- หน้าแรก
- ลิขิตฟ้าหรือจะสู้ท่านอา รักใสๆของยัยชายาตัวแสบ
- บทที่ 89 เหตุใดจึงทิ้งนางไป?
บทที่ 89 เหตุใดจึงทิ้งนางไป?
บทที่ 89 เหตุใดจึงทิ้งนางไป?
หลังจากที่อาหารอาหารถูกยกมาเสิร์ฟ จิ่งหลางก็ได้รับรู้เป็นครั้งแรกว่า สตรีก็สามารถกินอาหารด้วยท่าทีดุดันห้าวหาญไม่ต่างจากบุรุษชาตรีเลยทีเดียว!
ดูท่านั่งกินของจิ่งเยวี่ยสิ ไม่มีวี่แววของกุลสตรีผู้เพียบพร้อมเลยแม้แต่น้อย นางถลกแขนเสื้อขึ้น อ้าปากกว้างราวกับไม่ได้กินอะไรมาเป็นร้อยปี จิ่งหลางถึงกับอ้าปากค้างและลืมกินข้าวไปเสียสนิท
"เอ่อ... จวนท่านอ๋องของพวกเจ้าขัดสนมากเลยงั้นหรือ" จิ่งหลางจ้องมองซิงเอ้อร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังจิ่งเยวี่ยด้วยสีหน้าหวาดผวาไม่แพ้กัน แล้วเอ่ยถาม
...ช่างน่าอับอายยิ่งนัก!
ซิงเอ้อร์เบือนหน้าหนีอย่างเงียบเชียบ ท่าทางราวกับไม่อยากจะทอดสายตามองจิ่งเยวี่ยแม้แต่น้อย
"อาหารที่หอจินเยี่ยนนี่ไร้เทียมทานจริงๆ อร่อยมาก" จิ่งเยวี่ยลูบท้องที่ป่องออกมาอย่างพึงพอใจ ฉีกยิ้มกว้างให้ซิงเอ้อร์แล้วเอ่ย "กลับไปฝากถามเซียวเฉินทีนะ ว่าจะจ้างพ่อครัวจากหอจินเยี่ยนไปไว้ที่จวนของเราได้หรือไม่"
"พ่ะย่ะค่ะ" ซิงเอ้อร์ชะงักไปเล็กน้อยและเอ่ยตอบกลับมาในที่สุด
"โอ้โห! เจ้าพูดออกมาแล้ว!" จิ่งเยวี่ยกระโดดตัวลอยด้วยความตื่นเต้นดีใจ
"เอ่อ... ปกติเขาไม่พูดหรอกหรือ" ฟางจื่อเฉิงค่อยๆ เช็ดปาก กะพริบตาปริบๆ มองซิงเอ้อร์สลับกับจิ่งเยวี่ยแล้วเอ่ยถาม
"ไม่อ่ะ" จิ่งเยวี่ยส่ายหน้าอย่างจริงจัง
"พูดพ่ะย่ะค่ะ..." ซิงเอ้อร์เอ่ยคำสั้นๆ ออกมาอย่างเงียบๆ ทั่วทั้งห้องส่วนตัวพลันตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
"โอ้โห! เขาพูดออกมาอีกคำแล้ว! ไม่ง่ายเลยจริงๆ ไม่ง่ายเลย..." จิ่งเยวี่ยทำหน้าราวกับค้นพบสมบัติล้ำค่าพลางทอดถอนใจเมื่อมองซิงเอ้อร์ ซิงเอ้อร์ก้มหน้าลงอย่างเงียบเชียบ หันหลังไปยืนสงบเสงี่ยมอยู่ที่มุมห้องโดยไม่ปริปากพูดอันใดอีก ฟางจื่อเฉิงเห็นท่าทางของพวกเขาแล้วก็หลุดหัวเราะพรืดออกมา
"จิ่งเยวี่ย เจ้านี่น่าสนใจจริงๆ" ฟางจื่อเฉิงหัวเราะร่วน
...จิ่งเยวี่ยถลึงตาใส่ฟางจื่อเฉิง ก่อนจะหันหลังไปเท้าคางกับขอบหน้าต่าง ทอดสายตามองฝูงชนที่เดินขวักไขว่ไปมาเบื้องล่างโดยไม่ปริปากพูดสิ่งใด
จิ่งเยวี่ยเงียบขรึมผิดปกติ เมื่อนั้นฟางจื่อเฉิงและจิ่งหลางจึงเริ่มสนทนากัน ส่วนใหญ่ก็ไต่ถามสารทุกข์สุกดิบทั่วไป จิ่งเยวี่ยหาวหวอดๆ อย่างเบื่อหน่ายกับบทสนทนาตามมารยาท อาการง่วงงุนหลังหนังท้องตึงนี่มันรักษาไม่หายจริงๆ
จิ่งเยวี่ยหรี่ตามองถนนเบื้องล่าง หวังว่าจะได้เจอชายหนุ่มรูปงามเดินผ่านไปมาบ้าง ทว่าหูอันแหลมคมของนางกลับได้ยินหัวข้อสนทนาระหว่างฟางจื่อเฉิงและจิ่งหลางพอดี
"ยังไม่มีเบาะแสเรื่องน้องสาวของเจ้าอีกหรือ" ฟางจื่อเฉิงประคองถ้วยชาไว้ในมือพลางเอ่ยถาม
"ยังเลย" นัยน์ตาของจิ่งหลางหม่นแสงลงเล็กน้อย เขาก้มหน้าลงและตอบ
"สิบสี่ปีผ่านไปแล้ว นางอาจจะตกเป็นเหยื่อของสัตว์ร้ายไปนานแล้วก็ได้กระมัง" ฟางจื่อเฉิงถอนหายใจแผ่วเบาแล้วเอ่ย
"ไม่ นางจะต้องยังมีชีวิตอยู่" จิ่งหลางกำหมัดแน่นพลางกล่าว "ข้าจะต้องหานางให้พบ"
"สิบสี่ปีเชียวนะ เหตุใดเจ้าถึงยังดึงดันอยู่อีก" ฟางจื่อเฉิงเม้มริมฝีปาก มองจิ่งหลางแล้วเอ่ยถาม
"จื่อเฉิง นางคือน้องสาวร่วมสายโลหิตของข้านะ ร่างของท่านแม่ถูกพบในที่สุด แต่กลับไม่พบร่างของน้องสาว ท่านแม่จะต้องซ่อนนางไว้แน่ ไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้น ข้าจะต้องหานางให้พบ" จิ่งหลางมองฟางจื่อเฉิงด้วยแววตามุ่งมั่นและเอ่ยเสียงหนักแน่น
"แล้วถ้าน้องสาวของเจ้าตายไปแล้วจริงๆ เล่า" คำพูดโพล่งขึ้นมาของจิ่งเยวี่ยทำให้จิ่งหลางชะงักไปเล็กน้อย เขาหันไปมองนางและเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว "หากนางยังมีชีวิตอยู่ ข้าก็ต้องได้เห็นหน้า หากตายไปแล้ว ข้าก็ต้องได้เห็นศพ"
จิ่งเยวี่ยเม้มริมฝีปากเล็กน้อยและก้มหน้าลง ก่อนจะหันกลับไปทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างดังเดิมพลางเอ่ย "น้องสาวของเจ้า... นางถูกทิ้งไว้ที่ใดหรือ"
"ป่าลั่วหมาน" จิ่งหลางตอบพลางทอดสายตามองแผ่นหลังของจิ่งเยวี่ย
"เหตุใดถึงทิ้งนางไปเล่า" จิ่งหลางไม่อาจเห็นสีหน้าของจิ่งเยวี่ย ได้ยินเพียงน้ำเสียงราบเรียบของนางเท่านั้น