- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 140 ผู้กองเฉิน: ได้มารู้จักคุณ นับเป็นบุญของผมจริง ๆ
บทที่ 140 ผู้กองเฉิน: ได้มารู้จักคุณ นับเป็นบุญของผมจริง ๆ
บทที่ 140 ผู้กองเฉิน: ได้มารู้จักคุณ นับเป็นบุญของผมจริง ๆ
บทที่ 140 ผู้กองเฉิน: ได้มารู้จักคุณ นับเป็นบุญของผมจริง ๆ
เสิ่นเฟยส่ายหน้า ตอบตามตรง “ผมยังไม่ได้โหลดเลย”
“แอปแอนตี้สแกม คงไม่มีประโยชน์อะไรกับผมเท่าไหร่หรอก”
ไม่มีประโยชน์งั้นเหรอ?
พอได้ยินคำพูดนี้ ผู้กองเฉินก็ทำหน้าขรึมทันที
ในฐานะที่ทำหน้าที่เป็นสตรีมเมอร์รณรงค์ต้านภัยหลอกลวงมานาน เขารู้ดีว่าคนที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่ มักจะเกิดจากความมั่นใจในตัวเองมากเกินไป จนค่อย ๆ ถลำลึกเข้าไปในหลุมพรางของมิจฉาชีพ
ผู้กองเฉินตีหน้าขรึม พูดเตือนสติ “จะไม่มีประโยชน์ได้ยังไงล่ะครับ?”
“ฟังจากเสียงของคุณ อายุน่าจะยังน้อยใช่ไหม? สัก 20 กว่า ๆ?”
“เดี๋ยวนี้ในอินเทอร์เน็ต มีกลลวงสารพัดรูปแบบเลยนะครับ”
“เบาะ ๆ ก็หลอกให้วิดีโอคอลเสียว ขโมยข้อมูลในมือถือ แล้วก็เอามาแบล็กเมล์”
“หนักหน่อยก็มาตีสนิท สร้างความไว้ใจ แล้วหลอกให้ไปทำงานที่ประเทศทางเหนือ พ่อหนุ่ม ถ้าพลาดไปถึงจุดนั้น ชีวิตคุณพังพินาศแน่ ๆ!”
“เคยได้ยินชื่อกลุ่มวอลลีไหมล่ะ?”
“รู้หรือเปล่า ว่าพวกมันทำระยำอะไรกับคนประเทศมังกรบ้าง?”
ผู้กองเฉินพูดด้วยความหวังดี
เขาไม่ได้แค่ต้องการเตือนสติเสิ่นเฟย แต่ยังอยากให้ผู้ชมหลักล้านในห้องไลฟ์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของแอปแอนตี้สแกมด้วย
แต่ทว่า
สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ
ผลลัพธ์กลับออกมาตรงกันข้ามกับที่เขาคิดไว้โดยสิ้นเชิง
ปกติแล้ว ผู้ชมมักจะช่วยเขารณรงค์และอธิบายถึงอันตรายของกลุ่มวอลลี
แต่วันนี้ ผู้ชมหลักล้านในห้องไลฟ์ กลับทำในสิ่งที่เขาไม่คาดคิด คือการแซวเขาเล่นซะงั้น
......
“ฮ่า ๆ ผู้กองเฉินไม่ต้องห่วง แอปแอนตี้สแกมคงไม่มีประโยชน์กับลูกพี่จริง ๆ แหละ!”
“ผู้กองเฉินพูดถูกเผงเลย ลูกพี่เราโดนหลอกไปประเทศทางเหนือ แถมชีวิตก็พังพินาศแล้วด้วย... แต่เป็นลูกพี่นะ ที่ไปทำลายพวกมันจนย่อยยับ!”
“ดูสองคนนี้ไลฟ์คู่กัน โคตรสนุกเลยว่ะ”
“ดูนั่นสิ ตายไปอีกคนแล้ว พวกเดนมนุษย์เริ่มลดจำนวนลงเรื่อย ๆ แล้ว!”
“มีแค่เกมเดียวเหรอเนี่ย? ไม่รู้ว่าลูกพี่มีเกมอื่นเตรียมไว้ให้อีกหรือเปล่า”
“ฮ่า ๆ ไม่ใช่แค่เคยได้ยินนะ กลุ่มวอลลีที่ว่าน่ะ ตอนนี้ตกอยู่ในกำมือลูกพี่หมดแล้ว!”
“ผู้กองเฉิน ลองมองดูดี ๆ สิ ถึงจะเบลอภาพไว้ แต่ไม่รู้สึกเหรอว่าคนในเกมหน้าตาคุ้น ๆ?”
“หน้าตาเหมือน... พวกหลี่ซ่ายเกาเลยแฮะ!”
........
ผู้กองเฉินยิ่งดูก็ยิ่งงง
ถึงจะไลฟ์สดมานาน แต่จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำอะไรไม่ถูก
ลางสังหรณ์บอกเขาว่า
การได้เจอกับชูร่า อาจจะเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานของเขาเลยก็ว่าได้
คน ๆ นี้ เป็นใครมาจากไหนกันแน่?
เมื่อเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ผู้กองเฉินก็หยุดพูด แล้วจ้องมองไปที่ห้องไลฟ์ของเสิ่นเฟยอย่างตั้งใจ
เหมือนจะจริงแฮะ!
มองทะลุภาพเบลอ ๆ เข้าไป จะเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
พอลองนึกภาพตาม ก็ดูคล้ายกับพวกเน็ตไอดอลจากประเทศทางเหนือจริง ๆ
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?
ผู้กองเฉินเริ่มสับสนไปหมดแล้ว เขาหลุดปากถามออกไปว่า “สตรีมเมอร์ฝั่งตรงข้าม อย่าหลอกผมเลย ตกลงคุณทำงานอะไรกันแน่?”
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันที
ในชาติก่อน เสิ่นเฟยก็เคยดูไลฟ์ของผู็กองเฉินมาบ้าง
คุณย่าของเขาเอง ก็เคยดาวน์โหลดแอปแอนตี้สแกมจากห้องไลฟ์ของผู้กองเฉินนี่แหละ
สุดท้าย ตอนที่คุณย่ากำลังจะโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตำรวจก็เข้ามาห้ามไว้ได้ทัน
ดังนั้น เสิ่นเฟยจึงไม่ได้รู้สึกแย่อะไรกับผู้กองเฉิน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดีอะไรมากมาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขารู้จุดจบของผู้กองเฉิน ที่ต้องลาออกและเผชิญกับการถูกกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ เขาก็แอบรู้สึกสลดใจอยู่พักหนึ่ง
แต่ในโลกนี้ ผู้กองเฉินยังไม่ได้ลาออก
เสิ่นเฟยไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไม่ต้องห่วงเรื่องกลุ่มวอลลีหรอก พวกมันโดนผมจัดการไปหมดแล้ว”
“แต่ผมมีประโยคหนึ่งอยากจะฝากไว้ให้คุณนะ”
“ชาวเน็ตส่วนใหญ่เขาหวังดีกับคุณ ไม่อยากให้คุณต้องทนลำบาก และก็ไม่อยากเห็นคุณไปขับรถหรูอวดรวยหรอก”
“โลกอินเทอร์เน็ตมันเป็นแค่โลกเสมือนจริง น้ำมันลึก คุณรับมือไม่ไหวหรอก”
“กลับไปทำหน้าที่ตำรวจให้ดี ๆ นั่นแหละคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ”
“ส่วนผมเป็นใคร คุณลองไปสืบดูเองแล้วกัน”
พูดจบ เสิ่นเฟยก็กดตัดสายไลฟ์คู่ทันที
ขืนคุยต่อ บรรยากาศจะยิ่งมาคุเปล่า ๆ
ดีไม่ดีอาจจะมองหน้ากันไม่ติดเลยก็ได้
หยุดแค่นี้แหละดีแล้ว
จะได้เป็นที่น่าจดจำของคนดูด้วย!
.........
ในห้องไลฟ์สด
“ฮ่า ๆ ลูกพี่นี่มันเจ้าคารมจริง ๆ แฮะ!”
“สตรีมเมอร์คนอื่นเจอผู้กองเฉินทีไร มีแต่จะหงอให้ แต่ลูกพี่นี่ทำเอาผู้กองเฉินไปไม่เป็นเลยทีเดียว!”
“ฉันว่าลูกพี่น่าจะแฝงความหมายอะไรไว้นะ!”
“ได้ข่าวว่าเมื่อหลายวันก่อน มีคนเปย์ของขวัญให้ผู้กองเฉินไปตั้ง 333 อัน สงสัยแกคงเตรียมตัวจะลาออกแล้วมั้ง!”
“ฉันก็พอได้ยินมาบ้าง ขอบอกเลยนะว่า ถ้าผู้กองเฉินลาออกจริง แกต้องมานั่งเสียใจไปตลอดชีวิตแน่!”
“ดูสิ พวกหลี่ซ่ายเกาหยุดเคลื่อนไหวกันหมดแล้ว!”
“ไลฟ์คู่กับสาว ๆ เต้นโชว์หน่อยสิ!”
“ลูกพี่... ฉันอยากดูต้นฉบับแบบไม่เซ็นเซอร์อะ เอาภาพเบลอออกได้ไหม?”
“ฮ่า ๆ ฉันล่ะอยากรู้จริง ๆ ว่าถ้าผู้กองเฉินสืบประวัติลูกพี่เจอ แกจะทำหน้ายังไง”
.........
อีกด้านหนึ่ง
ณ ห้องทรมาน
หลังจากการต่อสู้อันดุเดือดผ่านพ้นไป ตอนนี้มีเพียงเศษซากมนุษย์ 7 ศพ ที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่ในห้องอันเย็นยะเยือก
เลื่อยไฟฟ้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดหยุดหมุนแล้ว
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
หลี่ซ่ายเกานอนหอบหายใจอยู่บนพื้น สูญเสียอากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดเข้าไปเต็มปอด ร้องตะโกนสุดเสียง “ฉัน... ฉันผ่านด่านแล้ว... คุณ... คุณจะปล่อยฉันไปแล้วใช่ไหม?”
“ฉันก็เหมือนกัน.....”
“ฉันก็รอดมาได้แล้ว.... ได้โปรด... ปล่อยพวกเราไปเถอะ!”
“ขอแค่คุณยอมปล่อยพวกเราไป... ฉัน... ฉันยอมทำตามใจคุณทุกอย่างเลย”
“ชูร่า... ได้โปรดเถอะ... ปล่อยฉันไปเถอะ....”
เดนมนุษย์ที่เหลืออีก 20 คน ล้วนนอนหมดสภาพอยู่บนพื้น ทั้งสภาพจิตใจและร่างกายแหลกสลายไปจนหมดสิ้น
ตอนแรกเสิ่นเฟยคิดว่าพวกมันน่าจะทนไปได้สักสองสามด่าน
ไม่นึกเลยว่าแค่ด่านแรกก็จะร่วงกันระนาวขนาดนี้
เหยื่อที่ไม่ยอมต่อสู้ดิ้นรน ทรมานไปก็ไม่สนุกหรอก
ต้องทำให้พวกมันมีความหวังที่จะรอดชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง
สำหรับเขาแล้ว เรื่องแค่นี้จิ๊บจ้อยมาก
เสิ่นเฟยกดปุ่มสื่อสาร พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันชอบตอนที่พวกแกทำตัวอวดดีมากกว่านะ ช่วยกลับมาเป็นเหมือนเดิมหน่อยสิ”
“เอาอย่างนี้แล้วกัน เพื่อให้เกมนี้มันสนุกขึ้นไปอีก เรามาตั้งรางวัลกันดีกว่า”
“พวกแก 27 คน โอนเงินมาให้ฉันทั้งหมด 39.85 ล้านดอลลาร์”
ทันทีที่เสิ่นเฟยพูดจบ บนผนังห้องทรมานอันหนาวเหน็บ ก็มีหน้าจอขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น
บนหน้าจอแสดงยอดเงินในบัญชีธนาคารระหว่างประเทศ ซึ่งมีตัวเลขเกือบ 40 ล้านดอลลาร์!
สุรานารีมอมเมาผู้คน เงินทองทำให้คนตาบอด!
แววตาที่สิ้นหวังของหลี่ซ่ายเกาและพรรคพวก เริ่มมีประกายความโลภปรากฏขึ้น
เงินจำนวนมหาศาลนี้ ส่วนใหญ่เป็นของเถาจิ่วฝูและเถาวั่นเซิง
พวกมันไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการได้ครอบครองเลย
จะไม่ให้อยากได้ได้ยังไง
เสิ่นเฟยต้องการให้พวกมันรู้สึกแบบนี้แหละ
เขาพูดต่อ “ถ้าใครสามารถเอาชีวิตรอดเป็นคนสุดท้ายได้ เงินทั้งหมดนี้จะเป็นของมันคนเดียว”
“ไม่ต้องมานั่งสงสัยว่าฉันพูดจริงหรือเปล่า”
“เพราะต่อให้พวกแกไม่เล่น พวกแกก็ต้องตายอยู่ดี!”
แกร๊ก
สิ้นเสียงของเสิ่นเฟย กำแพงด้านหนึ่งของห้องทรมานก็เปิดออก เผยให้เห็นพื้นที่กว้างขวางของโกดัง
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเดนมนุษย์ทั้ง 20 คน คือลิฟต์ขนาดใหญ่
เหนือลิฟต์ขึ้นไป เป็นทางเดินลอยฟ้าที่ทอดยาว ปูด้วยกระจกสี่เหลี่ยมหลายแผ่น
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว
แต่กลับไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า เกมต่อไปนี้ จะมีกติกาการเล่นอย่างไร....