เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 56 ความเจ้าเล่ห์ของจ้าว ชิงม่าน!

ตอนที่ 56 ความเจ้าเล่ห์ของจ้าว ชิงม่าน!

ตอนที่ 56 ความเจ้าเล่ห์ของจ้าว ชิงม่าน!


ตอนที่ 56 ความเจ้าเล่ห์ของจ้าว ชิงม่าน!

“เซี่ยเซี่ย ส่งเลขบัญชีมาให้พี่หน่อย”

ฮั่ว ฉีอัน คิดในใจ ในที่สุดเงินเก็บที่หามาก็ใกล้จะหมดแล้ว ถึงเวลาที่ระบบจะได้ออกโรงแสดงศักยภาพสักที

“พี่ชาย ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ค่ะ”

เซี่ย เย่จื่อ พูดไปพลาง เลื่อนหาประวัติการแชตเพื่อเอาเลขบัญชีออกมา

ฮั่ว ฉีอัน อดไม่ได้ที่จะยิ้ม ยัยเด็กนี่ก็ยังเป็นคนตรงไปตรงมาอยู่ดี ไม่สิ เขาชอบคนตรงๆ แบบนี้นี่แหละ ยิ่งดูเรียบง่ายเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

ติ๊ง!

พอได้รับเลขบัญชี เขาก็โอนเงินหนึ่งแสนหยวนไปให้ทันที

“พี่ชาย หนูได้เยอะกว่าพี่ซาซ่าตั้งสามพันแน่ะ”

เซี่ย เย่จื่อ ดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น

[ค่าความชอบของ เซี่ย เย่จื่อ +2 (77)]

“เธอเป็นน้อง พี่เขาก็ต้องยอมให้นั่นแหละ”

ฮั่ว ฉีอัน อดไม่ได้ที่จะหาวออกมา เช้านี้เขาตื่นเช้า แถมยุ่งมาทั้งวัน เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ จะง่วงก็ไม่แปลก

ต่อให้ร่างกายจะกลับไปฟิตเหมือนตอนอายุ 25 ปี มันก็แค่ช่วยให้อดนอนได้เก่งขึ้น ไม่ใช่ว่าจะไม่ง่วงเลยซะหน่อย

“พี่ชายง่วงนอนแล้วเหรอคะ งั้นเราไปนอนกันเถอะ”

เซี่ย เย่จื่อ พูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนกับเรื่องกินข้าวหรือดื่มน้ำทั่วไป

“นอนด้วยกันเนี่ยนะ”

ฮั่ว ฉีอัน ยังปรับตัวไม่ค่อยทัน หรือว่าเขายังตื้นเขินไม่พอ หรือเขาไปคิดว่ารางวัลระดับ 90 คะแนนขึ้นไปมันได้มายากเกินไปกันแน่?

“ใช่สิคะ เรากำลังคบกันอยู่นะ”

เซี่ย เย่จื่อ ทำหน้าตาใสซื่อ ถึงในใจจะแอบตื่นเต้นอยู่บ้าง แต่ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่กับพี่ชาย การนอนด้วยกันมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ

“เซี่ยเซี่ย เธอเคยมีแฟนมาก่อนไหม”

ฮั่ว ฉีอัน เคยคบกับแฟนเก่ามาตั้งแปดปี ช่วงนี้ก็เพิ่งจะเริ่มจีบสาวไปตั้งหลายคน สมองก็เลยยังประมวลผลตามไม่ทันนิดหน่อย

“ไม่เคยค่ะ แม่ไม่ให้คบ บอกว่าโตขึ้นจะหาผู้ชายดีๆ ให้”

เซี่ย เย่จื่อ กล้าพูดทุกเรื่องจริงๆ

“แม่เธอพูดถูกแล้ว”

ฮั่ว ฉีอัน เดาในใจ หรือว่าแม่ของเซี่ยเซี่ยพอหนีไปแล้ว ก็บรรลุสัจธรรมเหมือนกัน?

“พี่ชาย ไปเถอะ ไปนอนกัน”

เซี่ย เย่จื่อ ลุกขึ้นดึงแขนชายหนุ่มเดินตรงเข้าห้องนอนไป

ฮั่ว ฉีอัน รู้สึกสับสน เขาไม่ใช่คนใจง่ายแบบนั้นจริงๆ นะ

“เซี่ยเซี่ย เธอชินกับนอนฝั่งด้านในหรือด้านนอก”

“หนูนอนด้านในค่ะ”

เซี่ย เย่จื่อ ถอดรองเท้า เปิดมุมผ้าห่ม แล้วมุดพรวดเข้าไปซุกตัวในผ้าห่มทันที

ฮั่ว ฉีอัน ปิดไฟ แล้วมุดตามเข้าไปในผ้าห่ม ในใจก็คิดว่าล็อกประตูห้องแล้วใช่ไหมนะ

“พี่ชาย นอนเถอะค่ะ”

เซี่ย เย่จื่อ พลิกตัวมาซุกอยู่ในอ้อมอกของ ฮั่ว ฉีอัน แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรเกินเลยไปกว่านั้น

“อืม พี่นอนล่ะ”

ฮั่ว ฉีอัน กลืนน้ำลายลงคอ แล้วหลับตาลง

วัยหนุ่มนี่มันดีจริงๆ เขาคิดว่าจะนอนไม่หลับซะแล้ว แต่ดูเหมือนจะยังไม่ทันได้คิดฟุ้งซ่านก็หลับไปซะสนิท

ท่ามกลางความมืด เซี่ย เย่จื่อ มุดตัวอยู่ในผ้าห่ม เปิดหน้าจอโทรศัพท์ แล้วส่งข้อความออกไป

เซี่ย เย่จื่อ: “โจวโจว สำเร็จแล้วนะ พี่ชายตกลงคบกับฉันแล้ว ตอนนี้ฉันก็นอนห่มผ้าผืนเดียวกับเขาด้วย แต่พี่ชายหลับปุ๋ยไปแล้วน่ะสิ ถ้าเขาไม่หื่นเลยจะทำยังไงดี ที่เธอให้รุกเข้าใส่มันไม่ได้ผลหรอก”

โจวโจว: “?? เซี่ยเซี่ย เธอถามแบบนี้ฉันก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน งั้นเธอก็นอนไปเถอะ”

เซี่ยเซี่ย: “โอเค! งั้นฉันนอนละ จะได้ไม่กวนพี่ชาย”

เซี่ย เย่จื่อ กดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ วางไว้ข้างหมอน แล้วแอบโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม วางแขนขาพาดตัว ฮั่ว ฉีอัน ไว้ พอได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของเขา ไม่นานเธอก็เผลอหลับตามไป

………………………………

รุ่งเช้า เวลาหกโมงห้าสิบแปดนาที

ฮั่ว ฉีอัน หยิบโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุกได้ทันเวลา

นาฬิกาชีวภาพของเขาแม่นยำขนาดนี้แหละ แถมยังรู้หน้าที่ตื่นก่อนเวลาปลุกนิดหนึ่ง จะได้ไม่ถูกเสียงนาฬิกาปลุกกวนใจ

พอได้สติ ก็รู้สึกเหมือนนอกจากมือขวาแล้ว ร่างกายส่วนอื่นจะขยับไม่ได้เลย

ยัยเด็กเซี่ยเซี่ยอาศัยความได้เปรียบที่ตัวเล็กน้ำหนักเบา นอนทับอยู่บนอกเขาเต็มๆ แถมมือข้างหนึ่งยังล้วงเข้าไปในชุดนอนเขาอีกต่างหาก

ฮั่ว ฉีอัน ค่อยๆ ขยับตัวไปทางขอบเตียง โชคดีที่กระดึ๊บหลุดออกมาได้ พอเท้ายันพื้น แล้วหันกลับไปมอง ก็เห็นยัยเด็กน้อยกำลังหลับสนิท

เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ เอื้อมมือไปดึงผ้าห่มห่มให้เธอ แล้วค่อยเดินออกไปล้างหน้าแปรงฟันที่ห้องน้ำข้างนอก

เจ็ดโมงสิบสามนาที ตอนที่เขาออกจากห้อง ยัยเด็กนั่นก็ยังไม่ตื่น

ฮั่ว ฉีอัน วางกุญแจไว้บนโต๊ะข้างเตียง แล้วเดินย่องเบาๆ ออกจากห้องไป

เขาไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ระหว่างเดินไปที่รถก็จัดการส่งข้อความไปหาคนนั้นคนนี้หลายข้อความ แถมยังโต้ตอบกันไปมาได้อีกหลายประโยค

คนที่ประสบความสำเร็จน่ะ มักจะรู้จักใช้เวลาทุกเศษเสี้ยวให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อดูแลทุกคนให้ทั่วถึงเสมอ

เพียงแต่ตารางงานมีปรับเปลี่ยนนิดหน่อย

ฮั่ว ฉีอัน แวะไปที่โรงงานเพื่อจัดการส่งมอบงานให้ช่างเทคนิคอีกรอบ เลยไม่ค่อยมีเวลาได้คุยกับ ถัง ซืออวี่ เท่าไหร่นัก

จากนั้นก็ไปจัดการเรื่องของบริษัทต่อ

จ้าว ชิงม่าน จ้างคนรับจดทะเบียนบริษัทมืออาชีพมาช่วยพา ฮั่ว ฉีอัน เดินเรื่อง แล้วก็อาศัยเส้นสายนิดหน่อย ทำให้จดทะเบียนตั้งบริษัททั้งสองแห่งผ่านฉลุย ได้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองบริษัทตั้งอยู่ในเขตชานเมืองฝั่งตะวันออก

ที่หรงเฉิง ถ้าเอกสารครบ การเดินเรื่องก็ใช้เวลาเร็วสุดแค่วันเดียวเท่านั้นแหละ

แต่พวกตราประทับบริษัทคงต้องรออีกหลายวัน ส่วนเรื่องการยื่นภาษีก็ต้องรอให้ผ่านไปเดือนหนึ่งก่อน ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน ไม่ได้รีบร้อนอะไร

ปิดท้ายด้วยการไปธนาคาร ได้บัตรเดบิตนิติบุคคลกับบัตรเครดิตองค์กรมา

จ้าว ชิงม่าน ก็จัดการโอนหุ้นมาให้เรียบร้อยแล้ว

ฮั่ว ฉีอัน ถึงเพิ่งจะเข้าใจว่า เงินที่ลงทุนในบริษัท เอามาใช้ส่วนตัวมั่วๆ ไม่ได้แล้ว

แต่ก็ช่างเถอะ เรื่องเล็กน้อย ตอนนี้เงินส่วนตัวของเขาก็ไม่ได้ขัดสนอะไร

ส่วนเรื่องออฟฟิศก็เคาะแล้ว เป็นตึกสำนักงานลวี่ตี้ที่ จ้าว ชิงม่าน ติดต่อไว้ ตกแต่งพร้อมสรรพ มีโต๊ะเก้าอี้ครบ หิ้วกระเป๋าเข้าทำงานได้เลย รวมค่าส่วนกลางแล้ว ค่าเช่าตกเดือนละสามหมื่นหยวน มีทั้งหมด 53 โต๊ะทำงาน

ถูกกว่าแถวโซนใต้ตั้งหมื่นกว่าหยวน

บริษัทเขามีแต่เงิน แต่แทบไม่มีพนักงาน ไม่รู้จะนิยามว่าเป็นบริษัทประเภทไหนดี

เวลาสองทุ่มตรง

ฮั่ว ฉีอัน ถึงเพิ่งจะพอมีเวลาว่าง

“ฉีอัน ต่อไปนายจะมาอยู่ที่นี่บ่อยๆ ไหม”

จ้าว ชิงม่าน นั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน กัดริมฝีปากล่างเบาๆ

ทั้งคอนโดสือเม่าเทียนเฉิง แล้วก็ออฟฟิศที่นี่ ล้วนอยู่ใกล้กับที่พักของเธอทั้งนั้น

จ้าว ชิงม่าน ก็มีบริษัทของตัวเองอยู่แล้ว พนักงานไม่เยอะ ธุรกิจหลักของเธอคือการเข้าไปถือหุ้นร่วมลงทุน กับกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์

ซึ่งก็เป็นเส้นทางเดียวกับที่ ฮั่ว ฉีอัน กำลังทำอยู่ในตอนนี้เป๊ะ

ฮั่ว ฉีอัน ส่ายหน้า “ผมไม่ได้นั่งประจำออฟฟิศหรอกครับ ชิงม่าน ต่อไปเวลาเราเจอกัน ก็ไปเจอที่บ้านพี่ ไม่ก็ที่บริษัทพี่แล้วกันนะ”

จ้าว ชิงม่าน ยิ้มแล้วตอบว่า “ก็บ้านของนาย บริษัทของนายนั่นแหละ”

“ตกลง ของเราทั้งคู่ครับ”

ฮั่ว ฉีอัน ขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะช้อนตัวอุ้มเธอขึ้นมาทันที

จ้าว ชิงม่าน โอบคอชายหนุ่ม ประทับริมฝีปากสีแดงสดลงไป เธอตั้งใจจะทิ้งร่องรอยไว้ในห้องทำงานประธานแห่งนี้เป็นคนแรก

ทั้งคู่อยู่กันจนไฟในตึกสำนักงาน 30 ชั้นแทบดับหมด ก่อนจะค่อยพากันกลับ

บนรถ จ้าว ชิงม่าน นอนขดตัวอยู่ที่เบาะข้างคนขับด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ

“ฉีอัน ปีหน้าเรามีลูกด้วยกันสักคนเถอะ ไม่ต้องจดทะเบียนสมรสก็ได้”

ฮั่ว ฉีอัน คิดอย่างจริงจัง “ตกลงครับ ปีหน้าผมจะเลิกบุหรี่ ชิงม่าน คือว่าผม...”

เขาอยากจะอธิบายว่าเขายังมีคนอื่นอยู่ด้วย

“ฉีอัน นายไม่ต้องเล่าเรื่องเพื่อนๆ พวกนั้นของนายให้พี่ฟังหรอก” จ้าว ชิงม่าน พูดต่อ “ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดีมากแล้วล่ะ”

“ชิงม่าน อืม!”

ฮั่ว ฉีอัน เข้าใจแล้ว รู้ทันแต่ไม่พูดให้มากความ

“รักนายนะ”

จ้าว ชิงม่าน หลับไปในเวลาไม่นาน

ฮั่ว ฉีอัน ขับรถมาจนถึงลานจอดรถ เปิดประตูอุ้มเธอเข้าไปในลิฟต์ แล้วตรงกลับไปที่ห้องของ จ้าว ชิงม่าน

เขาจัดการพาเธอเข้าไปอาบน้ำล้างตัวในห้องน้ำ ก่อนจะอุ้มมาวางลงบนเตียงในห้องนอน

ส่วนตัวเขาเองก็อาบน้ำ เปลี่ยนชุดที่ จ้าว ชิงม่าน เตรียมไว้ให้ คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกลับ

พรุ่งนี้วันอังคารแล้ว ตอนเช้าแวะไปส่งมอบงานที่โรงงานให้เสร็จ เขาก็จะเป็นอิสระอย่างแท้จริงเสียที

ซาง จื่อซี: “พ่อคนคิวทอง ยังยุ่งไม่เสร็จอีกเหรอคะ”

พอเห็นข้อความนี้ เวลาก็ปาเข้าไปห้าทุ่มแล้ว

ฮั่ว ฉีอัน กดโทรออกหาเธอทันที

จบบทที่ ตอนที่ 56 ความเจ้าเล่ห์ของจ้าว ชิงม่าน!

คัดลอกลิงก์แล้ว