- หน้าแรก
- ลิขิตฟ้าหรือจะสู้ท่านอา รักใสๆของยัยชายาตัวแสบ
- บทที่ 84 ในหัวเจ้าคิดอะไรอยู่
บทที่ 84 ในหัวเจ้าคิดอะไรอยู่
บทที่ 84 ในหัวเจ้าคิดอะไรอยู่
"กระหม่อมถวายบังคมพระชายาเก้าพ่ะย่ะค่ะ" ท่านหมอผู้สะพายกล่องยาดูเหมือนจะตกใจกับท่าทีแปลกประหลาดของจิ่งเยวี่ย เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะรีบค้อมกายทำความเคารพอย่างลุกลี้ลุกลน
"โอ๊ย เลิกคุกเข่าแล้วรีบเข้ามาเถอะ" จิ่งเยวี่ยกลอกตาอย่างจนใจ นางกวักมือเรียกท่านหมอให้เข้ามาใกล้ๆ แล้วชี้ไปที่เสื้อผ้าบนโต๊ะพลางเอ่ย "ท่านลองดูสิ เสื้อผ้าพวกนี้มีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่"
"หา?" ท่านหมออึ้งไปเล็กน้อย มองจิ่งเยวี่ยด้วยสีหน้าอยากจะร้องไห้แล้วทูลว่า "พระชายาเก้า กระหม่อมเป็นหมอรักษาโรค ไม่ใช่ช่างตัดเสื้อนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมดูไม่ออกจริงๆ ว่าเสื้อผ้าพวกนี้มีสิ่งใดผิดปกติ..."
"ท่านพูดจาเหลวไหลอันใดกัน ข้าให้ท่านตรวจดูว่าบนเสื้อผ้าพวกนี้มีสิ่งใดเคลือบอยู่หรือไม่ อย่างเช่นผงยา เครื่องหอม หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คนหมดเรี่ยวหมดแรงได้น่ะ" จิ่งเยวี่ยตบหน้าผากตัวเองเบาๆ และชี้ไปที่เสื้อผ้าขณะอธิบายให้ท่านหมอฟัง
"เอ่อ..." เมื่อได้ยินเช่นนั้นท่านหมอก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบลงมือตรวจดูอย่างละเอียด ที่แท้ก็ไม่ได้ให้มารักษาโรคนี่เอง...
"เป็นอย่างไรบ้าง พบสิ่งใดหรือไม่" จิ่งเยวี่ยกะพริบตาปริบๆ มองท่านหมอด้วยสีหน้าคาดหวัง
"นอกจากคราบดินโคลนและรอยเหงื่อแล้ว ก็ไม่พบสิ่งใดเลยพ่ะย่ะค่ะ..." ท่านหมอกราบทูลจิ่งเยวี่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"..." ใบหน้าของจิ่งเยวี่ยดำทะมึน นางถลึงตาใส่ท่านหมอและตวาดว่า "พบโคลนกับเหงื่องั้นหรือ ข้าไม่ได้ตาบอดเสียหน่อย ข้ามองเองก็เห็น! ออกไปเลย รีบออกไปเดี๋ยวนี้!"
จิ่งเยวี่ยไล่ตะเพิดท่านหมอออกไปด้วยความโมโห นางจ้องมองเสื้อผ้าเหล่านั้นด้วยความฉงน นี่นางคิดมากไปเองหรือว่าเข้าใจผิดกันแน่ จิ่งเยวี่ยขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะไปถามเซียวเฉินดู
"เซียวเฉินอยู่ไหน" จิ่งเยวี่ยรีบวิ่งไปหาเซียวเฉินด้วยความร้อนรน ทว่ากลับถูกอิ๋นเฉียวรั้งตัวไว้ นางบอกว่าเซียวเฉินไม่อยู่ในจวน
"ท่านอาเก้าออกไปทำธุระนอกเมือง ยังไม่กลับมาเลยเพคะ" อิ๋นเฉียวย่อกายและเอ่ยบอกจิ่งเยวี่ย
"...ก็ได้ หากเขากลับมาแล้วก็มาบอกข้าด้วยแล้วกัน" จิ่งเยวี่ยถอนหายใจอย่างจนใจก่อนจะเดินกลับเข้าห้อง นางรอแล้วรอเล่า เซียวเฉินก็ยังไม่กลับมา ซ้ำยังไม่เห็นแม้แต่เงาของซิงอีกับซิงเอ้อร์ รอไปรอมาจนกระทั่งพลบค่ำ จิ่งเยวี่ยก็หาวหวอด ทนความง่วงงุนไม่ไหวจนเผลอหลับไปในที่สุด
ระหว่างที่กำลังสะลึมสะลือ จิ่งเยวี่ยที่กำลังหลับสบายจู่ๆ ก็รู้สึกได้ถึงฝ่ามือคู่หนึ่งที่กำลังถอดเสื้อผ้าของนางออก แม้สัมผัสนั้นจะแผ่วเบาและอ่อนโยนยิ่งนัก แต่จิ่งเยวี่ยก็ยังรู้สึกได้ นางขมวดคิ้ว ใจหนึ่งก็อยากจะนอนต่อ อีกใจก็อยากจะลืมตาตื่น ชั่วขณะหนึ่งนางถึงกับคิดไปว่าตนเองกำลังฝันอยู่
ทว่าเมื่อจิ่งเยวี่ยสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บ ร่างของนางก็สั่นสะท้านและลืมตาขึ้นทันที นางก้มลงมองเสื้อผ้าของตนเองที่ถูกถอดออกจนเหลือเพียงเอี๊ยมตัวใน แล้วก็กรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว "กรี๊ดดดด..."
"หุบปาก!" เสียงตะคอกเย็นเยียบดังขึ้น จิ่งเยวี่ยรีบยกมือปิดปาก เบิกตากว้างมองเซียวเฉินที่กำลังเดือดดาลด้วยความหวาดผวา ตกใจจนพูดไม่ออกไปพักใหญ่
"ท่าน... ท่าน... เหตุใดท่านถึงได้หน้ามืดหื่นกระหายปานนี้ ข้าเพิ่งจะอายุสิบสี่เองนะ!" จิ่งเยวี่ยกอดตัวเองแน่น จ้องมองเซียวเฉินด้วยสายตากล่าวหา
"ในหัวเจ้าคิดเรื่องลามกสกปรกอันใดอยู่" ใบหน้าของเซียวเฉินดำทะมึน เขาปรายตาเย็นชามองจิ่งเยวี่ยและเอ่ย "วันนี้เจ้าถูกจู่โจมมาใช่หรือไม่ ให้ข้าดูหน่อยว่าเจ้าได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
"เอ่อ... ท่านถอดเสื้อผ้าข้าเพื่อตรวจดูว่าข้าบาดเจ็บหรือไม่แค่นั้นหรือ" จิ่งเยวี่ยอึ้งไปเล็กน้อย กะพริบตาปริบๆ มองเซียวเฉินพลางเอ่ยถาม
"อืม" เซียวเฉินตอบรับเสียงเรียบ เขาหลุบตาลงแล้วเอ่ย "ข้าเพิ่งกลับมาและเพิ่งรู้เรื่องนี้ ข้าขอโทษ" ขณะที่เอ่ย ลมหายใจของเซียวเฉินสะดุดไปเล็กน้อย เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ จ้องมองจิ่งเยวี่ย แววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและคำขอโทษของเขาทำเอาหัวใจของจิ่งเยวี่ยสั่นไหวอย่างรุนแรง นางเม้มริมฝีปากและก้มหน้าลง ไม่กล้าสบสายตากับเซียวเฉิน