- หน้าแรก
- สุ่มกาชาเอาชีวิตรอด การันตีการ์ดระดับตำนานทุกวัน
- บทที่ 301 - พันธมิตรปิดล้อมล่า
บทที่ 301 - พันธมิตรปิดล้อมล่า
บทที่ 301 - พันธมิตรปิดล้อมล่า
บทที่ 301 - พันธมิตรปิดล้อมล่า
ยามพวกนั้นตัวก็ไม่ได้สูงใหญ่ อาวุธที่พกก็ไม่ได้ดูคมกริบอะไร รูปร่างก็ไม่ได้บึกบึน แต่กลับแผ่จิตสังหารกดดันออกมาเข้มข้นมาก
ประตูเมืองใหญ่โตขนาดนี้ แต่กลับมียามเฝ้าแค่ห้าหกคน เรื่องนี้มันก็แปลกอยู่แล้ว
"เสี่ยวติง นายคิดว่าฝีมือยามพวกนั้นเป็นไงบ้าง?"
"ไม่ธรรมดาเลย"
ติงเหอซานตอบเสียงเรียบ "อย่างน้อยก็ระดับยอดฝีมือขั้นสอง เป็นพวกที่ฝึกทั้งลมปราณและกระบวนท่ามาอย่างดี"
"เอ๊ะ?"
ซูเหยี่ยนชะงัก รีบเตือน "ฉันไม่ได้ฝึกยุทธ์นะ นายช่วยอธิบายแบบอื่นได้ไหม?"
"อย่างน้อยก็พลังรบระดับ SSR แถมยังค่อนไปทาง UR ด้วยซ้ำ"
"อืม"
ซูเหยี่ยนพยักหน้า ตรงกับที่เขาคาดเดาไว้ในใจ
แม้จะยังไม่แน่ใจว่าโลกใบนี้ใช้ระบบพลังแบบไหน แต่อย่างน้อยก็ดูแข็งแกร่งกว่าโลกยุคโบราณธรรมดาๆ มากนัก
"ถ้ามีแค่พลังระดับ UR คงไม่กระทบกับแผนของจิงหรอก... อย่างน้อยยอดคิลบนสเตตัสก่อนหน้านี้ก็พิสูจน์แล้วว่า พลังรบของฐานทัพมาอยู่ที่นี่ก็ยังถือว่าเอาเรื่องอยู่"
"คงเป็นเพราะกฎการสนับสนุนมีเวลาจำกัดนั่นแหละ เลยทำให้จิงไม่สามารถเคลียร์ด่านแบบสปีดรันได้"
"แต่จะว่าไปแล้ว ระบบแมคคานิกนี่มันคิดจะทำอะไรกันแน่?"
ซูเหยี่ยนคิดคำนวณในใจ รู้สึกสงสัย "ถึงการ์ด UR ส่วนใหญ่จะไม่ได้แข็งแกร่งเวอร์วังอะไร แต่มันก็ถือเป็นระดับสูงสุดของเส้นทางไร้สิ้นสุดแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"นอกจากพวกการ์ดโอกาสพิเศษๆ แล้ว ก็ไม่มีการ์ดระดับไหนที่เก่งไปกว่า UR แล้ว อย่างมากก็มีการ์ดชิ้นส่วนที่เอฟเฟกต์ดีกว่าหน่อย"
"ในเมื่อเป็นแบบนั้น ระดับ UR ก็คือจุดสูงสุดของเส้นทางไร้สิ้นสุดสิ... แล้วทำไมในโลกของการแข่งเดินเฟสสามนี้ ถึงได้ให้อารมณ์เหมือนคนท้องถิ่นที่นี่มีพลังระดับ UR กันทุกคนเลยล่ะ?"
"แค่ยามเฝ้าประตูไม่กี่คน ถ้าไปอยู่ในกลุ่มผู้ใช้ อย่างน้อยก็ระดับผู้คว้าแชมป์ที่อ่อนๆ หน่อยได้เลยนะ"
ซูเหยี่ยนพึมพำ "แล้วฝีมือระดับนี้ กลับให้มาเป็นแค่คนเฝ้า [เมือง] เนี่ยนะ? เท่ากับว่า... เป็นแค่ทหารเลวธรรมดาๆ งั้นสิ?"
"สภาพแวดล้อมการแข่งเดินในเฟสสามนี้แตกต่างจากสองเฟสแรกอย่างสิ้นเชิง แถมระบบยังเตือนชัดเจนด้วยว่า [โลกแห่งการแข่งเดินที่แตกต่างกัน] คือฉากหลังหลักของเส้นทางไร้สิ้นสุด"
"แต่โลกที่ผู้ใช้เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก ความยากก็ไม่น่าจะสูงปรี๊ดขนาดนี้ป่าววะ!"
"ถ้าระดับความยากของโลกนี้ ในสายตาระบบถือว่าค่อนข้างต่ำ การแบ่งระดับการ์ด UR มันก็ดูอ่อนปวกเปียกเกินไปแล้ว"
ซูเหยี่ยนไม่เข้าใจเลยว่าระบบกำลังคิดอะไรอยู่ "ผู้ใช้ยังอัปเกรดตัวเองไปไม่ถึงระดับ UR ถ้วนหน้าเลย แต่กลับโยนพวกเรามาอยู่ในโลกที่ชาวบ้านมีพลังระดับ UR เนี่ยนะ?"
"หรือว่า... ระดับความยากของโลกนี้ จะจับคู่กับความแข็งแกร่งของผู้ใช้ที่เก่งที่สุด?"
"ส่วนคนอีกหนึ่งล้านคนที่เหลือ คือพวกซวยที่โดนฉันหางเลขไปด้วยงั้นเหรอ?"
ซูเหยี่ยนคิดไม่ออก แต่ไม่ว่ายังไง อย่างน้อยเขาก็รู้สึกว่าพลังของตู้กาชาทั้งหกสายเริ่มจะตามความโหดของการแข่งเดินไม่ทันแล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว ต่อให้ผู้ใช้จะฟาร์มของมาดียังไง มีการ์ด UR คนละ 10 ใบก็ถือว่าโคตรเก่งแล้วใช่ไหมล่ะ?
แต่นี่เพิ่งจะเฟสสาม สิ่งมีชีวิตในโลกนี้ที่ไม่ใช่ผู้ใช้ กลับมีพลังเทียบเท่า UR ซะส่วนใหญ่ แล้วแบบนี้จะไปเล่นยังไงวะ
"อาจเป็นเพราะฉันยังไม่ค่อยรู้กฎลึกๆ ของระบบล่ะมั้ง... ช่างเถอะ เอาเรื่องของตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า"
ซูเหยี่ยนเงยหน้า กวาดสายตามองสภาพแวดล้อมในเมือง
ตลอดทางเดินบนถนนสายหลักจากประตูเมือง มีแต่ภาพความเจริญรุ่งเรือง ผู้คนเดินขวักไขว่ พ่อค้าแม่ค้าและร้านรวงตั้งเรียงราย กลิ่นอายชีวิตชีวาของผู้คนเข้มข้นมาก จนซูเหยี่ยนมองแล้วถึงกับเหม่อลอย เขาไม่ได้เห็นที่ที่คึกคักแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ
เดินทางบนเส้นทางไร้สิ้นสุดมาตั้งนาน เจอแต่กฎการแข่งเดินสุดโหดกับบรรยากาศที่ต้องฆ่าฟันกันเอง จนซูเหยี่ยนแทบจะลืมไปแล้วว่าโลกมนุษย์จริงๆ มันหน้าตาเป็นยังไง
ซูเหยี่ยนตบหัวตัวเอง บังคับให้ดึงสติกลับมา สายตากวาดมองสองข้างทาง
ในเมืองมีป้ายผ้าเขียนตัวหนังสือแขวนอยู่เต็มไปหมด ถึงจะไม่ใช่ภาษาบนโลก แต่ด้วยเอฟเฟกต์ของระบบ ซูเหยี่ยนก็สามารถอ่านเข้าใจได้ทันที
"หืม? ติงเหอซาน! นายจะไปไหนน่ะ?"
จู่ๆ ซูเหยี่ยนก็สังเกตเห็นว่าติงเหอซานที่อยู่ข้างๆ กำลังเดินตรงดิ่งไปยังสิ่งก่อสร้างทางซ้ายหน้า เขาเอ่ยปากถาม ติงเหอซานหันกลับมาด้วยความสงสัย "นายไม่ได้จะมาหาข้อมูลของโลกนี้หรอกเหรอ? ไม่ได้จะมาศึกษาผลกระทบต่อพลังสนับสนุนหรือไง?"
"ที่นี่แหละเหมาะสุดแล้ว ในหนังเขาก็มาสืบข่าวกันที่นี่ไม่ใช่เหรอ?"
ติงเหอซานชี้มือไปข้างหน้า ปรากฏว่าสิ่งก่อสร้างนั้นมีผ้าแดงห้อยหัวลงมา เขียนตัวอักษรตัวเบ้อเริ่มว่า: โรงเตี๊ยมน้ำเต้าแขวน
ที่ประตูโรงเตี๊ยม มีผู้ชายเดินเข้าออกขวักไขว่ ในจำนวนนั้นมีไม่น้อยที่พกดาบสะพายกระบี่ ท่าทางกรำศึกมาอย่างโชกโชน
"มันก็ใช่แหละนะ"
คำแนะนำ: ผู้ใช้ที่ล็อกอินจะสามารถบันทึกข้อมูลชั้นหนังสือข้ามอุปกรณ์ได้ถาวร แนะนำให้ล็อกอินเข้าใช้งาน
ซูเหยี่ยนดึงสายตากลับมา แบมืออย่างจนใจ "นายมีตังค์เหรอ?"
"มีสิ"
ติงเหอซานมองซูเหยี่ยนด้วยสายตาแปลกๆ พลิกมือขึ้นมา เหรียญสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ
"โฮ่! นายไปเอามาจากไหนเนี่ย?" ซูเหยี่ยนตกใจ ติงเหอซานยิ่งแปลกใจหนักกว่าเดิม "ก็เอาเหรียญโลหิตแลกมาไง... นายไม่มีเหรอ? ตอนเริ่มแข่งเดิน ระบบก็เตือนแล้วนี่ว่า สามารถใช้เหรียญโลหิตแลกเป็นเงินของโลกนี้ได้โดยตรง ถึงเรตแลกเปลี่ยนมันจะหน้าเลือดไปหน่อยก็เถอะ..."
ติงเหอซานพูดได้ครึ่งเดียวก็หยุดกึก เขาเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ สายตาที่มองซูเหยี่ยนแฝงไปด้วยความเวทนา "สรุปก็คือ... เป็นเพราะสถานะเหยื่อ ก็เลยมีแต่เหรียญโลหิตแต่แลกเป็นเงินของโลกนี้ไม่ได้งั้นสิ?"
"เวรเอ๊ย!"
ซูเหยี่ยนสูดหายใจลึก ท้ายที่สุดก็สบถออกมา "ระบบหมาเอ๊ย!"
ปิดล้อมล่าก็ปิดล้อมล่าไปดิ นี่กะจะไม่ให้แลกตังค์ใช้เลยหรือไง!
"อ่ะ ให้"
ติงเหอซานดึงมือซูเหยี่ยนไป แลกเหรียญทองมาอีกกำใหญ่ แล้วยัดใส่มือซูเหยี่ยน "เอาไปใช้ซะ"
"ใจป้ำนี่หว่า"
ซูเหยี่ยนหัวเราะ "ถือว่าฉันติดหนี้นายนะ"
"ไม่ ฉันต่างหากที่ติดหนี้นาย"
ติงเหอซานตีหน้าตาย "ตอนแข่งรอบคัดออก นายเปย์ให้ฉันเยอะกว่านี้อีก"
พูดจบเขาก็ไม่รอซูเหยี่ยน เดินดุ่มๆ เข้าไปในโรงเตี๊ยมเลย
ซูเหยี่ยนเดินตามเข้าไป ทั้งคู่ไม่ใช่พวกไก่อ่อนขี้อาย ตีซเนียนเก่งอยู่แล้ว เรียกพนักงานมาสั่งเหล้าสั่งกับข้าวทันที
ยิ่งมีเงินของโลกนี้ซัปพอร์ต ซูเหยี่ยนก็ยิ่งเหมือนปลาได้น้ำ ไม่กี่ประโยคก็ตีสนิทกับ NPC ร่วมโต๊ะได้แล้ว ทั้งเลี้ยงเหล้าเลี้ยงกับข้าว ชนแก้วกันไปมา แป๊บเดียวก็ได้ข้อมูลที่ต้องการมาครบถ้วน
"แย่ล่ะสิ ที่นี่ไม่ใช่โลกยุคโบราณธรรมดาจริงๆ ด้วย"
ซูเหยี่ยนกลับมาที่โต๊ะตัวเอง กระซิบเสียงเบากับติงเหอซาน "นายเดาซิว่าฉันไปสืบอะไรมาได้? โลกบ้าบอนี่ทุกคนฝึกยุทธ์กันหมด! เป็นวิทยายุทธ์สายตรงของแท้เลยนะเว้ย!"
"เขาว่ากันว่าเด็กเจ็ดแปดขวบที่นี่ก็ลากศพสัตว์ร้ายไหวแล้ว ยอดฝีมืออันดับหนึ่งยิ่งมีพลังระดับผ่าภูเขาได้สบายๆ สเตตัสเวอร์วังของแท้! แค่เหาะเหินเดินอากาศนี่ยังถือว่ากากๆ นะ มีพวกที่บินได้ชั่วคราวด้วย!"
ซูเหยี่ยนเดาะลิ้น "ถ้าให้ฉันประเมินนะ ดูจากพลังทำลายล้างของคนที่เก่งที่สุดที่นี่ สเตตัสต้องแตะหลักล้านแน่นอน! ระบบนี่มันไม่ใช่คนจริงๆ โลกนี้อย่างน้อยๆ ก็เป็นระบบพลังระดับยุทธภพขั้นกลางแล้ว!"
คนธรรมดาของที่นี่ นอกจากเรื่องที่สกิลอาจจะไม่ครอบคลุมเท่าเอฟเฟกต์ของการ์ดแล้ว พลังรบโดยรวมถือว่าเหยียบผู้ใช้จมดินได้เลย ต่อให้เป็นผู้คว้าแชมป์มาก็ต้องหงอ มีแค่ผู้ใช้ระดับแสงวาบเท่านั้นแหละที่พอจะมีทุนให้กล้าซ่าในการแข่งเดินได้บ้าง
"นายเพิ่งรู้เหรอ?"
ติงเหอซานกระดกเหล้าหมดจดในรวดเดียว พูดเสียงเรียบ "ฉันรู้ตั้งนานแล้ว"
"แล้วทำไมไม่บอกวะ?"
"ก็บอกแล้วไง ว่ายามพวกนั้นฝึกทั้งลมปราณและกระบวนท่า มีพลังวัตรในตัว มาสายเดียวกับฉันเป๊ะ"
ติงเหอซานมองซูเหยี่ยนตาใส ซูเหยี่ยนเหวอไปเลย ยกมือขึ้นกุมขมับ "สรุปคือ... นายมาสายเดียวกับคนโลกนี้งั้นสิ?"
"ใช่ ต้นกำเนิดเดียวกันเลย"
ติงเหอซานพยักหน้า "ฉันสัมผัสได้ น่าจะเหมือนกันเป๊ะ"
ติงเหอซานยังพูดไม่ทันขาดคำก็หุบปากฉับ สายตาจ้องเขม็งไปที่ความว่างเปล่าเบื้องหน้า
ซูเหยี่ยนรู้เลยว่าหมอนี่กำลังดูช่องแชทอยู่ เพียงแต่เพราะสถานะเหยื่อกับผู้ไล่ล่ามันต่างกัน ทั้งสองฝ่ายเลยมองไม่เห็นหน้าจอแชทของอีกฝ่าย
สักพักหนึ่ง
จู่ๆ ติงเหอซานก็ขมวดคิ้ว เตือนซูเหยี่ยน "ไอ้พวกนั้นหาฉันเจอแล้ว พวกมันแท็กชื่อฉัน"
"ใคร?"
ซูเหยี่ยนเลิกคิ้ว "พวกที่จะมาหาเรื่องฉันเหรอ?"
"อืม"
ติงเหอซานพยักหน้า กระซิบเสียงเครียด "พวกมันไม่รู้ใช้การ์ดอะไร ยืนยันได้ว่านายกับฉันอยู่ใกล้กันที่สุด พวกมันฟันธงเลยว่าตอนนี้ฉันอยู่กับนาย"
"ไอ้พวกนั้น มันไปตั้งแก๊งอะไรสักอย่างที่ชื่อว่า [พันธมิตรปิดล้อมล่า] ตั้งหน้าตั้งตาจะจัดการนายให้ได้เป็นคนแรก"
"พันธมิตรปิดล้อมล่าเหรอ..."
ซูเหยี่ยนเลิกคิ้วยิ้มกริ่ม "ฉันเดาว่า... นายคงปฏิเสธไปแล้วสินะ"
คำแนะนำ: ถ้าค้นหาชื่อหนังสือไม่เจอ ลองค้นหาจากชื่อผู้แต่งดูนะ บางทีอาจจะแค่เปลี่ยนชื่อเรื่องก็ได้!