เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 47 คุณกำลังเอาเงินมาล่อฉันอยู่เหรอ?

ตอนที่ 47 คุณกำลังเอาเงินมาล่อฉันอยู่เหรอ?

ตอนที่ 47 คุณกำลังเอาเงินมาล่อฉันอยู่เหรอ?


ตอนที่ 47 คุณกำลังเอาเงินมาล่อฉันอยู่เหรอ?

“หลิว เจินเจิน เพื่อนร่วมชั้นของฉันเองค่ะ วันนี้เธออยู่ห้องพอดี”

ซาง จื่อซี วางถุงอาหารลงบนโต๊ะ แล้วเรียก “เจินเจินมานี่สิ นี่เพื่อนฉัน ฮั่ว ฉีอัน”

หลิว เจินเจิน โผล่หน้ามาจากหลังโซฟา “สวัสดีค่ะ!”

เธอสำรวจชายแปลกหน้าตรงหน้า เพราะเมื่อกี้ได้ยินแต่เสียง

ความประทับใจแรกคือสูงมาก ใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็ก หุ่นดูบึกบึนไปนิด แต่พอมองหน้าแล้ว ก็ถือว่าหล่อใช้ได้เลยนะ

“สวัสดีครับ”

ฮั่ว ฉีอัน ทักทายกลับอย่างมีมารยาท

[ชื่อ: หลิว เจินเจิน]

[อายุ: 22]

[หน้าตา: 68]

[รูปร่าง: 76]

[ทรัพย์สิน: 7,000]

[ประสบการณ์: 0 (สุขภาพแข็งแรง)]

[ค่าความชอบ: 20]

พอเห็นหน้าต่างค่าสถานะ เขาถึงกับต้องนับถือคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ของวิทยาลัยการบินเลย คัดเด็กมาได้หน้าตาดีๆ ทั้งนั้น

ซาง จื่อซี พูดขึ้นมาว่า “เจินเจิน ฉันกินข้าวก่อนนะ เดี๋ยวกินเสร็จก็ออกไปแล้ว”

“อืมๆ! คุยกันไปเถอะ ฉันแค่นั่งฟังเงียบๆ ก็พอ”

หลิว เจินเจิน ไม่ได้เดินหนีไปไหน ยังคงนั่งอยู่ตรงโซฟา แต่ก็ไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้

ซาง จื่อซี ไม่ได้สนใจเพื่อนอีก เปิดถุงอาหารออก ในนั้นมีหมี่เหมียนหยางที่เธออยากกินอยู่จริงๆ แถมยังสั่งตรงตามที่เธอชอบเป๊ะๆ ทั้งผักดองเยอะๆ สาหร่ายเยอะๆ และพริกขี้หนูนิดหน่อย

“จื่อซี คุณชอบกินหมี่เหมียนหยางนี่ ไว้วันหลังเราไปจัดทริปกระชับมิตรที่เหมียนหยางด้วยกันไหมล่ะ”

เขาใช้ข้ออ้างเรื่องไปทริปบริษัทมาสานต่อเกมดึงเชิง

ซาง จื่อซี ยิ้มแล้วตอบว่า “ไม่เอาหรอกค่ะ ฉันกินรสชาติของร้านแถวนี้จนชินแล้ว ขืนไปกินถึงที่นู่น อาจจะรู้สึกว่ามันไม่ออริจินัลก็ได้นะ”

เป็นการปฏิเสธแบบอ้อมๆ

“ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ไงว่าออริจินัลหรือเปล่า”

ฮั่ว ฉีอัน นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะกินข้าวตัวเล็ก เริ่มดึงเชิงอีกแล้ว

ซาง จื่อซี กินหมี่ไปคำหนึ่ง หรี่ตาลงครึ่งหนึ่งแล้วพูดว่า “ฉันกลัวว่าถ้าลองแล้วมันไม่ใช่ล่ะ จะทำยังไง”

“อายุแค่นี้ก็ไม่กล้าเสี่ยงแล้วเหรอ”

ฮั่ว ฉีอัน ตอบกลับลอยๆ ไม่ได้รีบร้อนคาดหวังคำตอบ

ซาง จื่อซี กินไปอีกสองคำ ถึงค่อยพูดว่า “ช่างมันเถอะ ฉันชอบอะไรที่มันชัวร์ๆ มากกว่า”

จู่ๆ ฮั่ว ฉีอัน ก็เปลี่ยนเรื่อง “คุณอยากจะซื้อห้องนี้ไว้ไหมล่ะ”

ซาง จื่อซี ชะงักไปนิดหนึ่ง “จะซื้อไว้ทำไมล่ะคะ”

“ก็หน้าหมู่บ้านมีร้านหมี่ที่คุณชอบไง ผมจะได้เอามาส่งให้ถึงหน้าประตูง่ายๆ”

เขาวกกลับมาเรื่องเดิมจนได้ คำพูดแฝงความนัยสุดๆ

ซาง จื่อซี มุมปากกระตุก ตวัดสายตามองค้อน “คุณจะซื้อให้ฉันเหรอ กะจะเลี้ยงต้อยหรือไงคะ”

“คิดอะไรอยู่ ผมไม่ได้หมกมุ่นขนาดนั้นสักหน่อย จะซื้อเป็นหอพักพนักงานต่างหาก”

ฮั่ว ฉีอัน พูดต่อ “บริษัทกำลังเดินเรื่องจดทะเบียนอยู่ ออฟฟิศน่าจะเช่าที่ตึกฝั่งประตูตะวันออก ห่างจากนี่ประมาณครึ่งชั่วโมง

จะหาออฟฟิศแถวนี้ก็ได้นะ แต่คงหาพนักงานยากหน่อย พวกคนในเมืองคงไม่อยากออกมาทำงานไกลๆ นอกซะจากจะหาตึกติดสถานีรถไฟใต้ดิน

เพราะงั้นก็เลยต้องมีหอพักพนักงานเตรียมไว้ ถือเป็นการลงทุนของบริษัทไปในตัวด้วย

อ้อ ใช่ เรื่องหุ้นโรงงานที่ผมบอกน่ะ ตกลงกันได้แล้วนะ ยี่สิบเปอร์เซ็นต์

เดี๋ยวพอบริษัทจดทะเบียนเสร็จ ก็จะโอนหุ้นมาให้ มูลค่าก็ประมาณหกสิบล้าน”

“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอคะ!”

ซาง จื่อซี ถามด้วยความประหลาดใจ “ทุนคุณหนาขนาดนี้เลยเหรอ ยี่สิบล้านคงไม่พอแล้วล่ะมั้ง”

จู่ๆ หลิว เจินเจิน ก็ขยับเข้ามานั่งข้างๆ ซาง จื่อซี ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอบอกแล้วว่าผู้ชายที่ทำให้เทพธิดาซีซีหวั่นไหวได้ ต้องไม่ใช่แค่คนหล่อดูดีแต่ภายนอกแน่นอน มันต้องดูที่โปรไฟล์ด้วย

“อืม!”

ฮั่ว ฉีอัน พยักหน้าเบาๆ “ตอนนี้ผมมีเงินสดในมือร้อยสี่สิบล้าน ส่วนหุ้นโรงงานมูลค่าหกสิบล้านนั่น ถือเป็นการร่วมลงทุนแบบเวนเจอร์แคปิทัล(1)น่ะ พี่สาวคนหนึ่งลงทุนให้ผม

แล้วผมก็จะเอาเงินสดในมือร้อยสามสิบล้านมาลงในบริษัท

บวกกับบริษัทมีคอนโดเพนต์เฮาส์มูลค่าสิบล้าน กับเบนซ์จีคลาสอีกคัน

ช่วงแรกบริษัทก็จะมีเงินทุนและทรัพย์สินรวมกันแตะสองร้อยล้านพอดี

พอคุณผ่านโปร เงินเดือนช่วงแรกก็จะสตาร์ตให้ที่ห้าแสนหยวนต่อปี ลองมาทำด้วยกันดูไหมล่ะ อืม มาอยู่กับผม แล้วเรามาช่วยกันปั้นบริษัทให้เติบโตไปด้วยกัน”

ซาง จื่อซี พยายามย่อยข้อมูลพวกนี้ หุ้นหกสิบล้าน เงินทุนร้อยกว่าล้าน คอนโดสิบล้าน รถหรูหลายล้าน เงินเดือนครึ่งล้าน พอเอามาเทียบกับหนี้สินแสนกว่าหยวนของเธอแล้ว...

“ฮั่ว ฉีอัน คุณกำลังเอาเงินมาล่อฉันอยู่เหรอคะ”

“เปล่า ผมเล็งเห็นความสามารถในตัวคุณต่างหาก”

ฮั่ว ฉีอัน เริ่มเล่นแง่อีกแล้ว ทำตัวทีเล่นทีจริง ไม่ยอมพูดอะไรให้มันชัดเจน

“ลองก็ลองสิ!”

ซาง จื่อซี ยิ้มพลางกินอาหารเช้า เส้นหมี่แบบนี้ยิ่งแช่น้ำซุปยิ่งอืด กินเท่าไหร่ก็ไม่พร่องสักที

“ฮั่ว... พี่ชายคะ”

หลิว เจินเจิน ไม่รู้จะเรียกเขาว่าอะไรดี

ซาง จื่อซี รีบบอก “เรียกชื่อเขาสิ เขาชอบให้คนเรียกชื่อ”

“เรียกพี่แหละดีแล้ว”

หลิว เจินเจิน ถามต่อ “พี่คะ บริษัทพี่ทำเกี่ยวกับอะไรเหรอคะ ยังรับพนักงานอยู่ไหม”

ฮั่ว ฉีอัน ยิ้มแล้วตอบ “ถามเธอดูสิ เธอเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลและบัญชีนะ แม้แต่ผมยังต้องขึ้นตรงกับเธอเลย”

ซาง จื่อซี รีบสวนทันควัน “จะยอมให้ฉันคุมจริงๆ เหรอ”

ฮั่ว ฉีอัน เปลี่ยนเรื่อง “ลองติดต่อเจ้าของห้องดูนะ ถามดูว่าห้องนี้ขายเท่าไหร่ ถ้าโอเคก็วางมัดจำไปเลย มะรืนนี้น่าจะทำเรื่องซื้อในนามบริษัทได้แล้ว”

“จะซื้อจริงๆ เหรอคะ”

เอาจริงๆ ซาง จื่อซี ก็ชอบห้องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นชอบมากจนขาดไม่ได้หรอก

“ซื้อสิ!”

ฮั่ว ฉีอัน พูดต่อ “ต่อไปบริษัทเราจะเน้นลงทุนเป็นหลักนะ ตอนที่ยังไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นทางเลือกที่จำเป็นเหมือนกัน”

“บริษัทเราเหรอคะ”

ซาง จื่อซี จับประเด็นเก่งมาก

ฮั่ว ฉีอัน ยิ้มแล้วพูดว่า “ลืมไปแล้วเหรอ ผมบอกแล้วไงว่าถ้าจังหวะเหมาะสม คุณก็มาคุยเรื่องแบ่งหุ้นปันผลกับผมได้เลย”

“ฮั่ว ฉีอัน คุณชอบฉันขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

ซาง จื่อซี ยังไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ ทำไมเธอจะไม่รู้ล่ะว่าถ้าเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอ จะยื่นข้อเสนอดีๆ แบบนี้มาให้ทำไม แถมยังมานั่งต่อปากต่อคำกับเธออยู่นี่อีก

หลิว เจินเจิน นั่งกินเผือกอยู่ข้างๆ มองหน้าซีซีที มองหน้าพี่ฮั่วที

“คุณอยากให้ผมสารภาพรักตอนนี้เลยไหมล่ะ”

ฮั่ว ฉีอัน หงายไพ่ใบสุดท้ายแบบชิลๆ

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นซะหน่อย ก็แล้วแต่คุณสิคะ”

ซาง จื่อซี พูดจบก็ก้มหน้าก้มตากินหมี่ชามเล็กต่อ จนใกล้จะหมดแล้ว

[ค่าความชอบของ ซาง จื่อซี +9 (69)]

ฮั่ว ฉีอัน ถอนหายใจอย่างโล่งอก ถึงตอนนี้เป้าหมายของเขาจะไม่ใช่แค่การปั่นค่าความชอบแล้วก็เถอะ แต่การที่มันขยับขึ้นได้ ก็เป็นเครื่องการันตีถึงเสน่ห์ของเขาในระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าไม่ได้โดนหลอกเลี้ยงไข้ เป็นปลาในบ่อแน่นอน

[ชื่อ: ซาง จื่อซี]

[อายุ: 22]

[หน้าตา: 92]

[รูปร่าง: 86]

[ทรัพย์สิน: 10,000 หนี้สิน 110,000]

[ประสบการณ์: 0 (สุขภาพแข็งแรง)]

[ค่าความชอบ: 69]

“ผมเคารพการตัดสินใจของคุณนะ จื่อซี เราค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็ได้ ผมมีเวลาให้คุณเสมอแหละ”

เขาไม่ได้บุ่มบ่ามสารภาพรักออกไป ถึงจะดูมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จสูงก็เถอะ แต่ต่อให้สารภาพรักไปแล้ว การจะปั่นค่าความชอบให้ถึง 80 หรือ 90 ขึ้นไป มันก็คงไม่ง่ายอยู่ดี

สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่แค่เงินรางวัลพันล้านจากค่าความชอบ 80 หรอกนะ แต่รวมถึงการล็อกเป้าหมายเมื่อค่าความชอบแตะ 90 ด้วย

“ใครจะไปรู้ว่าคุณพูดจริงหรือพูดเล่นล่ะ”

ซาง จื่อซี แกล้งเล่นตัวนิดๆ แต่ในใจก็มีคำตอบอยู่แล้ว ของที่ได้มาง่ายๆ มักจะไม่เห็นค่าหรอก

เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน ถึงจะรู้สึกดีและแอบหวั่นไหว แต่ก็ยังไม่ได้ผ่านอะไรมาด้วยกัน ไม่รู้หรอกว่าจะไปกันได้ไกลแค่ไหน

เธออยากจะเบรกความสัมพันธ์ให้มันค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า

ยังไงซะเธอก็ต้องทำงานอยู่บริษัทเดียวกันอยู่แล้ว มีเวลาให้ศึกษาดูใจกันอีกถมไป

“งั้นเดี๋ยวไปรูดบัตรผมกินข้าว แล้วก็ไปเดินซื้อเสื้อผ้าให้ผมหน่อยนะ

ส่วนเรื่องห้องนี้ คุณหาเวลาลองคุยกับเจ้าของห้องดู ถ้าตกลงกันได้เดี๋ยวผมโอนเงินให้เลย จะได้ไม่เสียเวลา”

ตั้งแต่ ฮั่ว ฉีอัน เดินเข้ามาในห้อง เห็น ซาง จื่อซี ใส่ชุดทำงานแต่งหน้าจัดเต็ม เขาก็รู้แล้วว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า

อย่าไปฟังว่าผู้หญิงพูดอะไร ให้ดูการกระทำของพวกเธอดีกว่า

“บัตรล่ะคะ”

ซาง จื่อซี แบมือขอ เธอกินอิ่มพอดี

ฮั่ว ฉีอัน หยิบกระเป๋าสตางค์ ควักบัตรธนาคารของเจาหมี่ส่งให้

“ฮั่ว ฉีอัน งั้นคุณก็ต้องเลือกเสื้อผ้าให้ฉันด้วยนะ เดี๋ยวฉันเป็นคนรูดเอง”

ซาง จื่อซี ยังอยากจะเอาชนะ อยากเป็นคนคุมเกม

“ได้สิ! ถึงตอนนั้นบัตรบริษัทก็ต้องให้คุณเก็บอยู่แล้ว บัตรส่วนตัวผม ถ้าคุณอยากได้ก็ให้ได้เหมือนกัน”

ฮั่ว ฉีอัน หยอดไปอีกดอก ความรักที่ซื้อมาด้วยเงินมันก็มีวันหมด พอเงินหมด ความรักก็หมดเหมือนกัน แต่ถ้าไม่มีเงินตั้งแต่แรก จะเริ่มพูดเรื่องความรักได้ยังไงล่ะ

มันก็ตรรกะเดียวกันนั่นแหละ

“แหม พูดซะดูดีเชียวนะ”

ซาง จื่อซี เก็บกล่องข้าวแล้วเช็ดปาก “รอแป๊บนะคะ ฉันไปหยิบกระเป๋าก่อน”

“อืม!”

ฮั่ว ฉีอัน ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

ซาง จื่อซี ลุกขึ้นเดินฉับๆ เข้าไปในห้อง

หลิว เจินเจิน อดกระซิบไม่ได้ว่า “พี่คะ ซีซีเพื่อนฉันบอกว่ารู้สึกดีกับพี่มากๆ เลยนะคะ”

“แอดวีแชทพี่ไว้หน่อยสิ รอให้ซีซีเพื่อนเธอได้เป็นเถ้าแก่เนี้ยเมื่อไหร่ พี่ไม่ลืมบุญคุณเธอแน่”

ฮั่ว ฉีอัน รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดคิวอาร์โค้ด

เรื่องแบบนี้เขามีประสบการณ์อยู่แล้ว ถ้าอยากรู้ว่าผู้หญิงคิดยังไงกับเราล่ะก็ ถามเพื่อนสนิทของเธอนี่แหละชัวร์สุด หรือไม่ก็อาจจะแจ็กพอต ไปเจอพวกนางร้ายแอ๊บแบ๊วเข้า

…………………………………

(1)[การลงทุนแบบเวนเจอร์แคปิทัล (风险投资 / Venture Capital, (VC)) – การลงทุนในธุรกิจเกิดใหม่หรือสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยนักลงทุนจะยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นเพื่อแลกกับโอกาสได้ผลตอบแทนมากในอนาคต]

จบบทที่ ตอนที่ 47 คุณกำลังเอาเงินมาล่อฉันอยู่เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว