- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 5 สาขาธุรกิจการบินของร้านมี่เสวี่ย!
ตอนที่ 5 สาขาธุรกิจการบินของร้านมี่เสวี่ย!
ตอนที่ 5 สาขาธุรกิจการบินของร้านมี่เสวี่ย!
ตอนที่ 5 สาขาธุรกิจการบินของร้านมี่เสวี่ย!
“ลุง... ลุงคิดแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะเนี่ย”
หาน ไฉ่หลิง ยิ้มแย้ม นี่เป็นครั้งแรกที่เธอออกมาเจอเพื่อนจากในเน็ต แล้วความรู้สึกตอนเจอกันจริงก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด
“งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นวันหลังก็มาเป็นเพื่อนกินข้าวกันบ่อยๆ นะ ฉันน่ะเกลียดความเหงาเข้าไส้ ไม่ชอบนั่งกินข้าวคนเดียวที่สุด”
ฮั่ว ฉีอัน พูดออกไปตามตรง บ่อยครั้งที่เขาสมัครใจทำโอทีหามรุ่งหามค่ำ ก็แค่อยากอยู่ในที่ที่มีคนพลุกพล่านหน่อย อย่างน้อยในโรงงานหรือโรงอาหารก็ยังพอมีผู้คนให้เห็นหน้า
“ลุงจะเลี้ยงทุกมื้อเลยป่ะล่ะ? พวกหนูน่ะนักศึกษาไส้แห้งนะ มีค่าขนมแค่จิ๊ดเดียวเอง” หาน ไฉ่หลิง หยอดมุกทีเล่นทีจริง
“เลี้ยงสิ! มาเถอะ มีเพื่อนกินข้าวหลายๆ คนมันครึกครื้นดีออก”
ฮั่ว ฉีอัน ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ตอนนี้ฉันกำลังวางแผนเรื่องลาออกอยู่พอดี ตำแหน่งวิศวกรที่โรงงานมันก็ดีหรอกนะ แต่กะดึกมันรบกวนเวลาชีวิตเกินไป ถ้าลาออกแล้ว ฉันก็น่าจะมีเวลานัดกินข้าวกับพวกเธอได้ตลอด”
เขานิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะโยนหินถามทางต่อ “ส่วนเรื่องกลับเข้าตระกูลนั่น... ฉันยังรู้สึกว่าเงินล้านเดียวมันยังไม่ชัวร์เท่าไหร่ รอให้เห็นเงินสิบล้านโอนเข้ามาจริงๆ ก่อน ค่อยอุ่นใจหน่อย วัยรุ่นอย่างพวกเธอคิดว่ายังไงล่ะ?”
ซูชิง รีบรับช่วงต่อทันที “ลุงนี่นิ่งจังเลยนะคะ หนูเห็นแค่หลักแสนก็เชื่อแล้วค่ะ”
“ลุงนี่ไม่เหมือนใครจริงๆ ด้วยแฮะ” หาน ไฉ่หลิง พูดเสริม
จู่ๆ สวี เสี่ยวลี่ ที่นั่งเงียบมานานก็โพล่งขึ้นมา “ลุงคะ... ลุงชื่อฮั่วอะไรนะคะ เมื่อกี้หนูฟังไม่ค่อยถนัดเลย”
“ฮั่ว ฉีอัน ตัว ‘ฉี’ จากคำว่าอธิษฐาน และตัว ‘อัน’ จากคำว่าปลอดภัย ผู้อำวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเป็นคนตั้งให้ตามชื่อที่ปักอยู่บนผ้าห่อตัวของฉันน่ะ”
ฮั่ว ฉีอัน รู้สึกพอใจกับชื่อตัวเองไม่น้อย มันฟังดูดีกว่าชื่อโหลๆ อย่าง ฮั่วกัง หรือฮั่วเฉียง ตั้งเยอะ
สวี เสี่ยวลี่ ตาเป็นประกาย “ลุงคะ ชื่อลุงนี่มันพล็อตพระเอกซีรีส์ประธานจอมเผด็จการชัดๆ เลยนะเนี่ย!”
“ประธานบริษัทอะไรนะ?”
ฮั่ว ฉีอัน ขมวดคิ้ว เริ่มรู้สึกถึงช่องว่างระหว่างวัยแล้ว
“ตายจริง!” หาน ไฉ่หลิง นึกขึ้นได้พลางหัวเราะร่วน “เสี่ยวลี่... นี่เธอเสพพวกซีรีส์สั้นมากเกินไปแล้วนะ”
ซูชิง เองก็เริ่มคล้อยตาม “ลุงคะ ชื่อของลุงบวกกับปูมหลังที่เป็นเด็กกำพร้าเนี่ย ไม่แปลกหรอกที่ยัยเสี่ยวลี่จะคิดไปไกลขนาดนั้น”
เธอเริ่มพิจารณา ฮั่ว ฉีอัน อย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง แม้รูปร่างจะท้วมไปนิดแต่ส่วนสูงก็ได้มาตรฐาน โครงหน้าเดิมก็หล่อเหลาใช้ได้ ขาดเพียงแค่กรอบหน้าที่ยังไม่ชัดเจนเพราะไขมันส่วนเกิน
แต่ถ้าเขาลดน้ำหนักสักนิด จับแต่งตัวใส่เชิ้ตเนี้ยบๆ สวมสูททับ...
บวกกับบารมีทายาทมหาเศรษฐีที่พลัดพราก หากวันหน้าเขาได้ไปนั่งกุมบังเหียนธุรกิจในห้องทำงานหรูๆ นี่มันภาพลักษณ์ ‘ท่านประธาน’ ในอุดมคติชัดๆ!
[ค่าความชอบของ ซูชิง +15 (60)]
เชี่ย!
ฮั่ว ฉีอัน งงเป็นไก่ตาแตก เขาไม่เคยอ่านนิยายรักของผู้หญิงจึงไม่เข้าใจว่า ‘ประธานจอมเผด็จการ’ มันมีอิทธิพลต่อใจเด็กสาวแค่ไหน
และยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมค่าความชอบของ ซูชิง ถึงพุ่งพรวดพราดแตะระดับ 60 ทั้งที่เขายังไม่ได้เริ่มลงมือจีบอย่างจริงจังด้วยซ้ำ
ชั่วขณะนั้น ฮั่ว ฉีอัน เริ่มเกิดความคิดใหม่... ในเมื่อระดับ 70 คะแนนมันพิชิตง่ายขนาดนี้ หรือเขาควรจะหันกลับไปเน้นปริมาณก่อนดีนะ?
การที่แฟนเก่าทำค่าความชอบไม่ถึง 80 คงไม่ใช่ความผิดของเขาหรอก แต่เป็นเพราะยัยนั่นไม่มีหัวใจต่างหาก
“ลุง แอดวีแชทกันหน่อยสิ นัดกินข้าวกันไว้แล้วนะลืมหรือยัง”
ซูชิง เป็นฝ่ายยื่นโทรศัพท์ส่งคิวอาร์โค้ดให้เขาก่อนอย่างกระตือรือร้น
“ได้สิ”
ฮั่ว ฉีอัน กดสแกนทันที เดิมทีเขาถอดใจจากสาวระดับ 70 คะแนนไปแล้ว แต่พอเห็น ซูชิง จู่ๆ เขาก็อยากจะพิสูจน์ให้เห็นว่ารสนิยมการมองคนของแฟนเก่านั้นห่วยแตกแค่ไหนที่เทียบชั้นผู้หญิงด้วยกันไม่ได้เลย
เขาลอบสังเกต ซูชิง อย่างละเอียด เธอแต่งหน้ามาเป๊ะมาก หน้าตาแบบนี้ ถ้าให้เขาให้คะแนนเองคงแตะ 80 ได้สบาย น่าเสียดายที่เกณฑ์ของระบบเข้มงวดกว่าจึงให้ไว้แค่ 75 คะแนนเท่านั้น
ฝั่ง สวี เสี่ยวลี่ เมื่อเห็นเขาแอดเพื่อนเสร็จก็เก็บโทรศัพท์ทันทีโดยไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามหรือขอแอดเธอด้วย ทำให้เธอรู้สึกว่าลุงคนนี้วางตัวดีมาก ไม่ใช่พวกเฒ่าหัวงูหิวกามทั่วไป
“ใครสั่งมี่เสวี่ยไว้คะ!”
เสียงพนักงานเรียกดังขึ้นที่หน้าร้าน
“ของผมเองครับ” ฮั่ว ฉีอัน ลุกออกไปครู่เดียวก็หิ้วถุงเครื่องดื่มชุดใหญ่กลับมาวางบนโต๊ะ
“โห ลุงสั่งมาด้วยเหรอเนี่ย” หาน ไฉ่หลิง ประหลาดใจ นึกไม่ถึงว่าผู้ชายดิบๆ อย่างลุงจะเทคแคร์คนเก่งขนาดนี้
“พวกเธอชอบกินไม่ใช่เหรอ ดึกป่านนี้แล้วก็มีแต่มี่เสวี่ยนี่แหละที่ยังเปิดอยู่”
เขาหยิบแก้วชานมแจกจ่ายพลางนึกขึ้นได้ว่าเตรียมของมาอีกอย่าง
เขาหยิบบุหรี่สำหรับผู้หญิงออกมาวางเรียงบนโต๊ะ หนึ่งในนั้นคือ ‘เป่าเหิง’ (Bohem Cigar) รสยอดฮิตที่เขาเคยลองแล้วว่ารสชาติดีใช้ได้
“เตรียมบุหรี่มาให้ด้วยเหรอคะเนี่ย” ซูชิง แปลกใจในความรอบคอบ เธอหยิบบุหรี่รสมินต์เบอร์ 7 ขึ้นมาแกะซองอย่างไม่ถือตัว
“เตรียมไว้ก่อนน่ะ ในฐานะเจ้ามือก็ต้องดูแลแขกให้ดีเป็นธรรมดา”
ฮั่ว ฉีอัน หยิบบุหรี่ประจำตัวของเขาออกมา ‘หวงซาน’ ห่อละสามสิบเอ็ดหยวนที่มีเม็ดบีบผสมกลิ่นไม้เฉินเซียง (ไม้หอมกฤษณา) และมินต์ ควันที่พ่นออกมากลิ่นค่อนข้างอ่อน ช่วยให้ตื่นตัวได้ดี
“หนูลองของลุงบ้างดีกว่า”
หาน ไฉ่หลิง หยิบมวนบุหรี่เล็กเรียวดูมีสไตล์จากซองของเขาขึ้นมาจุด
ฮั่ว ฉีอัน ยิ้มรับโดยไร้อคติ เขาขลุกอยู่ร้านอินเทอร์เน็ตมานานจนชินตาที่จะเห็นผู้หญิงสูบบุหรี่ แต่นึกไม่ถึงว่า สวี เสี่ยวลี่ ที่ดูเรียบร้อยจะหยิบรสไอศกรีมไปสูบด้วยอีกคน
“ลุงคะ พวกหนูแค่สูบเป็นพิธีน่ะ ไม่ได้ติดหรอก” หาน ไฉ่หลิง อธิบาย
“อืม... ปกติฉันอยู่ที่โรงงานก็ไม่ค่อยได้สูบเหมือนกัน ห้องคลีนรูมน่ะ กว่าจะเปลี่ยนรองเท้าไปโซนสูบบุหรี่ได้ ยุ่งยากจะตาย”
“ลุงคะ ตกลงลุงอายุเท่าไหร่กันแน่ ทำไมใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นจัง ทั้งร้านเน็ต ทั้งชานม หนูเดาไม่ถูกเลย” ซูชิง จ้องหน้าเขาด้วยความสงสัย
“สามสิบ”
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ตอบเปล่า เขาล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมาแล้ววางบัตรประชาชนแหมะลงบนโต๊ะกลางวง
นี่แหละข้อดีของคนวัยสามสิบ เขาชอบพกกระเป๋าสตางค์และมีเงินสดติดตัวไว้เสมอเพื่อความอุ่นใจ
หาน ไฉ่หลิง หยิบบัตรขึ้นมาดู โดยมีอีกสองสาวชะโงกหน้าตามมาติดๆ
“อ้าว! ลุง... วันนี้วันเกิดลุงนี่นา!”
ฮั่ว ฉีอัน หัวเราะเบาๆ อย่างไม่ยี่หระ “วันเกิดฉันน่ะมันเมื่อวานต่างหาก... วันนี้เมื่อสามสิบปีก่อนคือวันที่ผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเก็บฉันมาได้ แต่ฉันเลือกที่จะฉลองวันเกิดล่วงหน้าหนึ่งวันมาตลอด
อืม... เพราะอย่างน้อยก่อนจะถูกเก็บมาได้หนึ่งวัน ฉันอาจจะยังไม่ใช่เด็กกำพร้าก็ได้มั้ง”
“ลุง...”
หาน ไฉ่หลิง มองดูคุณลุงที่กำลังส่งยิ้มให้ แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงความอ้างว้างที่แผ่ซ่านออกมาจากประโยคนั้นอย่างชัดเจน
“ลุงคะ... คืนนี้พวกหนูจะฉลองวันเกิดย้อนหลังเป็นเพื่อนลุงเองค่ะ!”
สวี เสี่ยวลี่ โพล่งขึ้นมาเป็นคนแรก หลังจากเห็นหลักฐานในบัตรประชาชนว่าเขาคือ ฮั่ว ฉีอัน จริงๆ เธอก็ปักใจเชื่อทุกอย่างที่เขาเล่ามาจนหมดเปลือก ความโดดเดี่ยวอ้างว้างแบบนั้น มันแกล้งกันไม่ได้ง่ายๆ หรอก
และเหนือสิ่งอื่นใด วิธีการวางตัวของลุงคนนี้มันต่างจากพวกเด็กวัยรุ่นรุ่นเดียวกับเธอชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ
“ใช่ค่ะลุง พวกหนูจะอยู่ฉลองกับลุงเอง”
ซูชิง คิดการณ์ไกลไปมากกว่านั้น ต่อให้ลุงจะไม่ใช่ทายาทมหาเศรษฐี แต่ผู้ชายที่สร้างตัวจากศูนย์จนหาเงินได้ปีละสามแสนด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง
แถมยังนิสัยดี ใจป้ำเปย์แฟนเก่าเป็นล้านโดยไม่ตัดพ้อแบบนี้ จะหาได้จากที่ไหนอีก?
ที่สำคัญที่สุดคือ ‘ตั๋วเครื่องบินสู่ความรวย’ อย่างสถานะลูกนอกสมรสมหาเศรษฐีนั่นทิ้งไม่ได้เด็ดขาด
เธอสังหรณ์ใจว่านี่คือโอกาสทอง เพราะถ้าลุงกลับเข้าตระกูลไปเมื่อไหร่ ลำพังนักศึกษาอย่างพวกเธอคงไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้เขาได้อีกแน่ๆ
[ค่าความชอบของ หาน ไฉ่หลิง +12 (50)]
[ค่าความชอบของ สวี เสี่ยวลี่ +18 (48)]
[ค่าความชอบของ ซูชิง +9 (69)]
พระเจ้าช่วย!
ฮั่ว ฉีอัน จ้องมองตัวเลขที่แจ้งเตือนจนแทบตาพร่า
หาน ไฉ่หลิง พุ่งถึง 50 นั้นเข้าใจได้เพราะมีพื้นฐานความเป็นเพื่อนกันมานาน
แต่ สวี เสี่ยวลี่ ที่ดูเงียบๆ กลับกระโดดตามมาติดๆ
และที่พีคที่สุดคือ ซูชิง... 69 แต้ม! นี่มันระดับที่พร้อมจะก้าวข้ามเส้นความเป็นเพื่อนได้ทุกเมื่อ
เขาเริ่มตระหนักแล้วว่าพวกผู้หญิงที่ผ่านโลกมาบ้างอย่าง ซูชิง นั้นมีเกณฑ์การตัดสินใจที่ต่างออกไป
เขารีบดึงสติกลับมา ยิ้มกว้างแล้วพูดว่า “ได้สิ! ในเมื่อเป็นวันเกิดฉัน... งั้นฉันแจกอั่งเปาให้พวกเธอแล้วกัน”
พูดจบก็เปิดกระเป๋าสตางค์ หยิบธนบัตรใบละร้อยหยวนสีแดงออกมาหกใบ แล้วแจกให้สาวๆ คนละสองร้อยพอดิบพอดี
“โห ลุง... เอาจริงอีกแล้วนะเนี่ย”
หาน ไฉ่หลิง รับเงินมาอย่างไม่เกรงใจ ปกติพวกเธอใช้แต่เงินดิจิทัล พอได้สัมผัสธนบัตรใหม่ๆ สองใบในมือกลับรู้สึกถึงความพิเศษอย่างบอกไม่ถูก
“ขอบคุณนะคะลุง หนูไม่เกรงใจละนะ”
ซูชิง รับไว้พลางโปรยเสน่ห์ เงินสองร้อยหยวนมันไม่ได้เยอะ แต่มันพิสูจน์ว่าลุงคนนี้ ‘มือถึง’ แค่ไหน
“ขอบคุณค่ะคุณลุง!” สวี เสี่ยวลี่ เก็บเงินไว้อย่างดี เธอแอบคิดว่านี่คืออั่งเปาจาก ‘ว่าที่ประธานบริษัท’ เก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ไม่เลว
“ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกเธอที่มานั่งกินมื้อดึกและฉลองวันเกิดเป็นเพื่อนกัน”
ฮั่ว ฉีอัน ตอบกลับด้วยความจริงใจ อาหารมื้อนี้มันคุ้มเกินราคาไปเยอะจริงๆ
เขาเริ่มจับทางได้แล้วว่าการจะครองใจผู้หญิงต้องใช้ ‘จังหวะ’ และ ‘ความใส่ใจ’ ควบคู่ไปกับพลังเงิน
และที่เหนือไปกว่านั้น เขารู้ว่า หาน ไฉ่หลิง เรียนสาขาธุรกิจการบิน หรือพูดง่ายๆ ก็คือว่าที่แอร์โฮสเตสนั่นแหละ ซึ่งเพื่อนร่วมห้องอย่าง ซูชิง และสวี เสี่ยวลี่ ก็น่าจะเรียนสาขาเดียวกัน…
เท่ากับว่า… แหล่งสาวสวยตัวท็อปของมหาวิทยาลัยนี้ อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
ไม่ว่าเขาจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม… นี่แหละคือแหล่งทรัพยากรชั้นดี