- หน้าแรก
- ยอดระบบเส้าหลิน ผิดศีลแล้วไร้พ่าย!
- ระบบผิดศีล 105 คนบาปผู้กอบกู้ยุทธภพ (1)
ระบบผิดศีล 105 คนบาปผู้กอบกู้ยุทธภพ (1)
ระบบผิดศีล 105 คนบาปผู้กอบกู้ยุทธภพ (1)
ระบบผิดศีล 105 คนบาปผู้กอบกู้ยุทธภพ (1)
เมื่อตั้งมิกลืมตาขึ้น ก็ไม่เห็นเงาร่างของเคียวฟงแล้ว
มีเพียงเอี้ยงซาเนี้ยที่อยู่เคียงข้างเขา
ตั้งมิกเอ่ยถาม:
"จอมยุทธ์เคียวล่ะ?"
"เตียบ่อกี้ประมุขเม้งก่าจัดงานเลี้ยงต้อนรับยอดฝีมือจากสำนักต่างๆ และถือโอกาสปรึกษาหารือเรื่องนิกายมาร จอมยุทธ์เคียวย่อมต้องไป"
หว่างคิ้วของเอี้ยงซาเนี้ยแฝงไปด้วยรอยยิ้ม:
"ภิกษุบ้ากาม ไม่เลวเลยนะ กำลังภายในของเจ้า ข้าเกรงว่าต่อให้บำเพ็ญเพียรอีกสิบปี ก็คงตามเจ้าไม่ทัน"
จากการต่อสู้กับเคียวฟง ตั้งมิกได้ทำลายกำแพงของ 'เก้าเอี๊ยงซินกง' อย่างราบคาบ ทะลวงเข้าสู่ระดับเหนือสามัญเข้าสู่อริยะ
ด้วยอานิสงส์จากการยกระดับวรยุทธ์ ตบะของตั้งมิกก็พุ่งพรวดขึ้นไปสองขั้นโดยตรง
ตอนนี้ ตั้งมิกก็เหมือนกับเอี้ยงซาเนี้ย ล้วนอยู่ในระดับไร้ลักษณ์ขั้นห้า!
ระดับไร้ลักษณ์ไม่เหมือนกับระดับก่อนหน้านี้จริงๆ ในฐานะก้าวสุดท้ายของการหลุดพ้นจากขีดจำกัดของปุถุชน การเติบโตของตบะเชื่องช้าราวกับเต่าคลาน หากไม่มียอดคนมาถ่ายทอดพลังให้โดยตรง อาศัยเพียงการบำเพ็ญเพียรอย่างหนัก การที่ตั้งมิกพุ่งจากระดับไร้ลักษณ์ขั้นหนึ่งไปถึงขั้นห้าในเวลาเพียงไม่กี่เดือนเช่นนี้ แม้จะไม่อาจกล่าวได้ว่าไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ แต่ก็ถือเป็นระดับแนวหน้าของยุคปัจจุบันอย่างแน่นอน
ต่อให้เป็นเคียวฟงตอนที่อยู่ในระดับไร้ลักษณ์ ก็ยังไม่มีความเร็วที่เกินจริงเช่นนี้
เอี้ยงซาเนี้ยยังจำได้ว่าตอนที่ตนเองอยู่ในระดับเป็นตาย ตั้งมิกยังอยู่ในระดับสูงประจักษ์ เอี้ยงซาเนี้ยรู้สึกว่าตนเองมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ บำเพ็ญเพียรอย่างหนักและมีวาสนามากมาย แต่ไม่คิดเลยว่าเวลาไม่ถึงหนึ่งปีก็จะถูกตั้งมิกตามทัน
ยิ่งไปกว่านั้น หากไม่ใช่เพราะตั้งมิก ที่ทำให้นางได้รับการชี้แนะจากยอดคนอย่างต่อเนื่อง ไม่แน่ว่าตอนนี้นางอาจจะถูกตั้งมิกทิ้งห่างไปไกลแล้ว
เอี้ยงซาเนี้ยก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ:
"ด้วยความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเจ้าในตอนนี้ เกรงว่าอีกไม่นานคงจะทิ้งห่างข้าไปแล้ว"
ตั้งมิกยิ้มกล่าว:
"เช่นนั้นเจ้าก็ต้องพยายามหน่อย อย่าให้ข้าทิ้งห่างไปไกลนัก"
เอี้ยงซาเนี้ยกัดฟันกรอด:
"เจ้าภิกษุบ้ากาม รู้จักแต่พูดจาถากถาง เจ้าควรจะบอกว่าต่อไปเมื่อเจ้าแข็งแกร่งขึ้น จะช่วยปกป้องสตรีอ่อนแออย่างข้าต่างหาก!"
ตั้งมิก: "จะให้ปกป้องหรือ? เรื่องง่ายๆ มา จูบข้าก่อน"
"ดีล่ะเจ้าภิกษุบ้ากาม ดูสิว่าข้าจะสั่งสอนเจ้าอย่างไร!"
เอี้ยงซาเนี้ยยื่นมือออกไปเตรียมจะตี แต่ตั้งมิกเร็วกว่า
วิชาจับมังกรถูกใช้ออก ร่างของเอี้ยงซาเนี้ยก็ปลิวเข้าไปในอ้อมกอดของตั้งมิกโดยไม่สามารถควบคุมได้
จุ๊บหนึ่งที ร่างของเอี้ยงซาเนี้ยก็อ่อนระทวย ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายไม่กล้าเอ่ยคำใด
การถอนพิษในป่าเขาลำเนาไพรแม้จะน่าตื่นเต้น แต่สภาพแวดล้อมก็ค่อนข้างเรียบง่ายเกินไป สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครมาเลยจริงๆ ดังนั้นตั้งมิกจึงหยุดเพียงแค่นั้น
การถอนพิษ ตลอดทางกลับเส้าหลินมีโอกาสอีกมากมาย!
ตั้งมิกไม่ได้ตั้งใจจะกลับเส้าหลินพร้อมกับสี่อริยสงฆ์รุ่นคง
อาการบาดเจ็บของสี่อริยสงฆ์รุ่นคงอย่างน้อยก็ต้องพักฟื้นอีกหนึ่งเดือน ตั้งมิกไม่มีเวลาว่างมาโอ้เอ้อยู่บนยอดเขากงเม้งเต๋งหรอก
การต่อสู้บนยอดเขากงเม้งเต๋งกินเวลาเพียงสองวันเท่านั้น และก็มีสาวกเม้งก่าจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทยอยเดินทางกลับมาจากทั่วทุกสารทิศ
เตียบ่อกี้ได้ออกคำสั่งให้สาวกเม้งก่าลงจากยอดเขากงเม้งเต๋งเพื่อสืบหาร่องรอยของสำนักอิมกุ่ยในวงกว้าง สำนักอิมกุ่ยถอยทัพไปอย่างหมดจด ไม่ทิ้งร่องรอยที่ชัดเจนไว้มากนัก
ดังนั้นการลงจากเขาในตอนนี้ จึงค่อนข้างปลอดภัย
อย่างไรเสียสำนักอิมกุ่ยในครั้งนี้ก็สูญเสียกำลังคนไปไม่น้อย
ก่อนออกจากยอดเขากงเม้งเต๋ง ตามหลักแล้วตั้งมิกต้องไปกล่าวลาไต้ซือคงเกี่ยง
คงเกี่ยงก็ไม่ได้ห้ามปราม เพียงแต่ตักเตือนให้ตั้งมิกทำทุกสิ่งด้วยความระมัดระวัง
ก่อนจากไป ตั้งมิกได้พบกับเคียวฟงอีกครั้ง
หนึ่งคือเพื่อขอบคุณคำชี้แนะของเคียวฟง สองคืออยากจะขอร้องเคียวฟงเรื่องหนึ่ง
ขุมอำนาจของพรรคกระยาจกเหนือและใต้กระจายอยู่ทั่วต้าเซี่ย มณฑลเหยี่ยนโจวก็มีสาขาพรรคกระยาจกเช่นกัน
ตั้งมิกอยากให้เคียวฟงสืบสวนสถานการณ์ในมณฑลเหยี่ยนโจวสักหน่อย
ชะตากรรมของฟงอวิ๋นและฮ้งป้าไม่อาจจบสิ้นลงได้ในเวลาอันสั้น แม้ตั้งมิกจะทิ้งจอมกระบี่ต๊กโกวเกี้ยมไว้เป็นแผนสำรองแล้ว แต่เขาก็ยังคงเป็นห่วงอิวเยียกอยู่ดี
รบกวนเคียวฟงครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งมิกก็กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า หากในอนาคตมีเรื่องใดที่ต้องการให้ช่วยเหลือ ขอให้เคียวฟงบอกมาได้เลย
ยุทธภพไม่ได้มีแค่การเข่นฆ่า เรื่องของน้ำใจและมารยาททางสังคมก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
เคียวฟงได้ดูแลตั้งมิกเป็นอย่างดี ต่อให้เคียวฟงไม่มีเจตนาจะให้ตั้งมิกตอบแทนบุญคุณ แต่ตั้งมิกก็ไม่อาจไร้ซึ่งมโนธรรม เอาแต่ได้ฝ่ายเดียว
ทำเช่นนี้จะไม่มีเพื่อนเอาได้!
เคียวฟงไม่ว่าจะเป็นอุปนิสัย ตบะ หรือสถานะ ล้วนเป็นจอมยุทธ์ที่ควรค่าแก่การคบหาอย่างแน่นอน
เคียวฟงได้รับคำสัญญาจากตั้งมิก ย่อมต้องดีใจเป็นธรรมดา
ไม่ใช่หวังว่าตั้งมิกจะช่วยอะไรเขาได้มากมาย แต่ดีใจที่เขาเคียวฟงได้คบหาสหายในยุทธภพที่มีทั้งอุปนิสัยและศักยภาพทางวิทยายุทธ์ที่ยอดเยี่ยมอีกคนหนึ่ง!
จากมณฑลยงโจวถึงมณฑลจี้โจว จากเม้งก่าถึงเส้าหลิน
หนทางยาวไกล ใช้เวลาไม่น้อย
ตั้งมิกก็ฉวยโอกาสที่หาได้ยากนี้ ถกเถียงเรื่องความลึกล้ำของการถอนพิษกับเอี้ยงซาเนี้ยหลายต่อหลายครั้ง
ก่อนที่จะถึงเส้าหลิน ตั้งมิกและเอี้ยงซาเนี้ยถึงขั้นก้าวเข้าสู่ระดับไร้ลักษณ์ขั้นหกทั้งคู่เพราะการถอนพิษอย่างบ่อยครั้ง!
นี่ถือเป็นความน่ายินดีที่คาดไม่ถึงอย่างแน่นอน
และ "ความน่ายินดี" ที่อยู่ในความคาดหมาย ก็คือความสำเร็จของศีลประพฤติผิดในกาม ในที่สุดก็ครบถ้วนแล้ว!
[ติ๊ง! หมวดหมู่หยินชั่วร้ายบรรลุความสำเร็จ "เจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้า"! รางวัล: ชำระล้างด้วยปราณฟ้าดินหนึ่งครั้ง! สะสมการชำระล้าง "ยอดพรสวรรค์สะท้านภพ" 2/3]
รางวัลพิเศษอย่างการชำระล้างด้วยปราณฟ้าดิน ดูเหมือนจะปรากฏเฉพาะในความสำเร็จของหมวดหมู่หยินชั่วร้ายเท่านั้น
ระบบคงตั้งใจแน่วแน่ที่จะให้ตั้งมิกถอนพิษไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึง "คุณสมบัติสำเร็จเป็นเซียน" ในตำนาน
ดังนั้นความสำเร็จต่อเนื่องที่ให้มาก็คือ...
เก้าเก้าแปดสิบเอ็ด!
ข้อเรียกร้องนั้นเรียบง่ายและชัดเจน
ถอนพิษแปดสิบเอ็ดครั้ง!
ต่อให้ตั้งมิกจะดื่มชาพุทราแดงเก๋ากี้แทนน้ำทุกวัน อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาถึงสามเดือน
ถอนพิษบ่อยเกินไป เป็นผลเสียต่อร่างกาย!
ต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจ ความถี่ต้องเหมาะสม
เอี้ยงซาเนี้ยผ่านมานานขนาดนี้แล้วท้องยังไม่มีความเคลื่อนไหว ก็ต้องขอบคุณการควบคุมปราณแท้อย่างแยบยลของนาง ที่สกัดกั้นการรุกรานของ "พิษ" ไว้ได้!
มิเช่นนั้น "เสี่ยวเฉิน" เกรงว่าอีกไม่นานคงจะมุดออกมาแล้ว!
ในครั้งนี้ เอี้ยงซาเนี้ยตามตั้งมิกขึ้นเส้าหลิน ก็ไม่ได้ต่อต้านเหมือนครั้งก่อนแล้ว
คงฮุ่ยแทบจะพูดเปิดเผยความสัมพันธ์ของทั้งสองคนอยู่แล้ว เอี้ยงซาเนี้ยก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีก
ขุนเขาสำนึกผิด ใต้ต้นสนสีคราม คงฮุ่ยแอ่นพุงโตกำลังหลับสนิท
ในฤดูหนาวเช่นนี้ คงฮุ่ยยังคงสวมจีวรบางๆ ชุดนั้น ช่างมีไขมันมากเกินไป ทนความหนาวได้จริงๆ!
"ศิษย์คารวะท่านอาจารย์!"
"ผู้น้อยเอี้ยงซาเนี้ย คารวะไต้ซือคงฮุ่ย!"
คงฮุ่ยบิดขี้เกียจด้วยดวงตาที่ยังคงงัวเงีย:
"โอ้ พวกเจ้าสองคนกลับมาเร็วนัก ดูเหมือนว่าความบาดหมางระหว่างแปดพรรคใหญ่และเม้งก่าคงจะคลี่คลายแล้วสินะ"
ตั้งมิกชะงักไป: "ท่านอาจารย์ ท่านเดาออกด้วยหรือ?"
คงฮุ่ย: "ทำไมจะเดาไม่ออกล่ะ หัวกะทิที่แปดพรรคใหญ่ส่งมาในครั้งนี้แม้จะแข็งแกร่งกว่าเม้งก่าอยู่บ้าง แต่ก็มีจำกัด ทั้งสองฝ่ายต่างไม่อยากสูญเสียกำลังหลักอย่างหนัก เช่นนั้นก็ต้องใช้กฎของยุทธภพ ตัดสินแพ้ชนะด้วยวิทยายุทธ์ นอกเสียจากเอี้ยเซียวจะทะลวงเข้าสู่ระดับตระหนักฟ้า มิเช่นนั้นเรื่องนี้ท้ายที่สุดเม้งก่าก็ต้องยอมถอยหนึ่งก้าว"
ตั้งมิกถอนหายใจกล่าว:
"ท่านอาจารย์ แผนการตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลงหรอก สถานการณ์ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่ท่านคิด"
คงฮุ่ย: "เม้งก่าหาคนมาช่วยหรือ?"
ตั้งมิก: "ไม่ใช่ เม้งก่ามีประมุขคนใหม่ ชื่อเตียบ่อกี้ บุตรชายของจอมยุทธ์ห้าเตียเตียชุ่ยซัวแห่งบู๊ตึ๊ง ระดับตระหนักฟ้าระยะต้น"
คงฮุ่ยสงสัย:
"ศิษย์หลานของเตียเจินเหรินผู้นั้นข้าจำได้ว่าหายตัวไปสิบกว่าปีแล้วไม่ใช่หรือ? อายุ ก็น่าจะยี่สิบสี่ยี่สิบห้า ระดับตระหนักฟ้า?"
ตั้งมิก: "เก้าเอี๊ยงซินกง เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาล"
คงฮุ่ยหัวเราะ: "ยอดเยี่ยม เข้ากันได้ดี! เตียเจินเหรินรู้เข้าคงหัวเราะจนฟันร่วงไปสองซี่แน่!"
ตั้งมิกกล่าวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย:
"ฝ่ายแปดพรรคใหญ่ไม่มีผู้ใดสามารถทำลายเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลของเตียบ่อกี้ได้ ในช่วงเวลาสำคัญ ลานแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขากงเม้งเต๋งก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่"
สีหน้าที่เดิมทีกำลังยิ้มแย้มของคงฮุ่ยก็เคร่งขรึมลง:
"ขุมอำนาจใด?"
ตั้งมิก: "สำนักอิมกุ่ย!"
คงฮุ่ยหรี่ตาลง ครู่ต่อมาก็พยักหน้า:
"โถงมารสวรรค์ ในที่สุดก็มาจนได้"
ตั้งมิกขมวดคิ้ว:
"โถงมารสวรรค์? นี่คือขุมอำนาจใด?"
เอี้ยงซาเนี้ยมองดูคงฮุ่ยที่ดูเหมือนกำลังจะพูดความลับอะไรบางอย่าง จึงประสานมือกล่าว:
"ไต้ซือ ผู้น้อย..."
คงฮุ่ย: "เจ้าก็ติดตามศิษย์ของข้าแล้ว ฟังไว้ก็ไม่เป็นไร แต่เจ้าจงจำไว้ ฟังก็คือฟัง ทำได้เพียงฟังเท่านั้น ห้ามนำไปพูดกับคนนอกเด็ดขาด"
เอี้ยงซาเนี้ยรู้สึกซาบซึ้งใจ:
"ขอบคุณไต้ซือที่ไว้วางใจ!"
ตั้งมิกก็รู้ดีว่า คงฮุ่ยในฐานะ "บอส" ที่ซ่อนอยู่ของเส้าหลิน เฝ้าขุนเขาสำนึกผิดที่คุมขังยอดฝีมือฝ่ายอธรรมนับไม่ถ้วน เขาต้องรู้ความลับของยุทธภพมากมายอย่างแน่นอน และสำหรับเบื้องลึกเบื้องหลังของนิกายมาร ก็ต้องรู้ชัดเจนกว่าคนทั่วไปอย่างแน่นอน!
"นิกายมารในปากของชาวยุทธ์ แท้จริงแล้วภายในมรรคมาร พวกเขาตั้งชื่อขุมอำนาจของตนเองว่า โถงมารสวรรค์"
คงฮุ่ยเงยหน้ามองท้องฟ้า ราวกับกำลังรำลึกถึงอดีต
"หกร้อยปีก่อน สำนักอิมกุ่ยป่วนต้าเซี่ย สี่ร้อยปีก่อน ศาลาซ่อมสวรรค์ลอบสังหารยอดฝีมือในยุทธภพจำนวนมาก สองร้อยปีก่อน เจดีย์มังกรประกายแสงถึงขั้นปิดล้อมเมืองหลวง แต่นิกายมารตั้งปณิธานที่จะโค่นล้มต้าเซี่ย เริ่มต้นมาตั้งแต่พันปีก่อนแล้ว ในเวลานั้น ภายในนิกายมารก็ได้ตั้งชื่อว่าโถงมารสวรรค์แล้ว"
คงฮุ่ยชี้มาที่ตัวเอง:
"อาตมาไร้ความสามารถ เคยดำรงตำแหน่งเจ้าโถงสามแห่งโถงมารสวรรค์!"
ตั้งมิก: "..."
เอี้ยงซาเนี้ย: "..."
คำพูดของคงฮุ่ยนี้กล่าวอย่างแผ่วเบา แต่ในใจของตั้งมิกและเอี้ยงซาเนี้ย กลับเกิดคลื่นลมพายุโหมกระหน่ำ!
"ข้าถือว่าเข้าเส้าหลินกลางคัน อายุมากกว่าศิษย์พี่คงเกี่ยงถึงสามรอบ..."
ตั้งมิกยังจำได้ว่าตอนแรกไต้ซือคงเกี่ยงเคยบอกกับเขาว่า คงฮุ่ยเป็น "คนบาปผู้เคยกอบกู้ยุทธภพ"
บัดนี้ สำนักอิมกุ่ยปรากฏตัวในยุทธภพอีกครั้ง คงฮุ่ยผู้เป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้เล่าความลับในอดีตด้วยปากของตนเอง
ในวัยเยาว์คงฮุ่ยเป็นยอดฝีมือฝ่ายอธรรม ศีลแปดของนิกายพุทธสำหรับคงฮุ่ยแล้ว โดยพื้นฐานคือการทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเปลี่ยนรูปแบบไปทุกวัน
คงฮุ่ยชอบกินเนื้อสัตว์เป็นพิเศษ ไขมันบนร่างนี้ ก็เริ่มสะสมมาตั้งแต่ตอนนั้น
ในปีที่คงฮุ่ยอายุห้าสิบปี เขาถูกศัตรูแก้แค้น ขุมอำนาจที่สร้างขึ้นถูกทำลายล้าง พ่อแม่ ภรรยา อนุภรรยา บุตรชายสองคนบุตรสาวหนึ่งคน ล้วนตายจากไปหมดสิ้น!
แม้คงฮุ่ยจะบาดเจ็บสาหัสและหลบหนีมาได้ แต่ตบะทั้งร่างกลับไม่อาจเรียกคืนมาได้อีก
ในเวลานั้น คงฮุ่ยได้พบกับอาจารย์ผู้มีพระคุณของเขา:
ฮุ่ยฉาน!
ไต้ซือผู้นี้ คืออริยสงฆ์เร้นกายแห่งเส้าหลิน เขาออกท่องไปทั่วหล้า และบังเอิญพบกับคงฮุ่ย
ฮุ่ยฉานรู้อดีตของคงฮุ่ย จึงถามเพียงประโยคเดียว:
"เสียใจหรือไม่?"
คงฮุ่ยน้ำตาไหล เขาเสียใจแล้ว
แต่ฮุ่ยฉานถอนหายใจหนึ่งคำ:
"พระพุทธองค์ตรัสว่าวางดาบลง ก็บรรลุเป็นพุทธะได้ แต่เรื่องราวผ่านไปแล้ว วาง ก็ไม่อาจย้อนกลับ เสียใจ ก็ไม่อาจกอบกู้ ต่อไป เจ้าจงชื่อคงฮุ่ยเถิด"
ฮุ่ยฉานเพียงเพราะคำพูดประโยคเดียว ก็ช่วยชีวิตคงฮุ่ยคนพาลที่มือเปื้อนเลือดผู้นี้ไว้ได้
คงฮุ่ยถูกฮุ่ยฉานพากลับเส้าหลิน ในเวลานั้นสี่อริยสงฆ์รุ่นคงอีกสามคนที่เหลือ ยังไม่ได้เข้าวัด ดังนั้นคงฮุ่ยจึงเรียกคงเกี่ยงว่าศิษย์พี่!
อาจเป็นเพราะความตระหนักรู้ที่อดีตมอบให้คงฮุ่ย หรืออาจเป็นเพราะการทำลายตบะเพื่อสร้างใหม่
สรุปแล้วคงฮุ่ยอาศัย 'พระสูตรล้างไขกระดูก' ฟื้นฟูเส้นลมปราณ ตั้งแต่นั้นมา ตบะของเขาก็พุ่งทะยานจนไม่อาจหยุดยั้งได้
เวลาเพียงสิบปี คงฮุ่ยก็ก้าวเข้าสู่ระดับตระหนักฟ้า แม้แต่ 'วิชากระบี่ตั๊กม้อ' ที่ไม่มีผู้ใดฝึกสำเร็จมาห้าร้อยปี คงฮุ่ยก็ตระหนักรู้จนทะลุปรุโปร่ง!
"อาจารย์ของข้า จากไปเร็ว ก่อนจากไป ได้กำชับข้าว่า เส้าหลินไม่อยู่ ยุทธภพยังอยู่ ยุทธภพไม่อยู่ ต้าเซี่ยยังอยู่ ต้าเซี่ยไม่อยู่ ราษฎรยังคงอยู่!"
คงฮุ่ยปาดน้ำตาที่หางตาอย่างแนบเนียน:
"พูดไปก็น่าขัน ตอนแรกที่อยู่เส้าหลิน ต้องรักษาศีล ข้าอยากกินเนื้อจนแทบคลั่ง แต่ข้ายังไม่ฟื้นฟูตบะ ก็เป็นอาจารย์ของข้าที่เอาเนื้อหมูป่ามาให้ข้า เขาบอกกับข้าว่า หมูป่าตัวนี้วิ่งไล่กระต่าย แล้วชนต้นไม้"
คงฮุ่ยพูดไปหัวเราะไป:
"ตอนนั้นข้ายังสงสัย ว่าทำไมอาจารย์ถึงตามใจข้าขนาดนี้ แถมยังยุยงให้ข้าทำผิดศีล อาจารย์ของข้าบอกว่า ราษฎรไหว้พระ เพราะราษฎรใฝ่ดี ไม่มีพระ ราษฎรก็ยังคงใฝ่ดี ตอนนั้นข้าก็ตระหนักรู้ พระสูตรล้างไขกระดูก สำเร็จในชั่วข้ามคืน!"
[จบตอน]