- หน้าแรก
- ลิขิตฟ้าหรือจะสู้ท่านอา รักใสๆของยัยชายาตัวแสบ
- บทที่ 27 เจ้าอ่านหนังสือไม่ออกงั้นหรือ
บทที่ 27 เจ้าอ่านหนังสือไม่ออกงั้นหรือ
บทที่ 27 เจ้าอ่านหนังสือไม่ออกงั้นหรือ
"ท่าน... เหตุใดท่านถึงไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า!" จิ่งเยวี่ยแทบจะร้องไห้ออกมา นั่นมันโอรสของฮ่องเต้เชียวนะ! หากนางรู้แต่แรกว่าเขาเป็นคนอาฆาตมาดร้ายถึงเพียงนั้น นางย่อมไม่มีทางไปกระตุกหนวดเสืออย่างเด็ดขาด
"เจ้าไม่เคยถามข้าก่อนเองนี่" เซียวเฉินหรี่ตาลง สีหน้าดูราบเรียบไม่สะทกสะท้าน
"แค่กๆ..." จิ่งเยวี่ยกระแอมไอแล้วจ้องมองเซียวเฉินอย่างจริงจังพลางเอ่ยถาม "อย่างน้อยข้าก็เป็นพระชายาของท่านอาเก้านะ ท่านจะช่วยปัดเป่าเภทภัยและความยากลำบากให้ข้าสักหน่อยไม่ได้หรือ ดังคำกล่าวที่ว่า 'ร้อยปีบำเพ็ญเพียรจึงได้ร่วมลงเรือลำเดียวกัน พันปีบำเพ็ญเพียรจึงได้ร่วมเรียงเคียงหมอน' การที่พวกเราได้พบกันย่อมถือเป็นวาสนาอย่างหนึ่งนะ!"
"เจ้าคิดมากไปแล้ว" เซียวเฉินลืมตาขึ้นมองจิ่งเยวี่ยแล้วเอ่ย "ในป่าทึบนั่นเจ้าก็เห็นแล้ว เปิ่นหวังแทบจะเอาตัวไม่รอดด้วยซ้ำ เจ้าคงต้องพึ่งพาตัวเองแล้วล่ะ"
"สวรรค์... ท่านจะหลอกลวงกันเช่นนี้ไม่ได้นะ!" จิ่งเยวี่ยผุดลุกขึ้นกระโดดเหยงในทันที นางถลึงตาใส่เซียวเฉิน จู่ๆ ก็รู้สึกราวกับว่าตนเองได้ก้าวหลงเข้ามาในถ้ำหมาป่าเสียแล้ว
ไม่สิ นางอยู่ในถ้ำหมาป่าอยู่แล้วต่างหาก
ถุย! หากเลือกได้ นางยอมใช้ชีวิตอยู่ในป่าแห่งนั้นไปจนตายเสียยังจะดีกว่า เหตุใดถึงได้มีเรื่องวุ่นวายมากมายก่ายกองถึงเพียงนี้!
"เสียใจตอนนี้ก็สายไปแล้ว" เซียวเฉินเลิกคิ้วขึ้น เขาหยัดกายลุกยืนแล้วเอ่ย "ถึงแล้ว"
"หา? ถึงที่ใดหรือ" จิ่งเยวี่ยชะงักไปชั่วครู่ มองดูเซียวเฉินก้าวลงจากรถม้า
"บ้านของพวกเราไง" เซียวเฉินยืนอยู่ด้านนอกรถม้า ยื่นมือมาตรงหน้าจิ่งเยวี่ย ท่าทางอ่อนโยนและดูไร้พิษสงของเขาทำเอาหัวใจของจิ่งเยวี่ยกระตุกวูบ บ้านงั้นหรือ?
จิ่งเยวี่ยเบี่ยงตัวหลบมือของเซียวเฉินแล้วกระโจนลงจากรถม้า ก่อนจะตกตะลึงกับคฤหาสน์เบื้องหน้าในทันที
"นี่คือพระราชวังงั้นหรือ ช่างใหญ่โตโอ่อ่าอะไรเช่นนี้!"
"เจ้าอ่านหนังสือไม่ออกงั้นหรือ" เซียวเฉินที่กำลังจะก้าวเดินได้ยินคำพูดของจิ่งเยวี่ยเข้า ฝีเท้าของเขาถึงกับชะงักงัน เขาหันมามองจิ่งเยวี่ยด้วยใบหน้าดำทะมึนแล้วเอ่ยถาม
"อ่านออกสิ" จิ่งเยวี่ยพยักหน้ารับ
"เช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้นไปดูสิว่าตัวอักษรด้านบนนั้นเขียนไว้ว่าอย่างไร" เซียวเฉินเอ่ยด้วยใบหน้ามืดครึ้ม พลางชี้ไปยังป้ายที่แขวนอยู่เหนือประตูบานใหญ่สูงตระหง่าน
"ไหนขอดูหน่อยสิ... จวน... ท่านอ๋อง... จวนท่านอ๋อง!" จิ่งเยวี่ยกรีดร้องเสียงหลง มองดูประตูสีแดงชาด ป้ายชื่อสลักลวดลายปิดทอง และเหล่าทหารยามในชุดเกราะอันน่าเกรงขามที่หน้าประตูด้วยความเหลือเชื่อ จู่ๆ นางก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"เซียวเฉิน ท่านตอบข้ามาตามตรงเถอะ ท่านไปปล้นท้องพระคลังมาใช่หรือไม่ ถึงได้มีเงินทองมากมายก่ายกองมาสร้างจวนใหญ่โตปานนี้" จู่ๆ จิ่งเยวี่ยก็ขยับเข้าไปใกล้เซียวเฉินด้วยสีหน้าจริงจังแล้วกระซิบถามเสียงเบา
ใบหน้าของเซียวเฉินว่างเปล่าไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจ้องมองจิ่งเยวี่ยราวกับนางเป็นคนโง่งม เขาโบกมือปัดอย่างเงียบๆ แล้วสั่งซิงอี "จับสตรีผู้นี้โยนลงสระน้ำ ให้นางสร่างจากความเลอะเลือนเสียที"
"นี่ๆๆ! ข้าไม่ได้ล้อท่านเล่นนะ!" จิ่งเยวี่ยกระโดดเหยงขึ้นมาทันที นางถลึงตาใส่ซิงอีและซิงเอ้อร์ เมื่อเห็นว่าพวกเขายังคงนิ่งเฉย ในที่สุดนางก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อหันกลับไปมองประตูใหญ่และคิดว่าตนเองจะได้เป็นนายหญิงของที่นี่นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป หัวใจของนางก็เบ่งบานไปด้วยความปีติยินดีในทันที!
บุรุษน่ะ ร่ำรวยไว้ก่อนเป็นดีที่สุด!
"พระชายา นายท่านมีรับสั่งให้ท่านพำนักอยู่ที่เรือนบงกชพ่ะย่ะค่ะ" ซิงเอ้อร์นำทางจิ่งเยวี่ยมายังเรือนหลังงามวิจิตร ดอกบัวที่บานสะพรั่งเต็มสระทำเอาจิ่งเยวี่ยเบิกตากว้าง แววตาเต็มไปด้วยความปรารถนา ดอกบัวเยอะขนาดนี้ มีของอร่อยให้กินแล้ว!
"นี่คือสาวใช้ที่จะคอยปรนนิบัติดูแลกิจวัตรประจำวันของท่านพ่ะย่ะค่ะ" ซิงอียืนอยู่กลางลานเรือน ชี้ไปยังสาวใช้ตัวน้อยที่คุกเข่าอยู่บนพื้นแล้วเอ่ย "ภายในจวนท่านอ๋องมีผู้ที่ว่างงานอยู่น้อยยิ่งนัก นายท่านจึงจัดสรรสาวใช้ให้พระชายาเพียงผู้เดียว หากพระชายาทรงรู้สึกว่าไม่เพียงพอ ก็สามารถคัดเลือกเพิ่มจากภายนอกจวนได้พ่ะย่ะค่ะ"
"พอแล้ว พอแล้วล่ะ..." จิ่งเยวี่ยพยักหน้ารับรัวๆ
"พระชายา หมาป่าทั้งสองตัวของท่านถูกนำไปพักไว้ที่เรือนปีกข้างเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ" ซิงเอ้อร์เอ่ยรายงานทุกสิ่งที่จำเป็นจนครบถ้วน ท่าทีการรายงานของเขาเย็นชาและไร้ความรู้สึกราวกับเครื่องจักรไม่มีผิด