เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

GMC ตอนที่ 17 คำสารภาพที่กล้าหาญ

GMC ตอนที่ 17 คำสารภาพที่กล้าหาญ

GMC ตอนที่ 17 คำสารภาพที่กล้าหาญ


 

GMC ตอนที่ 17 คำสารภาพที่กล้าหาญ

 

เมื่อกลับถึงบ้าน  ซูฮ่าวได้หยิบขวดยาออกมาอย่างระมัดระวัง

ถ้าเขาต้องการที่จะใช้ผลของยาเสริมสร้างร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลมากที่สุด มันทนต่อความเจ็บปวดที่มาก และยิ่งความเจ็บปวดมากเท่าใดผลของยายิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก

ซูฮ่าว ได้เลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งจะเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายของเขาได้อย่างมหาศาลซึ่งต้องแลกด้วยกันความเจ็บปวดที่มหาศาลเช่นกัน

ครั้งล่าสุดที่เขาได้รับความเจ็บปวดจากยาตัวนั้นมันยังคงติดอยู่ในใจของเขา ถ้าเขาใช้ทั้งสองยาพร้อมกันไม่เพียง แต่เขาสามารถที่จะได้ผลของยาเสริมสร้างเขายังสามารถที่จะฟื้นฟูได้ด้วย

"ยังมียาฟื้นฟูฉันมีอยู่จำนวน 35 ขวด " ซูฮ่าวพึมพำกับตัวเอง   ครั้งล่าสุดที่เขาใช้ยาฟื้นฟู 1 ขวด มันช่วยให้เขาสามารถเพิ่มระดับการบ่มเพาะต้นกำเนิดระดับสูง ได้ถึง 10% กล่าวอีกนัยหนึ่งตราบเท่าที่เขาดื่มอีก 9 ขวด เขาก็สามารถที่จะเรียนรู้การบ่มเพาะระดับสูงได้  แน่นอนว่านี่จะเกิดขึ้นได้หากเขาต้านทานความเจ็บปวดของยาฟื้นฟูทั้ง 9 ขวดนั้นได้

"9 ขวด" แสงจากดวงอาทิตย์ส่องมาททางของซูฮ่าว  นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับเขาในการปรับปรุงความสามารถของตัวเขา  เขาไม่ควรปล่อยให้โอกาสนี้ไปได้ง่ายๆ

ไม่เพียงแค่ 9 ขวดเท่านั้นเขาก็ต้องการที่จะดื่มมันทั้งหมด 35 ขวดในครั้งเดียว นี่เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะสามารถดึงประสิทธิภาพทั้งหมดของยาเสริมสร้างได้มากเท่าที่จะทำได้

"ถ้าจะกินเพียง 9 ขวดมันยังมีเหลืออีกตั้ง 26 ขวดถ้าปล่อยทิ้งไว้มันคงไม่ดี และถ้าดื่มเพียงแค่ 9 ขวดใช้ในการวิเคระห์และจำลองการ์ดอยู่ไม่กี่ทีก็หมดแล้ว" ซูฮ่าวมีความคิดที่บ้าคลั่ง  ถ้าคนอื่นๆรู้จักความคิดของเขาละก็  คนอื่นอาจคิดว่าเขาเป็นบ้า

ดื่มยาฟื้นฟูระดับเริ่มต้น 35 ขวดในครั้งเดียว?

อย่าพูดถึงยาที่มีในตลาดมืดแม้แต่ยาที่มีขายทั่วไปในร้านค้าปกติก็เพิ่มพลังงานจำนวนมากพอที่จะทำให้แหล่งเก็บพลังงานระเบิดได้

นี่คือเป็นความเสี่ยงของ ซูฮ่าว  ถ้าเขาล้มเหลวเขาอาจจะตาย แต่ถ้าเขาทำสำเร็จเขาจะเป็นอัจฉริยะดชั่วข้ามคืน!

เขาอดทนมานานหลายปีแล้ว ด้วยโอกาสตรงหน้า เขาต้องคว้าเอาไว้ให้ได้!

หลังจากที่เตรียมยาทั้งหมดไว้อย่างเรียบร้อย  ซูฮ่าวจึงเริ่มตรวจสอบการ์ดที่เขาเคยคัดลอกไว้

ทักษะการต่อสู้ขั้นพื้นฐานระดับสูง ทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าระดับเริ่มต้นและทักษะการบ่มเพราะต้นระดับเริ่มต้น หากไม่รวมการความสามารถวิเคราะห์แบบจำลอง ความสามารถในแหล่งกำเนิดของตัวเขามีทั้งหมด 3 ใบ

สำหรับในตอนนี่ที่เขายังไม่ได้เรียนรู้การบ่มเพาะระดับสูง

"เมื่อฉันเรียนรู้การ์ดการเพาะปลูกระดับสูงแล้ว  ความแข็งแรงของร่างกายฉัน คงจะสามารถก้าวหน้าได้เร็วขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ฉันต้องพัฒนาควรจะเป็นทักษะการต่อสู้ "ซูฮ่าวกล่าวต่อ" ทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ ยังอยู่ในระดับเริ่มต้น เหตุใดฉันจึงไม่ใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาให้สูงขึ้น ฉันกลัวว่าที่เหลือ 26 ขวดฉันจะดื่มได้เพียงครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด  ดูเหมือนว่าฉันจากบางอย่างอีก "

รูปแบบการ์ดแรกที่ ซูฮ่าว ต้องการสร้างคือทักษะการต่อสูงของเจ้าหน้าที่ระดับสูง

ต่อไจากทักษะการต่อสู้ของเจ้มหน่าที่คือทักษะการต่อสู้ทางทหาร ความต้องการขั้นต่ำในการเรียนคือต้องใช้ทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ได้อย่างเต็มที่  ซูฮ่าวต้องที่จะสร้างการ์ดทักษะการต่อสู้ทางทหารเขาต้องรวมทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ให้สมบูรณ์  ดังนั้นเพื่อที่เขาจะต้องเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ระดับสูงของเจ้าหน้าที่ก่อน เพื่อที่จะใช้ทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ได้อย่างเต็มที่เขาต้องทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ

สำหรับการ์ดแบบที่สอง ซูฮ่าว ยังไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้ เขาทำขั้นตอนที่หนึ่งให้เสร็จก่อน

"ขอเพียงทำให้การ์ดใบแรกสมบูรณ์ก่อนแล้วเราถึงจะพูดถึงเรื่องนี้" ซูฮ่าวเริ่มคิดว่า

"ใครเป็นที่ผู้เชี่ยวชาญ ทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่  แม้แต่ครูผู้สอนของโรงเรียนยังใช้ได้เพียงระดับเริ่มต้นเท่านั้น"

หลังจากที่เขาคิดว่าอยู่ครูหนึ่ง  ซูฮ่าวก็สนึกถึงคนคนหนึ่งที่มีความเป็นไปได้สูงมาก ในการที่จำสำเร็จทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้

เขาต้องยอมรับว่า พี่น้องเฉินเป็นดาวนำโชคของเขาจริงๆ  ครั้งล่าสุดที่เขาสามารถเรียนทักษะการต่อสู้พื้นฐานระดับเริ่มต้นได้เขาก็เรียนรู้จากการต่อสู้กับเธอ และคราวนี้เขาจะะได้เรียนรู้จากพี่ชายเธอเฉินเฟิง

เมือง เจียงฮี ตำนานของเมือง

ความคิดของ ซูฮ่าว นั้นง่ายมากในการเข้าเรียนในวิทยาลัย ซานเซียง พวกเขาทั้งหมดต้องเป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะแน่นอน! หลักสูตรการสอนการต่อสู้ใน ซานเซียง เป็นอย่างใดไม่ได้นอกจากทักษะการต่อสู้ทางทหาร!

มันคือขั้นที่สามของทักษะการต่อสู้ที่ดีที่สุดในโลกจนในขณะนี้(มั้ง)

เนื่องจากความปรารถนาของเขาคือ การเรียนทักษะการต่อสู้ทางทหารแม้แต่เฉินเฟิงอาจจะยังไม่สามรถเรียนรู้ทักษะนี้ได้ แต่เขาต้องมีทักษะในการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงอย่างแน่ๆ

ดังนั้นตราบที่เขาพบกับทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้เขาจะประสบความสำเร็จ!

สำหรับวิธีของเขา  นี่มันเป็นงานที่ง่ายมาก

โรงเรียนขนาดใหญ่แห่งแรกในเมืองเจียงฮี  ในช่วงพักระหว่างเรียนในตอนเช้า นักเรียนจะได้รับพักผ่อนร่างกายของพวกเขา ที่ห้องเรียน 326 จะเต็มไปด้วยฝูงชน นี่เป็นเพราะความงามของโรงเรียน เฉิน เยวี่ย อยู่ในชั้นเรียนนี้!

อย่างไรก็ตามพวกเขาเป็นได้เพียงแค่ผู้เข้าชมและไม่กล้าที่จะเข้าใกล้เธอแต่อย่างใด มีครั้งหนึ่งที่

เฉินเยวี่ย ส่งคนคนหนึ่งที่ติดตามเธอเข้าไปนอนที่โรงพยาบาลเป็นเวลาหกเดือนเต็ม ตั้งแต่นั้นมาไม่มีนักเรียนคนไหนที่กล้าติดตามเธออีกพวกเขาได้แต่มองจากมี่ไกลๆ

แต่แน่นอน ข้อยกเว้นเช่น ซุนเหยาเตี้ยน

"เยวี่ย ทำไมเราไม่ไปทานอาหารเย็นด้วยกันละคืนนี้   ฉันได้ยินมาว่าเมื่อวานนี้มีการโจมตีจากกองทัพสัตว์ที่กำลังคลั่ง มันจะเป็นอันตรายมากถ้าเธอไปคนเดียว แต่ถ้าเะอไปกับฉัน ฉันจะสามารถปกป้องเธอได้ "ซุนเหยาเตี้ยน  กล่าวอย่างมั่นใจ

นักเรียนรอบ ๆ มองเขาด้วยความรังเกียจ อย่างนายหรอจะปกป้องเฉิน เยวี่ย ความสามารถของ เฉิน เยวี่ยสูงกว่าเขาอย่างมากไม่เพียงแค่ระดับเดียวเท่านั้น หากพวกเขากำลังเผชิญกับสัตว์ที่กำลังคลั่ง อาจเป็น ซุนเหยาเตี้ยน   เองที่จะโดนปกป้อง

ซุนเหยาเตี้ยน  มองไปที่เฉิน เยวี่ย ด้วยความอึกอัดใจและไอออกมาก่อนที่เขาจะพูดต่อ "ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของฉันจะไม่เท่าเธอแต่ฉันสามารถรับประกันได้ว่าทุกคนที่ต้องการจะทำร้ายคุณจะต้องก้าวข้ามศพฉันไปก่อน!"

คำกล่าวที่น่าหลงไหลเช่นนี้สามารถใช้ได้กับหญิงสาวให้หลงใหลในตัว ซุนเหยาเตี้ยน  อย่างบ้าคลั่งได้เลย

แต่กลับ เฉิน เยวี่ย ยังคงเงียบ ถ้าไม่ได้เพราะความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัว ไม่งั้ยเธอคงจะเตะซุนเหยาเตี้ยนลอยขึ้นฟ้าไปนานแล้ว

ปัง

เสียงเปิดประตูห้องเรียน ดังขึ้นโดยฉับพลัน เมื่อหันศีรษะไปพวกเขาประหลาดใจที่เห็นซูฮ่าวยืนอยู่ที่ทางเข้าประตู แล้วเริ่มวิ่งเข้าไปข้างใน

"ซูฮ่าว"

ซุนเหยาเตี้ยนโกรธเป็นอย่างมาก  "แกกล้ามาที่ห้องเรียนได้อย่างไรหรือแกต้องการที่จะตาย "

ซูฮาวขี้เกียจเกินไป ที่จะพูดคุยกัยคนพันธุ์นี้ เขาเดินตรงไปหา เฉิน เยวี่ย และดึงแขนเธอออกไปจากห้องเรียน

นักเรียนต่างก็ตะลึง!

F * ck นี่มันเรื่องอะไรกัน

ซูฮ่าวกล้าวิ่งเข้ามาในห้องเรียนของพวกเขาและลากแขน เฉินเยวี่ย ออกไป

ซุนเหยาเตี้ยน ดูพวกเขากำลังจะเดินออกมาจากประตูก่อนที่จะฟื้นตัวจากความมึนงง ความโกรธของเขาได้พุ่งสูงขึ้นและตะโกนว่า "กันเส้นทางของเขาไว้อย่าให้ออกไปได้"

ที่ประตูมีชายสูงกว่า 2 เมตร กำลังขวางหน้า ซูฮ่าว

หลู เว่ย(Luo Wei) ที่เคยเป็นเพื่อนสนิทของ ซูฮ่าว ซึ่งตอนนี้เป็นลูกน้องของ ซุนเหยาเตี้ยน และเป็นคนที่บอกเรื่องขอ งซูหลิง ให้กับ ซุนเหยาเตี้ยน ด้วยความสามารถของเขาที่มี 6 จุด เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าซูฮาวที่ก่อนหน้านี่ที่เขามีพลังเพียงแค่ 3.8 จุด

หลูเว่ย ยืนอยู่ตรงหน้า ซูฮ่าว และกล่าวว่า "ซูฮ่าว นายควรหยุด ... "

"ถอยไปซะ"

ซูฮ่าวขี้เกียจที่จะยุ่งกับเรื่องไร้สาระนี้ ด้วยมืออีกข้างที่จับลาก เฉินเยวี่ยอยู่ จึงใช้มืออีกข้างหนึ่งที่ว่างส่งหมัดออกไปยังตรงหน้า

"ความเร็วระดับนีั มันอะไรกัน!"

จิตใจของ หลูเว่ย เริ่มตื่นตัว ด้วยมือทั้งสองข้างของเขาพยายามจะปกป้องหน้าอกและป้องกันกำปั้นจากซูฮ่าว

เมื่อ ซูฮ่าว เห็นกำปั้นของเขาถูกป้องกันจึงใช้ขาขวาของเขาเตะออกไปแทน

“ตุบ”

หลูเว่ย ถูกเตะเขาที่กระเพาะอาหาร ร่างกายของเขาถูกส่งออกไปโดยกองกำลังและตกลงไปที่ราวบันไดชั้นสาม เขาเกือบจะตกลงมาจากชั้นบน

ซูฮ่าว หัวเราะเยาะ หลูเว่ย

โดยไม่ไม่มีสิ่งใดหยุด ซูฮ่าว อีกต่อไปและยังคงลาก เฉินเยวี่ย ออกไปนอกห้องเรียนและรีบวิ่งออกไปจากโรงเรียน  เมื่อซุนเหยาเตี้ยนวิ่งตามไปที่นั่นเขาก็ไม่สามารถมองเห็นแม้แต่เงาของซูฮ่าว

“ไอ้ขยะ”

ซุนเหยาเตี้ยน ระบายความโกรธของเขาทั้งหมดกลับ หลูเว่ย โดยการเตะไปที่เขา

ที่สวนสาธารณะของเมือง เจียงฮี

ซูฮาวยังคงลาก เฉินเยวี่ย เดินไปทางด้านในของสวน

เฉิน เยวี่ย เพียงมองเขาด้วยความสนใจ เธออยากจะว่าซูฮ่าวที่เป็นคนลากเธอออกไป ระหว่างทางมาที่นี่เขาจับมือเธอไว้ตลอดทาง เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกอาย แต่สิ่งที่ทำให้เธออยากรู้อยากเห็นก็คือสิ่งที่ ซูฮ่าวพยายามจะทำ

ซูฮ่าว ซึ่งเธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนประเภทนี้และแน่นอนว่าเขาคงไม่เป็นที่สนใจมัน

พวกเขาเดินต่อไปยังกลางของสวนสาธารณะ  เมื่อพวกเขามาถึงศาลาที่อยู่ใกล้ทะเลสาบ ซูฮ่าว ก็หยุดลงลากเธออีก

เฉิน เยวี่ย เดินไปนั่งอยู่บนม้านั่งหิน มองไปที่เขาขณะที่เผยรอยยิ้มอันหวานของเธอ เธอถามว่า "นายต้องการทำอะไร หืมคงไม่ใช่ที่ให้ฉันคิดหรอกใช่ไหม นายต้องการสารภาพรักกับฉัน? "

"เธอรู้ได้ยังไง" ซูฮ่าวมองเธออย่างจริงจัง "ฉันชอบเธอมานานแล้ว หรือเธอดุไม่ออก "

ตาของเฉิน เยวี่ย ก็เปิดกว้างขึ้นและมองไปที่เขาเห็นได้ชัดว่าเธอดูเหมือนจะตกใจกับคำพูดที่ฉับพลันของเขา เธอคิดว่าเขาคงจะล้อเล่น แต่เมื่อมองไปที่การแสดงออกของซูฮ่าวเธอก็พูดออกไปว่า "ซูฮ่าว นายคงไม่ได้คิดจริงจังหรอกใช่ไหม "

ซูฮ่าวมองไปที่ใบหน้าเธอและหัวใจของเขาห่อเหี่ยวลงอยากมากแล้วก็เริ่มถอนหายใจ   เฉิน เยวี่ย ไม่ยังอยากจะพัฒนาความสัมพันธุ์ของเขาเพราะเธอยังไม่ใช่แน่ใจกับมัน แม้ว่าในช่วงไม่กี่วันนี้เรื่องต่างๆเกิดขึ้นกับพวกเขามากมาย แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของพวกเขา

"แน่นอน" นายซูฮ่าวเงยหน้าขึ้น ดูใบหน้าที่ขาวบริสุทธิ์ดั่งหยกของเฉิน เยวี่ย เขายังคงกล่าว "เมื่อเธอมองไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มสุดร้อนแรงคนนี้ ยังคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกอยู่งั้นหรอ สำหรับเธอแม้จะสละชีวิตของตัวเองหรือจะให้ฉันทำอะไรฉันก็ยอมทั้งนั้น"

ยิ่ง เฉิน เยวี่ย ได้ยินคำพุดเหล่านี้ เธอยิ่งรู้สึกคุ้นเคยกับมัน  เธอตอบสนองเพียงเล้กน้อย ต่อจากนั้นภายหลังมาก  นี่มันไม่ใช่คำสารภาพที่ ซุนเหยาเตี้ยน เคบบอกกับเธอฟังเมื่อ 2 ปี ก่อน เมื่อพวกเขาพบกันครั้งแรกไม่ใช่หรอ

"นายมัน"

เฉิน เยวี่ย เงยหน้าขึ้นมองไปที่การแสดงออกทางสีหน้าของ ซูฮ่าว ทันทีที่ในที่สุดเธอก็รู้ว่าเธอโดนหลอกโดยเขาอีกครั้งแล้ว

 

 

ติดตามงานแปลได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย

จบบทที่ GMC ตอนที่ 17 คำสารภาพที่กล้าหาญ

คัดลอกลิงก์แล้ว