้มลงไปตรงกลางพิมพ์เขียวอย่างหนักแน่น น้ำเสียงดังกังวาน แฝงความเด็ดขาดที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
"คุณอา คุณลุง พี่น้องทุกคน ที่ดินถูกเคลียร์เรียบร้อยแล้ว"
"ขั้นตอนต่อไป ฉันจะสร้างโปรเจกต์ยักษ์ของจริงบนที่ดินผืนนี้!"
เขาสูดหายใจลึก กวาดสายตามองทุกคนในห้อง
"ฟาร์มเชิงนิเวศระดับซูเปอร์ที่ไม่เคยมีมาก่อน บนพื้นที่ 10,000 หมู่!"
"สร้างมาเพื่อปลูกผักระดับเทพแบบในโรงเรือนอัจฉริยะหลังภูเขา ที่ขายได้ราคาแพงหูฉี่ในเมืองหลวงมณฑลโดยเฉพาะ!"
"หมื่นหมู่?!"
เจียงเจี้ยนกั๋วที่คลุกคลีกับดินมาทั้งชีวิต พอได้ยินตัวเลขนี้ ก็ตกใจจนกล้องยาสูบในมือแทบร่วง
แกลูบฝ่ามือไปมาอย่างประหม่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
"เสี่ยวเฉิน พื้นที่ตั้งหมื่นหมู่... นั่นมันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ"
"ลำพังแค่ที่ดินของหมู่บ้านเรากับตำบลชิงสุ่ย เอามาปะติดปะต่อกัน ยังไงก็ไม่ถึงหรอก"
"เว้นเสียแต่... เว้นเสียแต่ว่าเราจะไปเหมาที่ดินรกร้างกับนาขั้นบันไดของตำบลต้าเหอที่อยู่ข้างๆ มาให้หมดนั่นแหละ ถึงจะพอ"
ทนายโจวที่นั่งอยู่ข้างๆ ขยับแว่นตากรอบทอง เปิดแฟ้มเอกสารทางกฎหมายที่เตรียมไว้ล่วงหน้า แล้วเสนอความเห็นอย่างมืออาชีพ
"เถ้าแก่เจียง ผมตรวจสอบมาแล้วครับ"
"ในตำบลรอบๆ อย่างตำบลชิงสุ่ย, ตำบลต้าเหอ และหมู่บ้านเสี่ยวหวังจวง มีที่ดินถูกทิ้งร้างและนาขั้นบันไดที่ไม่มีคนทำอยู่เยอะมากจริงๆ"
"ถึงกรรมสิทธิ์ของที่ดินพวกนี้จะกระจายกันอยู่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรวบรวมไม่ได้"
"ถ้าเราเสนอราคาเหมาในเรตที่สูงที่สุดในตลาดตอนนี้ ผมมั่นใจว่าภายในหนึ่งเดือน เราจะรวบรวมที่ดินผืนนี้ให้ครบหนึ่งหมื่นหมู่ได้แน่นอน"
เจียงเฉินฟังจบ ก็โบกมือตัดบท เสนอแผนการที่ทำเอาทุกคนสูดปากด้วยความตกใจ
"เรื่องราคา ไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด"
"เอาตามที่ทนายโจวว่าเลย เสนอราคาเช่าเหมาไปเลย 3 เท่าของราคาที่แพงที่สุดในตลาดตอนนี้!"
"ฉันจะทำให้ชาวบ้านที่อุตส่าห์เฝ้าดูแลที่ดินมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ได้รับเงินปันผลเป็นเงินสดๆ ไปเลย!"
"ให้พวกเขารู้ว่า การทำงานกับเจียงเฉิน การร่วมงานกับหมู่บ้านเจียง ไม่มีทางขาดทุนแน่นอน!"
"3 เท่า?!"
ทุกคนในห้องถึงกับอึ้งไปกับความใจป้ำของเจียงเฉิน
นี่มันไม่ใช่การทำธุรกิจแล้ว นี่มันเอาเงินมาโปรยเล่นชัดๆ!
ในขณะที่ทุกคนกำลังฮึกเหิม เตรียมจะแยกย้ายกันไปกว้านซื้อที่ดินตามตำบลต่างๆ
"ปัง!"
ประตูที่ทำการหมู่บ้าน ถูกใครบางคนพุ่งกระแทกเข้ามาอย่างแรง
ผู้ใหญ่บ้านวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหอบแฮ่กๆ สะดุดจนรองเท้าผ้าหลุดไปข้างนึง หายใจแทบไม่ทัน
หน้าแกแดงก่ำ ชี้มือไปข้างนอก เสียงสั่นเครือจนเพี้ยน
"ชะ... เสี่ยวเฉิน! ยะ... แย่แล้ว!"
"จู่ๆ... จู่ๆ ก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้โผล่มาขัดจังหวะ!"
"ทางอำเภอ... ไม่รู้ว่ามีบริษัทบ้าบออะไรโผล่มา อ้างชื่อโครงการ 'กองทุนเพื่อการเกษตรเชิงนิเวศและบรรเทาความยากจนระดับนานาชาติ' กำลังจัดงานใหญ่ในตำบลต้าเหอข้างๆ นู่น!"
"ข้อเสนอที่พวกมันเอามาล่อ... ทำเอา... ทำเอาชาวบ้านเคลิ้มจนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างอยู่แล้ว!"
ได้ยินข่าวนี้ เจียงเฉินก็เลิกคิ้วขึ้นนิดนึง
เขาเรียกหวังต้าโก่วกับทนายโจว ไม่แม้แต่จะหยุดดื่มน้ำ
"ไป ไปดูกันหน่อย"
รถไมบาคสีดำคันหรูคำรามเสียงต่ำ พ่นฝุ่นตลบ มุ่งหน้าพุ่งตรงไปยังตำบลต้าเหอที่อยู่ติดกันทันที
ตำบลต้าเหอ เป็นตำบลที่มีประชากรเยอะที่สุดในบรรดาตำบลละแวกนี้ ใจกลางตำบลมีโรงงิ้วเก่าแก่อายุนับสิบปี ซึ่งเป็นที่ที่ชาวบ้านมักจะมารวมตัวกันพักผ่อนหย่อนใจ
แต่วันนี้ ที่นี่กลับถูกผู้คนเบียดเสียดจนแทบไม่มีที่ยืน
รถไมบาคเพิ่งถึงหน้าตำบล ก็ขับเข้าไปต่อไม่ได้แล้ว
มองออกไป ถนนยาวหลายร้อยเมตรตั้งแต่หน้าตำบลไปจนถึงโรงงิ้ว แน่นขนัดไปด้วยหัวคนมืดฟ้ามัวดิน
บรรยากาศคึกคักยิ่งกว่างานวัดซะอีก
ขนาดกิ่งไม้ของต้นฮวายเก่าแก่ข้างทาง ยังมีพวกเด็กวัยรุ่นปีนขึ้นไปเกาะ ยืดคอชะเง้อมองเข้าไปข้างใน ราวกับต้นไม้ออกผลเต็มต้น
พวกเจียงเฉินไม่มีทางเลือก ต้องลงจากรถแล้วเดินเบียดฝูงชนเข้าไป
บนเวทีโรงงิ้ว มีป้ายไวนิลสีแดงผืนใหญ่กางหลา แสงแดดส่องกระทบตัวหนังสือสีทองดูเด่นหรา
——[ยินดีต้อนรับทุนต่างชาติสนับสนุนเกษตรกร! พิธีลงนามโครงการบรรเทาความยากจนเชิงนิเวศการเกษตรครั้งแรก!]
มีชายหญิงแต่งตัวด้วยชุดสูทเนี้ยบกริบ ผมเผ้าหวีเรียบแปล้ ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นคนในเมือง กำลังถือไมค์พูดจาชักจูงปลุกปั่นอารมณ์อยู่บนเวทีอย่างเมามันส์
คนนำทีม เป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณ 40 รูปร่างอวบอ้วน สวมแว่นตากรอบทอง
ป้ายชื่อที่อกระบุตำแหน่งของเขาไว้ชัดเจน —— ผอ.โครงการมูลนิธิ ผอ.หลี่
เขายกเท้าข้างหนึ่งเหยียบตู้ลำโพง มือข้างหนึ่งถือไมค์ ตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังสุดๆ
"พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย!"
"พวกเรา 'มูลนิธิกองทุนเพื่อการเกษตรเชิงนิเวศและบรรเทาความยากจนระดับนานาชาติ' นำเงินทุนจากวอลล์สตรีท นำเทคโนโลยีล้ำสมัยระดับโลก มาเพื่อช่วยให้ทุกคนหลุดพ้นจากความยากจนและร่ำรวยไปด้วยกัน!"
"พวกเราไม่ได้มาเพื่อหาเงินจากทุกคน! แต่เรามาเพื่อแจกเงินให้ทุกคนต่างหาก!"
"ขอแค่พวกคุณ มอบที่ดินรกร้างที่ไม่มีใครทำกินแล้ว ให้มูลนิธิเราเป็นคนจัดการดูแล!"
"พวกคุณไม่ต้องลงแรงทำอะไรเลยสักอย่าง!"
"ปีแรก! เราแจกเงินปันผลการันตีขั้นต่ำให้เลยคนละ 1 แสนบาท! จ่ายสด!"