- หน้าแรก
- ลิขิตฟ้าหรือจะสู้ท่านอา รักใสๆของยัยชายาตัวแสบ
- บทที่ 122 พบองค์หญิงเล่อหยาง
บทที่ 122 พบองค์หญิงเล่อหยาง
บทที่ 122 พบองค์หญิงเล่อหยาง
"เจ้ามีพี่ชายทั้งหมดกี่คนกัน"
"หกคน!" ซั่งกวนหลิงหลานกะพริบตาปริบๆ พลางเอ่ย "ข้าเป็นน้องคนสุดท้อง เป็นคนที่เจ็ด!"
"มารดาเจ้าช่าง... ลูกดกเสียจริง" จิ่งเยวี่ยพึมพำ มุมปากกระตุกอย่างแรง
หลังจากรับซั่งกวนหลิงหลานแล้ว จิ่งเยวี่ยก็เดินทางไปรับหนิงเซียงหยวนที่จวนตระกูลหนิงต่อ ดรุณีทั้งสามนั่งรถม้าคันเดียวกันมุ่งหน้าออกสู่นอกเมือง สนามม้าหลวงตั้งอยู่บนพื้นที่กว้างขวางสุดลูกหูลูกตาบริเวณชานเมืองซึ่งถูกล้อมรั้วเอาไว้อย่างเป็นสัดส่วน ดูใหญ่โตโอ่อ่ายิ่งนัก
"ใหญ่โตเสียจริง!" จิ่งเยวี่ยและซั่งกวนหลิงหลานยืนอยู่บริเวณขอบนอกของสนามม้า นัยน์ตาเต็มไปด้วยความทึ่ง
"เรามาที่สนามม้ากันอีกแล้ว!" ใบหน้าของซั่งกวนหลิงหลานเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ท่าทางกระตือรือร้นอยากจะลองลงสนามเต็มทน
ทว่าขณะที่พวกจิ่งเยวี่ยกำลังจะก้าวเท้าเข้าไป จู่ๆ ก็สังเกตเห็นม้าหลายตัวค่อยๆ ควบเข้ามาจากที่ไกลๆ เมื่อม้าฝูงนั้นขยับเข้ามาใกล้ พวกมันก็ควบตะบึงผ่านหน้าไป ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันที่ลอยคลุ้ง
"แค่กๆๆ..." จิ่งเยวี่ยขมวดคิ้วมุ่น ยกมือขึ้นปัดป่ายฝุ่นควันตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหงุดหงิด เห็นอยู่ทนโท่ว่ามีคนยืนอยู่ตรงนี้ก็ยังจะควบม้าเข้ามาใกล้ๆ อีก นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน
"ทักษะการขี่ม้าขององค์หญิงเล่อหยางช่างล้ำเลิศยิ่งนัก หม่อมฉันจิ่งเยี่ยนรู้สึกละอายใจที่ด้อยกว่าเพคะ"
ขณะที่จิ่งเยวี่ยกำลังนึกค่อนขอดอยู่ในใจ นางก็เห็นกลุ่มคนที่อยู่บนหลังม้าหยุดชะงักลงในระยะไม่ไกลนัก ที่แท้คนเหล่านั้นก็คือองค์หญิงเล่อหยางและองค์หญิงจื่อหลิง ซ้ำยังมีจิ่งเยี่ยนรวมถึงบรรดาคุณหนูตระกูลขุนนางอีกกลุ่มหนึ่ง จิ่งเยี่ยนเอ่ยปากชื่นชมพลางทอดสายตามององค์หญิงเล่อหยางด้วยความเลื่อมใส
"นั่นเป็นเรื่องธรรมดา เปิ่นกงจู่เริ่มขี่ม้ามาตั้งแต่สิบขวบแล้ว!" องค์หญิงเล่อหยางเอ่ยพลางเชิดคางขึ้น
"เหตุใดข้าถึงจำได้ว่าตอนอายุสิบขวบ องค์หญิงเล่อหยางร้องห่มร้องไห้เพราะเรื่องขี่ม้าอยู่หลายหนกันเล่า" องค์หญิงจื่อหลิงที่ทนฟังไม่ได้เอ่ยขัดขึ้นมาทันที นางปรายตามององค์หญิงเล่อหยางพลางแค่นเสียงหัวเราะเยาะ
"เจ้า..." ใบหน้าขององค์หญิงเล่อหยางแดงซ่าน นางย่อมต้องโกรธเคืองที่องค์หญิงจื่อหลิงจงใจหักหน้านางต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ ทว่าขณะที่นางกำลังจะอ้าปากโต้ตอบ จิ่งเยี่ยนที่อยู่ด้านข้างกลับร้องทักขึ้นมาเสียก่อน "นั่นจิ่งเยวี่ยกับคุณหนูตระกูลซั่งกวนมิใช่หรือเพคะ"
สิ้นคำกล่าวของจิ่งเยี่ยน สายตาของทุกคนก็หันขวับไปมองตามทันที องค์หญิงเล่อหยางจึงเพิ่งสังเกตเห็นจิ่งเยวี่ยและซั่งกวนหลิงหลานที่ยืนอยู่ไม่ไกล เมื่อเห็นว่าคนผู้นั้นเป็นใคร นัยน์ตาของนางก็เบิกกว้างขึ้น โทสะค่อยๆ ปะทุขึ้นในดวงตาขณะที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ที่แท้ก็พวกเจ้านี่เอง!"
"พวกเจ้ารู้จักองค์หญิงเล่อหยางด้วยหรือ" หนิงเซียงหยวนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย มองจิ่งเยวี่ยและซั่งกวนหลิงหลานพลางเอ่ยถาม
จิ่งเยวี่ยมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกราวกับอยากจะร้องไห้
นี่มันยิ่งกว่ารู้จักเสียอีก!
นี่มันศัตรูคู่อาฆาตชัดๆ!
"องค์หญิงเล่อหยาง องค์หญิงจื่อหลิง ไม่พบกันเสียนานเลยนะเพคะ" จิ่งเยวี่ยเงยหน้าแย้มยิ้มทักทายทั้งสอง
"ฮึ!" องค์หญิงเล่อหยางแค่นเสียงหยัน นางหรี่ตามองจิ่งเยวี่ยกับซั่งกวนหลิงหลานก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "ดูท่าทางพวกเจ้าจะไร้มารยาทสินะ ที่นี่คือสนามม้าหลวง พวกเจ้าจะไม่ทำความเคารพเปิ่นกงจู่หน่อยหรืออย่างไร"
จิ่งเยวี่ยและซั่งกวนหลิงหลานสบตากัน ประกายเย็นชาวาบผ่านดวงตาของทั้งคู่ จิ่งเยวี่ยแสร้งกระแอมไอก่อนจะย่อกายทำความเคารพองค์หญิงเล่อหยางด้วยท่วงท่าที่ดูพิลึกพิลั่นอย่างยิ่ง นางจงใจลากเสียงยาวให้ดูยียวน "ถวายบังคมองค์หญิงเล่อหยาง องค์หญิงจื่อหลิงเพค๊า~!"
"พวกเจ้า..." ใบหน้าขององค์หญิงเล่อหยางดำทะมึนลง เมื่อเห็นท่าทีการทำความเคารพของจิ่งเยวี่ย นางก็รู้สึกได้ทันทีว่ากำลังถูกล้อเลียน
"องค์หญิงเล่อหยาง หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีป่าเถื่อนจากบ้านนอกคอกนา หากมีกิริยาอันใดไม่เหมาะสม ขอองค์หญิงโปรดมีเมตตาอย่าได้ถือสาหาความเลยนะเพคะ!" จิ่งเยวี่ยหยัดกายลุกขึ้นยืนเองโดยไม่รอให้องค์หญิงเล่อหยางตรัสคำว่า 'ไม่ต้องมากพิธี' นางยอมรับหน้าตาเฉยว่าตนเองไร้ซึ่งกฎเกณฑ์มารยาท ซึ่งท่าทางเช่นนั้นช่างชวนให้ผู้คนรู้สึกทั้งขัดใจและคับแค้นใจยิ่งนัก
"แน่นอนสิ เปิ่นกงจู่ย่อมไม่ถือสาอยู่แล้ว!" องค์หญิงเล่อหยางกัดฟันกรอด มือที่กำบังเหียนม้ากระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยราวกับเพิ่งนึกแผนการบางอย่างขึ้นมาได้