เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 265 เฮลิคอปเตอร์ประจัญบาน + รถถัง โอ้โห จัดหนักจัดเต็มเลยนะเนี่ย

บทที่ 265 เฮลิคอปเตอร์ประจัญบาน + รถถัง โอ้โห จัดหนักจัดเต็มเลยนะเนี่ย

บทที่ 265 เฮลิคอปเตอร์ประจัญบาน + รถถัง โอ้โห จัดหนักจัดเต็มเลยนะเนี่ย


บทที่ 265 เฮลิคอปเตอร์ประจัญบาน + รถถัง โอ้โห จัดหนักจัดเต็มเลยนะเนี่ย

เสิ่นเฟยยืนพิงกำแพงอิฐเก่า ๆ พลางแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างไสวราวกับตอนกลางวัน

เมื่อพลุไฟพุ่งขึ้นไปถึงระดับความสูงที่กำหนด ร่มชูชีพที่ส่วนท้ายของพลุจะกางออกด้วยแรงต้านอากาศ ทำให้กระบอกพลุค่อย ๆ ร่อนลงมาด้วยความเร็ว 5-8 เมตรต่อวินาที

ผงแมกนีเซียมและผงอะลูมิเนียมจะลุกไหม้อย่างรุนแรง ปลดปล่อยแสงสว่างจ้า สาดส่องลงมายังผืนดินเบื้องล่าง

ตามมาด้วย

ลูกที่สอง

ลูกที่สาม

พลุไฟถูกจุดขึ้นฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่รัศมีเจ็ดถึงแปดลี้สว่างไสวไปทั่ว

“เล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?”

“ไม่กลัวโดนจับได้หรือไงเนี่ย”

“พวกกบฏผ้าพันคอแดงนี่ ประมาทกองทัพแทนซาเนียเกินไปหน่อยมั้ง?”

เสิ่นเฟยมองดูพลุไฟบนฟ้าด้วยความงุนงง

เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าในหัวของพวกกบฏผ้าพันคอแดงพวกนี้กำลังคิดอะไรอยู่

การเปิดเผยตำแหน่งตัวเองแบบนี้

มันไม่ต่างอะไรกับพวกไร้สมองเลยนะเนี่ย?

หรือไม่อย่างนั้น

ก็มีความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่ง

นั่นคือพวกมันกำลังจะรวมพลครั้งใหญ่ เพื่อต้อนรับบุคคลสำคัญ หรือไม่ก็กำลังจะทำพิธีกรรมอะไรสักอย่าง

วี้ด

ในขณะที่เสิ่นเฟยกำลังคิดหาเหตุผลอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงเครื่องยนต์ของเฮลิคอปเตอร์ดังกึกก้องมาจากบนท้องฟ้า

ฝูงเฮลิคอปเตอร์นับสิบเครื่อง บินโฉบเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีขึงขัง คุกคาม และดุดัน

ไม่เพียงแค่นั้น

จากบนพื้นดินก็มีเสียงคำรามดังกระหึ่มไม่แพ้กัน ควันฝุ่นตลบอบอวลราวกับพายุทราย

พอมองดูดี ๆ ก็เห็นรถถังสีเทาหลายสิบคันกำลังพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง

“โอ้โห...”

“นั่นมันเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก นี่นา???”

“แล้วนั่นก็รถถังประจัญบาน Type 59 ใช่ไหม??”

“นี่มันการผสมผสานอาวุธจากชาติตะวันตกกับเอเชียชัด ๆ!”

เมื่อเห็นรถถังและเฮลิคอปเตอร์ เสิ่นเฟยก็ถึงกับอึ้งไปเลย

โดยเฉพาะเจ้ารถถังบนพื้นดินนั่น ยิ่งทำให้เขาประหลาดใจเข้าไปใหญ่

เหตุผลก็คือ

รถถังรุ่นนี้ เป็นรถถังประจัญบานที่ประเทศมังกรพัฒนาและผลิตขึ้นเองเป็นจำนวนมากในช่วงทศวรรษ 1950 โดยดัดแปลงมาจากรถถังขนาดกลาง T-54A ของสหภาพโซเวียต

อาวุธของบ้านเกิดเมืองนอนตัวเอง

มาโผล่ไกลถึงประเทศแทนซาเนียที่ห่างออกไปหลายหมื่นลี้ได้ยังไงเนี่ย?

.......

ความตกตะลึงนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเสิ่นเฟยคนเดียว แต่ยังรวมถึงผู้ชมกว่าสิบล้านคนในห้องไลฟ์สดด้วย

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย??? พวกกบฏมีอาวุธแบบนี้ด้วยเหรอ?”

“นี่... กองกำลังรักษาสันติภาพของเราหรือเปล่า? ไม่งั้นจะเอารถถังประจัญบาน Type 59 มาใช้ได้ยังไง?”

“เพ้อเจ้อ กองทัพของเราจะบุกมาตีพวกกบฏกลางดึกทำไม กินอิ่มจนว่างจัดหรือไง?”

“ใช่ เฮลิคอปเตอร์ก็ไม่ใช่ของประเทศเราด้วย”

“ในฐานะที่เคยทำงานจัดซื้อในกองทัพ ฉันขออธิบายให้ฟังหน่อยนะ รถถัง Type 59 ที่เห็นในไลฟ์น่ะ มันเป็นรุ่นสำหรับส่งออก คืออาวุธที่เราขายให้ต่างประเทศนั่นแหละ การที่มันมาอยู่ที่นี่ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหรอก!”

“ประเทศเราขายอาวุธด้วยเหรอ???”

“เอ่อ... อย่าบอกนะว่าไม่รู้จริง ๆ ว่าตอนนี้ ‘กระต่าย[1]’ กลายเป็นผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ติดอันดับต้น ๆ ของโลกไปแล้วน่ะ?”

.........

ห่างจากเสิ่นเฟยออกไปไม่ไกล

เหลิ่งเฟิงที่ซุ่มอยู่ในดงหญ้า ก็สังเกตเห็นฝูงเฮลิคอปเตอร์และรถถัง Type 59 ที่กำลังมุ่งหน้ามาเช่นกัน

ในฐานะที่เป็นอดีตทหารหน่วยรบพิเศษ ‘จ้านหลาง’

เขาคุ้นเคยกับอาวุธของประเทศตัวเองเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

แต่ทว่า

เขาก็สงสัยเหมือนกันว่า พวกกบฏผ้าพันคอแดงกระจอก ๆ พวกนี้ ไปเอาเงินมาจากไหนถึงได้ซื้ออาวุธดี ๆ แบบนี้มาใช้ได้?

มีอะไรแปลก ๆ

แปลกมาก ๆ!

มีความเป็นไปได้สูงเลยทีเดียว

ว่าทหารที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันเหล่านี้ ไม่ใช่พวกกบฏผ้าพันคอแดงหรอก แต่น่าจะเป็นกลุ่มทหารรับจ้างมากกว่า

เหลิ่งเฟิงครุ่นคิดอย่างหนัก

เขาตระหนักได้ว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นแบบไหนก็ตาม ตอนนี้ชูร่ากำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวง

เขาปล่อยให้ชูร่าบุกเข้าไปเสี่ยงตายคนเดียวไม่ได้แล้ว

ต้องตามเข้าไปช่วย

คิดได้ดังนั้น เขาก็หันไปพูดกับกองร้อยพยัคฆ์ดำที่เพิ่งจะตามมาสมทบว่า “หวงเหมา นายพาทุกคนไปซ่อนตัวให้ดี”

“จำไว้นะ ถ้าไม่มีคำสั่งจากฉันหรือชูร่า ต่อให้ตกอยู่ในอันตรายแค่ไหน ก็ห้ามบุกออกไปเด็ดขาด”

คนพวกนี้เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา

เหลิ่งเฟิงไม่ใช่ทหารรับจ้างเลือดเย็นแบบเสิ่นเฟย

เขาทำใจไม่ได้หรอก ที่จะปล่อยให้คนบริสุทธิ์พวกนี้ไปเป็นเป้านิ่งให้ศัตรู

หวงเหมามีสีหน้าเคร่งเครียด พยักหน้ารับคำเสียงหนักแน่น “ครับ ผมเข้าใจแล้ว!”

ผู้ลี้ภัยอีกร้อยกว่าคนก็มีท่าทีตึงเครียดไม่แพ้กัน

หลายคนถึงกับหมอบราบไปกับพื้น พยายามซ่อนตัวให้มิดชิดที่สุด

เหลิ่งเฟิงมองดูกองกำลังข้างหลังด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ก่อนจะทิ้งอาวุธทั้งหมดไว้ให้พวกเขา

จากนั้น

เขาก็พกแค่ปืนพกกระบอกเดียว อาศัยความมืดของป่าเป็นเกราะกำบัง ย่องเข้าไปในหมู่บ้านอย่างเงียบเชียบ

เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์สื่อสาร

เหลิ่งเฟิงจึงต้องอาศัยสัญชาตญาณในการตามหาตำแหน่งของชูร่า

.......

เวลาผ่านไปประมาณห้านาที พลุไฟบนท้องฟ้าก็ดับลงจนหมด

รถถัง Type 59 ก็มาจอดเรียงรายกันอยู่ที่ลานกว้างขนาดใหญ่

เฮลิคอปเตอร์บนท้องฟ้า ก็ค่อย ๆ ร่อนลงจอด

ในขณะเดียวกัน

เสียงฝีเท้าอึกทึกก็ดังมาจากทุกสารทิศ

พวกกบฏผ้าพันคอแดงในหมู่บ้านละแวกใกล้เคียง ถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์

แล้วพากันมารวมตัวกันที่จุดเดียว

คนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ

เพียงแค่สิบกว่านาที ลานกว้างหน้าหมู่บ้านก็คลาคล่ำไปด้วยกบฏผ้าพันคอแดงนับพันคน

ดูจากจำนวนคนแล้ว

เหมือนจะมีพายุลูกใหญ่กำลังจะก่อตัวขึ้นยังไงยังงั้น

แถม

ด้วยระยะห่างที่ไกลเกินไป เสิ่นเฟยจึงมองไม่เห็นใบหน้าของคนที่ลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ชัดเจนนัก

“ต้องเข้าไปดูใกล้ ๆ ซะแล้ว”

“มีทั้งเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก แล้วก็รถถัง Type 59 ด้วย”

“น่าจะเป็นกลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มใหญ่ หรือไม่ก็... ตาแก่เชพเพิร์ด อาจจะมาลงสนามเองเลยก็ได้”

เสิ่นเฟยเริ่มสนใจขึ้นมาทันที อยากจะเข้าไปดูให้เห็นกับตา แต่ชุดแนบเนื้อที่เขาใส่อยู่ มันคงเตะตาศัตรูเกินไปแน่ ๆ

ต้องหาวิธีพรางตัวซะก่อน

แน่นอนว่า

วิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้ ก็คือการจัดการกบฏผ้าพันคอแดงที่หลงฝูงสักคน แล้วก็ขโมยชุดมันมาใส่

เสิ่นเฟยค่อย ๆ ลุกขึ้น พยายามมองลอดหน้าต่างออกไปหาเหยื่อ

แต่ทว่า

ในจังหวะนั้นเอง หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นตู้เสื้อผ้าเก่า ๆ ตู้หนึ่งตั้งอยู่ข้าง ๆ

“สวรรค์มีตาทรงโปรดจริง ๆ”

เสิ่นเฟยยิ้มมุมปาก ค่อย ๆ แง้มตู้เสื้อผ้าออก แล้วหยิบเสื้อผ้าในนั้นออกมา

เสื้อผ้าของชาวบ้านแทนซาเนีย ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ผ้าผืนใหญ่เอามาพันตัว แล้วก็โพกหัวด้วยผ้าเช็ดหน้า

ถ้ามีเงินหน่อย ก็จะประดับด้วยเครื่องประดับต่าง ๆ

แต่ถ้าเป็นคนจนล่ะก็ พูดง่าย ๆ ก็คือมีแค่เศษผ้าขาด ๆ สองชิ้นเท่านั้นเอง

ไม่ต้องห่วงเรื่องไซส์เลยสักนิด

เสิ่นเฟยรีบเอาเศษผ้าพวกนั้นมาพันตัว แล้วก็เอาผ้ามาโพกหัว ปิดบังใบหน้าเอาไว้

แหม ก็มันมืดนี่นา

ถ้าไม่เข้ามาจ้องใกล้ ๆ ก็ดูไม่ออกหรอกว่าหน้าตาต่างกัน

หลังจากจัดการพรางตัวเสร็จ

เสิ่นเฟยก็เปิดประตู เดินดุ่ม ๆ ออกไปข้างนอกอย่างเนียน ๆ

ระหว่างทางก็เจอกับพวกกบฏผ้าพันคอแดงที่กำลังรีบเดินไปรวมตัวกันอยู่บ้าง

แต่ทุกคนก็เพิ่งจะมารวมตัวกันได้ไม่นาน ใครจะไปรู้จักหน้าค่าตากันหมดล่ะ

แถมยังไม่มีปัญหาเรื่องการแต่งตัวอีกต่างหาก

ด้วยเหตุนี้

เสิ่นเฟยก็เลยเดินเนียน ๆ ปะปนไปกับฝูงชน เดินตามพวกมันไปที่ลานกว้างหน้าหมู่บ้านได้อย่างสบายใจเฉิบ

[1] ชื่อเล่นประเทศจีน

จบบทที่ บทที่ 265 เฮลิคอปเตอร์ประจัญบาน + รถถัง โอ้โห จัดหนักจัดเต็มเลยนะเนี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว