- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 145 ฉันมีนามว่า ปรมาจารย์เถียนปิน
บทที่ 145 ฉันมีนามว่า ปรมาจารย์เถียนปิน
บทที่ 145 ฉันมีนามว่า ปรมาจารย์เถียนปิน
บทที่ 145 ฉันมีนามว่า ปรมาจารย์เถียนปิน
ภายใต้ม่านราตรีที่ปกคลุม
เสิ่นเฟยในชุดเกราะยุทธวิธีสีดำสนิท พร้อมกับหน้ากากสีดำปิดบังใบหน้า โรยตัวลงมาจนถึงตีนหน้าผาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
ทุกการเคลื่อนไหวไร้ซึ่งสุ้มเสียงใด ๆ
เฉียบขาดและแม่นยำไร้ที่ติ!
เมื่อเท้าแตะพื้นอย่างปลอดภัย
เสิ่นเฟยก็ย่อตัวลง หลบฉากไปอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ จัดการปลดอุปกรณ์โรยตัวออกจากร่างกายอย่างเงียบเชียบ
“ทิวลิป ฉันถึงพื้นแล้วนะ คอยคุ้มกันด้วยล่ะ”
“รับทราบ”
เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากทิวลิป เสิ่นเฟยจึงค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้น อาศัยกล้องมองกลางคืนสอดส่ายสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมรอบกาย
จุดที่เขายืนอยู่คือบริเวณชายป่ารอบนอกของหมู่บ้าน
จากมุมมองนี้ มองเห็นเพียงบ้านเรือนที่ปลูกเรียงรายลดหลั่นกันไป แต่กลับมองไม่เห็นลานกว้างของหมู่บ้านหยวนซานเลย
หลังจากเฝ้าสังเกตการณ์อย่างระมัดระวังอยู่ประมาณ 2 นาที
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีเวรยามซุ่มซ่อนอยู่ เสิ่นเฟยก็เริ่มลอบเร้นกายเข้าไปในหมู่บ้าน
ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง
พยายามไม่ให้เกิดเสียงดังเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย
หลังจากลัดเลาะผ่านบ้านเรือนที่พังทลายไปหลายหลัง เสิ่นเฟยก็มาถึงบริเวณรอบนอกของลานกว้าง
แสงไฟสลัว ๆ จากกองไฟ เผยให้เห็นตำแหน่งที่แน่ชัดของต้วนคุนผมขาว และบรรดาผู้ก่อการร้ายกว่าร้อยคน
“นกกระจอกเทศ อีก 3 นาทีเริ่มบุกได้เลย”
“จำไว้นะ ไม่ต้องบุกตะลุยเข้าไป แค่สร้างความปั่นป่วนก็พอ!”
เสิ่นเฟยย้ำคำสั่งอีกครั้ง
ต้วนคุนผมขาวกุมความได้เปรียบทั้งเรื่องสภาพภูมิประเทศและจำนวนคน
ในขณะที่ทีมสังหารได้เปรียบตรงที่สามารถลอบโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัวได้ แถมยังมีจุดซุ่มยิงที่ได้เปรียบสุด ๆ อีกด้วย
ดังนั้น ชัยชนะต้องเป็นของเราแน่!
เสียงของนกกระจอกเทศดังตอบกลับมาทางช่องสื่อสารของทีมแทบจะในทันที “รับทราบครับ”
“ต้องวางระเบิดด้วยไหมครับ?”
เสิ่นเฟยตอบกลับ “ไม่ต้อง ชาวบ้านอยู่กันเยอะ ขืนใช้ระเบิดอาจจะพลาดไปโดนชาวบ้านเข้า ได้ไม่คุ้มเสียหรอก”
นกกระจอกเทศชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความสงสัย “กัปตัน.... ผมจำได้ว่าคุณไม่ใช่คนที่สนเรื่องชีวิตพลเรือนเลยนี่นา”
ก็อย่างที่รู้ ๆ กัน เมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาเพิ่งจะไปป่วนเมืองย่างกุ้งจนพินาศย่อยยับมาหมาด ๆ
งานนั้นคงมีคนตายไปไม่น้อยเลยแหละ
เสิ่นเฟยขมวดคิ้ว สบถเบา ๆ “พลเรือนบ้าอะไรล่ะ ต่อไปนี้พวกเขาคือเพื่อนร่วมงานของนายต่างหาก!”
นกกระจอกเทศ: “.......”
นี่.... กลายเป็นเพื่อนร่วมงานกันไปแล้วเหรอ?
เสิ่นเฟยไม่ต่อปากต่อคำกับเขา สั่งการต่อไปว่า “ทิวลิป พอเกิดความวุ่นวายขึ้น เธอรับหน้าที่สอยพวกมันเลยนะ”
“ฉันจะคอยยิงคุ้มกันให้เธอเอง”
ทิวลิป: “รับทราบ!”
........
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องไลฟ์สด
ผู้ชมหลายล้านคนต่างก็ได้ยินแผนการรบของเสิ่นเฟยอย่างชัดเจน
แต่พวกเขากลับงุนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจเลยว่าเสิ่นเฟยกำลังจะทำอะไรกันแน่
“สถานการณ์เป็นไงเนี่ย? ลูกพี่สั่งให้นกกระจอกเทศบุก แต่ก็ห้ามบุกเต็มกำลัง ตกลงจะเอายังไงกันแน่?”
“ถ้านายเข้าใจแผนลูกพี่ นายก็ได้เป็นลูกพี่ไปแล้วล่ะ!”
“พูดตรง ๆ นะ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ถ้ากะจะใช้สไนเปอร์สอยพวกมันตั้งแต่แรก แล้วลูกพี่จะลงมาทำไมล่ะเนี่ย?”
“ฉันก็ไม่รู้หรอก แต่ฉันเชื่อว่าทุกการกระทำของลูกพี่ ต้องมีเหตุผลซ่อนอยู่แน่ ๆ”
“สามีจ๋า ในผ้าห่มมันหนาวจังเลย รีบมาให้ความอบอุ่นเค้าหน่อยสิ”
“นังแพศยาตัวดี ชักดาบออกมาสู้กันเลยดีกว่า!”
..........
เสิ่นเฟยเองก็กำลังไล่อ่านคอมเมนต์ของชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดอยู่เหมือนกัน
ยังไงซะ ค่าความนิยมก็มาจากพวกเขาทั้งนั้นนี่นา
ดังนั้น เสิ่นเฟยจึงให้ความสำคัญกับผู้ชมในห้องไลฟ์สดมาก ๆ
เมื่อเห็นว่าหลายคนไม่เข้าใจแผนการรบในคืนนี้ เสิ่นเฟยก็ไม่ได้อมพะนำเอาไว้
เขาลดเสียงลง แล้วอธิบายให้ฟังผ่านไลฟ์สด “ไม่ต้องสงสัยกันหรอกครับ จริง ๆ แล้วแผนมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย”
“อีก 3 นาทีกว่า ๆ จะเริ่มบุกแล้ว เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง!”
เมื่อได้ยินเสียงของเขา ผู้ชมในห้องไลฟ์สดต่างก็ตื่นเต้นดีใจกันใหญ่
“สตรีมเมอร์ที่เอาใจแฟนคลับน่ะมีเยอะแยะ แต่คนที่กำลังรบอยู่แล้วยังอุตส่าห์นึกถึงพวกเราน่ะ ไม่มีใครทำได้หรอก!”
“ลูกพี่รบอยู่แท้ ๆ ยังเจียดเวลามาตอบแชตฉันเลย แต่ยัยนั่นกลับเมินฉันมาสามวันแล้ว!”
“ลูกพี่มองทางนี้หน่อย ฉันรักนายนะ!”
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ลูกพี่รีบอธิบายเร็วเข้า!”
“โอ้โห เปิดคอร์สสอนกลยุทธ์การรบออนไลน์ซะด้วย ลูกพี่กะจะปั้นพวกเราให้เป็นทหารหรือไงเนี่ย?”
“ฮ่า ๆ วันหน้าถ้ามีคนถามว่าจบจากไหน ฉันจะบอกว่าจบจากสถาบันการรบชูร่า ก็แหม เดี๋ยวนี้เขาเรียนออนไลน์กันหมดแล้วนี่นา ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเลย!”
ข้อความคอมเมนต์หลั่งไหลบนหน้าจอไม่ขาดสาย ผู้ชมนับล้านต่างเฝ้ารอฟังคำอธิบายของเสิ่นเฟยอย่างใจจดใจจ่อ
ในขณะเดียวกัน ค่าความนิยมก็พุ่งทะยานขึ้นราวกับติดจรวด
“อะแฮ่ม.. อะแฮ่ม....”
เสิ่นเฟยกระแอมเบา ๆ แล้วเริ่มอธิบายอย่างใจเย็น “หมู่บ้านหยวนซานถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสามด้าน อีกด้านหนึ่งเป็นหุบเหว ถ้าเราบุกเข้าไปตรง ๆ รับรองว่าต้องสูญเสียหนักแน่ ๆ”
“แถมพวกเราก็มีกันแค่ 23 คน และ 20 คนในนั้นยังไม่เคยผ่านสมรภูมิรบมาก่อนเลยด้วยซ้ำ”
“ขืนบุกทะลวงเข้าไป ผลลัพธ์ก็คือพวกเราคงตายเรียบ ส่วนศัตรูอาจจะไม่เป็นอะไรเลยด้วยซ้ำ”
ผู้ชมทุกคนต่างตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
การไลฟ์สดที่ผสมผสานระหว่างการสู้รบจริงและการอธิบายกลยุทธ์ทางการทหารแบบนี้ ไม่เคยมีใครทำมาก่อนเลย
เสิ่นเฟยอธิบายต่อ “แต่ถ้าเรามองในมุมกลับกันล่ะ”
“การที่เราบุกเข้าไปยาก ก็แปลว่าศัตรูก็ตีฝ่าออกมาได้ยากเหมือนกันใช่ไหม?”
“ขอแค่นกกระจอกเทศกับลูกทีมสามารถตรึงกำลังป้องกันทางเข้าหมู่บ้านไว้ได้ และทิวลิปก็ปลอดภัยดี แบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับจับหนูในโอ่งไม่ใช่เหรอ?”
เมื่อฟังคำอธิบายจบ ผู้ชมหลายล้านคนก็ถึงกับร้องอ๋อ
“เชี่ยเอ๊ย ลูกพี่พูดมีเหตุผลว่ะ สมกับคำว่า ‘เรื่องเฉพาะทาง ก็ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการ’ จริง ๆ!”
“จากที่ควรจะเป็นฝ่ายรุก ลูกพี่กลับพลิกแพลงให้กลายเป็นฝ่ายรับซะงั้น!”
“ทฤษฎีน่ะมันก็ใช่แหละ แต่แผนนี้มันมีช่องโหว่อยู่นะ คือตัวลูกพี่เองจะตกอยู่ในอันตรายมาก พลาดนิดเดียวก็จบเห่เลย”
“ลูกพี่นี่ใจเด็ดจริง ๆ รู้ว่าเสี่ยงก็ยังขอลอง!”
หลังจากเข้าใจสถานการณ์คร่าว ๆ แล้ว ผู้ชมต่างก็อดเป็นห่วงเสิ่นเฟยไม่ได้
เขาต้องคอยระวังไม่ให้ลูกน้องของต้วนคุนผมขาวตอบโต้กลับไปทางหน้าหมู่บ้านได้สะดวก
แถมยังต้องคอยคุ้มกันทิวลิปที่อยู่บนหน้าผาอีก
ภารกิจนี้มันยากเย็นแสนเข็ญขนาดไหน ลองคิดดูก็รู้แล้ว
เวลาผ่านไปทีละวินาที
เหลือเวลาอีกเพียง 30 วินาทีก่อนจะเริ่มบุก
“ฟู่....”
เสิ่นเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ปรับสภาพจิตใจให้พร้อมรบ แล้วกดสุ่มเลือกเชื่อมต่อไลฟ์คู่ในห้องไลฟ์สด
ก่อนหน้านี้เขามักจะไลฟ์คู่กับสตรีมเมอร์สาว ๆ ตลอด เสิ่นเฟยก็เลยอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศให้ผู้ชมบ้าง
ไม่นานนัก
การเชื่อมต่อก็สำเร็จ
หน้าจอถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง
ในห้องไลฟ์สดของอีกฝ่าย ปรากฏภาพชายสามคนสวมเสื้อคอจีนสีเขียวและสวมหมวกฟาง
เสิ่นเฟยเห็นชายสามคนนั้นก็อดชะงักไม่ได้
โอ้โห
นี่มันเถียนปินนี่นา?
เสิ่นเฟยในชาติก่อนมักจะดูไลฟ์สดของหมอนี่อยู่บ่อย ๆ
เขารู้มาว่าเถียนปินแต่งงานแล้ว แต่น่าเสียดายที่ฐานะทางบ้านไม่ค่อยสู้ดีนัก เลยไม่ได้จัดงานแต่งงานให้ภรรยา
แถมที่บ้านก็ไม่มีใครสนับสนุนให้เขาทำคลิปวิดีโอสั้นเลย ชีวิตของเขาก็เลยค่อนข้างลำบาก
ต่อมาเขาบังเอิญไปไลฟ์คู่กับ ‘เถียซานเข่า’ จนเกิดเป็นฉากในตำนาน ทำให้เขาโด่งดังขึ้นมาพักหนึ่ง
เสิ่นเฟยเหลือบมองจำนวนผู้ติดตามของเถียนปิน พบว่ามีแค่พันกว่าคนเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่า ในชาตินี้เขายังไม่เจอคนที่มาเปลี่ยนชีวิตของเขา
เถียนปินไม่รู้หรอกว่าเสิ่นเฟยกำลังคิดอะไรอยู่
คนที่วัน ๆ เอาแต่วุ่นอยู่กับการถ่ายคลิปวิดีโอสั้นอย่างเขา ย่อมไม่รู้หรอกว่าในโต่วอินมีสตรีมเมอร์สายสงครามโผล่มาแล้ว
เขายังคงตีหน้าขรึม พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “สวัสดี นายชื่อชูร่าใช่ไหม?”
“ไปปรับกล้องวิดีโอหน่อยสิ ทำไมมันมืดตึ๊ดตื๋อแบบนั้นล่ะ มองไม่เห็นอะไรเลย”
“ขอแนะนำตัวหน่อยนะ ฉันมีนามว่าปรมาจารย์เถียนปิน ไม่ทราบว่าท่านเป็นสตรีมเมอร์สายใด?”
เมื่อได้ยินประโยคเปิดตัวอันคุ้นเคยนี้ เสิ่นเฟยก็ยิ้มอย่างรู้ทัน เขาตัดสินใจมอบความมั่งคั่งให้เถียนปิน ด้วยการพูดอย่างนิ่งสงบว่า
“ฉัน ก็คือพ่อเอ็งไงล่ะ!”