เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 ถึงแม้ยุงจะตัวเล็กแค่ไหน แต่มันก็ยังเป็นเนื้อ

ตอนที่ 6 ถึงแม้ยุงจะตัวเล็กแค่ไหน แต่มันก็ยังเป็นเนื้อ

ตอนที่ 6 ถึงแม้ยุงจะตัวเล็กแค่ไหน แต่มันก็ยังเป็นเนื้อ


เขานั่งอยู่ในรถระหว่างทางกลับบ้าน ท้องของเขาร้องดังและเขาได้แต่บ่นว่าทุกอย่างในชีวิตมันยากลำบาก!  ในฤดูร้อนของคนอื่นจะมีพัดอันใหญ่ ๆ ซุปถั่วเขียวสักถ้วย แตงโมแช่น้ำเย็น แล้วก็แป้งเย็นแก้ร้อน

ในชีวิตก่อนหน้านี้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น เขาเรียนเก่ง มีงานดี และมีโอกาสเริ่มต้นธุรกิจ บางทีพระเจ้าอาจรู้ว่าเขาเป็นหนี้ครอบครัวนี้มากเกินไป  จึงต้องการให้เขาชดใช้  ในฐานะที่เกิดใหม่แม้ว่ายุคอสังหาริมทรัพย์และยุคอินเทอร์เน็ตยังมาไม่ถึง แต่ก็ไม่ยากเลยที่จะสร้างความมั่งคั่งหากใช้ประสบการณ์และความทรงจำจากชีวิตที่ผ่านมา แต่เนื่องจากสัญชาตญาณความระมัดระวังของเขา เขาจึงไม่กล้าทำเช่นนั้น

ตามที่ทราบ หลี่เหออายุ 18 ปี เด็กหนุ่มวัยรุ่น พึ่งจบการศึกษาจากชั้นมัธยมปลายและเป็นนักเรียนที่เก่งที่สุดในชั้นเรียน  ลองสมมุติว่าตอนนี้หลี่เหอกำลังออกแบบเครื่องยิงจรวดสำหรับโรงงานทหาร เพื่อนร่วมชั้นเรียนสามารถยืนยันได้ว่าไอ้หมอนี่แม้แต่ยืนรายงานหน้าชั้นยังทำไมได้เลย  จะทำอะไรยิ่งใหญ่เหนือจินตนาการขนาดนั้นได้ยังไง

ลองสมมุติว่าหลี่เหอพูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงอังกฤษลอนดอน  ครูภาษาอังกฤษก็จะสามารถยืนยันได้ทันทีว่าเด็กคนนี้พูดภาษาอังกฤษสำเนียงท้องถิ่นเท่านั้น  ถึงจะมีทักษะการอ่านและเขียนที่ยอดเยี่ยม แต่ทักษะการฟังและการพูดของเขานั้นแทบจะไม่สามารถใช้ได้จริงเลย

ลองสมมุติว่าหลี่เหอขณะนี้ส่งบทความไปยังวารสารเพื่อแก้ปัญหาทางเทคนิคของอุตสาหกรรมการทหารในช่วงปี 1970 และ 1980 ครูภาษาจีนก็สามารถยืนยันได้ว่าเด็กคนนี้สามารถเขียน ได้แค่เรียงความง่ายๆเท่านั้น

ลองสมมุติว่าหลี่เหอไปอวดทักษะการทำช่างระดับ 8 ทีนี้โรงเรียนก็จะสามารถพิสูจน์ได้ทันทีว่าเด็กคนนี้ไม่รู้แม้กระทั่งว่าประตูโรงงานหันไปทางทิศไหน

ทุกอย่างดูไม่สมเหตุสมผลและมีข้อน่าสงสัยมากมาย มันไม่เป็นไรที่จะเป็นอัจฉริยะ แต่การเป็นอัจฉริยะเหนือโลกนั้นหมายถึงการหาความตายใส่ตัวเอง เด็กที่ไม่เคยเข้ามหาวิทยาลัยหรือมีประสบการณ์การทำงานใด ๆ คิดจะหาแสงใส่ตัวเอง  อวดความเก่งที่ไม่มีที่มาที่ไป  ก็จะมีแต่ปัญหาเท่านั้นที่เข้ามา  ซึ่งมันอันตรายมาก  ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะเรียนอย่างขยันขันแข็งในมหาวิทยาลัยในชีวิตนี้

มีคนเกิดใหม่หลายคนที่เคยเป็นแค่คนเก็บขยะในชีวิตก่อน หลังจากเกิดใหม่พวกเขาอยากจะเป็นคนที่รวยที่สุดในโลก พวกเขาไปเอาความมั่นใจจากไหน? ถึงจะเกิดใหม่คนขี้แพ้ก็จะยังคงเป็นคนขี้แพ้อยู่วันยังค่ำ  เพราะยังไงซะคนเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวตนของตัวเองได้หลังจากการเกิดใหม่

เขาทำงานในระบบอุตสาหกรรมทหารมาเป็นเวลา 10 ปี แม้ว่าเขาจะเริ่มทำธุรกิจของตัวเองในภายหลัง แต่เขาก็ยังทำงานสนับสนุนภายในระบบอุตสาหกรรมทหาร ประสบการณ์ในชีวิตก่อนหน้านี้บอกเขาว่าแม้ว่าจะไม่มีทีมงานอัจฉริยะ แต่เขาก็ไม่ควรคิดว่ารัฐบาลจะโง่เหมือนกับ FBI

หลังจากลงจากรถบัสที่สถานี เขาไปที่ห้องพักรับรองเพื่อดูเวลา ตอนนี้ 10 โมงกว่าแล้ว  เฮ้อ! มันเจ็บปวดจริง ๆ ที่ไม่มีนาฬิกา  ไม่มีโทรศัพท์ เขาไปที่ประตูทางใต้ก่อนและเห็นหลี่หลงและต้าจวงยืนพิงมุมกำแพงกำลังพูดคุยและหัวเราะกัน หลี่เหอเดินมาจากด้านหลังและจู่ ๆ ก็ตีที่ไหล่พวกเขา ทำให้พวกเขาทั้งคู่ตกใจ

ต้าจวงมองไปที่หลี่เหอและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หลี่เหอ นายกลับมาแล้ว”

หลี่เหอยกถุงขึ้นและประมาณน้ำหนักของปลาไหลและปลาหมูที่เหลือ “เหลือไม่ถึง 20 ชั่ง เราขายถูก ๆ  รีบกลับบ้านกันเถอะ”

แดดเริ่มแรงมากแล้ว และมีเพียงไม่กี่แผงขายของตั้งอยู่ ภายใต้ความดื้อรั้นของหลี่เหอ ปลาที่เหลือเขาขายแบบทั้งลดทั้งแลกทั้งแจกทั้งแถม หลี่หลงและต้าจวงได้แต่ยืนดูข้าง ๆ อย่างทำอะไรไม่ได้และรู้สึกเสียดายสุด ๆ นี่มันเงินทั้งนั้น !!

ระหว่างทางกลับทั้งสามคนผลัดกันลากรถ พวกเขาเดินไปได้ครึ่งทางและหยุดพักสักครู่ เช่นเดียวกับเมื่อวานนี้ หลี่หลงเอาเงินทั้งหมดออกมาชื่นชมอีกครั้ง  แล้วช่วยกันกับต้าจวงนับเงินที่ได้หลายรอบ

ก่อนที่หลี่หลงจะพูดอะไร ต้าจวงก็พูดอย่างรีบร้อน “177 หยวน 3 เหมา 4 เฟิน และคูปองอาหาร 17 ชั่ง  โอ้โห!!  ฉันต้องทำงานหนักทั้งปีเพื่อหาแต้มงาน  แต่ยังหาได้ไม่เท่าที่พวกนายหาได้ภายในหนึ่งวันเลย”  ประโยคสุดท้ายฟังดูขมขื่นเล็กน้อย

หลี่หลงตอบกลับทันที “ไม่เป็นไรน่าน้องชาย  ฉันกินเนื้อ  ส่วนนายได้กินน้ำแน่นอน”

ต้าจวงผลักแขนของหลี่หลงออกไป “เจ้าโง่  นายอายุน้อยกว่าชั้นอีก  นายคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”

พวกเขาคุยเล่นกัน ด่ากันไปตลอดทาง และหลี่เหอรู้สึกขี้เกียจเดินและไม่สนใจพวกเขาเลย  เมื่อพวกเขามาถึงเมือง หลี่เหอดูแลรถ เขาสั่งให้หลี่หลงนำคูปองไป ซื้อเนื้อ 4 ชั่ง และให้ต้าจวง 2 ชั่ง นอกจากนี้ เขายังซื้อเหล้า 2 ขวด บุหรี่ 4 ซอง และถุงปุ๋ย 30 ใบ ซึ่งเสียเงินไปอีก 17 หยวน ทำให้หลี่หลงรู้สึกเครียดว่าทำไมเงินนี้จึงใช้ง่ายใช้คล่องอย่างนี้?   ต้าจวงยกของที่ซื้อมาไว้ที่รถ

เมื่อหลี่เหอมาถึงบ้าน เขาไม่มีเวลาจะไปล้างมือและล้างหน้า น้องสาวคนเล็กเอาแต่เกาะแขนเกาะขาและซบในอ้อมแขนของเขา ร้องเรียก “พี่ชาย ๆ” ไม่หยุด

หลี่เหอลูบผมบาง ๆ ของน้องสาวแล้วถามว่า “อยู่บ้านเรียบร้อยดีใช่ไหม? แอบไปซนข้างนอกหรือเปล่า?”

เด็กน้อยตอบอย่างจริงจัง “หนูเป็นเด็กดีมาก แค่กินขนมเยอะไปหน่อย”

เจ้าตัวเล็กกลัวหลี่เหอจะดุ  จึงรีบพูดขึ้นมาว่า “โทษหนูไม่ได้นะ ขนมมันอร่อยเกินไป หนูหยุดกินไม่ได้เลย  อยากกินแล้วอยากกินอีก”

เห็นท่าทางเจ้าเลห์เล็ก ๆ แบบนี้ หลี่เหอก็ไม่สามารถหยุดหัวเราะได้ และจากนั้นเขาก็สอนเธออย่างเข้มงวด “น้องจะปวดฟันถ้ากินขนมเยอะเกินไป  น้องกินได้แค่วันละสองอันเท่านั้นนะ ไม่อย่างนั้นแมลงสำดำจะกินฟันของน้อง  ทำให้ปวดฟันมาก ๆ  แมลงพวกนี้จะทำให้ฟันเป็นสีดำแล้วก็เน่าด้วย”

ดวงตาของเด็กหญิงเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอรีบเปิดปาก เงยหน้ามองหลี่เหอแล้วพูดว่า "พี่ชาย ช่วยดูให้หน่อยว่ามีแมลงอยู่ในปากของหนูไหม"

หลี่เหมยกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ในลานบ้านเพื่อทำการตากข้าวโพด ฟังการสนทนาที่ไร้สาระของทั้งสองคน เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะและ พูดกับหลี่เหอด้วยความโมโหไปว่า  “นายอายุเท่าไหร่แล้ว ยังจะมาหลอกเด็กอยู่อีก  หยุดทำตัวบ้าบอแบบนี้ได้ไหม!”

เมื่อมองไปที่ผักดองและหมั่นโถวบนโต๊ะ เวลาก็ล่วงเลยจนสายเกินไปที่จะทอดเนื้อหรือทำอาหาร หลี่เหอจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแล้วพูดกับต้าจวง ว่า "ต้าจวง  ตอนเที่ยงนี้ก็ทานง่ายๆ ไปก่อนนะ เดี๋ยวตอนเย็นเราทำอะไรอร่อยๆ ให้กิน นายทำอาหารเสร็จแล้วก็เอาของไปส่งคืนพ่อไปด้วย เงิน 10 หยวนนี้ เหล้าสองขวด และบุหรี่สองซองนี้ก็ให้พ่อไปด้วย เรายังต้องใช้สัตว์จากทีมผลิต เรื่องคนอื่นพวกเราไม่รู้  แต่เรื่องนี้ยังไงก็ขอรบกวนพ่อของนายช่วยดูแลให้ด้วยนะ"

ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก เมื่อเดือนที่แล้ว หลิวซือชุนใช้ล่อลากหิน ใช้ไปเดือนนึงเต็มๆ แต่จ่ายแค่สามหยวนเอง ไม่มีใครเรียกร้องอะไรมากมายหรอก”

ต้าจวง พยายามปฏิเสธ แต่หลี่หลงที่ยืนอยู่ข้างๆ ดันของเข้ามาในอ้อมแขนของเขา “เอาไปส่งเร็วๆ จะได้ทานข้าวกัน ถ้านายไม่เอาหมูไปเก็บลงบ่อน้ำ ตอนกลางคืนมันจะเหม็นแน่”

ก่อนที่พวกเขาจะทานข้าวเสร็จ ก็มีคนเข้ามาในลานบ้านเพื่อรับเงินสำหรับปลาไหลและปลาหมูที่ขายเมื่อวานนี้ พอทุกคนได้รับเงินก็ได้ยินหลี่เหอพูดอีกว่า "รับทั้งหมดที่มี" ทุกคนต่างดีใจ เพราะตอนนี้แทบจะไม่มีที่ไหนที่จะหาเงินง่ายๆแบบนี้  ถ้าส่งปลาไหล 200 ชั่งก็จะได้เงิน 2 หยวน

หลี่เหมยและหลี่หลงอยู่ในห้องด้านหลังเพื่อทำบัญชี เมื่อผลออกมาทั้งสองพี่น้องต่างตกใจ พวกเขาหักเงินที่ใช้ในการซื้อปลาไหลและปลาหมูออกไป ทำกำไรทั้งหมด 89 หยวน

หลี่เหมยแอบคำนวณลับ ๆ ว่าจะทำเงินได้เท่าไหร่ในเดือนนี้ แต่เธอรู้สึกว่าเธอโลภเกินไป แค่เงินที่พวกน้องชายทำได้ในสองวันนี้ก็เพียงพอแล้ว

หลี่เหอและครอบครัวยุ่งอยู่ทั้งบ่าย หลี่เหอพาต้าจวงและหลี่หลงไปชั่งน้ำหนัก และหลี่เหมยทำบัญชี หวังหยูหลานและหลี่ผิงช่วยกันคัดเลือกปลาไหลที่ตายออกก่อนที่จะไปชั่งน้ำหนัก ในหนึ่งบ่าย หลี่เหอเก็บปลาได้มากกว่า 3,400 ชั่ง จากทั้งหมดมีปลาไหลแค่สามในห้าส่วน ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้มากนัก

แม้ว่าจะยังไม่มีการจ่ายเงินสดวันนี้ แต่คนที่ส่งปลาไหลเมื่อวานนี้ได้มารับเงินวันนี้ ดังนั้นการทำบัญชีวันนี้จึงไม่มีการต่อต้านจากทุกคนอีก  เพียงแค่ยอดเงินและน้ำหนักไปได้รับการยืนยันว่าตรงกันทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย  ชาวบ้านก็จะได้รับเงินสดเมื่อบ้านหลี่ไปขายปลาในวันพรุ่งนี้

เด็ก ๆ บางคนยังนำปลาไหลมาขายด้วย หลี่เหอรู้ว่าเด็ก ๆ จะเป็นกำลังหลักในอนาคต เมื่อผู้ใหญ่ยุ่งอยู่กับงานในนา  พวกเขาจะไม่มีเวลาจับกุ้งจับปลา ดังนั้นพวกเด็กจะจับปลามาขายในปริมาณน้อยๆ เช่น 3 – 5 ชั่ง  โดยจะจ่ายเป็นเงินสดไปเลย จะไม่มีการบันทึกในบัญชี แต่ถ้ามีปลามาขายมากกว่านั้น จะให้เงินสดบางส่วนและบันทึกยอดเงินที่เหลือเอาไว้ก่อน

นี่ทำให้เด็กบางคนตื่นเต้นจนไม่ยอมนอนกลางวัน  เอาแต่วิ่งไปจับปลาหมูและปลาไหลใต้แสงแดดร้อนแรงทั้งวัน

ในวันนั้น เด็กเกือบทุกคนในหมู่บ้านมีเงินอยู่ในมือสามถึงห้าเหมา โดยปกติพ่อแม่จะให้เงินแค่หนึ่งหรือสองเฟินเป็นค่าขนม  เมื่อไหร่ที่พวกเขาจะจับเงินจำนวน "มหาศาล" แบบนี้กัน?

พ่อแม่ในหมู่บ้านบอกกับลูก ๆ ว่า พ่อแม่จะช่วย"เก็บ"เงินเพื่อให้ลูกๆ เพื่อเก็บเป็นค่าสินสอดแต่งภรรยาในอนาคต  เด็กๆ จะถูกหลอกง่าย ๆ ได้อย่างไร?  เมื่อพ่อแม่พูดถึง "การเก็บ" เงินนี้  ต่อให้เด็กร้องไห้โวยวายจนหูแดงตาแดงก็ไม่มีประโยชน์  บางคนถึงกับแย่งชิงโยใช้ความรุนแรง  พ่อแม่บางคนไล่ตามลูก ๆ ไปทั่วหมู่บ้านพร้อมด้วยไม้เรียวในมือ เด็กหลายคนจึงตัดสินใจในใจว่าในการจับปลาหมูและปลาไหลครั้งถัดไป  จะไม่เอาปลาพวกนี้กลับบ้าน  แต่จะเอาไปขายเองแทน  พวกเขาจะได้เก็บเงินไว้เป็นค่าขนมเองได้โดยที่พ่อแม่ไม่รู้

ในมื้อเย็นข้าวผัดกับหมูตุ๋นหนึ่งชามทำให้เด็กหญิงตัวเล็กมีความสุขมาก หลี่เหอเปิดขวดเหล้าขาวและรินใส่แก้วสำหรับต้าจวงและหลี่หลงคนละแก้ว

“พี่ชาย ฉันดื่มไม่เป็น” หลี่หลงปกติเป็นแค่เด็กชายที่อยู่บ้านและไม่เคยดื่มเหล้าเลย ปกติเวลามีงานแต่งงานและงานศพในหมู่บ้านก็จะมีการดื่มเหล้าบ้าง  แม้ว่าจะมีเด็กชายวัยรุ่นจะเข้าร่วมงานเหล่านี้ แต่พวกเขาจะนั่งโต๊ะกับผู้หญิงและเด็ก ไม่มีโอกาสที่จะได้สัมผัสเหล้าจริง ๆ  เลยสักครั้ง

“พวกเราคือผู้ชายที่โตแล้วนะ จะมาพูดเรื่องไม่ดื่มกันทำไม? มาเถอะต้าจวง  ดื่มกันหน่อย ต้าจวงผ่านวันที่หนักหนามา” หลี่เหอจำได้ว่าน้องชายของเขาคนนี้  มีความสามารถในการดื่มที่ดีมาก และเหล้าเพียงหนึ่งชั่งเท่านั้น  ไม่พอยัดซอกฟันต้าจวงเลยด้วยซ้ำ

หลังจากทานอาหารค่ำเสร็จหลี่เหอกล่าวว่า “เราจะออกเดินทางตอนตีหนึ่ง  วันนี้เข้านอนเร็วหน่อยนะ พวกนายสองคนก็ต้องฉลาดหน่อยนะ  ไม่ว่าใครจะถามก็ห้ามบอกว่ารวบรวมของให้กับบริษัทผลิตสัตว์ทางน้ำ หลังจากนี้ให้นายสองคนไปที่บ้านหัวหน้าทีมผลิตเพื่อขอจดหมายแนะนำตัว”

หลี่เหมยเก็บจานและกล่าวว่า “มันจะไม่เช้าไปเหรอ?”

หลี่เหอพูดว่า “ไม่หรอก รถลากเข้าไปในเมืองได้ก่อนเช้ามืดไมได้  ต้องรีบไปให้ทันตอนเช้าตรู่พอดี”

หลังจากนั้นเขาก็บอกครอบครัวให้ระวังการพูดคุยข้างนอก โดยบอกว่าพวกเขาเก็บของให้คนอื่น ไม่ต้องพูดถึงที่ส่งของด้วย ทุกวันนี้มีคนฉลาดมากมาย เขายังขอให้หลี่หลงและต้าจวงนำซองบุหรี่ไปและรีบไปที่เลขานุการหมู่บ้านเพื่อขอจดหมายแนะนำตัวให้เสร็จก่อนที่จะมืด

จบบทที่ ตอนที่ 6 ถึงแม้ยุงจะตัวเล็กแค่ไหน แต่มันก็ยังเป็นเนื้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว